หน้าหลัก / โรแมนติก / เมียพยายาม / บทที่ 2 เมียที่เข้มแข็ง

แชร์

บทที่ 2 เมียที่เข้มแข็ง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 14:48:34

เสียงสั่นของโทรศัพท์สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดสั่นตอนแปดโมง ซึ่งควรจะเป็นเวลาที่เขาจะนอนหลับพักผ่อน เพราะคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงานเพียงห้านาทีและเขามักจะตื่นเก้าโมงอาบน้ำแต่งตัวออกไปบริษัทในเวลาสิบโมงของทุกวัน

         แต่วันนี้อยู่ ๆ ก็มีเสียงเตือนปลุก เขายกมือถือดูว่าใคร พบว่าเป็นเพื่อนแล้วก็วางทิ้งที่เดิม แต่ต่อให้กดไม่รับสายมันก็ยังดังเรื่อย ๆ จนเขาไม่อาจจะปล่อยให้มันดังกวนใจต่อไป สุดท้ายเขาตัดสินใจรับในสายที่สิบแล้ว

         กวิน: ฮัลโหล (เสียงอ้อแอ้แหบแห้งของคนเพิ่งตื่นนอนเปล่งออกมา กับท่าทีโมโหเพื่อนที่โทรมาปลุกแต่เช้า)

         ดนัย: มึงอยู่ไหนผิงล้มหัวฟาดพื้น ลูกมึงร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน (เสียงที่โกรธและสั่นไปทั้งอก เมื่อรู้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีมันดูแลลูกกับเมียมันไม่ดี ทั้งยังนอนไม่ตื่นอีกต่างหาก)

         กวิน: อะไรนะ!!! (เขาตื่นเต็มตาแล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงพยาบาล)

        

         ภริตาลืมตาอีกครั้ง พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว ภายในห้องดูเปลี่ยนไปไม่ใช่บ้าน ทำให้เธอหลับตาลงอีกครั้งคิดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อหันหน้าไปอีกฝั่งเห็นสายน้ำเกลือกับลูกชายที่นอนกอดกับลูกสาวบนโซฟา บนโต๊ะได้ยินเสียงกดคีย์บอร์ดดังเบา ๆ ไม่ได้ทำให้เกิดความรำคาญขณะนอนหลับเลยสักนิด เธอหลับตาลงอีกครั้ง และลืมตาขึ้น พบความเคลื่อนไหวในห้อง จึงลืมตามองดูว่าเขาทำอะไร เมื่อเห็นเขาลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง เธอจึงมองเขา

         “ปวดหัวไหม เป็นยังไงบ้าง”

เสียงนุ่มของสามีทำให้เธออยากร้องไห้จริง ๆ น้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอีกครั้ง น้ำเสียงที่ใส่ใจราวกับเธอเป็นคนรักอีกครั้ง เหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำในหน้าแล้งแล้วมีฝนตกลงมาทำให้มีชีวิตอีกครั้ง

เธอส่ายหน้าไปมา กะพริบตาถี่ ๆ ไล่น้ำตาให้หมดไป ไม่อยากร้องไห้เป็นคนเจ้าน้ำตาอย่างที่เขาเคยต่อว่าเธอเป็นประจำ

“เจ็บขนาดนี้ยังจะโกหกอีก ต่อไปไม่สบายก็บอกรู้ไหม ไม่ใช่ทำให้ลูก ๆ เสียขวัญกว่าจะปลอบให้เงียบได้” กวินภพลูบหัวภรรยาเบา ๆ รู้สึกโล่งอกที่เธอไม่เป็นอะไรมาก เขาเลื่อนงานที่ไม่สำคัญออก เหลือแค่ประชุมออนไลน์เท่านั้น และย้ายตัวเองมาทำงานในห้องพักผู้ป่วยแทนเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเธอและลูก

“ขอบคุณนะคะที่มาดูแลลูกให้ เหนื่อยไหม” เธอถามด้วยเสียงห่วงหาอาทรสามี แม้จะเจ็บปวดเพียงใด แต่คนที่เธอห่วงที่สุดเป็นเขาและลูกทั้งสองเสมอ

