LOGIN"นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ครับบอส"
"แต่นายมาช้าไปสามชั่วโมงนะกวิน" ราล์ฟเปิดดูข้อมูลที่คนสนิทยื่นส่งให้ ผ่านไปสิบนาที ราล์ฟก็วางเอกสารลงด้วยความคาดไม่ถึง
"ข้อมูลมีแค่นี้เองหรือไงกวิน แล้วที่ในข้อมูลบอกว่าอยู่กับแม่สองคน เรื่องนั้นฉันก็รู้อยู่แล้วไหม ข้อมูลที่มันลงลึกมากกว่านี้ไม่มีแล้วหรือยังไง"
"นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมมาช้าก็เพราะเรื่องนี้แหละ พอดีว่าผมได้ไปสอบถามคนในพื้นที่มา เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ของคุณหนูตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจครับ ซึ่งเธอชอบเที่ยวกลางคืน ใช้ชีวิตสนุกสนานและเข้าบ่อนเล่นการพนัน แต่พอรู้ว่าตั้งครรภ์ ผู้ชายที่รู้จักก็หนีหายหมดครับ จนไม่รู้ว่าพ่อของคุณหนูคือใคร แล้วผู้ชายที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นก็ไม่มีใครอยากรับผิดชอบด้วย"
"งั้นหนี้มหาศาลในตอนนี้ ก็เกิดจากการที่แม่ของเด็กคนนั้นเข้าบ่อนสินะ? แล้วแบบนี้เด็กคนนั้นจะต้องรู้สึกยังไง ที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใครแบบนี้น่ะ"
"เรื่องที่ผมได้ไปสอบถามคนที่อยู่แถวนั้นยังมีอีกนะครับบอส เพราะคนแถวนั้นต่างก็รู้จักเธอดี เธอเป็นคนที่ชอบเมาและโวยวายเป็นประจำ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับที่อาศัยอยู่ข้างห้องและคนในอะพาร์ตเมนต์บ่อย ๆ ทุกคนก็เลยรู้จักเธอ แถมยังไม่เคยดูแลคุณหนูเลยนะครับ"
"นายหมายความว่ายังไง ที่บอกว่าไม่เคยดูแลเด็กคนนั้นน่ะ"
"เห็นคนแถวนั้นบอกว่า ตั้งแต่ที่มีคนอุปการะ เธอก็ปล่อยให้คุณหนูอยู่แต่โรงเรียนประจำมาตลอด ไม่เคยไปรับกลับบ้านตอนช่วงปิดเทอมเลย ทิ้งให้คุณหนูอยู่แต่ที่โรงเรียนประจำ ชีวิตของคุณหนูก็อยู่แต่ในโรงเรียนมาตลอด แทบไม่ได้ไปที่อื่น กว่าจะได้กลับบ้านแต่ละครั้งก็สองสามปีครับ แถมเธอก็ไม่เคยไปเยี่ยม ไม่เคยส่งเงินไปให้คุณหนูเลยด้วย แม้แต่โทรก็ยังไม่มีด้วยซ้ำครับ"
"นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย"
"ครับ ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องโกหก เพราะผมไปถามหลายคนเลยครับ แล้วทุกคนต่างก็เล่ามาเหมือนกันแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่จะโกหกกันได้ง่าย ๆ แน่"
"แต่ตลอดเวลาสิบสองปี ทำไมเด็กคนนั้นถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังเลยนะ ไม่เคยเลยจริง ๆ เด็กคนนั้นไม่เคยพูดถึงแม่ในทางเสียหายเลย งั้นก็แสดงว่า ที่ผ่านมาเด็กคนนั้นก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในโรงเรียนประจำเป็นส่วนมากงั้นสินะ"
"ครับบอส"
"แล้วได้ถามอะไรมาอีกรึเปล่า"
"ไม่มีอะไรแล้วนะครับ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ก็อยู่ในแฟ้มที่ผมให้หมดเลย"
"แล้วเด็กคนนี้ทำงานพิเศษที่นี่งั้นสินะ"
"ครับ"
"ร้านหมูกระทะเนี่ยนะ"
"ใช่ครับ เห็นว่าเริ่มทำตั้งแต่เรียนจบแล้วนะครับ น่าจะสองเดือนได้"
"งั้นนายพาฉันไปที่นั่นหน่อย"
"ที่ไหนครับบอส"
"ที่บ้านเด็กคนนั้นไง"
"น่าจะไม่อยู่นะครับ เพราะคุณหนูทำงานพิเศษถึงห้าทุ่มเลย"
"งั้นก็ไปแถว ๆ นั้นนั่นแหละ ไปเตรียมรถด้วยแล้วกัน เดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ครับบอส"
"มาลิน เดี๋ยวเราไปที่เซเว่นกันดีกว่า หาอะไรทานรองท้องกันหน่อยไหม"
