FAZER LOGINการดีลธุรกิจระหว่างมิลเลอร์และเจ้าสัวพงศ์ทรัพย์ กินเวลายาวนานไปเกือบสองชั่วโมง รายละเอียดงานและข้อสัญญาถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างต่อเนื่อง แต่เนื้อหาทั้งหมดกลับไม่เข้าหัวแพรวาเลยแม้แต่น้อย
ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในห้อง เธอเผลอลอบมองชายหนุ่มตรงหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งเห็นมิลเลอร์พูดคุยเรื่องงานด้วยท่าทีสุขุม เด็ดขาด และมีเหตุผล หญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกชื่นชม เพราะผู้ชายที่ทั้งหล่อและเก่ง ทว่าตอนนี้ยังโสดมันหาได้ยากจริง ๆ
“นอกจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุณมิลเลอร์นำเข้ามาแล้ว ยังมีรถหรูอีกใช่มั้ยครับ ช่วงนี้ผมกำลังมองหารถสักคันให้แพรวาเขาพอดี ”
“ ผมแค่ทำหน้าที่ประสานงานให้เพื่อนครับ ถ้าเจ้าสัวสนใจรถหรู ผมแนะนำให้แวะไปที่โชว์รูมของ ฟรานซิส โดยตรงน่าจะดีกว่า ทางนั้นเขาน่าจะดูแลและบอกรายละเอียดเรื่องรถได้ดีกว่าผม ” สิ้นคำ มาเฟียหนุ่มก็หันไปพยักหน้าให้ทามทันที
“ทาม เดี๋ยวส่งรายละเอียดการติดต่อให้เจ้าสัวด้วยนะ”
“ครับนาย”
เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์หัวเราะกับคำตอบและท่าทีของมิลเลอร์ เดิมทีเขาเพียงหาเรื่องชวนคุย เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกสาวได้สานต่อบทสนทนากับมิลเลอร์ แต่ชายหนุ่มกลับโยนเรื่องไปให้ลูกน้องจัดการหน้าตาเฉย ไม่เปิดช่องว่างให้คุยต่อแม้แต่น้อย
แพรวาเองก็รู้สึกได้เช่นกัน เธอจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดเกมเสียเอง
“จริงสิ...” หญิงสาวส่งยิ้มหวาน “แพรกำลังมองหารถสปอร์ตอยู่พอดี ไม่ทราบว่าคุณมิลเลอร์พอจะมีรุ่นแนะนำไหมคะ”
มิลเลอร์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารมองสบตาแพรวาเล็กน้อย ก่อนตอบเรียบๆตามนิสัย
“เรื่องรถ ฟรานซิสเชี่ยวชาญกว่าผมครับ”
“....” เป็นอีกครั้งที่แพรวาถึงกับหน้าเหวอ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอคิดจะถอดใจ
“เรื่องสัญญา เราตกลงตามนี้นะครับ” มิลเลอร์เอ่ยตัดบท พลางปิดแฟ้มเอกสารลง การเจรจาครั้งนี้กินเวลามานานพอสมควร และเขาไม่คิดจะปล่อยให้บทสนทนาออกนอกประเด็นไปมากกว่านี้
“ครับ” เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์ยิ้มกว้าง พลางลุกขึ้นจับมือกับมิลเลอร์ตามธรรมเนียม “หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันอีกหลายโครงการ”
“เช่นกันครับ” มิลเลอร์ตอบก่อนปล่อยมือ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว”
สิ้นคำร่างสูงก็หมุนตัวเดินไปยังประตูห้องประชุมทันที ไม่เปิดโอกาสให้สองพ่อลูกหาเรื่องชวนคุยเพื่อรั้งให้เขาต้องอยู่ต่อ
แพรวารีบลุกขึ้นยืนริมฝีปากเผยอเหมือนจะเอ่ยเรียก แต่สุดท้ายก็ไม่ทันเพราะประตูห้องประชุมถูกปิดลงเสียก่อน
หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเข้าหามาเฟียหนุ่มได้อีกตอนไหน เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์เหลือบมองลูกสาว ก่อนหัวเราะในลำคอ
“ถูกเมินจนเสียอาการเลยหรือ”
แพรวาหันมองบิดา ก่อนบิดยิ้มออกมาอย่างไม่คิดยอมแพ้
“แบบนี้มันก็ท้าทายดีนะคะ ยิ่งกับคนที่ชอบเอาชนะแบบแพร ”
ขณะเดียวกันทันทีที่เดินออกจากห้องประชุม มาเฟียหนุ่มก็มุ่งตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที เมื่อมาถึงและผลักประตูเข้าไป ภาพแรกที่เห็นก็ทำเอาอีกฝ่ายชะงักฝีเท้า
เดวานั่งกอดอกอยู่บนโซฟา แก้มกลมป่องขึ้นเล็กน้อย ทันทีที่เห็นมิลเลอร์ เดวาก็เงยหน้าขึ้นมอง สายตาคู่สวยเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ไหนบอกว่าแป๊บเดียวไงคะ วาหลับไปสามตื่นยังไม่เห็นพี่กลับมาเลย”
“งอแงอะไร ก็ฉันแค่ติดงาน” มิลเลอร์ไหวไหล่เบาๆ ก่อนเดินเข้ามาหาสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน
“นานขนาดนี้ ก็ไม่ควรหนีบ วามาด้วยตั้งแต่แรกไหม” คนตัวเล็กบ่นเสียงอู้อี้ พลางหันหน้าหนีราวกับไม่อยากมองเขา
มิลเลอร์ส่ายหน้าอย่างระอา แต่สุดท้ายก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“ยัยเด็กขี้โวยวาย” ก่อนจะใช้นิ้วเคาะหน้าผากเดวาเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“โอ๊ย!” เดวารีบยกมือขึ้นลูบหน้าผาก พลางส่งสายตามองค้อนเขา
“เจ็บนะ!”
“อย่าเวอร์น่า...”
“ก็คนมันผิวบางนี่คะ”
มิลเลอร์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะคลายเนกไทออกจากคอ ถอดเสื้อสูทพาดไว้บนพนักโซฟา แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างเดวาอย่างสบายอารมณ์
ความใกล้ชิดระหว่างทั้งคู่ ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมประจำกายของกันและกัน
“หิว....” น้ำเสียงเดวาเต็มไปด้วยความงอแง เพราะเรื่องกินสำหรับเธอมันคือเรื่องใหญ่มาก
“แล้วทำไมไม่บอกเพทาย”
“วาไม่กล้า” ยู่หน้าใส่มิลเลอร์ ต่อให้เพทายจะถามเธอหลายครั้งว่าต้องการอะไรมั้ย เธอก็ยังรู้สึกเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ดี
มิลเลอร์มองนาฬิกาบนข้อมือ ก่อนจะเอ่ยเสนอทางเลือก
“ไปกินที่ห้างได้มั้ย ตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่ม กินเสร็จแล้วแวะซื้อของขวัญวันเกิดให้ เอมิ ด้วยกัน”
“วาก็ว่าจะไปซื้อให้ยันเอมิพอดี เราหารกันมั้ยคะ”
“เอามาสิ 5 แสน”
“หะ...ห้าแสนเลยเหรอคะ” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ตอนนี้ทั้งบัญชีมีแค่ 5 พัน จะให้เธอไปหาเงินครึ่งล้านมาจากไหนก่อน
ถึงบ้านเธอจะค่อนข้างมีฐานะ แต่ทางบ้านก็ค่อนข้างที่จะจำกัดการใช้เงินของเธออยู่เหมือนกัน
“ฉันว่าจะซื้อนาฬิกาให้ยัยนั่น ราคา หนึ่งล้าน หารกันก็คนละห้าแสนก็ถูกมั้ย”
“งั้นไม่เป็นไรค่ะ วาขอซื้อให้ยัยเอมิเองไม่หารแล้ว”
“ตามใจ” เขาลุกขึ้นยืน หยิบกุญแจรถจากโต๊ะทำงาน “ไม่หารก็ลุก”
เดวากะพริบตาปริบ ๆ มอง
“ไปเลยเหรอคะ”
“ก็ไหนเธอบอกว่าหิว” สีหน้าและน้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มเริ่มจะหงุดหงิด ผู้หญิงทำไมมันเข้าใจอยากจังวะ
“อย่ามาขึ้นเสียงใส่วานะ” เดวาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“อะไรของเธออีก ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” มิลเลอร์หมดคำจะพูด
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







