Masukร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในย่านกลางกรุงเป็นสถานที่ที่ทั้งสามคนเลือกสำหรับการฝากท้องในช่วงเวลาเกือบๆ เย็นของวัน อาหารหลายชนิดถูกนิ้วเรียวสวยของหนูดีจิ้มลงเลือกแทบจะเต็มโต๊ะ เช่นนั้นก็เพราะว่าคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวัน เริ่มเกิดอาการที่เรียกกันว่า การสั่งแบบไม่คิดชีวิต
มีชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามมองมาอย่างเอ็นดู พร้อมกับพยายามชวนอีกฝ่ายคุยอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะวันนี้คนที่ตัวเองสนใจดูจะเปิดโอกาสให้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงพูดคุยของทั้งสามดังเบาแผ่วๆ และสายตาหวานของกรวิชก็ส่งสื่อสารความหมายมาไม่หยุด
‘ไอ้บ้านี่ จะมองตัวจนกินเสร็จเลยหรือไง’ ลายเนยบ่น มือเล็กก็พลางใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปาก
‘ไม่รู้สิ’ คนถูกถามตอบไปอย่างอารมณ์ดี
‘ไม่รู้อะไร อย่ามาไขสือ แล้ววันนี้นึกยังไงถึงยอมมากินข้าวด้วย ทุกครั้งเห็นปฏิเสธท่าเดียว’
‘ก็- วันนี้แค่จะยั่วคนหน่ะ’
‘ใคร’
ชายตาชำเลืองลงไปที่โทรศัพท์เครื่องบางแบรนด์ดัง พร้อมกับหน้าจอการเรียกเข้าแบบสั่น ที่ขึ้นโชว์ว่า ‘พี่อิศ’
‘ผัวโทรมา? ’
‘เนย สามีพอไหม’
‘ผัวเหอะ ความหมายเดียวกัน’ พลางขยับเข้าไปหาคนตัวเล็กผมบอนด์ยิ่งกว่าเดิม แล้วกระซิบถาม ‘ไม่รับเหรอ?’
‘ไม่’
แรงสั่นเกิดขึ้นอยู่สักพักจากนั้นก็เงียบหายไป ทำให้สายตาเฉี่ยวคมของเจ้าของโทรศัพท์เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากบางๆ จากนั้นก็หันไปสนใจบทสนทนาของกรวิชต่อ
“คุณหนูดีมาทานร้านนี้บ่อยเหรอครับ”
“เรียกหนูดีเฉยๆ ก็ได้ครับ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก”
“ครับ” กรวิชที่ได้ยินเสียงการเอ่ยอนุญาตให้ ก็ยิ้มพร้อมกับหัวใจที่พองโต
“ก็มาบ่อยครับ อาหารอร่อยดี”
“ผมก็มาทานบ่อยครับ ดีใจมากเลยครับที่ครั้งนี้ได้มาทานกันหนูดี และคุณเนย”
ลายเนยที่นั่งฟังทั้งคู่อยู่สักพักก็เพียงแค่ยิ้มรับในการมีมารยาทของกรวิชที่พยายามจะดึงลายเนยเข้าไปในบทสนทนาด้วย ก่อนจะบ่น ‘มาเป็นก้างล่ะสิ’
“อะไรนะครับ”
“เปล่าครับ คือเนยจะบอกว่า ปลาที่นี่ไม่มีก้างครับ”
“ครับ คุณหนูดีลองนี่หน่อยนะครับ” แล้วชิ้นเนื้อพรีเมียมก็ตักวางลงที่จานของหนูดีด้วยมือของกรวิชอย่างเต็มใจเสนอ
เจ้าของผมบลอนด์ไม่ปฏิเสธน้ำใจ จิ้มชิ้นเนื้อเข้าปาก
“อร่อยไหมครับ”
“ครับ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชอบ กรวิชก็จัดแจงตักอาหารให้คนตรงหน้าด้วยท่าทางกระตือรือร้นจนลายเนยที่นั่งข้างต้องมองอย่างสงสาร เพราะรู้ดีว่าความหวังของกรวิชน่าจะโดนตัดขาดอีกไม่นาน
“งั้นพวกเราสั่งของหวานกันต่อเลยไหม” เสียงชวนถามอย่างกระตือรือร้นดังต่อ เมื่อของคาวผ่านไปก็เสนอต่อด้วยของหวาน จากนั้นก็หันไปสั่งของหวานกับพนักงานอย่างเอาใจผู้ร่วมโต๊ะทั้งสองคน จนลายเนยกระซิบลงที่ใบหูเพื่อน เมื่อเห็นว่ามีส่วนของตัวเองด้วย
‘ยังจำได้เนาะว่ามีเค้านั่งอยู่ด้วย’
‘เนย’
‘ช่างน่าสงสาร’ ลายเนยมองกรวิชพร้อมกับส่ายหน้าไปมา
ไม่นานของหวานหน้าตาน่าทานอย่าง เพนนาคอตตา สำหรับ3ที่ก็มาอยู่ตรงหน้าทุกคน ลายเนยมองแค่แว็บเดียวก็รู้เลยว่า ชายหนุ่มตรงหน้าตั้งใจสั่งเมนูโปรดของหนูดีมาเพื่อเอาใจ แต่ก่อนที่จะได้ลองชิมความอร่อย ก็ได้ยินเสียงจากทั้งด้านหลังของหนูดีดังขึ้นมาซะก่อน
“หนูดี!” เพียงแค่ประโยคเดียวสั้นๆ เจ้าของชื่อก็รู้ได้เลยว่าคนที่เรียกนั้น เป็นเจ้าของสายที่โทรเข้ามาเมื่อสิบนาทีก่อน แต่ยังไม่ทันที่จะตอบรับหรือหันหลังไปมอง เสียงของกรวิชก็เอ่ยถามอย่างสงสัยก่อน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีครับ ไม่ทราบว่าผมขอนั่งด้วยได้หรือเปล่า” เสียงคนที่เดินมาใหม่เอ่ยถาม ไม่ได้รอคำตอบแต่ก้าวเท้าอย่างมั่นคงเข้ามาใกล้ร่างเล็กผมสีบอนด์ยิ่งกว่าเดิม
“ไม่ทราบว่าคุณคือ..”
“ผมเป็นสามีของหนูดีครับ” อิศราบอกอย่างน้ำเสียงดังฟังชัด ร่างสูงไม่เพียงแค่บอกคนที่บังอาจมาทานข้าวกับนกน้อยของเขา แต่ยังต้องการที่จะตอกย้ำให้กับร่างเล็กที่กำลังหันหลังอยู่รับรู้ด้วย
“อ- อะไรนะครับ!” กรวิชถามด้วยความตกใจ
“ผมเป็นสามีครับ ไม่เชื่อถามหนูดีได้”
“นี่มันอะไรครับหนูดี สามีอะไร?”
ลายเนยเอาเท้าสะกิดเพื่อนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ เพื่อหวังให้คลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้าก่อน เพราะเสียงของทั้งสองหนุ่มที่พูดคุยกันไม่ได้เบาๆ เลย ไม่ได้ยินแค่โต๊ะนี่โต๊ะเดียวนะ แต่มันได้ยินทั้งร้าน!
และเพื่อหยุดเหตุการณ์ตรงหน้าที่เริ่มจะบานปลาย หนูดีจึงลุกขึ้น มีสายตาของกรวิชมองอย่างสงสัย หนูดีหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีอีกครั้ง ก่อนจะพูดแนะนำเมื่อถูกสายตาของอิศราคาดคั้นเข้าให้
“ครับ นี่คุณอิศรา สามีหนูดีเองครับ”
และคำตอบนั้นทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของอิศราเดีขึ้นมาหน่อย แต่ความผิดที่ภรรยาตัวดีไม่รับสายและยังมานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นยังมีอยู่ เสียงทุ้มจึงเปล่งออกไป
“หึ ยังไม่ลืมหนิ” อิศราจ้องใบหน้านวลเล็กนั้นกลับไปด้วยความไม่พอใจกลายๆ จนลายเนยที่นั่งอยู่ต้องลุกขึ้นมาเคลียร์สถานการณ์ หลังจากที่เห็นว่ากรวิชก็ยืนอึ้ง อ้าปากค้าง ตาโต กับคำตอบจากปากของหนูดีอยู่
“เออ เนยว่า พวกเรานั่งลงกันดีกว่าไหมครับ...”