“เหนื่อยสิ บริษัทก็ปิดยอดไม่ได้ ต้องประชุมทั้งวัน” ยามอยู่กับภรรยา มีบางครั้งที่เขามักเผลอใช้ความดื้อรั้นเอาแต่ใจ และยามเครียดจากงานมักจะใช้เสียงสองฟ้องเธอ ให้เธอปลอบ เพียงแต่ช่วงหลังนั้นเขายุ่งจริง ๆ จนมาวันนี้ที่ภรรยาเจ็บ เขาที่ละเลยไม่ได้ดูแลจึงใช้ความอ้อนเล็ก ๆ กับเธอ

“โอ๋ ๆ นะ...ขอให้งานราบรื่นไวไว นะคะ” มือที่ซูบผอมยื่นไปจับใบหน้าให้เขาแนบกับฝ่ามือเธอ คล้ายกับเรื่องราวปวดสมองของเธอผ่านไป เพียงเขาอ้อนนิดหน่อย ใจของเธอมันก็ไม่เคยจะโกรธเขาลงได้เลย

‘นี่สินะเรียกเจ็บแล้วไม่จำ’

เธอได้แต่บ่นในใจ หลังจากเขาต้องกลับบ้านพาลูกไปอาบน้ำ ก่อนจะขนเสื้อผ้ามานอนดูอาการของเธออีกคืนที่โรงพยาบาล เดชดนัยก็เข้ามาเยี่ยมเธอ

เดชดนัยเป็นลูกเจ้าของโรงพยาบาลดนัยราช และเป็นเพื่อนของเธอและเขามาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม เพราะต้องรับหน้าที่บริหารงานต่อจากคุณพ่อ เขาจึงเรียนบริหารด้วยกันกับเธอและกวินภพ

เธอไม่เคยชอบบริหาร แต่เลือกเรียนเพราะแค่อยากอยู่ใกล้เขา และคอยช่วยเหลือเขายามที่เขาทำงานไม่ทัน เธอหวังดีและยืนเคียงข้างเขาเสมอมา เพราะเขาเป็นคนหล่อที่สุดในคณะ พ่วงด้วยตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัย ดังนั้นไม่ว่ารักหรืออกหัก เขาจะเล่าให้เธอฟังตลอด เป็นเหมือนเพื่อนปรับทุกข์ แม้ตัวเองจะเจ็บปวดใจทุกครั้งยามเขารักคนอื่นก็ตาม เพียงเขาปรึกษาเธอก็ละวางความน้อยเนื้อต่ำใจทิ้งลงไป และใส่ใจความรู้สึกของเขาเสมอ

“เจ็บพอหรือยัง” คำถามด้วยน้ำเสียงติดห้วน ของเพื่อนรักของเธออีกคนทำให้รู้ว่าเขาห่วงเธอมากแค่ไหน

“ดนัยก็ยังซ้ำเติมเราเหรอ” เสียงตัดพ้อแม้รู้ว่าตัวเองจะโง่ซ้ำโง่ซ้อนไม่รู้จักตาสว่างสักที แต่คนมันรักจะให้ทำยังไง

ยามเธอเจ็บก็มีเขาที่คอยให้เธอปรับทุกข์เช่นกัน ไม่ต่างจากเธอเมื่อก่อนที่ให้กวินภพได้ปรับทุกข์ ได้ปลอบใจ ได้ยืนข้าง ๆ เป็นกำลังใจให้เขาผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายพวกนั้นมาได้

“มันทำอะไรอีก ทำไมไม่ยอมกินข้าว รู้ไหมเธออาจจะตายก็ได้นะ หากทรมานร่างกายแบบนี้” เดชดนัยเป็นห่วงภริตามาตลอด แต่เธอกลับห่วงไอ้เลวนั่นที่ชอบทำเจ้าชู้ไปเรื่อย สุดท้ายแต่งงานกันแล้วก็ต้องมีปัญหา เพราะรักเก่าของมันยังป้วนเปี้ยนรอบตัวมัน

