LOGIN@ห้างสรรพสินค้า
หลังจากพาเดวาทานมื้อค่ำเสร็จ มิลเลอร์ก็จูงมือเดวาตรงมายังช็อปนาฬิกาแบรนด์หรูที่เขาเล็งไว้ทันที เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าไปภายในร้าน พนักงานก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนเชิญทั้งสองไปยังโซนจัดแสดงคอลเลกชันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
มิลเลอร์กวาดตามองนาฬิกาในตู้กระจก ก่อนหันไปมองหญิงสาวข้างกาย
“เลือกสักเรือนสิ ฉันซื้อให้” มิลเลอร์ไม่เห็นเดวาใช้ของแบรนด์เลยสักอย่าง ทั้งที่บ้านเด็กสาวก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะพอสมควร ไหนๆ เดวาก็เป็นผู้หญิงของเขาเธอก็ควรมี ของแบรนด์เนมติดตัวบ้าง
แต่เดวากลับรีบส่ายหน้าทันที
“ไม่เป็นไรค่ะ” เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธพร้อมก้าวถอยหลังหนี นาฬิกาที่มิลเลอร์กำลังจะซื้อมันราคาแพงเกินไปสำหรับเธอ เดวาไม่กล้าที่จะรับไว้
เดวาตัดสินใจเดินปลีกตัวไปนั่งรอที่โซนรับรองลูกค้า ปล่อยให้มิลเลอร์ยืนเลือกของขวัญวันเกิดให้น้องสาวเขาเพียงลำพัง
หญิงสาวหยิบแก้วน้ำที่พนักงานนำมาเสิร์ฟขึ้นจิบ พลางมองผู้คนในช็อปไปเรื่อย โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า มิลเลอร์เองต่างก็เหลือบมองมาทางเธอเป็นระยะเช่นกัน
หลังจากเลือกนาฬิกาอยู่นาน มาเฟียหนุ่มก็ใช้นิ้วแตะไปที่นาฬิกาสองเรือนที่วางเคียงกัน
“เอาสองเรือนนี้”
พนักงานสาวยิ้มกว้าง ก่อนหยิบถาดกำมะหยี่เข้ามาวางตรงหน้า นาฬิกาทั้งสองเป็นรุ่นเดียวกัน ต่างกันเพียงสีของหน้าปัด เรือนหนึ่งเป็นสีเขียวมรกต อีกเรือนเป็นสีชมพูอ่อน
“ห่อของขวัญทั้งสองเรือนเลยไหมคะ”
“ห่อแค่เรือนหน้าปัดสีเขียว” มิลเลอร์ตอบพนักงาน ก่อนจะเหลือบมองไปยังเดวาที่กำลังนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่โซนรับรอง
“ส่วนเรือนหน้าปัดสีชมพูใส่เลย”
พนักงานหลุดยิ้มอย่างเข้าใจ
“ได้ค่ะ”
ทันทีที่จัดการธุระเสร็จ มิลเลอร์ก็เดินตรงมาหาเดวา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย
“เสร็จแล้วเหรอคะ”
“อือ”
“งั้นเรา...”
เดวายังพูดไม่ทันจบ มิลเลอร์ที่นั่งลงข้างเธอเมื่อครู่ ก็จับข้อมือซ้ายของเธอเอาไว้ คนตัวเล็กมองการกระทำเขาอย่างไม่เข้าใจ
“พะ...พี่เลอร์”
เดวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ พนักงานสาวที่เดินตามเข้ามา พร้อมนำนาฬิกาเรือนหน้าปัดสีชมพู มาสวมลงบนข้อมือเล็กของเธออย่างพอดิบพอดี พร้อมกับตัวล็อกปิดสนิท
เดวาก้มมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง ก่อนรีบเงยหน้าขึ้น
“อะ...ไร กันคะเนี่ย” มองการกระทำของพนักงานสาวและมิลเลอร์สลับกันไปมา
“เหมาะดี” มิลเลอร์พึมพำออกมา ไม่ได้คิดสนใจกับการตั้งคำถามของเดวาเลยสักนิด
“ดะ...เดี๋ยวก่อนค่ะ วาไม่ได้จะซื้อนี่” เดวาถอนหายใจ เมื่อมิลเลอร์ทำนิสัยเอาแต่ใจกับเธออีกแล้ว
“ฉันซื้อเอง ” มิลเลอร์ตอบ
“แต่...”