“ของหวานมาเสิร์ฟแล้ว แสดงว่าทานข้าวอิ่มกันแล้วใช่ไหม” อิศราพูดตัดบทขึ้น หลังจากปรายตามองและเห็นสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ
หึ เพนนาคอตตาราสเบอร์รี่
ของหวานสุดโปรดซะด้วย
“เออ...ครับ” ลายเนยตอบ
“งั้นพี่ไม่กินแล้วครับ ยังไงขอพาหนูดีกลับเลยละกัน ส่วนค่าอาหารวันนี้พี่จ่ายเอง” อิศรามองหน้าเมียรัก ก่อนจะหันไปพูดกับลายเนย และเมื่อจบประโยคแล้วก็เลื่อนสายตามองที่กรวิช ที่เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็รีบพูดขึ้นเช่นกัน
“ไม่เป็นไรครับผมจ่ายเอง”
“ผม-จ่าย-เอง พอดีว่าผมไม่ชอบให้คนอื่นมาเลี้ยงเมียตัวเอง” แล้วมือแกร่งก็คว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก ตัดความสนใจจากกรวิช หันไปบอกลายเนยอีกรอบ “พี่ขอพาหนูดีไปนะเนย”
“ครับ...”
คนตัวเล็กก็ถูกลากออกมาจากร้าน ขึ้นไปบนรถเบนซ์สีดำที่จอดรอไว้ และก่อนที่ประตูรถจะปิดลง อิศราบอกกับเลขา จากนั้นก็ขึ้นไปนั่งเคียงคู่ภรรยาคนสวย
“เคลียร์ค่าอาหารวันนี้ด้วย”
-------
TBC
น้องเสน่ห์แรงใช่ไหมล่ะ อิอิ
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้น คอมเม้นท์ให้กำลังใจด้วยนะคะ
คล้อยหลังรถหรูออกไปแล้ว กรวิชยังงงกับเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย กับความสงสัยไม่คลาย ว่าคนที่ตัวเองตามจีบมาเกือบปี ทำไมอยู่ ๆ วันนี้ถึงมีสามีโผล่มาได้ มือยกขึ้นเกาศีรษะหันไปหาลายเนยที่หยิบกระเป๋าเตรียมจะกลับเป็นเชิงถาม“เขาแต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว” เสียงลายเนยเฉลยความสงสัยนั้น พร้อมกับเดินออกไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ข้างร้านภายในรถไม่มีการพูดคุยอะไร ใบหน้าเล็กมองออกไปที่หน้าต่าง พร้อมกับบรรยากาศรอบนอกที่เริ่มคุ้นเคย และภายในเวลาไม่นาน รถยนต์ก็เลื่อนเข้ามาสู่คฤหาสน์ พงษสวัสภักดีและทันทีที่ประตูรถเปิดออกหลังจากที่จอดสนิท หนูดีที่กำลังจะก้าวลงจากรถ แต่ข้อมือเล็กก็ถูกกุมไว้อีกครั้งจากนั้นก็ถูกบังคับผ่านทางสายตาให้เดินไปพร้อมกัน“อิศ หนูดี มาแล้วเหรอลูก” เสียงแห่งความตื่นเต้นดังขึ้น หนูดีละสายตาจากสามีที่ชอบบังคับ หันไปมองก็เห็น คุณหญิงประพันธ์วี พงษสวัสดี มารดาของอิศราที่เดินออกมาจากโซนห้องโถงใหญ่ เดินตรงเข้ามาหา“ครับ” หนูดีตอบรับ“หนูดีเป็นไงบ้างลูก ยุ่งไหมช่วงนี้ ไม่ค่อยกลับมาบ้านเลย”“คอลเลคชั่นใหม่พึ่งเปิดตัวไปครับคุณแม่ ช่วงนี้เลยยุ่ง ๆ ” ว่าแล้วก็สะบัดมือของตัวเองออกจากการกอบกุม และเดินเข
ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังในย่านกลางกรุงเป็นสถานที่ที่ทั้งสามคนเลือกสำหรับการฝากท้องในช่วงเวลาเกือบๆ เย็นของวัน อาหารหลายชนิดถูกนิ้วเรียวสวยของหนูดีจิ้มลงเลือกแทบจะเต็มโต๊ะ เช่นนั้นก็เพราะว่าคนที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวัน เริ่มเกิดอาการที่เรียกกันว่า การสั่งแบบไม่คิดชีวิตมีชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามมองมาอย่างเอ็นดู พร้อมกับพยายามชวนอีกฝ่ายคุยอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะวันนี้คนที่ตัวเองสนใจดูจะเปิดโอกาสให้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงพูดคุยของทั้งสามดังเบาแผ่วๆ และสายตาหวานของกรวิชก็ส่งสื่อสารความหมายมาไม่หยุด‘ไอ้บ้านี่ จะมองตัวจนกินเสร็จเลยหรือไง’ ลายเนยบ่น มือเล็กก็พลางใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตีเข้าปาก‘ไม่รู้สิ’ คนถูกถามตอบไปอย่างอารมณ์ดี‘ไม่รู้อะไร อย่ามาไขสือ แล้ววันนี้นึกยังไงถึงยอมมากินข้าวด้วย ทุกครั้งเห็นปฏิเสธท่าเดียว’‘ก็- วันนี้แค่จะยั่วคนหน่ะ’‘ใคร’ชายตาชำเลืองลงไปที่โทรศัพท์เครื่องบางแบรนด์ดัง พร้อมกับหน้าจอการเรียกเข้าแบบสั่น ที่ขึ้นโชว์ว่า ‘พี่อิศ’‘ผัวโทรมา? ’‘เนย สามีพอไหม’‘ผัวเหอะ ความหมายเดียวกัน’ พลางขยับเข้าไปหาคนตัวเล็กผมบอนด์ยิ่งกว่าเดิม แล้วกระซิบถาม ‘ไม่รับเหรอ?’
“เนย..” หนูดีพยายามที่จะแกะมือเพื่อนออกแต่ก็ไม่ได้ผล อุตส่าห์เอาทั้งรองพื้น ทั้งคอนซีลเลอร์กลบเป็นชั่วโมง ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเพื่อนรักอย่างลายเนยได้เลย เพราะเจ้าตัวเลือกปิดแค่ส่วนที่พ้นเสื้อผ้าออกมาเท่านั้น“ตัว..หนูดี ทำไมรอยเต็มตัวขนาดนี้” ถามพลางสำรวจใบหน้าสวยหวาน ที่แม้จะถูกกลบด้วยเครื่องสำอางราคาแพง แต่ก็ยังพบความอ่อนล้าบ้าง“เนยปล่อยเราก่อน” หนูดีร้องบอก จากนั้นก็ลุกยืนขึ้น เพื่อจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เช่นเดิม“เล่ามาเลย ยังไง”“ก็..พี่อิศกลับมาแล้ว”“เรื่องนั้นเค้ารู้แล้วไหม”“...” ลายเนยมือยกขึ้นกอดอก พักพิงร่างลงที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจ้องมองตรงไปที่ร่างของเพื่อนอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เมื่อเห็นว่าหนูดียังเงียบอยู่“ไง เมื่อคืนยังไง”“ก็...แค่...ทั้งคืน”“ทั้งคืน??”“จนถึงเช้า” มือเล็กกำชายมุมเสื้ออย่างเขินอาย และก้มใบหน้าลง“...”“เราเป็นภรรยาที่สมบูรณ์ของพี่อิศแล้วอะ”“กรี๊ด!!!” ลายเนยกรี๊ดลั่น พร้อมกับเข้าไปสวมกอดและเขย่าแรงอย่างดีใจแต่นั่นก็ทำให้ร่างกายที่ยังบอบช้ำของหนูดีได้รับผลกระทบไม่น้อย“โอ๊ย!!”“เป็นอะไร”“ยังเจ็บอยู่ อย่าเขย่าแรงสิ”“กรี๊ด” ได้ยินอย่างนั้นลายเ
