แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: บริโอ้
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 19:38:30

"ออกไปเถอะ เดี๋ยวป๋าเก็บกวาดเอง"

ป๋องแป้งหันหลังกลับไปมองที่หน้าห้องน้ำ ถึงกับเผลอมองจ้องรูปร่างกำยำของป๋าวรรธน์ไปชั่วครู่ เขาสวมเพียงกางเกงขาสั้น เปลือยกายส่วนบน จับผ้าเช็ดตัวซับน้ำตามเนื้อตัวก่อนขยี้ผมแรงๆ

"จ้องอะไรป๋า น้ำลายไหลแล้วนั่น"

เขาทักพรางยิ้มขำ ก่อนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าบังสายตาเธอและเลือกชุดที่จะสวมใส่

"บ้า! เปล่าสักหน่อยก็ ก็..."

"ก็ไม่มีผู้ชายมานานแล้วใช่ไหมละ? "

น้ำเสียงเขาฟังดูล้อเล่น แต่แสลงใจอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่คืนนั้นที่ทำให้เธอกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็ไม่เคยมีใครผ่านเข้ามาเลย

"ก็แป้งไม่ได้อยากมีนี่"

เธอก้มกวาดพื้นระหว่างสนทนา เพราะรู้ว่าเขากำลังแต่งตัวให้เรียบร้อย

“ป๋าว่ามีก็ดีนะจะได้มีคนดูแล เดี๋ยวเจ้าริวก็ต้องเข้าอนุบาลแล้ว เด็กยิ่งโตค่าใช้จ่ายก็ยิ่สูงขึ้น จะได้มีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ”

“ใครเขาจะมายินดีรับภาระนี้ล่ะป๋า น้องริวกำลังซนเลยแป้งกลัวว่าถ้ามีพ่อเลี้ยงเขาจะไม่รักลูกแป้ง”

ข่าวมีออกมากมาย ยิ่งบางคนมีลูกสาวถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน มีลูกชายก็ถูกทำร้ายร่างกายจนตายก็มี จากเคยผ่านการมีสามีที่ชอบตบดีทำร้ายมาก่อน ทำให้เธอเลือกที่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปตลอดดีกว่า

“ป๋าว่าไอ้ชัชมันก็ดีนะ เท่าที่รู้จักกันเป็นคนใจเย็นอยู่”

 “แป้งรู้สึกเฉยๆ กับเสี่ยชัชนะ แต่ขอคุยกับเขาอีกหน่อยดีกว่า” ไม่ได้ปิดกั้นอะไรขนาดนั้น แต่ขอทำความรู้จักกับเสี่ยชัชมากกว่านี้

“งั้นป๋าจะนัดมันมาที่ร้านบ่อยๆ จะได้รู้จักกันมากขึ้น”

เขาปิดตู้เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย

“ดูผลักไสกันจัง ไม่อยากให้แป้งอยู่แล้วเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย แป้งก็เปิดใจบ้างสิ”

แค่อยากให้ได้คนดีๆ นั่นคือเจตนาที่แท้จริง วรรธน์ยอมรับว่ารู้สึกสงสารป๋องแป้งมากอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพียงการเป็นคนโอบอ้อมอารี แต่แววตาเศร้าในวันที่ลูกชายเธอป่วย แล้วไม่มีเงินรักษานั้นมันสะท้อนใจเขา

ในวันที่เมียสุดที่รักถูกงูกัด เขาอยากพาเธอไปหาหมอให้หมอช่วยรักษาให้พื้นคืนมา ทว่าต้องยอมรับร่างในอ้อมกอดขาดใจไปนานแล้ว ยาวิเศษใดในโลกนี้ไม่มีทางรักษา

“ถ้าจะหาผัวให้แป้ง อยากให้แป้งเปิดใจจริงๆ ถามหน่อยได้ไหมว่าทำไมป๋าไม่เปิดใจบ้าง เราต่างก็มีเหตุผล ป๋าเข้าใจแป้งใช่ไหม? ”

ป๋องแป้งถามในขณะที่เขากำลังคิดถึงภาพเมียรักที่จากไป นัยน์ตาชายหนุ่มจึงดูเศร้ามากจนเธอตกใจที่ไปพูดแทงใจดำเขาเสียอย่างนั้น โครม!!

เสียงดังจากที่จอดรถตามมาด้วยเสียงเด็กเจื้อยแจ้วโวยวาย และมีเสียงเด็กชายร้องไห้ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรีบลงไปดู ภาพที่เห็นคือน้องริวนั่งอยู่ที่ประตูรถเก๋งของป๋าวรรธน์ ในท่ายกมือกุมหน้าผาก ข้างเจ้าตัวน้อยกันมีสกู๊ตเตอร์ล้มอยู่

“น้องริวเป็นอะไรลูก”

หญิงสาวรีบวิ่งลงไปโอบกอดลูกชาย หน้าผากของเจ้าตัวเล็กปูดปวม

“แม่แป้งหนูเจ็บ ฮือๆ ”

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวแม่เป่าให้”

เด็กชายพยายามกลั้นเสียงร้องในอ้อมกอด ป๋องแป้งเป่าหัวโนให้ แล้วอุ้มลูกขึ้นจากพื้น รถของป๋าเกิดรอยบุบและสีถลอก

“เล่นอะไรกัน?! ”

