LOGINบทที่12
หนูขออยู่บนนะคะ บนห้องนอนบนเรือยอชต์ขนาดใหญ่ที่ยังทอดลำอยู่กลางทะเล มินตราขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มที่นอนแนบข้าง แผ่นอกแน่นตึงของคิรินทร์ขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับลมหายใจที่อุ่นนุ่มแนบข้างแก้มของเธอ กลิ่นหอมสะอาดจากกายเขายังติดอยู่ที่ปลายจมูก และเธอก็ไม่มีเจตนาจะผละออกไปไกลจากอ้อมแขนนี้เลยสักนิด มือหนาที่ยังพาดอยู่บนเอวบางกระชับแน่นขึ้นอย่างเงียบงัน ราวกับรู้ว่าเธอเริ่มตื่น คิรินทร์ลืมตาช้า ๆ ดวงตาคมใต้แพขนตาหนาทอดมองใบหน้าเล็กในระยะใกล้ “ตื่นแล้วเหรอ” เขาถามเสียงแหบเบา ๆ แบบคนเพิ่งตื่นนอน แต่ยังเต็มไปด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ตื่นเพราะคุณกอดหนูแน่นเกินไปค่ะ” มินตราตอบเสียงแผ่ว ปลายนิ้วลูบอกเขาเบา ๆ อย่างคนที่ไม่อยากตื่นจริง ๆ “ก็กลัวเด็กน้อยจะหนีไปไหน” เขาตอบยิ้ม ๆ พลางกดจูบเบา ๆ บนหน้าผากมินตราหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำทับเขาอย่างจงใจ แผ่นอกอุ่นแนบกับอกเปลือยของเขาเต็มแผ่น สายตาเงยขึ้นสบกับดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มที่มองเธอด้วยสายตาอบอุ่นซ่อนระลอกคลื่นแห่งแรงปรารถนาไว้ลึก ๆ “เมื่อคืนคุณทำหนูเหนื่อยมากเลยรู้ไหม” “แล้วไม่ชอบเหรอ” เขาถาม พร้อมกับยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ “ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ” เธอตอบ พร้อมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ “แต่ตอนนี้ขอแกล้งคนแก่หน่อยได้ไหมคะ” คิรินทร์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะโดนริมฝีปากนุ่มประทับจูบเบา ๆ ที่มุมปากของเขา แล้วลากผ่านไปตามแนวกราม ซอกคอ และไหล่แข็งแรง “คนแก่นี่แปลว่าใครกัน” เขาแกล้งถามเสียงพร่าในลำคอ ขณะจับร่างบางพลิกให้กลับมาอยู่ใต้ร่าง มินตราหัวเราะทั้งที่ยังหน้าแดง “ก็คุณไงคะ พ่อหนุ่มสี่สิบที่ขยันทำให้เด็กปีหนึ่งตัวเล็ก ๆ อย่างหนูไม่มีแรงจะลุก” “แล้วจะให้ลุกไปไหน” เขาพูดพร้อมกดจูบลงที่กลีบปากนุ่มอย่างหนักแน่น มือหนาลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอมินตราครางเบา ๆ กับสัมผัสนั้น ก่อนจะพูดแผ่วเสียงใกล้หูเขา “อยากนอนกอดคุณต่อ แต่ก็อยากแกล้งคุณเหมือนกัน” “เด็กซนแบบนี้ ต้องโดนสั่งสอนอีกแล้วสิ” คิรินทร์ตอบพลางไล้ปลายจมูกไปตามซอกคอของเธอ ริมฝีปากหนาขบเม้มเบา ๆ อย่างหยอกล้อจนหญิงสาวสั่นสะท้าน มินตราเริ่มอ้อนมากขึ้น เธอเอามือขึ้นกอดคอเขา คล้องไว้แน่น และใช้จังหวะที่เขาขยับตัวขึ้นเล็กน้อย กดจูบที่สันกรามเขาอย่างจงใจ “อย่าพึ่งลุกไปไหนนะคะให้หนูกอดต่ออีกหน่อย” คิรินทร์มองใบหน้าเล็กที่ซุกอยู่กับอกเขา แล้วพ่นลมหายใจออกอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ ริมฝีปากหยักจูบเบา