น้ำหอมลักซูรี่กลิ่นจัลมินถูกฉีดพ่นลงที่ลำคอขาวระหง เพื่อให้ความเย้ายวนนั้นส่งกลิ่นได้ตลอดทั้งวัน ร่างเล็กอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว เข้าชุดกับกางเกงขายาวสีดำ มือบางหยิบสร้อยคลอล่าสีเงินประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กสวยสวมรัดเข้าที่ลำคออย่างพอดี จากนั้นก็หยิบต่างหูเซตเดียวกันขึ้นมาใส่ ไม่นานร่างเล็กสวยหรูหราก็ปรากฏในกระจกบานใหญ่ภายใน Walk-in-Closet ขนาดใหญ่นี้หนูดีมองลุกของตัวเองในวันนี้อย่างพอใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมัวเสียเวลากับการใช้รองพื้นปกปิดรอยต่างๆ ทั่วร่างกายของตัวเองก็ตามตื่นขึ้นมาก็ไม่พบสามีอีกแล้ว หายไปไม่เห็นแม้เงา ไม่บอก หรือทิ้งข้อความอะไรไว้ให้เลย แต่ก็น่าจะชินได้แล้วนะ เพราะคืนวันแต่งงานเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกันใบหน้าสวยส่ายไปมาเบาๆ เพื่อไล่สิ่งฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป จากนั้นก็คว้าเอากระเป๋าคอร์ดบอดี้สีแดงใบสวย แล้วขับรถตรงไปที่ห้องเสื้อหรูของตัวเอง หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปดูหลายวันใช้เวลาเพียงไม่นานรถปอร์เช่สีแดงหรูก็นำพาร่างสวยของชายผู้เป็นเจ้าของมาถึงจุดหมาย ร่างระหงที่ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่ามั่นใจ ประกอบกับแว่นกันแดดสีดำที่จับเข้ามาแมทช์อย่างลงตัว ทุกการก้าวย่างจึงเรียกสายตาช
“ปล่อยหนูดีนะ”“พี่บอกแล้วไงว่าไม่ ดิ้นแรงขนาดนี้ไม่เจ็บหรือไง หึ”“ปล่อยนะ ไม่ต้องมายุ่ง”“ทำไมพี่จะยุ่งกับเมียตัวเองไม่ได้”“พี่อิศ หนูดีจะขึ้นแล้ว ปล่อย”“ทำไมรีบขึ้น ปกตินอนแช่เป็นชั่วโมงไม่ใช่หรือไง” รู้ดี รู้ใจไปหมด“หนูดีเหนื่อย เพลีย”“งั้นก็ต้องแช่นานๆ สิ พี่อุตส่าห์เตรียมไว้รอ” อ้อมกอดแกร่งรัดแน่นกว่าเดิม จนหนูดีรู้ว่าตัวเองหมดทางหนีแล้วจึงหยุด แต่ใบหน้าก็ยังหันหนีจากการถูกจมูกโด่งรุกล้ำอย่างดื้อดึงจนอิศราเปลี่ยนเป้าหมายกดลงที่ไหล่บางและกัดลงเบาๆ“โอ๊ย พี่จะกัดอะไรหนักหนา จะกัดทั้งตัวเลยหรือไง”“ใช่ พี่จะกัดให้หมด เอาให้หนูดีไม่กล้าออกจากบ้านสักเดือนเป็นไง” มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปที่รูจีบบวมภายใต้น้ำอุ่น ส่วนริมฝีปากก็ยังดูดเม้มที่ไหล่เล็กต่อ“หึ เป็นเดือน แล้วจะให้หนูดีอยู่กับใคร”“อยู่กับพี่ไง”“ไม่เชื่อ เดี๋ยวพี่อิศก็ทิ้งหนูดีไปอีก คราวนี้จะเท่าไหร่ละ 10 ปีเลยไหม ถ้าจะนานขนาดนั้นเซ็นใบหย่ามาเถอะ หนูดีไม่ได้ว่างจะมารอสามีที่ 6 ปี 10 ปีเจอหน้ากันครั้งนะ” หนูดีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่เจ้าตัวพยายามที่จะกดเอาไว้แล้ว แต่มันก็ยังไม่เป็นผล เมื่อเพียงแค่คิดว่าตัวเองจะโดนท
เปลือกตาเปิดออกจากการหลับใหลในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวัน หนูดีเกิดความรู้สึกปวดและร้าวไปทั้งตัวเมื่อพยายามที่จะขยับร่างของตัวเอง ตอนนี้จึงทำได้เพียงนอนนิ่ง จากนั้นก็หันหน้าไปมองคนข้างๆ ก็พบความว่างเปล่า มือเล็กยกขึ้นกวาดลูบบริเวณนั้น ความเย็นที่สัมผัสได้ทำให้เดาได้ไม่อยากว่าอิศราน่าจะลุกไปนานแล้วแบบนี้อีกแล้ว พี่อิศทำแบบนี้อีกแล้วเหมือนในคืนวันแต่งงานไม่มีผิดที่พอตื่นเช้ามา ก็ไม่เจอเขานอนอยู่ข้างกายแล้ว หายไปเฉยๆ ไม่มีคำบอกกล่าวใบหน้าสวยหันกลับมาเพื่อกักเก็บน้ำตาที่กำลังจะไหลออกไว้ จากนั้นก็ค่อยพยุงร่างที่บอบช้ำของตัวเองให้ลุกขึ้นทุกการย่างก้าวเดินนำความเจ็บมาให้จนน้ำตาแทบเล็ดโดยเฉพาะรูเล็กด้านหลังที่ยังแสบอยู่ไม่น้อย ไม่นานหนูดีก็พาร่างของตัวเองเข้ามาในห้องน้ำหรูกว้างได้สำเร็จ ความแปลกใจปรากฏขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่าที่หน้าเคาน์เตอร์มีแปรงสีฟันของตัวเองถูกจัดเตรียมรอไว้ ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสำรวจตัวเองที่หน้ากระจกบานใหญ่ก็พบว่า เนื้อตัวทุกส่วนแดงและมีรอยจ้ำๆ เต็มไปหมด คงจะต้องใช้เวลานานหลายวันกว่าที่รอยพวกนี้จะหายไปสักพักหลังจากแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว ก็หันไปมองอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ถูกเตรียมน
เพลิงพิศวาสยังโหมลุกกระหน่ำต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเวลาอันใกล้นี้ ร่างของนกน้อยที่เปล่งแดงซ่านของหนูดีโดนลำกายยาวใหญ่ขยับเข้าออกในรูจีบสีหวานจากทางด้านหลังไม่หยุด จนเสียงร้องหวานที่ดังต่อเนื่องมานานเริ่มแหบและสั่นเครือ“อ่า พี่อิศ”“อ่าส์ อืม..”ทางด้านอิศรายังคงส่งพละกำลังที่ตัวเองมีทั้งห
“วันนี้หนูดีต้องเป็นเมียของพี่อย่างสมบูรณ์แบบสักที”“ค- คือ”“พี่รอมานานเกินไปแล้ว”“ฮือ...”แล้วปากบางก็ถูกปิดด้วยปากร้อนของสามีหล่ออีกครั้ง ลิ้นเข้าชอนไช้อย่างกระหายในรสสัมผัสหวาน หนูดีตกใจในคราแรกแต่ไม่นานก็เกี่ยวลิ้นกลับอย่างเต็มใจ เปลือกตาบางหลับพริ้มจนแพขนตางอนยาวเด่นชัดอิศราลูบมือต่ำลงไปเรื
ใจดวงน้อยของเต้นแรงอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าตัวถูกวางลงที่นอนนุ่มขนาดคิงไซซ์ชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ ร่างเล็กที่ปกติผิวขาวเนียน เมื่อตอนนี้โดนอิศราคร่อมกักไว้ก็เริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัวดวงตาคมจ้องเข้าไปในนัยน์ตาหวานสีน้ำตาลอย่างหลงใหล ยกมือข้างหนึ่งขึ้นรูปที่โครงหน้าโค้งรูปไข่ ปลายจมูกถูกกดลงที
อิศรา พงษสวัสดิ์ภักดี แม้ว่าจะก้าวเดินเข้ามาในห้องแล้ว แต่ดวงตานิลก็ไม่ละออกจากใบหน้านวลหวาน ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียวใบหน้าสวยยืนขับด้วยแสงนวล กำลังมองเขากลับด้วยสายตาหวานปนดื้อร้นด้วยเช่นกัน เหมือนว่าอีกคนก็ไม่ได้แปลกใจถึงการปรากฏกาย และการเปิดประตูเข้

![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