“ไม่มีแต่”
“พี่เลอร์นาฬิกาพวกนี้มันแพงจะตาย วารับไว้ไม่ได้หรอกนะ” เดวาพยายามจะรีบถอดนาฬิกาออก แต่ยังไม่ทันปลดตัวล็อก มิลเลอร์ก็จับมือเธอไว้เสียก่อน
“ใส่ไว้ห้ามถอด” น้ำเสียงที่เอ่ยสั่งเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
“ก็บอกว่ามันแพง วาไม่เอาไง”
“โวยวายอะไร มันไม่ได้ราคาแพงขนาดนั้น ”
“ราคาเป็นล้านนี่เรียกว่าไม่แพงเหรอคะ”
“อือ”
คำพูดของมิลเลอร์ทำเอาเดวาถึงกับกลอกตามองบนอย่างพูดไม่ออก ไม่แพงบ้าอะไรเธอเห็นป้ายราคามันติดไว้ตั้ง หนึ่งล้านสามแสนบาท คนรวยกับคนฐานะธรรมดาใช้มาตรฐานราคาไม่เหมือนกันจริง ๆ
“.......”
“เป็นผู้หญิงของฉัน เธอไม่ควรน้อยหน้าใคร”
“ใครเป็นผู้หญิงของพี่กัน อีกอย่างวาใส่นาฬิกาเรือนละพันกว่าบาทก็พอแล้วค่ะ” มันก็ดูเวลาได้เหมือนๆ กันนั่นแหละ
“แล้วเรือนนั้นอยู่ไหนล่ะ”
“อยู่ที่คอนโดค่ะ วันนี้วาไม่ได้ใส่มาด้วย ”
“เอาไปทิ้งซะ แล้วใส่เรือนนี้แทน”
เอาแต่ใจชะมัด! เดวาพึมพำในใจอย่างปลงตก
หนึ่งชั่วโมงต่อมา.....
รถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นผ่านประตูทางเข้าลิฟต์ขนาดใหญ่ เพื่อขึ้นโรงจอดรถในตัวอาคารของเพนต์เฮาส์ส่วนตัวเขา
เดวาปลดเข็มขัดนิรภัย พลางมองบรรยากาศรอบตัวอย่างงุนงง เมื่อเห็นว่ามิลเลอร์ดับเครื่องแล้วเปิดประตูลงจากรถ
“พาวามาที่นี่ทำไมคะ” น้ำเสียงของคนตัวเล็กเต็มไปด้วยความสงสัย เธออยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ เพราะตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เผอิญเจอกันที่คาเฟ่ มิลเลอร์ก็พาเธอไปบริษัท พาไปกินข้าว พาไปซื้อของขวัญให้น้องสาว
ทว่ายังแวะอีกหลายที่ จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึงสี่ทุ่ม เธอควรจะได้กลับคอนโดเพื่อพักผ่อน แต่มิลเลอร์กลับพาเธอมาที่เพนต์เฮาส์ของตัวเองเสียอย่างนั้น
มิลเลอร์ปิดประตูรถ ก่อนเดินอ้อมมาทางฝั่งเธอ
“ลงมา”
“ยังไม่ตอบคำถามวาเลยนะคะ”
“ค่อยไปตอบบนห้อง”
“ไม่เอา” เดวารีบส่ายหน้ารัว ๆ เธอเพิ่งจะหายปวดร้าวตามตัวไปเอง
“วาจะกลับคอนโด”
“เดี๋ยวค่อยกลับ”
“ทำไมคะ”
“ดึกแล้ว”
“อะไรของพี่เนี่ย ดึกแล้วก็ยิ่งรีบต้องกลับสิ”
มิลเลอร์ถอนหายใจเมื่อเริ่มหมดความอดทน ที่เดวาเอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขาไม่หยุด แล้วไม่ยอมลงจากรถสักที
“มีอะไรจะคุยด้วยนิดหน่อย ลงมา! ” ถ้ายังเถียงอีกเขาจะปล่อยให้เด็กบ้านี่ นอนโรงจอดรถมันซะเลย
“จะบ้า” เดวากระแทกเท้าเดินหน้าตูมลงจากรถอย่างไม่มีทางเลือก
มิลเลอร์จะอะไรกับเธอนักหนา ไหนเคยบอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกันไง แต่การกระทำของเขาทำไมมันสวนทางกับคำพูดไปเสียหมด
