LOGINชีวิตที่ผ่านมาของวรรธน์เขาใฝ่ฝันว่าสักวันภรรยาจะมีลูกคนแรกเป็นผู้ชาย อยู่กินกันสองปีแต่ฝ้ายไม่ตั้งท้องสักที จึงเข้าตรวจร่างกาย และได้รับข่าวร้ายว่าอุบัติเหตุเมื่อวัยสิบห้าปีทำให้เขาเป็นหมัน ความเสียใจไม่ทันไม่ทันซา เมียรักก็มาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เพราะถูกงูพิษกัดในวันที่เธออยู่บ้านคนเดียวจึงช่วยชีวิตไม่ทัน
มันรวดเร็วไม่มีเวลาทำใจเลยสักนิด นี่แหละคืออีกเหตุผลที่รีบช่วยเด็กน้อยโดยไม่มีข้อแม้ และเขาตามเข้าไปในโรงพยาบาลด้วย
โชคดีที่คิวคนไข้ไม่มากนักพยาบาลเข้ามาพาน้องริวไปวัดไข้แล้วก็เช็ดตัวจนอุณหภูมิลดลง ห้องฉุกเฉินไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป เพื่อไม่ให้เกะกะการทำงานของพยาบาล เสียงน้องริวร้องจ้าเพราะคงหนาวมาก ทำให้ป๋องแป้งนั่งไม่ติด คอยเดินไปส่องที่หน้าประตู
"เด็กชายธนนท์ยังไม่มีประวัติการรักษาที่นี่ รบกวนคุณพ่อช่วยกรอกให้ด้วยค่ะ"
พยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกเขาไปที่เคาน์เตอร์ ป๋าวรรธน์ทำท่าอึกอัก จะเอ่ยปฏิเสธว่าไม่ใช่พ่อ แต่ก็นึกถึงที่ป๋องแป้งบอกว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
"ฉันกรอกเองค่ะ" ป๋องแป้งมองหน้าป๋าวรรธน์ว่าเขาจะไม่พอใจอะไรหรือเปล่าที่ถูกทักว่าเป็นพ่อของลูกชายของเธอ แล้วก็โล่งใจที่เขาไม่ได้แสดงท่าทางหงุดหงิดอะไร
"น้องไม่มีสิทธิ์รักษาฟรีที่นี่นะคะ ดูเหมือนคุณหมอว่าน้องมีอาการปอดบวมด้วย ต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลจนกว่าจะดีขึ้น"
พยาบาลแจ้งต่อเธอหลังจากที่ตรวจสอบประวัติ
"ค่ะ"
ป๋องแป้งตอบรับทั้งสีหน้าเป็นกังวล ค่ารักษาจะเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แค่ต้องหาเงินมาให้ได้ จากไหนหรือ? มันช่างมืดแปดด้าน เงินเก็บหมดไปตั้งแต่คลอดลูกแล้ว ความรู้สึกผิดเล่นงานเธออีกครั้ง ถ้าไม่เพราะความผิดพลาดในคืนนั้น น้องริวคงไม่กลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ และต้องมีแม่ที่ยากไร้แบบนี้
ถ้าคนคนนั้นรู้ว่าเธอมีลูก และพาลูกของเขามาตกระกำลำบากเขาคงจะโกรธมากแน่ๆ หญิงสาวข่มความคิดแง่ลบ กลั้นน้ำตาที่กำลังทำให้ดวงตาคู่สวยของเธอฉ่ำแฉะไม่ให้หยาดลงมา เธอเดินมานั่งข้างๆ ป๋าวรรธน์
"ฉันขอบคุณอีกครั้งนะคะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยพามาฉันคงต้องวิ่งหารถอีกนาน"
เขากับเธอเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกด้วยซ้ำ ยังให้ความช่วยเหลืออย่างไม่มีข้อแม้ ป๋าวรรธน์สัมผัสได้ถึงสีหน้าท่าทางของหญิงสาว ดูกังวลใจในบางเรื่อง ถ้าเดาไม่ผิดคงเรื่องเป็นค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน เพราะก่อนนี้เธอก็เพิ่งบอกว่าเอาเงินมาลงทุนดองเหล้าหมด
"ไม่เป็นไรหรอก ลูกเป็นยังไงบ้างละ"
"น้องริวปอดบวม ต้องนอนโรงพยาบาลไม่รู้กี่วันค่ะ ฉันรอคุณหมอมาบอกอีกที"