ๆ ที่ขมับเธออีกครั้ง “รู้ไหม ว่าทำแบบนี้...” “แบบไหนคะ?” “แบบที่ทำให้ฉันไม่อยากให้เธอเป็นแค่เมียลับอีกต่อไป” คำพูดนั้นทำให้มินตราชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างอึ้ง ๆ ดวงตาใสสั่นไหวไปกับความหมายของคำพูดนั้น ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นเพราะไม่รู้จะตอบยังไง คิรินทร์เอื้อมมือมาลูบผมเธอช้า ๆ แล้วโน้มหน้าลงมากดจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยนที่สุด “ไม่ต้องตอบตอนนี้แต่แค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันเริ่มคิดแบบนั้นจริง ๆ แล้ว” ริมฝีปากที่เคยจูบหน้าผาก เลื่อนต่ำลงมาจูบปลายจมูก แล้วหยุดที่กลีบปากเล็กอย่างแผ่วเบา จูบที่เริ่มจากความอบอุ่น ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาเมื่อมือหนาลูบไล้จากเอวขึ้นมาจับสะโพกกลมกลึงของเธอไว้แน่น “ให้ฉันรักเธออีกครั้งได้ไหม” เขาถามด้วยเสียงพร่ามินตราตอบด้วยสายตา ก่อนจะยกใบหน้าเข้าหาเขาเอง ปลายลิ้นแตะชิมกลีบปากล่างของเขาอย่างเงอะงะแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ คิรินทร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะผลักร่างเธอนอนราบลงกับที่นอน มือหนาเลื่อนขึ้นลูบไล้ทรวงอกอิ่มใต้ผ้าห่มผืนบางอย่างเชื่องช้า แล้วขบเม้มยอดอกเบา ๆ จนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก สองมือขยุ้มเส้นผมเขาแน่น เสียงครางหวานหลุดจากริมฝีปากมินตราเบา ๆ “ค...คุณ...” “เรียกฉันว่าอะไรนะ” เขาถามติดแกล้ง ขณะมืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้ที่หน้าท้องแบนราบ แล้วหยุดไว้ตรงสะโพก “คิรินทร์” “ดีมาก” เขากระซิบ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากกลับขึ้นมาจูบเธออีกครั้ง อย่างแผ่วเบาแต่ล้ำลึก และในห้วงเช้าที่ควรเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยเสียงจูบ เสียงหอบหายใจ และแรงเต้นของหัวใจสองดวงที่เริ่มถักทอความสัมพันธ์ใหม่ ระหว่างคนที่เคยเป็นแค่เมียลับและชายผู้เคยบอกว่ารักคือของฟุ่มเฟือย แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่อยากปล่อยไปแม้แต่วินาทีเดียว ยามค่ำบนเรือยอชต์สุดหรูที่ทอดตัวกลางทะเลเปิดเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นส่วนตัว สายลมทะเลพัดโชยเย็นพลิ้ว กลบแสงไฟจากแผ่นดินใหญ่จนไม่เหลือแม้แต่เงาราง มีเพียงแสงดาวกระพริบพราวกับเกลื่อนฟ้ารับกับเสียงคลื่นซัดเบา ๆ ที่ข้างลำเรือ ให้ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบมีแค่สองคน คิรินทร์จัดโต๊ะอาหารมื้อค่ำไว้ที่ระเบียงไม้ท้ายเรือ ชุดจานกระเบื้องเคลือบขาววางบนผ้าปูโต๊ะลายเรียบขลิบทอง เทียนไขสีงาช้างถูกจุดเรียงรายให้แสงนวลอบอุ่น สะท้อนแววตาของชายผู้เติบโตจากความเด็ดขาดเย็นชาสู่ความอ่อนโยนที่ยอมเปลือยหัวใจให้กับเด็กสาวเพียงคนเดียว