LOGIN“ได้สิ เอาอย่างที่เสี่ยวเยี่ยนบอกก็ได้ เด
เมื่อฉินจ้วงพูดจบ ทุกคนต่างลุกขึ้นเดินตามหลังเขาเพื่อไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่หน้าประตูบ้านเซี่ยเยี่ยนทันที หลังจากทุกคนแยกกันขึ้นรถทั้งห้าคันแล้ว ขบวนรถก็เคลื่อนออกไปทันทีโดยมีจุดหมายปลายทางคือธนาคารที่บอสตันฝั่งตรงข้ามแม่น้ำชาลส์ ซึ่งที่นั่นเป็นธนาคารขนาดใหญ่และสามารถทำบัตรวีซ่ารวมถึงบัตรเดบิตให้ได้ถ้ามีเงินมากพอระหว่างทางไปยังธนาคาร หวังหมิงทงมีสีหน้าเศร้าอยู่ตลอดเวลาจนทำเอาเซียวอวี้ตงที่นั่งมาข้างกันอดถามเพื่อนไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่“ฉันกังวลว่าเงินของฉันจะไม่พอทำบัตรกดเงินสดได้น่ะ” หวังหมิงทงรู้แต่แรกว่าตระกูลเซียวเองก็มีเงินรวมกันทั้งหมดเพียงหนึ่งหมื่นดอลลาร์เท่านั้น แต่ก็ยังเป็นตัวเลขที่หวังหมิงทงคิดว่าเซียวอวี้ตงสามารถทำบัตรกดเงินได้แน่นอนอยู่แล้ว“นายอย่าเพิ่งคิดมากเลยนะหมิงทง อย่างมากฉันก็จะขอแบ่งเงินจากพ่อแม่ค
“ได้สิ เอาอย่างที่เสี่ยวเยี่ยนบอกก็ได้ เด็ก ๆ จะได้มีเวลาพักผ่อนอีกสักหลายวันพอดี” ฉินจ้วงพยักหน้ารับคำแทนหลานสาวกับเพื่อน ๆ เขาไม่อยากให้ทุกคนคร่ำเคร่งเกินไป เพราะฉินจ้วงรู้ดีว่าหลานสาวกับเพื่อนคอยทบทวนบทเรียนกันมาตลอดสองปีที่ผ่านมาเพื่อเตรียมตัวสอบหลังจากทานอาหารกันเสร็จได้ประมาณสองชั่วโมง ผานฟงก็กลับเข้ามาที่บ้านพร้อมกับบอดี้การ์ดซึ่งขับรถอีกสี่คันกลับมา เซี่ยเยี่ยนบอกพวกเขาไปกินข้าวกันให้เรียบร้อย จากนั้นค่อยพาทุกคนไปยังบ้านเช่าหลังใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นัก แน่นอนว่าเซี่ยเยี่ยนจะไปกับทุกคนด้วยเพื่อช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับสิ่งของในบ้านหลังนั้นกว่าที่รถยนต์ห้าคันจะขับตามกันออกไปจากบ้าน พระอาทิตย์ก็ตกดินไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะบอดี้การ์ดทั้งสิบคนมีหลายคนที่ยังเวียนหัวกันอยู่ ทำให้พวกเขาไม่ค่อยอยากตื่นขึ้นมาจากการปลุกของเพื่อนร่วมงาน แต่ด้วยคำสั่งของฉินจ้วง ทุก
ฉินจ้วงหันไปบอกบอดี้การ์ดให้ไปกับผานฟงด้วยสี่คนทันที เขายังกำชับให้ทุกคนขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะแต่ละคนเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก ฉินจ้วงจึงเป็นห่วงมาก“คุณพ่อคะ เราจะให้ใครไปอยู่บ้านเช่าหลังใหม่กันบ้างคะ” หลงเสวี่ยเวยรู้แล้วว่าบ้านหลังนี้มีห้องนอนแค่สี่ห้องเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งหมดแน่ ๆ“เสี่ยวเยี่ยน บ้านเช่ามีกี่ห้องเหรอลูก” ฉินจ้วงหันไปถามเซี่ยเยี่ยนที่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่“บ้านหลังนั้นมีเจ็ดห้องครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามที่ถามเพื่อนมา เพราะบ้านหลังนั้นปกติจะปล่อยเช่าเป็นห้องห้องไป เพียงแต่คนที่เช่าเกิดเรียนจบพร้อมกันเลยทำให้บ้านว่างทุกห้อง“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกลูกกับคุ
“พี่เซี่ยมองฉันทำไมกันคะ” เพ่ยหยูเอ่ยถามเสียงเบา เธอกลัวว่าถ้าพูดเสียงดังเพื่อนจะตื่น“พี่แค่กลัวว่าน้องจะเจ็ทแลคน่ะครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามตรง ถึงสีหน้าเขาจะเย็นชาแต่ดวงตาของเขาบอกเพ่ยหยูว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก“ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนั่งรถก็เวียนหัวอยู่เหมือนกัน” เพ่ยหยูบอกพร้อมรอยยิ้มบาง“เฮ้อ เป็นพี่ที่ดูแลพวกน้องได้ไม่ดีเองครับ” เซี่ยเยี่ยนอดถอนหายใจออกมาเสียงดังไม่ได้“อย่าโทษตัวเองสิคะ ฉันรู้ว่าพี่พยายามช่วยพวกเราเต็มที่แล้ว” เพ่ยหยูปลอบใจ“ขอบคุณนะครับที่ไม่ถือโทษพี่” เซี่ยเยี่ยนยังคงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
“ได้ค่ะคุณแม่” เพ่ยหยูรีบเดินไปประคองแขนอีกข้างของฉินจ้วงและเดินตามเซี่ยเยี่ยนเข้าไปภายในรั้วบ้านหลังขนาดกลางตรงหน้า เธอไม่รู้หรอกว่าห้องนอนอยู่ส่วนไหน“คุณชายให้พวกเขาช่วยกันดูดฝุ่นในห้องนั่งเล่นได้ไหมครับ ผมจะขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนให้นายท่านผู้เฒ่าฉินสักครู่” ผานฟงหันไปคุยกับเซี่ยเยี่ยน“อืม...นายรีบไปเถอะ” เซี่ยเยี่ยนพยักหน้ารับคำ จากนั้นเขาก็หันไปเรียกบอดี้การ์ดของฉินจ้วงให้มาช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านชั้นหนึ่งก่อน“พาคุณปู่ไปนั่งพักก่อนดีไหมคะพี่เซี่ย ที่นี่มีโซฟาไหม” เพ่ยหยูหันไปถามเซี่ยเยี่ยน ตอนนี้พวกเธอยังคงยืนกันอยู่หน้าประตูบ้านภายในแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เพราะในบ้านยังไม่ได้เปิดหน้าต่างให้แสงเข้ามาภายในเลย
หลังจากพวกเขาทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว ฉินจ้วงก็พาทุกคนไปนั่งรอเครื่องบินเพื่อบินไปต่อเครื่องที่สนามบินนาริตะ จากนั้นยังต้องต่อเครื่องจากนิวยอร์กไปยังบอสตัสอีกครั้ง เมื่อถึงบอสตันก็ยังต้องต่อรถไปยังเมืองเคมบริดจ์โดยข้ามสะพานผ่านแม่น้ำชาลส์ ซึ่งฉินจ้วงคิดจะจ้างรถที่สนามบินบอสตันเพื่อความสะดวกสำหรับทุกคน“เฮ้อ ไม่รู้ว่าเดินทางครั้งนี้จะเหนื่อยมากแค่ไหนกันนะ กว่าจะไปต่อเครื่องอะไรอีก” เซียวอวี้ตงหันไปบ่นกับหวังหมิงทงที่นั่งข้างกัน“เอาน่า ยังไงพวกเราก็ต้องไปนี่นา นายก็อดทนหน่อย” หวังหมิงทงที่เคยเดินทางด้วยรถไฟกลับบ้านเกิดของตัวเองให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยเดินทางไกล“ลูกอย่าบ่นมากนักเลยอวี้ตง ไปถึงที่โน่นแล้วค่อยนอนพักยาว ๆ” เซียวเจิ้งพ่อของเซียวอวี้ตงได้ยินเสียงบ่นของลูกชายจึงชะโงกหน้าผ่านร่าง
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช







