LOGIN“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”
เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม
“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”
“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา
“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”
“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”
“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”
“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที
“ผู้ชายก็มีครับแม่”
“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”
“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”
ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา
“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม่ไหวดื้อมาก ชอบวิ่งตามริวให้ไปเล่นด้วยตลอดเลย”
น้องมิ้นท์ น้องคนเล็กสุดอายุห้าขวบแต่แก่นแก้วแสนซนน่าเอ็นดู ต่างจากน้องเบนซ์ ที่อายุแปดขวบแล้ว รายนี้เรียบร้อยมาตั้งแต่เด็กๆ
“เด็กยิ่งซนก็ยิ่งฉลาดนะ เห็นไหมน้องริวตอนเด็กๆ ยังดื้อเลย”
“ครับแม่” ป๋องแป้งกับป๋าวรรธน์ถามไถ่ลูกชายสักพักก่อนแยกย้ายเข้านอน ครึ่งปีแล้วสินะที่ปู่กับย่ารับเจ้าริวไปอยู่ด้วย เพื่อให้ลูกชายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ขอรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของลูกชายเธอ ไปจนจบการศึกษาที่สูงที่สุดเท่าที่จะเรียน แม้ว่าไม่อยากรบกวนแต่ธนาบอกเธอว่าเขาต้องการดูแลค่าเล่าเรียนร่วมกับพ่อแม่เขา เพื่อชดเชยที่เขาไม่ได้ดูแลลูกคนนี้ เหมือนกับลูกสาวทั้งสองที่เขามีกับมายด์ ซึ่งฝ่ายภรรยาธนาเองก็ยืนยันว่าเธอโอเคที่ธนาจะรับผิดชอบลูก
ย้อนไปเมื่อเก้าปีก่อนหลังธนารู้ว่าเป็นพ่อเจ้าริว เขาเลือกเป็นคนพูดกับลูกชายด้วยตัวเองว่าเป็นพ่อ ที่ผ่านมาหายไปเพราะไม่เคยรู้ว่ามีลูก ป๋องแป้งเองก็อธิบายเพิ่มว่าเธอรักลูกมากแค่ไหน ขอโทษที่ทำให้ต้องแยกจากกัน วันถัดมาทั้งพ่อแม่และเอวาพี่สาวของธนาก็มาเพื่อดูหน้าหลาน โชคดีที่ทุกคนเอ็นดูลูกชายของเธอ
ครึ่งปีต่อมาป๋าวรรธน์ก็จัดงานแต่งงานกับป๋องแป้งใหญ่โต เชิญคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมงาน แล้วยังมีเพื่อนฝูงรวมถึงข้าราชการในพื้นที่มาร่วมแสดงความยินดีหลายคน เขาจดทะเบียนสมรสกับป๋องแป้ง และจดทะเบียนรับรองบุตรให้น้องริวเป็นลูกชายคนเดียวของป๋า เป็นผู้สืบทอดมรดกทุกอย่าง เจ้าริวน้อยสัญญากับป๋าว่าเขาจะเรียนหมอ เพื่อมาดูแลรักษาป๋ากับแม่แป้งตอนแก่ ได้ฟังแบบนี้ก็ทำให้ทั้งสองชื่นใจ