มินตราปรากฏตัวในชุดเดรสยาวสีงาช้าง ผ้าชีฟองบางเบาแนบลำตัวเผยให้เห็นเส้นสายความเยาว์วัยอย่างไม่ตั้งใจแต่ชวนลุ่มหลง ไหล่ข้างหนึ่งเปลือยเปล่าเผยผิวเนียนชวนสัมผัส เส้นผมเปียกหมาดจากการอาบน้ำปล่อยยาวล้อมกรอบหน้าหวาน เธอยิ้มเขินเมื่อเห็นสายตาเขามองมาแบบไม่กระพริบ “สวยจนลืมหายใจเลยหรือไงคะ” เธอถามแก้เขิน ยื่นมือมาวางบนอกเขาเบา ๆ คิรินทร์ไม่ตอบด้วยคำพูด เขาเพียงแต่เดินเข้ามา ดึงเธอเข้าหาตัว กดริมฝีปากบนหน้าผากเบา ๆ และกระซิบชิดหูว่า “สวยจนอยากให้เลิกเป็นเมียลับ แล้วกลายเป็นเมียจริงของฉันเสียที” มินตราเบิกตากว้างแต่ยังไม่ทันพูด เขาก็ถอยออก เดินไปดึงเก้าอี้ให้อย่างสุภาพ พร้อมเชิญให้เธอนั่งร่วมโต๊ะดินเนอร์ มื้ออาหารเริ่มต้นด้วยไวน์แดงรสละมุน กลิ่นหอมผลไม้และไม้โอ๊คเบาบางลอยคลุ้ง จานเรียกน้ำย่อยเป็นปลาแซลมอนรมควันกับครีมชีสบนขนมปังกรอบ ตามด้วยสเต็กเนื้อเกรดพรีเมียมที่ถูกอบอย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางเสียงคลื่น แสงเทียน และเสียงหัวเราะของหญิงสาวที่เริ่มคลายกังวลลงทุกที “รู้ไหม ฉันไม่เคยจัดมื้อค่ำแบบนี้ให้ใครเลย” “ไม่เชื่อค่ะ คุณออกจะรวย คงเคยมีสาว ๆ มานั่งตรงนี้บ้างแหละ” “ไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่มันคือเรื่องของความรู้สึก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังจ้องเธอแน่นิ่งจนมินตราใจสั่นวูบ หลังจากจบมื้ออาหาร คิรินทร์เอื้อมมือไปแตะแขนเธอเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่แฝงแรงดึงดูดมหาศาล “เดินไปดูพระจันทร์กับฉันหน่อยสิ” เธอยิ้มและพยักหน้า เขาจูงมือพาไปยังระเบียงด้านหลังเรือ จุดที่เงียบสงัด ลมเย็นพัดแรงกว่าด้านหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าแปลกใจ เขาโอบไหล่เธอเข้าหาอกกว้าง มินตราเอนศีรษะลงบนอกของเขาได้อย่างพอดิบพอดี เธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นช้าแต่หนักแน่น มือของเขาลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ จนเธอเงยหน้าขึ้นสบตา แล้วจูบก็เกิดขึ้น จ้วบบ จูบที่ลึกและจริงจัง เร่าร้อนแต่ไม่รีบร้อน ปลายลิ้นของเขาไล้เลียอย่างชำนาญ กวาดไปตามริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอ ราวกับอยากชิมเธอทีละนิ้วทีละกลีบ มินตราครางในลำคอเบา ๆ พลางใช้สองแขนโอบรอบคอเขาไว้แน่น มือหนาของคิรินทร์สอดเข้าใต้ชายเดรสบางเบา เลื่อนขึ้นมาทางสะโพกกลมกลึงก่อนจะบีบเบา ๆ จนหญิงสาวตัวสั่น “คุณ” เธอเรียกเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยแรงสะท้อนจากอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านเขาไม่ตอบ เพียงแต่มองหน้าเธอนิ่ง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายเร่าร้อนในแสงจันทร์ แล้วเขาก็ค่อย