“ขอโทษนะ...เราผิดเอง”

“ขอโทษตลอด ผิดอะไรนักหนาเราอยากรู้จริง ๆ” เขายุ่งเรื่องครอบครัวไม่ได้ แต่อยากให้เธอรู้ว่าเขาก็เป็นห่วงเธอเหมือนเดิมเช่นกัน

“พี่กล้าบอกเหรอ” ภริตาเอ่ยเสียงเศร้าไม่รู้ว่าเขารู้จากใคร หรือลูกชายของเธอที่บอกเขากัน แม้พยายามไม่คิดเรื่องที่ติดค้างในใจ แต่เมื่อเป็นเพื่อนสนิทกลับซ่อนมันไว้ไม่ได้

“เรื่องจ่ายค่าเทอมให้คนอื่นนั่นน่ะเหรอ”

คร้านจะปฏิเสธ จึงพยักหน้ายอมรับ เธอคิดมากจริง ๆ เรื่องนี้รบกวนจิตใจเธอมาหลายวัน พยายามไม่คิดแล้วแต่สมองกลับคิดซ้ำไปซ้ำมา จึงปล่อยให้มันคิดเสียให้พอ วันหนึ่งเธอหยุดคิดเมื่อไหร่ก็คงจะดีขึ้นเอง

“ถ้ามันอยากเสนอหน้าไปดูแลคนอื่นดีนัก เธอกับหลานเราดูแลเองได้ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน” เขาไม่ได้ยุยงให้ครอบครัวแตกแยก แต่เขามองหัวใจของเพื่อนรักอย่างภริตาแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีไม่ได้อีกแล้ว กระทั่งวันนี้วันที่เจ็บปวดที่สุด กล้ากวีกลับเลือกที่จะโทรหาเขา แทนที่จะโทรหาพ่อของตัวเอง ก็ทำให้รู้แล้วว่าคนที่หลาน ๆ ทั้งสองให้ความสำคัญกับพวกเขาคือตนเอง

“เราผิดมากไหม” เสียงที่อ่อนล้าโรยแรงเต็มทีถามออกมา

“ผิง...เมื่อไหร่จะหยุดโทษตัวเองเสียที เราเบื่อมาก” เดชดนัยกอดอกอย่างไม่พอใจ อะไร ๆ ก็เอาแต่โทษตัวเอง ไม่โทษกวินบ้างเล่า

“เราไม่กล้า เรากลัว กลัวว่าจะเสียครอบครัวไป” แม้อยากพูดออกไป แต่ก็กลัวเขาไม่พอใจและจะทะเลาะกันอีก สุดท้ายเลือกจะเจ็บคนเดียวดีกว่า

“แล้วมีความสุขไหม เลิกเป็นเมียที่เข้มแข็งให้มันทำร้ายจิตใจได้แล้ว ผิงก็คนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะไม่มีความรู้สึก”

ถ้อยคำของเดชดนัยเสียดแทงใจทุกคำ และขอบตาเธอก็เริ่มร้อนผ่าว ดวงตาพร่าด้วยน้ำตา เขาจึงพ่นลมหายใจสงบสติอารมณ์

“เราขอโทษพูดแรงไปหน่อย เราแค่เป็นห่วง” สุดท้ายเดชดนัยก็ต้องวางความขุ่นเคืองทั้งหมดลง แล้วคุยกับเพื่อนดี ๆ

“ไม่ต้องคิดมากเรื่องของมันหรอก พอร์ตหุ้นที่เราดูให้ทำกำไรได้มากแล้วนะ ขายส่วนหนึ่งมาใช้ชีวิตกับลูกอย่างมีความสุขไหม จะได้ไม่ต้องเจ็บซ้ำ ๆ” เขาทนเห็นเพื่อนเจ็บอีกไม่ได้ และเมื่อชวนออกมาพบกันมักจะบ่ายเบี่ยง ห่วงภาพลักษณ์ที่ออกไปจะไม่ดี แต่อีกคนไม่ห่วงอะไรเลย ไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นและลูกราวกับจะเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ทีลูกกับเมียยังไม่เห็นมันกระตือรือร้นขนาดนี้เลย