เสียงข้อความและยอดเงินหลักหมื่นเข้าสู่แอพธนาคารในมือถือของป๋องแป้ง แล้วรถบิ๊กอัพขนส้มล็อตสุดท้ายก็แล่นจากสวนไป วรรธน์จ่ายค่าเหนื่อยพิเศษให้ลูกน้องอยู่ท้ายสวนแล้วให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน ส่วนตัวเขาเดินเข้าบ้านหลังเก่าในสวนส้ม
“ดื่มน้ำเย็นก่อนป๋า”
ป๋องแป้งยกแก้วน้ำมาให้หลังวรรธน์นั่งบนโซฟา
“ขอบใจนะ”
เขาถอดหมวกคาวบอยออกแล้วดื่มน้ำจนหมดแก้ว ป๋องแป้งรับแก้วเปล่ามาวางที่โต๊ะ ก่อนใช้ผ้าขนหนูที่เธอทำเป็นผ้าเย็นไว้ มาซับตามใบหน้าและซอกคอของสามี
“ส้มล็อตสุดท้ายหมดแล้วป๋าได้พักสักที”
“ก็ว่าจะพักนะ แต่พรุ่งนี้ป๋าจะไปดูรีสอร์ตสักหน่อย”
“ให้ลูกน้องเขาดูแทนดีไหม เราอุตส่าห์มาอยู่บ้านสวนกันแล้วนะ แป้งอยากให้ป๋าได้พักยาวๆ ”
“ก็ได้แป้งว่าไงพี่ก็ว่างั้น”
“ดีมากที่เชื่อฟังเมีย วันนี้กินอะไรดี”
“เดี๋ยวป๋าไปเก็บบวบมาให้ อยากกินผัดบวบใส่ไข่”
เขาทำท่าจะลุก แต่ป๋องแป้งจับไหล่เอาไว้
“แป้งเก็บเองค่ะ เดี๋ยวจะเก็บพริกมาทำน้ำพริกด้วย”
วรรธน์มองตามภรรยาด้วยความรักใคร่ ถ้าบอกว่าเวลานี้มีความสุขที่สุดก็ใช่ เขาเคยตั้งใจจะไม่มีใครอีกนอกจากฝ้าย แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้วถ้าทำตามความตั้งใจนั้น เขาคงไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต คงจมจ่อมอยู่กับความคิดถึงโหยหาและอาวรณ์ และไม่มีใครควบคุมในการดำเนินชีวิต
มาคิดดูแล้วการสูญเสียฝ้ายไป อาจเพราะชีวิตของเขายังมีใครบางคนรออยู่ บางครั้งเขาทำงานหนักเกินไป หรือตัดสินใจทำในบางอย่างที่สุดโต่งก็มีป๋องแป้งคอยทัดทาน
หลังแต่งงานป๋องแป้งเสนอให้วรรธน์พาเธอกลับมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้ แม้เขาจะยังรู้สึกไม่สบายใจกับความทรงจำที่ภรรยาเก่าเสียชีวิต แรกๆ เขาเลือกพาเธอกับริวไปด้วยทุกที่ ตอนเขาไม่อยู่บ้านหลังนี้
จนพักหลังๆ เขาสบายใจขึ้นและใช้ชีวิตตามปกติ ป๋าวรรธน์จ้างผู้จัดการดูแลกิจการต่างๆ รวมถึงตลาดสดป๋าวรรธน์ที่เพิ่งเปิดเมื่อสามปีก่อนด้วย
วรรธน์เกษียรตัวเองมาใช้ชีวิตกับเมียที่บ้านสวน เช้าขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียน กลางวันก็ดูแลสวน ปลูกผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกินเอง และได้เอาไปใช้ทำอาหารในร้านคาราโอเกะด้วย พอเจ้าริวไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ
ป๋องแป้งกับวรรธน์ ใช้ช่วงเวลาที่ยังมีเรี่ยวแรงจัดทริปไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่อยากไป
วรรธน์ไม่ให้ลูกน้องขับรถให้ เพราะเขาอยากไปกันเพียงสองคน แต่ละทริปนานเกือบเดือน กางเต็นท์บ้าง พักโรงแรมรีสอร์ตบ้าง
ทริปบ้านรักไทย หมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายจีนยูนนาน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนร้านค้า โรงแรมสีสอร์ท เป็นเหมือนบ้านเมืองคนจีน ตกแต่งโคมไฟสีแดง
เช้าวันนี้ทั้งคู่นั่งเรือจิบชากลางแม่น้ำ ไอหมอกในคุ้งน้ำสวยงาม
“สดชื่นดีจังนะป๋า”
“ใช่สดชื่นมาก ป๋าเคยมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กกับครอบครัว หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสมาเลย”
“แป้งชอบนะป๋า เราอยู่ใกล้ๆ แค่นี้ป๋าต้องพาแป้งมาบ่อยๆ แล้วล่ะ สงบสบายสภาพบ้านเรือน อาหารการกิน รู้สึกเหมือนได้เที่ยวเมืองจีนเลย”
“ได้สิ แป้งอยากมาอีกเมื่อไหร่ก็บอกป๋า เพราะป๋าอยากไปในที่ต่างๆ กับเมียอยู่แล้ว ได้เปลี่ยนบรรยากาศดี”
คำหวานและแววตาที่มองเธอของเขาทำเอาคนที่กำลังจิบชาแทบสำลัก เพราะคำว่าเป็นบรรยากาศในน้ำเสียงนั้นแฝงนัยถึงกิจกรรมที่เขาต้องทำทุกคืน ป๋องแป้งหันไปมองคนพายเรือเองก็พายไปอมยิ้มไปด้วย
“แป้งอยากมาพักผ่อนนะ ไม่ได้อยากเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อย”
เธอแกล้งมองค้อนเพราะป๋าวรรธน์ทำให้เธออ่อนเพลียระหว่างท่องเที่ยวทุกทริป เพราะเขารู้สึกว่ายิ่งได้ไปไหนต่อไหนด้วยกัน เขาก็ยิ่งรักเธอมากขึ้น
“คืนนี้กางเต็นท์ที่ปางอุ๋งนะ”
“ค่ะ”
อากาศหนาวเหน็บที่ผ่านเข้ามา ไม่มีผลต่อคนในเต็นท์ทั้งสอง แต่สิ่งที่ทำให้ป๋องแป้งสำท้านแล้วสะท้านอีก ก็คือร่างกายกำยำที่ทาบทับเธออยู่ ริมฝีปากอุ่นดูดดุนที่ทรวงอก เขาไม่ถอดเสื้อของเธอแต่แกะกระดุมพอให้ได้เกลือกกลิ้งใบหน้าบนทรวงนุ่มหยุ่น
“ที่บอกว่าหนาวตะกี้นี้ ตอนนี้อุ่นขึ้นหรือยัง”
เขาถามระหวางแทรกนิ้วเรียวเข้าสู่ร่องรัก สอดลึกจนป๋องแป้งต้องขยับขากว้าง
“อืม ร้อนเลยล่ะป๋า แป้งรู้สึกร้อนไปหมดแล้ว”
“ถ้าร้อนป๋าถอดเสื้อแป้งนะ”
“ได้ แต่ป๋าต้องไวหน่อยนะ อากาศมันหนาวมาก” ต่างคนต่างช่วยกันถอดเสื้อผ้าในความมืด สลับกับจูบบนเรือนร่างเปล่าเปลือยของกันและกันเพื่อไล่ความหนาวเหน็บ
“เต็นท์เราไม่ห่างจากคนอื่นเท่าไหร่ แป้งต้องกลั้นเสียงหน่อยนะ” “รู้แล้ว ป๋าเข้ามาได้เลย แป้งจะไม่ไหวแล้ว อา”
เธอกอดรัดและเร่งเร้าจนความแข็งแกร่งสอดเข้าสู่กายทั้งหมด ป๋องแป้งครางออกมาเบาๆ ด้วยความซ่านเสียว เมื่อสะโพกดันแกนกายเข้าออก อย่างช้าๆ ความอบอุ่นก็ระอุขึ้น
