LOGINคำพูดเขาทำเอาใบหน้าหวานแดงก่ำ พร้อมกับร่างกายเกร็งเครียดขึ้นมา ภายใต้สัมผัสของเขา เดวารับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายของเธอเริ่มไม่เป็นตัวเอง ยิ่งเขากรีดเรียวนิ้วสัมผัสจุดอ่อนไหวของเธอซ้ำๆ ความรู้สึกเสียวซ่านก็เข้าจู่โจมเล่นงานเธอ จนเผลอหลุดเสียงครางหวานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อะ..อ๊า....” เรียวขาทั้งสองข้าง หนีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว จุกสีชมพูหวานทั้งสองข้างบนเนินเนื้อนุ่ม แข็งชันขึ้นมาทันทีที่ถูกปลายลิ้นบางเบาสัมผัส
“อ๊ะ..อื้ม....”
“เด็กดีอย่าเกร็งสิ” มิลเลอร์รีบปราม เพียงแค่เรียวนิ้วก็สัมผัสได้ถึงความคับแน่นของช่องทางรัก หากเปลี่ยนเป็นตัวตนของเขาเดวาคงเจ็บเป็นแน่
“กะ...ก็วาตื่นเต้นนี่คะ” เสียงหวานละล่ำละลักตอบ
“แล้วเมื่อไหร่จะชินสักทีล่ะ” ทั้งที่เขาก็มีอะไรกับเดวาแทบทุกวัน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่ร่างกายเดวาก็ยังปรับรับความเป็นชายเขายังไม่ได้เลย
“ไม่รู้...” เดวาตอบเสียงแผ่ว อาจจะด้วยขนาดตัวของทั้งสองที่ค่อนข้างต่างกันมาก ทำให้เดวารับมือกับมิลเลอร์ได้ยาก
“เอาบ่อยๆ เดี๋ยวก็คงชิน”
“หยุดพูด....” เดวาปรามเขาด้วยความรู้สึกเขินอาย
“ถ้าเจ็บเด็กดีก็จิกแขนฉันแรงๆ” เอ่ยบอกระหว่างยืดตัวขึ้น มือหน้าทำหน้าที่ชักรูดแกนกายชักชันเตรียมพร้อมอาวุธตัวเอง แล้วค่อยๆ กดส่วนปลายสอดแทรกเข้าไปช้าๆ ในช่องทางรักฉ่ำน้ำหวาน
“อ๊ะ”
เดวาเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ด้วยความที่มิลเลอร์พยายามเบามือถนอมเธอทุกครั้งยามเริ่มต้นบทรัก ทำให้เดวาผ่อนคลายและผ่านมันไปได้ด้วยความรวดเร็ว ความเจ็บปวดของเธอ ถูกความวาบไหวเข้ามาแทนที่ จนเผลอไผลไปกับความช่ำชองของมิลเลอร์อย่างไม่รู้ตัว
ปึก! ปึก! ปึก!
เอวสอบหนายังคงทำหน้าที่กระแทกเข้าหาร่างบางไม่หยุด ก่อนเปลี่ยนจังหวะร่วมรักหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กได้แต่จิกลงบนผ้าปูที่นอนแน่นราวกับหาที่ยึด
“อึก...อ๊าส์...”