“เราไหวดนัย”

“ไม่ไหวก็บอกไม่ไหวดิวะ เห็นเราเป็นเพื่อนอยู่ไหม ทำไมต้องโกหก”

ใช่เธอไม่ไหว แต่เข้มแข็งเพื่อให้ตัวเองทนไหว ความเข้มแข็งของเธอมันมากมายตั้งแต่รู้ว่าจะมีอีกสองชีวิตมาเป็นครอบครัว เธอจึงทนทุกอย่าง ตราบใดที่เขายังไม่ไล่เธอออกไปจากชีวิต นั่นคือเธอยังทนได้

“มันชินชาแล้วมั้งดนัย เราก็ไม่รู้เหมือนกัน” ตอบไปแล้วก็สมเพชตัวเอง ควรจะชินตั้งห้าปีแล้ว แต่มันก็ยังไม่ชินเสียที

“ชินชาก็เลิกทำร้ายตัวเองสักที กลับมาเป็นผิงคนเดิมที่น่ารักสดใสมีความสุข มองอะไรก็ยิ้มได้คนนั้นได้ไหมวะ” ผิงคนเดิม คนที่เขารักหายไป ตอนนี้สภาพของผิงเหมือนศพเดินได้ ไหนใครบอกแต่งงานแล้วจะมีความสุข แต่เหมือนจะทุกข์มากกว่าตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกับมันเสียอีก

“เราจะพยายาม” เธอมองเขาแล้วเอื้อมมือไปจับมือเพื่อนเพื่อขอกำลังใจ

“เราอยู่ข้างผิงนะ แม้มันจะเป็นเพื่อนเรา” เดชดนัยรู้ดีว่าตอนนั้นกวินแค่อยากหาใครสักคนมาแทนที่กิ่ง แล้วผิงก็ดันอยากลงไปเป็นตัวเลือก สุดท้ายก็เจ็บเอง

“ขอบใจดนัยมากนะ ค่ารักษาเราต้องคิดนะ ห้ามไม่คิดอีก คราวหน้าเราจะกล้ามาโรงพยาบาลนี้ได้ยังไง”

“ไม่ต้องจ่าย หมั่นไส้มันจะได้รู้ว่าหากไม่มีมันคนอื่นก็ยังดูแลผิงกับลูกได้” เสียงสะบัดราวกับผู้หญิงงอแง นั้นทำเอาภริตาอมยิ้ม ดนัยมักดื้อเช่นนี้เสมอ แต่ก็ตามใจเธอทุกอย่าง ไม่ว่าทางเลือกที่เธอเลือกเดินจะโรยไปด้วยขวากหนาม ดนัยก็ยังคอยดันหลังและเป็นอีกมือที่คอยยื่นมาจับไว้ยามเธอเดินพลาดตกเหว และคอยประคองเธอไป

แต่จะผิดก็เรื่องเดียว ผิดที่เธอไม่ได้รักดนัยเหมือนคนรัก เธอเห็นดนัยเป็นเพื่อนมาตลอด เพื่อนที่ยอมให้เธอมีความสุข แม้ต้องเจ็บเองก็ตาม  

“งอนเป็นผู้หญิงไปได้” รอยยิ้มที่เหือดแห้งเต็มทีผลิออกมา เมื่อเห็นด้านที่เป็นเด็กของเพื่อน

“เราพูดจริง” เดชดนัยพูดเสียงจริงจังขึ้น ในเมื่อกวินอยากจ่ายให้คนอื่นดีนัก ก็ให้มันเก็บเงินไว้จ่ายให้แม่งไปเหอะ ส่วนเขาจะดูแลผิงกับหลานอีกสองคนเอง แม้ในฐานะเพื่อนก็ตาม เพราะรู้ดีว่าใจผิงมีกวินภพอยู่เต็มอก ไม่เหลือให้เขาเข้าไปแทรกหรอก