"แล้วมีค่ารักษาลูกไหม? "
คำถามด้วยน้ำเสียงเรียบธรรมดานั้นกลับสะกิดต่อมน้ำตาป๋องแป้งได้มากทีเดียว เธอไม่ร้องแต่ก็น้ำเสียงสั่นเครือ
"ฉันว่าจะไปยืมคุณศรีจันทร์ค่ะ"
"เอาที่ฉันก็ได้ ฉันเหมายาดองของเธอทั้งหมด ไม่อะไรหรอกนะ ไม่อยากให้ขายเพราะมันผิดกฎหมาย การจะขายเหล้าขายเบียร์ต้องเสียภาษี ไม่งั้นเธออาจต้องจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่บางคน"
คิดว่าเป็นคนใจร้าย แต่กลับกันเขาเป็นคนมีน้ำใจเหลือเกิน ในชีวิตของเธอได้เจอคนแบบนี้มาแล้ว เมื่อครั้งเคยทำงานที่ภูเก็ต แต่เป็นได้แค่เจ้านายกับลูกจ้างเท่านั้น ผู้ชายคนนี้ช่างเหมือนกับคุณมาร์กไม่มีผิด ความช่วยเหลือนี้ทำให้ป๋องแป้งซาบซึ้งใจมาก
ความจริงแล้วเธอไม่ใช่คนโชคร้ายนัก ในทุกคราวที่ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด ฟ้ายังส่งคนมีน้ำใจช่วยเหลือ อย่างเช่นป๋าวรรธน์คนนี้ เขาต้องเป็นสามีที่ดี และคงไม่ใช่หนุ่มโสดอย่างแน่นอน
"ขอบคุณค่ะ ถ้าค่ารักษาเกินจากค่ายาดองฉันจะหาเงินมาคืนนะคะ"
"ไม่เป็นไร" เขาโบกมือปัด
"ฉันกลับก่อนนะ ถ้าเธอจะขอความช่วยเหลือก็เอาเบอร์ฉันไว้" "อ๋อค่ะ ฉันลืมหยิบมือถือมา"
ป๋องแป้งเดินไปขอยืมปากกาที่หน้าเคาน์เตอร์มาเขียนเบอร์โทรศัพท์ป๋าวรรธน์ไว้ในฝ่ามือของเธอ ก่อนที่เขาจะเดินออกไป
หลังผ่านช่วงเวลาอันทรมานใจของแม่ น้องริวงอแงที่ถูกเข็มเจาะเข้าน้ำเกลือ งอแงไม่อยากกินข้าวกินยา ลูกก็รักษาตัวหายภายในห้าวันและออกจากโรงพยาบาล เพียงไม่กี่วันต่อมาป๋าวรรธน์มาที่ร้านให้คนขนเอาเหล้าดองยาไปทั้งหมด บางวันมานั่งกินข้าวที่ร้าน ไปๆ มาๆ เขาก็ชวนเธอมาเป็นแม่ครัวที่คาราโอเกะ
"แป้งอยากไปนะคะ แต่แป้งกลับบ้านดึกไม่ได้"
เธอทำหน้าเสียดาย ถ้าเลิกงานดึกไหนจะผ่านทางเปลี่ยวแล้วก็ห่วงลูกไม่มีใครดูอีก
"ไปพักที่บ้านฉันก็ได้ มีห้องเยอะแยะไป"
"จะดีเหรอคะ"
"พักได้ไม่ได้มีแค่เธอกับลูกหรอก ลูกน้องหลายคนก็พาลูกพาเมียมาพักที่บ้านฉันทั้งนั้น เจ้าริวจะได้มีเพื่อนเล่นไง"
บ้านของป๋าวรรธน์อยู่บนเนื้อที่เดียวกันกับคาราโอเกะ มีห้องแถวอีกหลังถูกสร้างเป็นที่พักคนงาน ทั้งที่ทำงานรีสอร์ตและร้านอาหาร สวัสดิการดีแบบนี้เขาจึงเป็นที่รักของคนทั่วไป ส่วนร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะ
ถึงจะตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แค่หลักไม่กี่ร้อยหลังคาเรือน แต่ที่นี่ก็เป็นที่เที่ยวของหนุ่มสาววัยทำงานในตัวเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก ห้องร้องเพลงทั้งห้าห้องเต็มเกือบทุกวัน หน้าร้านเปิดให้กลุ่มวัยรุ่นได้มาร้องเพลง เล่นดนตรีหารายได้เสริม
นักเที่ยวที่ต้องการโชว์ลูกคอแค่ให้ทิปค่าดนตรี ก็สามารถขึ้นไปร้องเพลงได้ เหล้าเบียร์ที่นี่ขายดีอย่างที่ว่าต้องสต๊อกสินค้าจำนวนมาก
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