ๆ ย่อตัวลง กดจูบเบา ๆ ที่ต้นขาอ่อน ไล้ริมฝีปากไปตามผิวเนียนของเธอทีละนิดจนถึงขอบผ้า “อยากให้ฉันหยุดไหม” มินตราส่ายหน้าเบา ๆ หลับตาลง ปล่อยให้ทุกสัมผัสพาเธอไปไกลเกินขีดจำกัด ปลายนิ้วของคิรินทร์เลื่อนต่ำลงสอดแทรกผ่านชั้นผ้าบาง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาชิดแนบกับผิวจนหญิงสาวต้องยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงคราง มืออีกข้างขยุ้มผมเขาแน่น “หนู...ไม่เคย...ไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เลย” เธอพูดแผ่วเบาราวกระซิบด้วยเสียงสะท้านเขาเงยหน้าขึ้น ดึงเธอมากอดแน่น แล้วพูดเบา ๆ ชิดใบหู “ฉันตั้งใจให้เธอรู้สึกแบบนี้ และมีได้แค่ฉันคนเดียว...จำไว้” ใต้ดวงจันทร์และแสงดาว ความอ่อนโยนและแรงปรารถนาได้ผสานกันอย่างกลมกลืน ไม่ได้มีแค่เรือนร่างที่โอบรัดกัน หากแต่เป็นหัวใจที่เริ่มประสานจังหวะไปพร้อมกันอย่างไม่รู้ตัว คิรินทร์พามินตราเข้ามาในห้องนอนบนเรือยอชต์ กลางคืนที่ทะเลเงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นเบาๆ และลมเย็นพัดผ่าน ร่างเล็กในชุดบางเบายืนอยู่กลางห้อง ดวงตาเป็นประกายวาวไหวจากแรงอารมณ์ที่ก่อตัวอย่างช้าๆ “คืนนี้หนูอยากดูแลคุณบ้าง” เธอเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอย่างตั้งใจคิรินทร์ยิ้ม มองเธอด้วยสายตาที่ทั้งอ่อนโยนและเร่าร้อนในคราวเดียวกัน มือใหญ่จับเอวเธอดึงเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น มินตราเงยหน้ามองสบตาเขา ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มขึ้นจูบเขาก่อนอย่างกล้าๆ กลัวๆ จูบแรกแผ่วเบาแต่ลึกซึ้ง ริมฝีปากของทั้งสองแนบแน่นแลกเปลี่ยนลมหายใจอย่างเนิบนาบ ก่อนจะลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ปลายลิ้นของคิรินทร์ตวัดชิมความหวานในโพรงปากเธออย่างเชื่องช้าแต่น่าหลงใหล มินตราครางเบา ๆ มือเล็กขยุ้มเสื้อเขาแน่นอย่างไม่รู้ตัว มือหนาของคิรินทร์เลื่อนลงลูบไล้ตามแนวเอวอ่อน และบีบสะโพกกลมกลึงเบา ๆ ขณะริมฝีปากเขาไล้ลงไปยังซอกคอ บางครั้งเขาขบเม้มจนเธอสะดุ้ง มินตราหายใจหอบ ดวงตาฉ่ำเยิ้มและเรือนร่างเริ่มสั่นไหวภายใต้แรงปรารถนา “คุณ” เธอพึมพำพร้อมซุกใบหน้าเข้าที่อกเขา “คุณทำให้หนูใจเต้นทุกทีเลย” “ฉันยังไม่ได้เริ่มจริงจังด้วยซ้ำ” เขากระซิบข้างหู และจงใจเลื่อนมือขึ้นคลึงหน้าอกนุ่มอย่างแผ่วเบามินตราหลับตาแน่น แต่กลับยกมือขยับกดศีรษะเขาเข้าหาตัวเหมือนเชื้อเชิญ มือเล็กเริ่มตอบสนองโดยการลูบแผงอกแน่นของเขา ไล่ลงไปยังหน้าท้อง และค่อย ๆ ดันตัวเขาให้ล้มลงบนเตียง “ให้หนูอยู่ข้างบนนะคะ” เสียงหวานกระซิบติดแผ่ว แต่เต็มไปด้วยความกล้าแสนดื้อที่ทำให้หัวใจผู้ชายสุขุมอย่างคิรินทร์เต้นผิดจังหวะ “เด็กดื้อ” เขาสบตาเธออย่างพ่ายแพ้ก่อนจะยอมเอนตัวลงนอนใต้ร่างเธออย่างว่าง่ายมินตราก้มลงจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเธอที่เป็นฝ่ายไล้ปลายลิ้นช้า ๆ ไปตามแนวกราม แขนและไหล่ของเขา ก่อนจะวกกลับไปหยอกเล่นริมฝีปากเขาอย่างขี้เล่นแต่เต็มไปด้วยไฟปรารถนา คิรินทร์เริ่มหายใจแรงขึ้น เขาโอบรัดเอวบางไว้แน่น แต่ยังปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายคุมเกม ร่างหนาเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองทุกจังหวะที่หญิงสาวมอบให้ บางคราวเขาส่งเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ และเมื่อถึงจังหวะที่เธอเลื่อนตัวลงต่ำเพื่อสัมผัสเขาอย่างที่ไม่เคยทำ มินตราหยุดชั่วขณะอย่างเขินอาย “คุณ...หนูไม่เคย แต่หนูอยากทำ” คิรินทร์ยิ้มมุมปาก พลิกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและกดเธอลงบนเตียง “งั้นฉันจะสอน” เขากระซิบ พร้อมเลื่อนริมฝีปากลงต่ำอย่างจงใจใช้ทุกอณูสัมผัสปลุกทุกความรู้สึกในตัวเธอ คิรินทร์ไล้จูบตั้งแต่ปลายคาง ไล่ลงมาถึงทรวงอก ใช้ปลายลิ้นแตะวนแล้วขบเบา ๆ จนหญิงสาวร้องครางไม่เป็นภาษา เสียงนั้นยิ่งปลุกสัญชาตญาณในตัวชายหนุ่มให้ลุกโชน มือหนาขยุ้มสะโพกเธอไว้แน่นก่อนจะไล้ปลายนิ้วผ่านเรียวขาและจุดซ่อนเร้นเสียงครางและลมหายใจถี่รัวกลายเป็นค่ำคือที่จบบทสัมพันธ์สวาทยากอีกเช่นเคยบทที่35วันวิวาห์เช้าวันใหม่ของเมืองใหญ่ทอแสงสีทองอ่อนลอดผ่านม่านขาวในห้องสวีทของโรงแรมหรู เสียงหัวเราะคิกคักจากทีมงานแต่งหน้าทำผมดังเป็นระยะ ผสมกับเสียงคลาสสิกที่เปิดคลอเบา ๆ บรรยากาศอบอุ่นแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นของวันพิเศษ มินตรานั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ แสงไฟนวลส่องสะท้อนเงาในกระจกให้เห็นหญิงสาวในชุดคลุมเจ้าสาวสีงาช้าง ผิวขาวนวลยิ่งขับให้ใบหน้าที่กำลังถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างดูงดงามขึ้นทุกวินาที เธอมองตัวเองเงียบ ๆ ดวงตากลมค่อย ๆ เอ่อคลอ น้ำตาใสไหลรินโดยไม่รู้ตัว นี่คือฉันจริง ๆ เหรอ ผู้หญิงธรรมดาที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเมียลับ วันนี้กำลังจะได้สวมชุดเจ้าสาวช่างแต่งหน้าหันมาเห็นยิ้มบาง ๆ “อย่าร้องนะคะ เดี๋ยวเครื่องสำอางเลอะหมด” น้ำเสียงนั้นแฝงความเอ็นดูทำให้มินตรารีบยกมือซับน้ำตาเบา ๆ พลางยิ้มทั้งน้ำตา “ขอโทษค่ะ…แค่ไม่คิดว่าชีวิตจะพามาถึงวันนี้” ในอีกฟากของอาคาร ห้องเจ้าบ่าวเงียบขรึมกว่าเล็กน้อย คิรินทร์ยืนอยู่หน้ากระจกบานเต็มตัว สูทสีดำตัดพิเศษเข้ารูปกอดร่างสูงสง่า ปลายเนกไทเรียบหรูสีเดียวกับผ้าเช็ดอก เขาจัดกระดุมข้อมืออย่างใจเย็น แต่ในแววตาคมกลับสะท้อนความจริงจังแน่วแน่ที่ไม่