“เดี๋ยวก็ทะเลาะกับกวินอีก”

“เรื่องของมันสิ”

ภริตาเบื่อสองคนนี้มาก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เคยยอมกันเลย และเธอมักจะเป็นกรรมการห้ามตลอดแม้กระทั่งโตแล้วก็ตาม

เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องพักพิเศษแบบวีไอพีดังขึ้น โดยที่ห้องนี้เดชดนัยสั่งให้จัดการเป็นพิเศษ เพื่อดูแลเธอ และรู้ว่าเป็นใครที่เข้ามา

เขายิ่งกระชับมือของเธอ แม้ว่าเธอจะอยากปล่อยแล้วก็ตามเพื่อไม่ให้อีกคนต้องมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจ

สายตาของกวินภพปราดมองที่เตียงผู้ป่วย มีเพื่อนของเขานั่งอยู่ข้างเตียงและมีภรรยาของเขามองไปด้วยสายตาหวั่นวิตก ยิ่งเห็นมือที่กอบกุมกัน ความหึงหวงมันก็แล่นเสียดเข้ากลางใจ

“ไอ้ดนัยมึงปล่อยเมียกู” กวินภพขึ้นมึงขึ้นกูจนลืมตัวว่าลูก ๆ ทั้งสองยังยืนอยู่ด้วย

“พ่อพูดไม่เพราะพี่กล้าไม่ชอบ” กล้ากวีเอ่ยขึ้น

“ใช่น้องแก้วก็ไม่ชอบ” แก้วกัลยาพูดตามพี่ชาย แม้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ก็ตาม ที่รู้ ๆ คือไม่ชอบพ่อมาก ๆ ทำให้แม่ป่วย

“ขอโทษครับลูก” กวินภพหน้าเจื่อนทันที เพราะเขาเผลอทำตัวไม่น่ารักต่อหน้าลูก และก็ทำอะไรไม่ได้จนสุดท้ายแยกไปห้องพักที่อยู่ด้านข้าง

“ดนัยกลับไปก่อนนะ ไม่อยากให้เขาพูดจาไม่ดีต่อหน้าลูก” ภริตารู้ว่าเดชดนัยต้องการยั่วโมโหให้กวินภพหึงเธอบ้าง แต่ว่าเขาเป็นคนโกรธรุนแรงและชอบพูดจาเสียดสีจนเธอเจ็บแสบ เธออยากรักษาตัวให้ดีจะได้กลับบ้าน ไม่เป็นภาระลูกและสามี จึงไม่อยากให้มีอะไรรบกวนจิตใจ

“ห่วงแต่มัน” เดชดนัยยอมปล่อยมือแต่โดยดี แล้วก็ลุกขึ้น แต่ก่อนออกไปกลับได้ยินเสียงอีกคนพูดถึงเรื่องค่ารักษา

“เรื่องค่ารักษาไม่ต้องจ่ายเดี๋ยวจ่ายเอง” กวินภพพูดห้วนใส่เพื่อน ทำหน้าขึงขังไม่พอใจ

“หึ...ไม่เก็บเงินไว้จ่ายค่าเทอมให้ลูกคนอื่นเหรอ” แม้จะรู้ว่ามันรวย แต่มันเทคแคร์ลูกเมียไม่ดี แล้วเขาก็ปากไวเหมือนกัน ถึงรู้ว่าเดี๋ยวทั้งคู่ต้องทะเลาะกันอีกก็ตาม

“รู้ได้ไง” กวินภพตกใจ

“ต้องถามว่าประกาศขนาดนั้น แน่ใจหรือว่าไม่ต้องการให้คนอื่นรู้”

ดนัยเดินออกไปแล้วทิ้งความสงสัยไว้กับกวินภพ

‘ประกาศอะไรใครประกาศ...แล้วผิง...’ เขายีผมจนยุ่งและปวดหัวจริง ๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 3 น้องมาแล้ว