วรรธน์หันไปถามเด็กชายอายุราวสี่ถึงห้าขวบสามคนที่อยู่ตรงนั้นด้วยน้ำเสียงดุ เพราะลูกคนงานมักจะเล่นซนต้องใช้เสียงกำราบ

“น้องริวขี่สกู๊ตเตอร์ชนรถป๋าครับ” เด็กๆ แย่งกันฟ้องและบอกเป็นเสียงเดียวกัน

“เล่นยังไงไม่ดูน้อง ไม่ใช่ว่าแกล้งไล่กวดน้องนะ”

“ปะ เปล่าครับป๋า ไอ้ริวมันตามพวกผมมาเอง มันยังเล่นไม่แข็ง ล้มตั้งหลายทีแล้ว”

“รู้ว่าน้องเล่นไม่แข็งก็พาไปที่ลานกว้างๆ สิ ป๋าทำสนามเด็กเล่นให้ออกกว้างขวาง”

“ขอโทษครับป๋า”

เด็กทั้งสามรีบไหว้แล้วขี่สกู๊ตเตอร์หลบไป

“แป้งผิดเองแหละป๋าซื้อของเล่นให้ลูกทั้งที่น้องยังไม่โต เดี๋ยวแป้งจะจ่ายค่าซ่อมรถให้นะคะ ป๋าหักจากเงินเดือนแป้งได้ไหม”

ให้เธอจ่ายหรือ วรรธน์ไม่ทันคิดเรื่องค่าเสียหายอะไรเลย เขาดูใจร้ายในสายตาป๋องแป้งขนาดนั้นเชียว

เมื่อทอดสายตามองเด็กขี้แยในอ้อมแขนแม่ที่คอยเอาแต่โอ๋ลูกน้อย เลี้ยงกันแบบนี้มีหวังเป็นตุ๊ดเป็นเกย์กันพอดี เขาไม่ได้เหยียดเรื่องเพศสภาพหรอก แต่อยากให้เจ้าริวเป็นเด็กที่เข้มแข็ง โตขึ้นมาปกป้องแม่ได้

ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ สองแม่ลูก จ้องหน้าน้องริว แววตาเขาคงดุมากทำให้เจ้าตัวเล็กร้องจ้าขึ้น แล้วซุกหน้ามุดในอกแม่

“ไอ้หนูจะร้องทำไม? ”

ไม่วายสีหน้าหงุดหงิดใส่เข้าไปอีก

“ป๋า จะ ตี หนู ไหม” พูดไปสะอึกสะอื้นไปน้ำตานี่ไหลเป็นเขื่อนแตก

“ไม่ตีๆ มานี่ซิ”

“ป๋าไม่ตีหรอกลูก ใครจะตีน้องริวได้ลง”

ป๋องแป้งปลอบก่อนคลายอ้อมกอดส่งลูกให้เขา พลางพูดเสียงกระซิบข้างหูคนตัวโต

“ป๋าหน้าดุนะคะ” ถึงกระนั้นเขาก็ยังทำหน้าตึง

“เช็ดน้ำตาซะ เช็ดเองด้วย ป๋าไม่ตีไม่ดุริวหรอก”

เด็กน้อยค่อยๆ กลั้นสะอื้น เลิกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตา ใบหน้าเปียกชื้นแห้งไป เขาเพิ่งได้มองใกล้ๆ หน้าตาหนูน้อยน่ารัก แต่มีเค้าของป๋องแป้งไม่มาก คงจะเหมือนพ่อสิท่าถึงได้อาภัพแบบนี้ มือหนาจับที่รอยปูดโนบนหน้าผาก

“หัวโนนิดเดียวเองร้องไห้เป็นเด็กผู้หญิงเลย ริวเป็นผู้ชาย ต้องรู้จักอดทนรู้ไหม ไม่ใช่เอะอะก็ร้องไห้ ป๋าเห็นริวงอแงบ่อยมาก ต่อไปนี้จะไม่ขี้แยอีก ตกลงไหม? ”

น้องริวพยักหน้าช้าๆ ทั้งที่ยังสะอื้นฮัก

“ตอบผู้ใหญ่ต้องพูดครับสิ”

“ครับ”

น้ำเสียงและแววตาของวรรธน์ดูอบอุ่นอย่างที่ป๋องแป้งไม่เคยเห็น น้องริวเป็นเด็กเข้าใจง่าย แม้จะวัยเพียงสามขวบ

ป๋าวรรธน์ทำเหมือนไม่เอาเรื่องแต่ก็สั่งให้ป๋องแป้งแต่งตัวสวยเอารถไปเข้าอู่กับเขา ส่วนน้องริวก็ให้กระต่ายมาดูแล มีไม่กี่ครั้งที่เขาจะขับรถเอง และวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ป๋องแป้งเองก็เพิ่งเคยนั่งรถเข้าไปในตัวเมืองกับเขาตามลำพังเช่นกัน เธอออกอาการเกร็งมาก

“แวะห้างแป๊บนะ”

“ค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพียงข้ามคืนเหงา   บทส่งท้าย

    “สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม

  • เพียงข้ามคืนเหงา   ตอนที่ 31

    “เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

  • เพียงข้ามคืนเหงา   บทที่ 30

    ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ

  • เพียงข้ามคืนเหงา   ตอนที่ 29

    “พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็

  • เพียงข้ามคืนเหงา   ตอนที่ 28

    หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม

  • เพียงข้ามคืนเหงา   ตอนที่ 27

    “ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status