“ป๋าจะขยับแล้วนะ อืม แน่นจัง” เขาเคลื่อนสะโพกเข้าออกเร็วและหนักหน่วง และเธอเคลื่อนตัวสอดรับตามจังหวะ
“อา ป๋าแรงอีกสิ ทำแป้งเร็วกว่านี้ แป้งหนาว”
“ไม่เชื่อหรอก แป้งจะหนาวได้ไง ที่รัดป๋าอยู่โคตรจะอุ่นเลย อ่า”
เขากระซิบข้างใบหูแล้วเร่งจังวะขึ้นอีก แม้ป๋องแป้งพยายามกลั้นเสียงครางที่สุด แต่ก็หลุดหวีดร้องเพราะสามีเธอกระทั้นเข้าใส่เพื่อไล่ความหนาว
“หายหนาวยังจ้ะ แป้งจ๋า”
“ยะ ยังเลยป๋าต้องแรงอีก อ๊า! แบบนี้อุ่นขึ้นแล้วป๋า”
“ป่าจะเอาให้ร้อนเลย” เขาโถมตัวลงกกกอดจูบที่ริมฝีปากเล็กห้ามเสียงครางหวาม ขนะที่ช่วงล่วงบดอัดถี่รัว เคลื่อนตัวจนปลดปล่อยหยาดรักอุ่นเข้าสู่เมียรัก เขาหอบหายใจข้างใบหู
“ป๋าหนาวอีกแล้วล่ะ” “แป้งก็...ยังหนาวเหมือนกัน”
เธอตอบอย่างลังเล ทีแรกจะบอกให้พัก แต่เปลี่ยนใจตามใจเขา “ขออีกห้านาทีนะ ป๋าจะทำให้แป้งหาหนาว”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแป้งจะทำให้ป๋าร้อนเอง”
ป๋องแป้งพลิกตัวขึ้นมาเป็นผู้นำ สัมผัสแกนกายที่กำลังจะอ่อนแรงให้ค่อยๆ ขยายขึ้น แม้ไม่อาจสบสายตาในความมืด แต่จูบสัมผัสและเสียงกระซิบหวานหู ก็ทำให้ความสุขล้ำก่อเกิดขึ้นมาได้
ร่างบอบบางขยับบดเบียดสลับกับขย่มอยู่บนตัวสามี เธอเก่งในการควบคุมจังหวะที่ทำให้เขาหลงใหลอยู่แล้ว และวรรธน์เองไม่ปล่อยให้ภรรยาเหนื่อยฝ่ายเดียว จังหวะต่อมาเขาจับเธอคว่ำลงบนที่นอนปิกนิกภายในเต็นท์ ทาบทับมอบความอบอุ่นจากด้านหลัง
“แป้ง จะกลั้นไม่ไหวแล้ว”
เธอครวญกับหมอน รู้สึกเหมือนสามีกำลังกลั่นแกล้ง เขากระทั้นตั้งใจให้แกนกายเข้าลึกและหนักหน่วง ทำซ้ำเช่นนั้นหลายครั้ง ช้าๆ แต่แทงลึก ถอดสุดแล้วหมุนควง
“ป๋า ทำไมทำเสียวแบบนี้” “ป๋ารู้ว่าแป้งชอบไง”
“ชะ ใช่ แป้งชอบความรู้สึกนี้ ชอบที่ป๋าคับแน่นในตัวแป้ง อะ อ้า มันสุดยอด”
“แล้วป๋าก็รู้ว่าแป้งชอบแบบนี้ ใช่ไหมจ้ะ” ป๋องแป้งแทบหวีดร้องเสียงหลง เมื่อเขาเปลี่ยนมาตอกอัดถี่ๆ
“ป๋า อืม”
บทรักดำเนินไปจนสุขสมอีกครั้ง และทั้งสองเลือกจะพักเอาแรงเพื่อตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันใหม่
ไม่ว่าจะพักค้างคืนค้างแรมที่ไหน ไม่ว่าในค่ำคืนที่อากาศร้อนหรือเหน็บหนาว ป๋าวรรธน์และป๋องแป้งไม่มีคำว่าเปลี่ยวเหงา ไม่มีค่ำคืนเหงาให้ไขว่คว้าใครเข้ามาแค่ให้ผ่านพ้นไปเหมือนที่เคยอีกแล้ว เพราะวรรธน์และป๋องแป้งจะเคียงข้างกันไปตลอดในทุกค่ำคืน
จบบริบูรณ์
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