บทที่34ว่าที่คุณนายบ้านวัชรเมธาแสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรู ทุกเลนส์จับจ้องไปยังเวทีที่ชายหนุ่มในสูทเข้มก้าวออกมาเคียงข้างหญิงสาวร่างเล็กในเดรสสีงาช้างเรียบสง่าภาพที่เหมือนประกาศต่อทั้งโลกว่า เธอไม่ใช่เงาอีกต่อไป‘คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศหมั้นกลางงานแถลง!’พาดหัวข่าวออนไลน์กระจายไปแทบจะพร้อมกันทุกสำนักในไม่กี่นาทีหลังเขาเอ่ยประโยคชัดถ้อยคำต่อหน้าสื่อ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมทั่วประเทศ บางกระแสชื่นชมความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มที่ไม่สนเสียงนินทา บางกระแสกลับพุ่งเป้าโจมตีมินตรา “เด็กสาวที่มีอดีตไม่สวยงามจะคู่ควรกับตระกูลใหญ่จริงหรือ”มินตรานั่งข้างเขาบนเก้าอี้สูงของเวทีแถลงข่าว ดวงตากลมโตสั่นไหวเหมือนถูกโหมกระหน่ำด้วยคำถามและแสงแฟลช เธอพยายามประคองสติ มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนยับย่นนักข่าวหญิงคนหนึ่งลุกขึ้นถามเสียงดัง “คุณคิรินทร์มั่นใจหรือคะว่าผู้หญิงคนนี้คู่ควรกับการเป็นภรรยาในอนาคตของท่าน”หัวใจมินตราแทบหยุดเต้น คำพูดนั้นเหมือนหอกที่เสียบกลางอกต่อหน้าผู้คนมากมาย เธอยกสายตาขึ้นช้า ๆ แต่ก่อนที่น้ำตาจะเอ่อเต็มขอบตา แขนแข็งแรงของคิรินทร์ก็โอบรอบไหล่เธอแน่นเขาหัน
บทที่33ฉันสนใจแค่เธอกับลูกเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากงานแถลงข่าวสิ้นสุด โลกทั้งใบเหมือนพลิกตลบ ข่าวใหญ่พาดหัวตัวโตติดทุกสื่อ ทุกเว็บไซต์ ทุกหน้าหนังสือพิมพ์ และแทบทุกการสนทนาบนโซเชียล คิรินทร์ วัชรเมธา ประกาศแต่งงาน!ภาพชายหนุ่มในชุดสูทเข้ม สายตาคมมั่นคง จับมือหญิงสาวหน้าหวานขึ้นยืนต่อหน้านักข่าวนับร้อย กลายเป็นภาพไวรัลที่ถูกแชร์ซ้ำไปทั่วประเทศ คลิปคำพูดหนักแน่นว่า “เธอไม่ใช่เมียลับ แต่คือคู่หมั้น และผู้หญิงที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย” ถูกเปิดซ้ำจนแทบทุกคนต้องได้ยิน เสียงชื่นชมดังลั่นในโลกออนไลน์“เขาให้เกียรติเธอมาก นี่สิผู้ชายที่แท้จริง!”“คิรินทร์คือไอดอล แกร่งทั้งธุรกิจและหัวใจ”“ผู้หญิงคนนี้โชคดีที่สุดในโลกแล้ว” แต่ในขณะเดียวกัน เสียงต่อต้านก็ปะทุไม่แพ้กัน“เสียสติหรือเปล่าจะทิ้งศักดิ์ศรีเพราะผู้หญิงขายตัวคนเดียวงั้นเหรอ”“นี่มันความรักหรือแค่ราคะกันแน่”“ธุรกิจวัชรเมธากำลังจะล่มเพราะผู้หญิงที่ไม่มีค่าในสายตาสังคม” ภายในห้องประชุมบอร์ดบริษัท เสียงถกเถียงดังระงม นักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวล ผู้บริหารบางคนถึงกับตบโต๊ะว่าการกระทำของประธานคือการเล่นกับไฟ แต่ก็มีเสียงโต้กลับว่า การยืนหยัด