    “ลืมตาได้ค่ะ” ภริตาบอกเขาพร้อมกับมองหน้าเมื่อเขาเห็นสิ่งนั้นในมือ กวินภพเห็นที่ตรวจครรภ์ในมือแล้วก็มองใบหน้าภรรยาด้วยความตื้นตัน “เขามาแล้วเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเครือทั้งดีใจระคนตื่นเต้นปนเปกันไปจนเกิดน้ำตาขึ้นมา เขาดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น หลังจากมีลูกแฝดชายหญิงเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะมีลูกคนต่อไป จนกระทั่งเมื่อเมียชักจะสวยแล้วก็เป็นสาวสังคมจึงอยากหากิจกรรมให้เมียทำเสีย เพราะเขาหึงหวงที่สุดแต่แสดงออกมากไม่ได้เดี๋ยวจะโดนดุ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที วันที่เขาและเธอจะมีโซ่ทองคล้องใจอีกเส้น เมื่อมีถึงสามเส้นความรักของเขายิ่งมั่นคง “เตรียมตั้งชื่อไว้แล้วนะ” เธอบอกเขา ชายหนุ่มทำสีหน้าอยากรู้ทันที “ชื่ออะไรบอกหน่อย” “ทิพย์ธาราค่ะ” เธอฝันเห็นเด็กผู้หญิงมาเรียกแม่หลังจากมาเที่ยวทะเลในคราวนั้น และอีกสามเดือนต่อมาเธอก็รู้สึกแปลก ๆ จนเพิ่งซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ “ผมชอบชื่อนี้ ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้หญิง” เขาค่อนข้างแปลกใจหรือว่าเมียจะแอบไปหาหมอไม่บอกเขา เขาก็ไม่แน่ใจว่ากี่เดือนแล้ว “ก็ลูกมาหาในฝัน” เธอบอกเขา “โอ้

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 2 จุดจบของแฟนเก่า

    กวินภพจูงมือภรรยาคนสวยเดินมายังในโรงพยาบาลของผู้ป่วยจิตเวชของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ต้องคนมีเงินเท่านั้นถึงจะมารักษาที่นี่ได้ โรงพยาบาลที่นี่แบ่งแยกผู้ป่วยแต่ละเคสที่รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยกรต์สินีเพิ่งได้รับให้ออกมาอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถพบญาติได้ ภริตามองไปตามมือของสามีที่ชี้ไปหาอดีตคนรักเก่าของเขาในสภาพเลื่อนลอย เธอมองอย่างรู้สึกสงสารอยู่ลึก ๆ เพราะผู้ป่วยโรคนี้ต้องการเอาใจใส่ และหากไม่พอใจก็จะทำร้ายตัวเอง “กิ่งเคยโดนสามีเอาแต่ขังให้อยู่ในบ้าน เพราะหึงหวงกระทั่งคนสวยก็ยังต้องเป็นผู้หญิง ไม่ให้เธอมีสังคม ไม่ให้เธอท่องเที่ยวที่ไหน จนเธอเริ่มไม่พูดเอาแต่ร้องไห้กับกรีดร้อง และสามีจะปลอบใจโดยซื้อของแบรนด์เนมมาให้ ทั้งกระเป๋ารองเท้า เครื่องเพชรหรืออะไรก็ตามกระทั่งเรือยอร์ชก็ยังซื้อมาเพื่อจะใช้สำหรับความเป็นส่วนตัวของภรรยา” กวินภพเล่ามาเรื่อย ๆ ภริตายิ่งรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้น คนที่เคยคิดอยากเอาชนะ เคยคิดอยากยื้อแย่งมาตั้งแต่ตอนคบเป็นแฟนกับกวิน กรต์สินีเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ภริตาอิจฉาที่สุด เพราะกวินรักเธอมาก แต่เมื่อโดนบอกเลิกกวินก็เจ็บมากเช่นกัน เ