"จริงด้วยสิคะ หนูก็รู้สึกหิว ๆ เหมือนกัน เดี๋ยวซื้อมาม่าคัพรองท้องไปก่อนก็ได้ค่ะ"
"งั้นก็รีบไปกันเถอะ ถึงคิวเราพักพอดีเลยนี่"
"นั่นสิคะ"
"แล้วนี่จะไม่เรียนต่อแล้วจริง ๆ เหรอมาลิน ไหนบอกว่าเหลือแค่ไปมอบตัวตอนใกล้เปิดภาคเรียนไม่ใช่รึไง"
"เงินเก็บที่หนูสะสมมาตลอด คุณแม่ขโมยไปหมดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วล่ะค่ะ เงินที่หนูอุตส่าห์ประหยัดไว้ เพื่อเก็บไว้เรียนต่อ ตอนนี้ความฝันมันพังทลายหมดแล้วค่ะพี่หนึ่ง ไหนจะค่าเทอม ค่าเรียนแรกเข้า ค่าชุดนักศึกษา ค่าอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ หนูจะหามาทันได้ยังไง อีกไม่นานมหาลัยก็จะเปิดแล้วด้วย"
"นี่มันเวรกรรมอะไรของเธอนะมาลิน"
"เดี๋ยวนี้คุณแม่ขโมยเงินหนูทุกวันเลยค่ะ แถมยังไล่หนูออกจากห้องตลอดเลยด้วย แต่หนูไม่อยากทิ้งคุณแม่ไปไหนเลย ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งเป็นห่วง"
"ตอนนี้สงสารตัวเองก่อนเถอะพี่ว่า ว่าแต่คุยกันเพลินจนเดินมาถึงเซเว่นแล้วเนี่ย งั้นเราไป เอ๊ะ? มาลิน? ทำไมถึงเดินไปทางโน้นล่ะ มาลิน!"
มาลินรีบเดินออกไปจากร้านสะดวกซื้อด้วยความรีบเร่ง โดยไม่ได้ฟังเสียงของเพื่อนร่วมงานเลย ร่างเล็กที่สวมกางเกงขายาวสีดำกับเสื้อยืดของร้านหมูกระทะ ก็รีบวิ่งไปยังคนตัวสูงที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ
"คุณคะ" มือเล็กของมาลินก็รีบคว้าเสื้อสูทตรงเอวของร่างสูงไว้ ก่อนที่เขาจะเดินไปไกลกว่านี้ "หยุดก่อนค่ะ"
ร่างสูงในชุดสูทหรูก็หันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะหันกลับไปตามเสียงด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ส่วนผู้ติดตามก็รีบกันร่างเล็กออกห่างอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชิน เมื่อคนแปลกหน้ามาแตะต้องตัวเจ้านายของเขา จนร่างเล็กเซออกห่างไปเล็กน้อย
ชายหนุ่มร่างสูงสองคนต่างก็ตกตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เรียกเต็ม ๆ ตา โดยเฉพาะราล์ฟ ที่เขายังยืนนิ่ง โดยที่ยังสบสายตากับคนตัวเล็กอยู่ ซึ่งเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคนที่ตัวเองกำลังตามหาเร็วขนาดนี้
"ฉันขอโทษนะคะที่ไปแตะต้องตัวคุณโดยพลการแบบนี้ แต่ฉันแค่จะเอากระเป๋าเงินมาคืนคุณน่ะค่ะ ฉันเห็นมันตกอยู่หน้าเซเว่นพอดี ก็เลยรีบวิ่งตามมา" มือเล็กก็รีบยื่นกระเป๋าเงินสีดำของราล์ฟให้ เพื่อส่งคืนเจ้าของ
"ขอบใจ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ระวังด้วยนะคะ งั้นฉันขอตัวก่อน" มาลินก็รีบเดินกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาอะไรรองท้องระหว่างทำงาน ส่วนสองหนุ่มก็หันมามองหน้ากันอัตโนมัติ
"นั่นคุณหนูนี่ครับบอส"
"เรื่องนั้นช่างมันก่อน ตะกี้นายผลักเด็กคนนั้นแรงรึเปล่า"
"ไม่นะครับ ผมไม่ได้ออกแรงเลย แค่กันบอสเพราะกลัวว่าจะมีใครมายุ่มย่ามน่ะครับ"
"แต่เด็กคนนั้นเซเลยนะ ยังจะกล้าพูดว่าไม่แรงอีก"
"ขอโทษนะครับบอส แล้วบอสจะทำยังไงต่อไปครับ บอสบอกว่าจะเป็นคนให้ผมจัดการทุกอย่างตอนที่มาที่นี่ เพราะบอสไม่อยากเปิดเผยตัวตน แต่ตอนนี้คนที่เราตามหาอยู่ ก็มาอยู่ต่อหน้าเราแล้วนะครับ"
"ตามไปดูที่เซเว่นก่อนแล้วกัน แล้วก็อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ"