เดวาก็เริ่มจะหมดความอดทนกับเขาแล้วเหมือนกัน
ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์ เดวาก็กวาดสายตามองบรรยากาศรอบตัวด้วยความสนใจ คราวก่อนที่เธอเคยมาที่นี่ ทุกอย่างเกิดขึ้นในตอนที่เธอไม่มีสติ จนไม่มีโอกาสสำรวจอะไรเลย พอรู้สึกตัวก็มัวแต่มึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า
แต่ครั้งนี้เธอได้เห็นทุกอย่างชัดเต็มตา ห้องของมิลเลอร์สวยมาก พื้นที่ภายในห้องก็กว้างขวาง ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูและเหมือนจะมีสองชั้น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกคุมโทนด้วยสีเทา ดำ ดูสุขุมไม่ต่างจากเจ้าของห้อง กระจกบานสูงเผยให้เห็นวิวเมืองยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ
ทุกอย่างเป็นระเบียบเสียจนเหมือนห้องตัวอย่างตามบ้านหรู
มิลเลอร์เหลือบมองร่างบางที่กำลังตื่นตากับห้องตนเองเพียงเล็กน้อย ก่อนเดินนำเข้าไปยังห้องนั่งเล่น
“นั่งก่อนสิ”
เดวาพยักหน้าแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ตรงข้ามมิลเลอร์ พลางกอดหมอนอิงใบหนึ่งไว้แนบอก เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง
ส่วนมิลเลอร์ปลดนาฬิกาหรูออกจากข้อมือ และวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะกลาง ก่อนคลายกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดออกเพื่อความสบาย
“จะดื่มอะไร”
“น้ำเปล่าก็พอค่ะ”
คำตอบของเดวาทำให้มาเฟียหนุ่มเดินไปยังมินิบาร์ หยิบน้ำแร่เย็นสองขวด ก่อนยื่นให้เดวา
“ขอบคุณค่ะ”
มิลเลอร์เปิดฝาขวดของตัวเอง ก่อนเอนตัวพิงเคาน์เตอร์ มองคนตัวเล็กที่กำลังนั่งกอดหมอนอยู่
“มะ...มองอะไรคะ” จะคุยอะไรก็ไม่คุยสักที
“ย้ายมาอยู่ที่นี่กับฉัน” มิลเลอร์พูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แต่คนที่ได้ฟังอย่างเดวา กลับหายใจแทบไม่ทั่วท้อง
“มะ...หมายความว่าไงคะ” เดวาถามกลับเสียงสั่น
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันในห้อง ทำให้เธอหายใจติดขัด
มิลเลอร์ไหวไหล่เบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และท่าทีที่ดูสบายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเขากำลังพูดเรื่องสำคัญอยู่
“ มาเป็นผู้หญิงของฉัน ทดลองอยู่เป็นเมียฉัน”
คำพูดนั้นทำเอาเดวาแทบอยากจะกรีดร้องออกมา เธอสะบัดหน้าไปมา พยายามหาคำตอบให้ตัวเองว่าเธอกำลังเจอกับอะไรอยู่
“อะไรของพี่อีกเนี่ย!! ” สถบออกมาเสียงเหวี่ยง เมื่อเธอเริ่มจะไม่ไหว กับการกระทำที่แสนเอาแต่ใจของมิลเลอร์แล้ว
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







