LOGINเดวามองอาณาจักรขนาดใหญ่ ที่มีโกดังเรียงรายนับสิบโกดัง ด้านข้างเป็นท่าเรือและมีเครนขนาดใหญ่ กำลังยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นจากเรือที่เข้ามาเทียบท่าจอด
“วาไม่อยากเห็น” เดวาถอนหายใจ เธอไม่อยากรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมาย ที่มิลเลอร์กำลังทำอยู่
“รังเกียจธุรกิจของครอบครัวฉันหรือไง” มาเฟียหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก หากไม่ชอบธุรกิจของครอบครัวเขา แล้วมาเป็นเพื่อนสนิทกับน้องสาวเขาทำไม
“วาเปล่า”
“งั้นลงรถได้แล้ว” มิเลอร์ตัดบท ก่อนจะดันหลังเดวาให้ขยับตัวลงจากรถ เมื่อเพทายเปิดประตูให้
เดวายอมก้าวลงจากรถอย่างเสียไม่ได้ รองเท้าผ้าใบสีขาวแตะพื้นคอนกรีตของลานกว้าง จนเกิดเสียงดังเมื่อเธอเผลอชะงักเท้า บริเวณรอบพื้นที่มีชายในชุดสูทสีดำกระจายตัวอยู่หลายจุด ทำเอาเดวาที่หวาดระแวงสถานที่แห่งนี้อยู่แล้วยิ่งรู้สึกประหม่าเข้าไปใหญ่
เดวาขยับเข้าไปยืนใกล้มิลเลอร์โดยไม่รู้ตัว
มาเฟียหนุ่มปรายตามองร่างบางเล็กน้อย เขาสังเกตเห็นมือเล็กที่กำชายเสื้อของตัวเองไว้หลวม ๆ ด้วยความตึงเครียด
“กลัวหรือไง” น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขายิ่งทำให้เดวาหน้าเสีย เดวารีบปล่อยชายเสื้อของมิลเลอร์แล้วยกแขนกอดอกกลบเกลื่อน
“วะ...วาไม่ได้กลัว”
“งั้นเหรอ” เอ่ยตอบ ก่อนจะเดินนำเดวาเข้าไปด้านในโกดังแรกที่เป็นสำนักงานใหญ่ เดวาที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จำต้องรีบเดินตามหลังมิลเลอร์เข้าไปติดๆ
หวังว่าเขาคงจะไม่ล่อลวงเธอมาฆ่าทิ้ง พูดกับตัวเองในใจ
“เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์กับลูกสาวรออยู่ห้องประชุมในสำนักงานแล้วครับ” ทาม มือซ้ายของมิลเลอร์รีบเอ่ยรายงาน เมื่อเห็นเจ้านายและอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นเจ้านายหนีบสาวน้อยในชุดนักศึกษาติดมาด้วย
“พาเธอไปรอที่ห้องทำงานฉัน” หันไปสั่งเพทาย
“วะ...วาอยู่กับพี่มิลเลอร์ไม่ได้เหรอคะ” เดวารีบยื่นมือไปจับแขนของมิลเลอร์เอาไว้แน่น สีหน้าของคนตัวเล็กยังคงไม่คลายความเป็นกังวล
“ฉันไปคุยงานแป๊บเดียว” น้ำเสียงที่ใช้คุยกับเดวาอ่อนลงจนเห็นได้ชัด “ระหว่างนี้ให้เพทายอยู่เป็นเพื่อน เธอจะได้ไม่ต้องเดินไปไหนคนเดียว”
เดวาเม้มริมฝีปาก สีหน้าลังเล เธอไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเรื่องงานของเขา แต่การต้องนั่งรอเพียงลำพังในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยก็ทำให้ใจหวิวไม่ต่างกัน
“...รีบกลับมานะคะ”
คำพูดและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความออดอ้อนของเดวา ทำเอาบอดีการ์ดทั้งสองหันมองหน้ากันแทบจะทันที
ตั้งแต่ทำงานกับมิลเลอร์มา พวกเขาไม่เคยเห็นเจ้านายปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนออดอ้อนเช่นนี้
มิลเลอร์เพียงยกมือขึ้นแตะศีรษะของเดวาเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำขอเธอ
“อือ....”