“อื้ม....” ริมฝีปากหนาของมิลเลอร์ เปล่งเสียงครางสุขสมออกมาด้วยความพอใจ ร่างกายไร้ที่ติของเดวาทำให้มิลเลอร์ยิ่งมีอารมณ์มากขึ้นไปอีก สองมือใหญ่เคลื่อนหาสองก้อนนุ่ม ฟ่อนเฟ้นอย่างไม่ยั้งแรง
“บะ....เบาหน่อย วาเจ็บ อ๊า... ” เสียงหวานร้องปรามกระท่อนกระแท่น เมื่อกายหนาโหมแรงกระแทกเข้าใส่เธออย่างป่าเถื่อนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่างจากเธอที่แค่นอนเปล่งเสียงครางเฉยๆ ก็แทบหมดแรง
“น้ำเยิ้มขนาดนี้ ยังเจ็บอีกหรือไง” นอกจากมิลเลอร์จะไม่ผ่อนแรงแล้ว เขายังจับเธอเปลี่ยนให้อยู่ในท่าคลานเข่า มือหนาของเขาฟาดลงบั้นท้ายเธอหลายครั้ง
“ก้นเนียนๆ ของเธอ พอมีรอยมือของฉัน แม่งโคตรสวยเลย”
มิลเลอร์เอ่ยหยอกเย้าทว่ายังโน้มตัวลงมาใช้ริมฝีปากขบกัดตามไหล่ ไล่มาจนถึงกลางหลังฝากฝังร่องรอยทั่วผิว ความตื่นเต้นทำเอากายสาวบีบรัดหนักหน่วง จนชายหนุ่มเองต่างก็สัมผัสได้ว่าคนตัวเล็กใกล้จะเสร็จสมเต็มที
“ละ...ลึกเกินไป มันจุก ”
“ลึกๆ สิ มันจะได้รู้สึกดี”
“วารู้สึกแปลกๆ อื้ม...” เธอเอี้ยวตัวมามองเขาที่กำลังโทมกาย เข้าใส่เธอจากทางด้านหลังดวงตากลมหวานปรือเยิ้ม หน้าอกกว้างของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังเธอ จนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายความเป็นชายจากเขา ยิ่งทำให้กายสาวด้านในบีบรัดแน่นขึ้นไปอีก
“รัดแน่นขนาดนี้จะเสร็จแล้วใช่ไหม”
“วะ...วาไม่ไหวแล้ว เร่งหน่อย” เดวาอยากถูกปลดปล่อยจากความรู้สึกที่แสนทรมานนี้เต็มทน
“อ๊า....จะเสร็จแล้ว” มาเฟียหนุ่มเร่งจังหวะรักถี่รัวมากยิ่งกว่าเดิม แรงบีบรัดภายในกายสาว บ่งบอกว่าเดวาใกล้เสร็จสมเต็มที เพียงไม่กี่นาทีต่อมาเสียงครางสุขสมห้วงสุดท้ายของทั้งคู่ ก็เปล่งออกมาด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง
“อ๊า.../ อ๊าส์...”
ความอุ่นวาบที่พวยพุ่งไปทั้งโพรงรัก ทำเอาเดวาชะงักเมื่อได้สติ
“พะ...พี่มิลเลอร์ ลืมป้องกันเหรอคะ”
“เปล่า” มิลเลอร์ส่ายหน้า เขาตั้งใจต่างหาก
“นิสัยเสียมาก ทำไมถึงไม่รู้จักป้องกัน ” ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของมิลเลอร์ จนทำให้ช่องทางรักทั้งสองที่เคยสอดประสานแยกออกจากกัน ส่งผลให้น้ำขาวขุ่นไหลย้อนออกมาเปื้อนเต็มผ้าปูที่นอนบนเตียง
“โวยวายทำไม ถ้าท้องก็แค่บอกฉันไม่เห็นยาก” แค่เด็กคนเดียวเขามีปัญญาเลี้ยงอยู่แล้ว พ่อแม่เขาตอนนี้ก็ยิ่งต้องการหลานอยู่ด้วย ท้องน่ะสิดี
“นี่พี่ตั้งใจเหรอคะ? ” เดวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวแน่น ก่อนขยับหนีออกจากเขา เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ตอนนี้
“......” มิลเลอร์ไม่ได้ตอบ เพียงมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับรู้ดีว่าคำตอบของตัวเองจะทำให้เธอโกรธมากแค่ไหน
“พี่รู้ไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เอามาล้อเล่นได้ วายังเรียนไม่จบ”
“เมียฉันจะจบแค่ ม.6 ก็ไม่ติด”
“ตลกเหรอคะ”
“ขอโทษ ครั้งหน้าจะระวัง” มิลเลอร์จำใจเอ่ยขอโทษ แต่เขาไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำตัวเองนะ แค่ขอโทษให้มันจบๆ ไป
เดวาเลือกที่จะเบือนหน้าหนีด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันได้ขยับออกไปไหน ข้อมือของเธอก็ถูกมือหนารั้งเอาไว้ ก่อนร่างเล็กจะถูกดึงกลับเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ปล่อยค่ะ”
“ขอกอดหน่อย”
“ไม่ให้กอด”