บทที่32ไม่มีใครกล้าทำไม่มีใครกล้าดำรงชีวิตฉันนอกจากตัวฉันเองเช้าวันถัดมาเมืองทั้งเมืองเหมือนสั่นสะเทือนด้วยเสียงกดแชร์และพาดหัวสีแดงสด บนหน้าหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ข่าว ไปจนถึงโซเชียลเต็มไปด้วยภาพถ่ายที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป‘เมียลับนายทุน! ภาพหลุดยืนยันสัมพันธ์ต้องห้าม’ภาพถ่ายที่ถูกปล่อยออกมาไม่ใช่เพียงเงาลาง ๆ เหมือนก่อน แต่เป็นภาพเก่าที่ถูกขุดขึ้นมินตราในชุดเดรสเรียบง่ายยืนกอดเอกสารหน้าคอนโดหรู ที่มีชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเข้มเดินตามหลังอยู่ แม้ใบหน้าของคิรินทร์จะหันข้าง แต่ใคร ๆ ก็มองออกว่าคือเขาไม่เพียงเท่านั้น บทความยังมีคำให้สัมภาษณ์จากแหล่งข่าววงใน ที่ระบุว่าเด็กสาวคนนี้ถูกเลี้ยงดูมานานเกือบปี อยู่เพนต์เฮาส์เดียวกับท่านประธาน และได้รับสิทธิพิเศษเกินกว่าผู้หญิงคนไหนทุกถ้อยคำเหมือนหอกแหลมแทงลงกลางอกมินตรา เธอนั่งตัวสั่น มือเล็กกำโทรศัพท์จนแน่น น้ำตาไหลรินไม่หยุด ความจริงที่ควรถูกปกปิดกลับถูกฉีกออกมาให้โลกทั้งโลกเห็น“ทำไมต้องเป็นตอนนี้” เธอพึมพำเสียงสั่น หัวใจบีบรัดเหมือนจะหยุดเต้น เธอเดินถอยไปพิงผนังเย็นเฉียบ ร่างเล็กทรุดลงกับพื้น หายใจถี่รัว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บ
บทที่31อบอุ่นหัวใจแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าทอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน เพนต์เฮาส์ที่เมื่อคืนเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและสัมผัสเร่าร้อน ตอนนี้กลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกไกล ๆ และเสียงลมพัดกระทบกระจกสูง มินตราขยับเล็กน้อยในอ้อมแขนที่โอบรัดไว้แน่น ร่างกายยังอ่อนล้า แต่ความอบอุ่นจากอกกว้างทำให้เธอไม่อยากลืมตาขึ้นเลย กลิ่นหอมอุ่นแบบผู้ชายของคิรินทร์ยังคงติดอยู่ตามปลายจมูก และเสียงหัวใจเต้นหนักแน่นใต้แผ่นอกหนานั้นทำให้เธอเหมือนกำลังลอยอยู่ในความฝันคิรินทร์ตื่นก่อนแล้ว ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ซุกแนบอกเขาอย่างไว้ใจ เส้นผมยุ่งเล็กน้อยปรกแก้มเนียน แก้มแดงเรื่อราวกับผลไม้สุก เขายกมือหนาขึ้น เกลี่ยเส้นผมออกอย่างเบามือ แล้วกดจูบลงบนหน้าผากเล็ก ๆ นั้นโดยไม่ลังเล“เช้าแล้วนะ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยชิดหูมินตราคลายเปลือกตาช้า ๆ ดวงตากลมโตพร่าไหวจากแสง เธอขยับเล็กน้อยเหมือนจะซ่อนหน้าลงในอกเขา “ให้หนูหลับอีกนิดได้ไหมคะ” เสียงแผ่วอ้อนเบาเหมือนเด็ก คิรินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ แขนแข็งแรงกระชับกอดแน่นขึ้น “เธอจะนอนต่อก็ได้ แต่ฉันไม่รับปากว่าจะไม่กวน” น้ำเสียงเจือแกล้ง แต่แววตาที่ทอดมองเธอกลับเต็มไปด้วยความอ่
บทที่30สัญญาใจแสงไฟสีส้มอุ่นในห้องนอนเพนต์เฮาส์ทอดเงาลงบนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาด มินตรานั่งพิงหัวเตียง ใบหน้ายังแดงเรื่อจากคราบน้ำตาที่เพิ่งแห้งไป เธอไม่ได้ขยับหนีเมื่อร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ คิรินทร์จ้องเธอด้วยสายตาคมเข้มปนอบอุ่น แววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่เหมือนคำสัญญาที่เพิ่งหลุดออกจากปากเขา มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปรกแก้มออกอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งไล้ผ่านผิวแก้มเนียนราวกับกำลังปลอบโยน “เธอยังกลัวฉันอยู่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดริมฝีปาก มินตราส่ายหน้าเบา ๆ ดวงตากลมโตไหววูบ แต่กลับสบตาเขาโดยไม่หลบ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่นเหมือนพยายามหาที่พึ่ง “ฮึกก”คิรินทร์ก้มลงช้า ๆ ริมฝีปากหยักแตะสัมผัสแรกที่มุมปากเธอ อ่อนโยนราวกับกลัวว่าแรงเกินไปจะทำให้เธอแตกสลาย มินตราหลับตาแน่น รับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ จ้วบบ!จูบแรกที่แผ่วเบาค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น ริมฝีปากหนากดแนบแน่นกว่าเดิม ลมหายใจทั้งคู่สอดประสาน มินตรารู้สึกถึงแรงเต้นหัวใจตัวเองที่ดังจนแทบกลบเสียงรอบข้าง เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ ราวกับเชิญชวน จนเธอเผลอเผยอปากรับในที่สุด และทันใดนั้น ลิ้นร้อนของเขาก็แทรกเข้ามาชิมควา
บทที่9ระแวงห้องรับแขกกว้างขวางของเพ้นท์เฮ้าส์ราคาแพงเงียบสงัด จนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะเนิบช้า มินตรายืนกอดอกอยู่หน้าเตาผิงจำลอง ดวงตากลมโตฉายแววลังเลและสั่นไหว ร่องรอยจางบนแก้มยังไม่ทันจางลงจากไอร้อนยามบ่าย แต่ภายในกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าอากาศยามค่ำเธอกำลังรอและการรอคอยครั้งนี้ช่างยาว
บทที่8ใครคนนั้นหลังจากเช้าอุ่นไอรักผ่านพ้นไป มินตราคิดว่าเขาจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งที่หมดภารกิจในห้องนอน แต่เปล่าเลยคิรินทร์กลับทำในสิ่งที่เธอไม่ทันตั้งตัว“ไปเปลี่ยนชุด” เขาพูดขณะยกกาแฟขึ้นจิบใบหน้ายังเรียบเฉยเหมือนทุกวัน แต่แววตานั้นกลับซ่อนรอยยิ้มบางเบาไว้“หืม..คุณว่าไ
บทที่7คำสัญญาเพียงแค่ประโยคนั้นหลุดจากริมฝีปากของคิรินทร์ กลิ่นอายของค่ำคืนนี้ก็เปลี่ยนไป แต่มันคือพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาแรงปรารถนาอันเงียบงันแต่ทรงพลังมินตรานั่งนิ่งใบหน้าร้อนวูบวาบแต่ไม่กล้าหันไปมองเขา เธอรับรู้ได้ถึงมืออุ่นที่จับมือเธอไว้แน่น และนิ้วโป้งที่เกลี่ยเบา ๆ บนหลังมืออ
บทที่6หนูก็แค่เด็กคนหนึ่งที่เอาตัวแลกเงินแสงแดดสายแกว่งไกวบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีครีมในครัวเปิดโล่งด้านตะวันออก กลิ่นกาแฟคั่วสดจากเครื่อง เอสเพรสโซ่แตะจมูกตั้งแต่ทางเดิน มินตราสวมเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวยาวสีขาวล้วน ก้าวเท้าเบา ๆ ยืนพิงกรอบประตู มองภาพเบื้องหน้า คิรินทร์ในเสื้อยืดสีเทาอ่อนตัวเดียว กางเก







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)