หลังจากที่มาลินเดินเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อ พอได้ของที่ต้องการแล้ว เธอก็รีบเดินไปชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะทำตัวเลิ่กลั่กเพราะหาเงินไม่เจอ
"อย่าบอกนะว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปอีกแล้ว" มาลินก็พยายามค้นในกระเป๋ากางเกงทุกที่ แต่ก็ไม่มีเงินเลยแม้แต่บาทเดียว
"ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีว่าฉันน่าจะลืมพกเงินมาน่ะค่ะ ขอคืนของก่อนนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ"
"นี่ครับเงิน ไม่ต้องทอน" กวินก็เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อตามคำสั่งของเจ้านาย ส่วนมาลินก็จำผู้ชายแปลกหน้าได้ เพราะเธอเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่นาทีมานี้
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยกลับมาซื้อใหม่ดีกว่า"
"ไม่เป็นไรครับ ถือว่าตอบแทนที่ช่วยเก็บของไว้ให้เจ้านายของผม"
"จะดีเหรอคะ แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้พวกคุณมาตอบแทนอะไรหรอกนะคะ"
"ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ รับไว้เถอะ"
"งั้นก็ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ" มาลินก็ยกมือไหว้คนที่มีน้ำใจด้วยความเกรงใจ ก่อนจะเดินออกจากร้าน เพื่อไปหาเพื่อนร่วมงานที่รออยู่ด้านนอกก่อนแล้ว
สายตาคมของราล์ฟก็จ้องมองไปยังร่างเล็กที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไปแทบไม่วางตา ความรู้สึกผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นในหัวใจตั้งแต่ตอนที่เด็กคนนี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้น เขามักจะใจจดจ่อรอจดหมายแทบทุกเดือนจนกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตไปแล้ว เขารู้สึกผูกพันจนไม่สามารถมองผู้หญิงคนไหนได้อีก ถึงแม้ว่าทางครอบครัว มักจะหาผู้หญิงที่ชาติตระกูลดี โปรไฟล์หรูหราและสวยหยาดฟ้ามากแค่ไหน แต่แปลกที่ใจของเขากลับไม่สนใจใครเลย แล้วยังคงบ่ายเบี่ยงที่จะคบหาดูใจกับคนที่ครอบครัวหาให้อยู่เสมอ
ทั้ง ๆ ที่วันนี้...เขาตั้งใจจะมาช่วยเหลือ โดยที่จะให้ผู้ติดตามเป็นคนจัดการเรื่องราวทุกอย่างเองแท้ ๆ เขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาดูให้แน่ใจ ว่าผู้ติดตามจะทำตามที่สั่งได้สำเร็จหรือเปล่า โดยที่ตั้งใจว่าจะไม่เปิดเผยตัวตนว่าตัวเองเป็นใครเด็ดขาด แต่ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนใจอยากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
ที่ผ่านมาเขาคิดมาตลอดว่าใจของตัวเองอาจสับสน เพราะไม่มีทางที่เขาจะไปชอบคนที่ตัวเองอุปการะอยู่ ใจของเขาอาจจะแค่รู้สึกผูกพันกับคนที่ตัวเองส่งเสียมาก็ได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นเจ้าของใบหน้าใสที่เขาเฝ้ารอคอยอ่านจดหมายมาตลอดสิบกว่าปี เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่า...มันไม่ใช่ความสับสนอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้...หัวใจของเขากำลังตื่นเต้นและเต้นแรง ราวกับตัวเองกำลังกลับไปเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจีบสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