เพียงคำตอบสั้นๆ จากเขา ก็มากพอจะทำให้เดวาใจชื้นจนยอมปล่อยแขนมิลเลอร์
“เพทาย”
“ครับนาย”
“ดูแลเธอ”
“รับทราบครับ”
เพทายอมยิ้มบาง ๆ ก่อนผายมือไปอีกทาง
“เชิญครับคุณเดวา ห้องทำงานของนายอยู่ทางนี้”
มิลเลอร์หันไปพยักหน้าให้ทาม ก่อนเดินตรงไปยังห้องประชุมที่อยู่สุดทางเดิน
บานประตูไม้บานใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงนั่งรออยู่พร้อมหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับเดวา ทั้งสองลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นเขา ประตูค่อย ๆ ปิดลง เหลือเพียงเดวาที่ยืนมองตามแผ่นหลังของมิลเลอร์จนลับสายตา
ด้านในห้องประชุมของโกดัง
มิลเลอร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมกวาดมองบุคคลทั้งสองที่รออยู่ภายในห้องชายวัยหกสิบกว่าในชุดสูทสีเทาเข้มยืนรอทักทายมิลเลอร์พร้อมรอยยิ้มกว้าง
“คุณมิลเลอร์ ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงเสียที” ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะพาตัวเองเข้ามาดิลงานกับมิลเลอร์ได้ เจ้าสัวได้ทำเรื่องขอเข้าพบไว้นานหลายเดือน กว่ามิลเลอร์จะยอมให้เข้าพบ
“สวัสดีครับเจ้าสัว” มิลเลอร์เอ่ยทักทายเพียงเล็กน้อย ก่อนยื่นมือไปจับตามมารยาท
“เชิญนั่งครับ”
ทั้งสามนั่งลงตรงข้ามกัน หญิงสาวที่นั่งเคียงข้างเจ้าสัวส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม เธอคือ แพรวา บุตรสาวคนเดียวของเจ้าสัวพงศ์ทรัพย์
หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมเข้ารูป เผยบุคลิกสง่างามและมั่นใจ ทุกอิริยาบถถูกอบรมมาอย่างดี สมกับเป็นลูกสาวนักธุรกิจชื่อดัง
“สวัสดีค่ะ คุณมิลเลอร์” เอ่ยเสียงหวาน พลางยื่นมือออกไป มิลเลอร์จับมือเธอตามมารยาท ก่อนจะปล่อยมือเธอแทบจะทันที
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแพรวา”
แพรวามอบรอยยิ้มอ่อนหวานตอบกลับ ดวงตาคู่สวยทอดมองใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มอย่างไม่คิดปิดบังความสนใจ
สมกับที่ร่ำลือ...
มิลเลอร์ทั้งหนุ่ม สุขุม และมีเสน่ห์ในแบบที่ผู้ชายทั่วไปยากจะเทียบได้ ยิ่งได้พบตัวจริงก็ยิ่งทำให้แพรวาอดละสายตาจากเขาไม่ได้
เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์ลอบสังเกตท่าทีของบุตรสาว พลันหัวเราะเบา ๆ อย่างพึงพอใจ เมื่อแผนที่ตนวางไว้เหมือนจะได้ผล
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แพรวาไม่เคยแสดงความสนใจผู้ชายคนไหนอย่างจริงจัง ต่อให้เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่หรือทายาทนักธุรกิจชื่อดัง เธอก็มักปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
แต่มิลเลอร์กลับเป็นข้อยกเว้น
เพียงได้พบกันครั้งแรก แววตาและรอยยิ้มของลูกสาวก็ฟ้องทุกอย่างจนคนเป็นพ่อมองออก
หากทั้งสองได้สานสัมพันธ์กัน ไม่เพียงแต่จะเชื่อมความรุ่งเรืองทางธุรกิจระหว่างสองตระกูลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่ยังอาจกลายเป็นสายสัมพันธ์ในฐานะครอบครัวเดียวกันอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าสัวรู้ดีว่าการให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้แสดงออกมากเกินไปอาจไม่เหมาะสม เขาจึงตั้งใจเพียงเปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ทำความรู้จักกัน ส่วนที่เหลือคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามจังหวะของคนหนุ่มสาว
“ลูกสาวผมเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ เห็นบอกว่าอยากมาช่วยงานบริษัท ผมเลยถือโอกาสนี้พามาด้วย คุณมิลเลอร์คงไม่ว่าอะไร”
“ครับ” มิลเลอร์ตอบรับสั้น ๆ ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงความยินดีหรือความไม่พอใจอะไร
ในระหว่างนั้นก็เปิดแฟ้มเอกสาร ที่ทางเลขาฝั่งเจ้าสัวนำมาวางให้ เพื่อดูรายละเอียดของสัญญาทางธุรกิจ
เจ้าสัวพงศ์ทรัพย์อมยิ้ม พลางหันไปมองลูกสาว
“แพรวาเพิ่งเรียนจบด้านบริหารธุรกิจมา ถึงจะมีความรู้ แต่ประสบการณ์ยังน้อย ผมอยากให้เธอได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ”
แพรวามองบิดา ก่อนหันมาสบตากับมิลเลอร์พร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
“คุณพ่อชมเกินไปค่ะ”
“ไม่ได้ชมเกินหรอก” เจ้าสัวยิ้ม “คนรุ่นใหม่อย่างพวกคุณ น่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่าผมเสียอีก”
“ถ้ามีโอกาส...หวังว่าคุณมิลเลอร์จะช่วยแนะนำแพร เรื่องการทำงานบ้างนะคะ”
“ถ้าเป็นเรื่องงาน ผมยินดีครับ” คำตอบของมิลเลอร์สุภาพ แต่ก็ปิดช่องว่างทุกทางเสียจนแพรวาแอบเม้มริมฝีปาก
เพราะถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงรีบฉวยโอกาสชวนเธอพูดคุยต่อ แต่มิลเลอร์กลับรักษาระยะห่างไว้อย่างพอดีจนน่าสนใจ...
ทำเอาคนที่ชอบการเอาชนะ ชิงดีชิงเด่นจนติดเป็นนิสัย ยิ่งอยากได้มิลเลอร์มากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