“งานวิจัยเขาบอกว่า หลังจากมีเซ็กซ์ผู้หญิงชอบให้กอดไม่ใช่หรือไง”
“พี่ไปเอางานวิจัยบ้า ๆ นั่นมาจากไหน” มิเลอร์ไม่ตอบ แต่เลือกก้มลงแตะริมฝีปากเบา ๆ บริเวณไหล่มน ราวกับพยายามง้อคนในอ้อมแขนหวังให้คนตัวเล็กใจเย็นลงบ้าง
“หน้าวาตอนนี้ เหมือนอยากให้พี่กอดมากมั้ง” หันไปมองค้อนใส่
“ช่างสิพอดีฉันหน้าด้าน” มิลเลอร์หัวเราะเบา ๆ พลางกระชับอ้อมแขนขึ้นเพียงเล็กน้อย การกระทำของมาเฟียหนุ่มทำเอาเดวาหมดคำจะพูด
@เพนต์เฮาส์มิลเลอร์
“นอนก่อนเลยนะ พอดีวันนี้ฉันต้องเข้าไปเคลียร์งานที่ผับ” มิลเลอร์เอ่ยบอกทันทีที่กลับมาส่งเดวาถึงเพนต์เฮาส์ ก่อนหยิบเสื้อสูทขึ้นมาสวมอีกครั้ง
“ค่ะ วาต้องทำงานส่งอาจารย์พอดี” เดวาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่ลึก ๆ แล้วกลับแอบดีใจที่คืนนี้มิลเลอร์ไม่อยู่ อย่างน้อยเธอก็จะได้มีเวลาส่วนตัวของตัวเองบ้าง
หลังจากมาเฟียหนุ่มเดินออกไป เดวาก็รอจนได้ยินเสียงประตูปิดสนิท ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกหาเอมิล่าเป็นสายแรก
ระหว่างรอปลายสายรับ เธอเดินไปหยิบขนมกับเครื่องดื่มจากห้องครัวติดมือมาด้วย ก่อนตรงเข้าไปยังห้องทำงานส่วนตัว ที่มิลเลอร์ตั้งใจสั่งให้คนจัดเตรียมไว้ให้เธอโดยเฉพาะ
ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ มีโต๊ะขนาดใหญ่สำหรับนั่งเขียนแบบวางอยู่ริมหน้าต่าง อุปกรณ์วาดแบบถูกจัดเรียงไว้ครบครัน ข้างกันเป็นจักรเย็บผ้าพร้อมโต๊ะสำหรับตัดผ้า และชั้นวางที่เต็มไปด้วยผ้าหลากหลายเนื้อและสี
มิลเลอร์อาจเป็นคนที่น่าหงุดหงิดที่สุดในชีวิตเธอ แต่เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเขาใส่ใจรายละเอียดมากกว่าที่เธอคิด
เดวาวางขนมลงบนโต๊ะ ก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วกดโทรออกอีกครั้ง
ตู๊ด...
เพียงไม่นาน เสียงสดใสของเอมิล่าก็ดังขึ้นจากปลายสาย
[ว่าไงวา]
“สรุปแกจะมาถึงไทยวันไหน”
[พรุ่งนี้เย็นๆ แกมารับฉันหน่อยสิ]
“ลูกน้องพ่อแกก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ให้ไปรับ” ไม่ใช่ว่าเดวาไม่อยากไปรับเพื่อน แต่เธอกลัวมิลเลอร์จะไม่ให้ไปมากกว่า
[ฉันอยากให้แกมารับมากว่า แค่นี้นะถึงไทยแล้วจะโทรหา ]
“เอาแต่ใจตลอดเลยนะยัยบ้านี่” บ่นไปงั้นแหละ สุดท้ายเดวาก็ไปรับอยู่ดี เพราะเธอคิดถึงเอมิล่ามาก
หลังจากวางสาย
เดวาเลือกที่จะมานั่งร่างแบบเสื้อผ้าในหัวเธอเพื่อคลายเครียด ความฝันเรื่องการทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่เธอกับเอมิล่าคุยกันมานานแล้ว แต่เอมิล่าจะมีประสบการณ์มากกว่าเพราะอีกฝ่ายมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง มาได้เกือบ2ปีแล้ว
ในส่วนของแบรนด์ที่จะทำขึ้นใหม่ ทั้งคู่ตั้งใจจะแบ่งแบรนด์ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน
ฝั่งของเอมิล่าจะเน้นงานที่ดูเป็นทางการมากขึ้น รับออกแบบและตัดสูทสำหรับผู้ชาย รวมถึงชุดออกงานและชุดราตรี ซึ่งเป็นงานที่เอมิล่าถนัดและมีประสบการณ์มากกว่า รวมทั้งเวลาเพราะเอมิล่าเรียนจบแล้ว
เดวายกให้เพื่อนสนิทของเธอเป็นยอดมนุษย์ คนบ้าอะไรขนาดทำงานไปด้วย ยังเรียนจบ ป.ตรีได้ภายในระยะแค่สองปี ต่างจากเธอที่ตอนนี้ยังเรียนมหาลัยอยู่แค่ปี 2
ในส่วนของเดวา
เธออยากทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นแนววัยรุ่นขายเป็นงานสำเร็จ ในราคาที่นักเรียน นักศึกษาจับต้องได้ และเธอก็ดูแนวทางวางแผนการตลาดไว้บ้างแล้ว
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