"อะไรนะ! เธอคือคนที่อุปการะยัยมาลินจริง ๆ เหรอเนี่ย" มาลีกวาดสายตามองดูผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา "นี่จะมาหลอกอะไรฉันรึเปล่า คนที่ส่งเสียยัยมาลินเรียนไม่ใช่คนแก่ ๆ คราวพ่อรึไง ดูจากหน้าตาก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนี่""กรุณาเรียกบอสอย่างสุภาพด้วยนะครับคุณ แล้วก็กรุณาพูดจาให้มีมารยาทด้วย...""ไม่ต้องกวิน นายปล่อยมือออกจากผู้หญิงคนนั้นซะ ถ้าเธออยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปเถอะ""แต่บอสครับ...""ฉันบอกให้เงียบไง!" ราล์ฟก็หันไปดุผู้ติดตาม ก่อนจะหันไปคุยกับมารดาของมาลินต่อ "ว่าแต่ทำไมคุณถึงคิดว่าคนที่อุปการะไม่น่าจะเป็นผมล่ะครับ" กวินก็ไม่ค่อยพอใจเจ้านายของตัวเองมากนัก เพราะเขาต้องยอมให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาพูดจาห้วน ๆ ใส่ แถมยังแทนตัวเองว่าผมและพูดอย่างสุภาพอีกด้วย"ถ้าสิบสองปีมันก็ไม่สมเหตุสมผลน่ะสิ คนที่ส่งเสียยัยมาลินก็ส่งแต่ของดี ๆ มาให้ตลอด แถมยังส่งเสียให้เรียนโรงเรียนประจำสตรีที่มีชื่อเสียงด้วย ค่าใช้จ่ายต่อปีมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ แถมค่าเทอมของที่นั่นก็แพงมากนี่ ถ้าเมื่อสิบสองปีก่อนเป็นเธอจริง ๆ งั้นตอนนั้นเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง อายุไม่ถึง เขาให้อ
"บอสครับ นี่เอาจริงเหรอครับที่คืนนี้จะพักอยู่ที่นี่น่ะ""ก็แน่ใจน่ะสิ ถ้าไม่แน่ใจ แล้วจะมาอยู่ที่นี่ตรงนี้รึไงกันล่ะ แถมเจ้าของห้องก็อนุญาตแล้วด้วย""ก็บอสเล่นให้เงินไปตั้งสามแสนเพื่อเช่าห้องนี้ต่อ ไม่ว่าใครก็ต้องยอมอยู่แล้วล่ะครับ""งั้นนายก็รีบให้บริษัททำความสะอาดมาจัดการห้องนี้ให้เรียบร้อยด้วย ของเก่า ๆ ก็ทิ้งไปให้หมดเลยนะ พอเสร็จแล้วนายก็กลับไปได้เลย เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเอง""จะดีเหรอครับบอส นี่มันไม่เสี่ยงเกินไปเหรอครับ บอสไม่เห็นจำเป็นต้องลงมาจัดการทุกอย่างเองเลยนี่ครับ""เสี่ยงอะไร? ฉันแค่อยากรู้ความเป็นอยู่ของเด็กที่ฉันเคยอุปการะ แล้วมันเสี่ยงอะไรตรงไหน""ผมรู้ครับว่าบอสเป็นห่วง แต่ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องลงทุนมาเช่าอยู่ที่ห้องข้าง ๆ เลยนี่ครับ""นายเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็น ฉันบอกให้จัดการก็รีบจัดการเดี๋ยวนี้! แล้วก็ทำให้เสร็จก่อนที่เด็กคนนั้นจะกลับจากที่ทำงานด้วย""ดะ...ได้ครับบอส แล้วบอสจะอยู่ที่นี่กี่วันครับ""ก็จนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยนั่นแหละ ส่วนเจ้าของห้องนี้ก็จัดการโอนเป็นชื่อนายแล้วนี่ ฉันใช้ชื่อนายในการเช่าห้องนี้ แล้วฉันก็จะรอดูสถานกา
"นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ครับบอส""แต่นายมาช้าไปสามชั่วโมงนะกวิน" ราล์ฟเปิดดูข้อมูลที่คนสนิทยื่นส่งให้ ผ่านไปสิบนาที ราล์ฟก็วางเอกสารลงด้วยความคาดไม่ถึง"ข้อมูลมีแค่นี้เองหรือไงกวิน แล้วที่ในข้อมูลบอกว่าอยู่กับแม่สองคน เรื่องนั้นฉันก็รู้อยู่แล้วไหม ข้อมูลที่มันลงลึกมากกว่านี้ไม่มีแล้วหรือยังไง""นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมมาช้าก็เพราะเรื่องนี้แหละ พอดีว่าผมได้ไปสอบถามคนในพื้นที่มา เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ของคุณหนูตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจครับ ซึ่งเธอชอบเที่ยวกลางคืน ใช้ชีวิตสนุกสนานและเข้าบ่อนเล่นการพนัน แต่พอรู้ว่าตั้งครรภ์ ผู้ชายที่รู้จักก็หนีหายหมดครับ จนไม่รู้ว่าพ่อของคุณหนูคือใคร แล้วผู้ชายที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นก็ไม่มีใครอยากรับผิดชอบด้วย""งั้นหนี้มหาศาลในตอนนี้ ก็เกิดจากการที่แม่ของเด็กคนนั้นเข้าบ่อนสินะ? แล้วแบบนี้เด็กคนนั้นจะต้องรู้สึกยังไง ที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใครแบบนี้น่ะ""เรื่องที่ผมได้ไปสอบถามคนที่อยู่แถวนั้นยังมีอีกนะครับบอส เพราะคนแถวนั้นต่างก็รู้จักเธอดี เธอเป็นคนที่ชอบเมาและโวยวายเป็นประจำ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับที่อาศัยอยู่ข้างห้องและคนในอะพาร์ตเม
"นายลืมอะไรไปรึเปล่า ตั้งแต่เด็กในอุปการะของฉันเรียนจบ ก็ไม่เห็นมีจดหมายมาสักฉบับเลยนะ นี่ก็ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้ว นายลืมเอาจดหมายมาให้ฉันรึเปล่ากวิน""ไม่ใช่นะครับบอส จดหมายของวันนี้เพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้นี้เอง ผมก็เลยยังไม่ได้เอามาให้บอสครับ ก็บอสบอกจะมีประชุมผู้บริหารในช่วงบ่าย ผมก็เลยจะเอามาให้บอสหลังจากที่ประชุมเสร็จน่ะครับ""นี่นายลำดับความสำคัญผิดไปรึเปล่า ไปเอาจดหมายนั่นมาเดี๋ยวนี้!" เสียงออกคำสั่งที่ดุดันของเจ้านาย ก็ทำให้กวินรีบรับคำเสียงสั่น ก่อนออกรีบออกไปเอาจดหมายตามคำสั่งอย่างรวดเร็วไม่ถึงสามนาที กวินก็นำซองจดหมายสีชมพูหวานไปวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้านาย ราล์ฟ ชายหนุ่มในวัย 34 ปี เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดของอสังหาริมทรัพย์ในด้านโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่ชื่อว่า Miller (มิลเลอร์) ที่มีมากกว่า 15 โครงการในประเทศไทย"มีแค่ฉบับเดียวเนี่ยนะ ฉบับนี้คือล่าสุดสินะ แล้วฉบับก่อน ๆ ล่ะ? นายไม่ได้เก็บไว้รึไง มันตั้งสองเดือนแล้วทำไมถึงมีแค่ฉบับเดียวเองล่ะ""บอสครับ คือว่าผมเคยให้จดหมายไปหนึ่งฉบับก่อนหน้านี้แล้วนะครับ""นี่นายอย่ามามั่วนะ นายจะเอามาให้ก่อนหน้านี้ได้ยังไง ตั้งแต่ที่เด็กคนนั้
INTRO12 ปีก่อนมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เป็นมูลนิธิที่คนมีชื่อเสียง คนในวงการบันเทิง คนในวงการไฮโซหรือเซเลปดารามักจะสนับสนุนทุนให้เด็กที่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งตระกูล มิลเลอร์ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิแห่งนี้ด้วยเพียงแวบแรกที่บิดาของราล์ฟได้วางรูปถ่ายของเด็กด้อยโอกาสบนโต๊ะ เขาก็สะดุดตากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะรีบคว้ารูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติเด็กสาววัย 7 ปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ถึงใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตากลับดูเศร้าจนน่าใจหาย อาจจะเป็นเพราะดวงตาเศร้าคู่นั้นที่ทำให้เขาสะดุดตา จนต้องคว้ารูปใบนั้นขึ้นมาท่ามกลางรูปมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัย 22 ปี ก็หยิบประวัติของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา"แด๊ดครับ ถ้าครอบครัวเราอุปการะเด็กคนนี้จะได้ไหม""ฉันเลือกเด็กที่จะอุปการะได้แล้วล่ะ นี่ไง""ครบ 20 คนแล้วหรือครับแด๊ด ถ้าเพิ่มคนนี้ไปอีกสักคนได้ไหม""ไม่ได้หรอก ฉันเลือกคนที่จะอุปการะแล้ว แล้วทางมูลนิธิก็ไม่ให้รับเกิน 20 คนด้วย เดี๋ยวก