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 1 เมื่อเมื่อสามีกลับใจ

    วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุด เป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์และเป็นวันแต่งงานระหว่างเขากับภริตา โดยมีพยานรักตัวน้อยในท้องที่กำลังจะเกิดมาเพราะเขาตั้งใจให้เธอท้องและเป็นแม่ของเธอ แต่ในงานกลับมีผู้หญิงที่คุ้นเคยกันดี เรียกได้ว่าเป็นคนที่กรีดหัวใจของเขาให้แหลกสลายจนเกือบเสียผู้เสียคน บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกหัวใจหวิวชอบกล มันไม่ได้รู้สึกคิดถึงหรือว่ารัก แต่เป็นความรู้สึกเหมือนดีใจที่จะได้พบกับคนที่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ด้วยดีกว่า กวินภพเผลอปล่อยมือของภริตาโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวนั้นเจ็บปวดใจมาก เขาหันไปคุยกับกรต์สินีราวกับไม่มีภริตาอยู่ในวงสนทนาและเรานัดกันกินข้าวหลังจากแต่งงานไปหนึ่งอาทิตย์ และเคยชวนภรรยาไปด้วยแต่เธอบอกปัดว่าแพ้ท้องเวียนหัวไม่อยากไป เมื่อมาถึงร้านอาหารที่เป็นห้องค่อนข้างส่วนตัว กวินภพรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง เขาเองก็แต่งงานมีครอบครัวแล้ว และไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดเอาได้ แต่เมื่อเห็นเธอร้องไห้จนตาบวมปูดและขอปรึกษาเรื่องครอบครัวเขาจึงต้องนั่งลงและไม่กล้าเปลี่ยนโต๊ะเป็นโต๊ะด้านนอก “ฮึก...กวิน...ฮึก...เขาทิ้งกิ่งแล้ว กิ่

  • เมียพยายาม   บทที่ 21 คำขอร้องสุดท้าย (จบ)

    วันนี้กวินภพไม่เข้าบริษัท เขาเคลียร์งานตั้งแต่เมื่อคืนเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งสั่งเลขาให้จัดการ จะใช้เวลากับเมียสุดที่รักให้ดีที่สุด หกเดือนแล้วสินะ ^__^ ภริตาแต่งตัวเรียบร้อยเป็นทางการมาก จนทำให้คนเป็นสามีแปลกใจ วันนี้เขากินข้าวไม่ได้เลยทีเดียวเพราะตื่นเต้นเอามาก ๆ ไม่รู้ว่าเมียจะให้พาไปที่ไหน แต่ว่าคำขอร้องสุดท้ายคืออยากให้เธอให้อภัย “เด็ก ๆ ขึ้นรถครับเดี๋ยวตอนเย็นพ่อกับแม่ไปรับนะครับ” เย็นนี้เขาตั้งใจจะพาทุกคนไปทานข้าว และจองร้านอาหารไว้แล้วด้วย “เย่...พ่อกับแม่จะมารับด้วยกัน” กล้ากวีกับแก้วกัลยากระโดดดีใจ เพราะว่าพ่อกับแม่ไม่ค่อยได้ไปรับพร้อมกันบ่อยนัก แม้ว่าจะมาอยู่บ้านเดียวกันแล้วก็ตาม บางวันพ่อก็มารับ บางวันก็เป็นแม่มารับ ภริตายิ้มบาง ๆ แล้วหันไปถามเขาอย่างหนึ่งก่อนจะให้ออกรถ “เอาบัตรประชาชนมาไหม” เธอถามย้ำซ่อนรอยยิ้มร้าย ๆ เก็บไว้ภายในจนมิดชิดเอี้ยวตัวรั้งเข็มขัดนิรภัยแล้วใส่ตัวล็อกให้เรียบร้อย กวินภพแปลกใจนิด ๆ เริ่มคิดว่าบัตรประชาชนเอาไปทำอะไรได้บ้างก่อนตอบ “อื้ม...ผมมีติดตัวตลอด” เธอพยักหน้าแล้วใ

  • เมียพยายาม   บทที่ 20 ให้อภัยแต่ว่า...

    เดชดนัยกลับมาบ้านของผิงพร้อมกับทุกคน เขาก็ใจหายใจคว่ำ ดีที่ไปทันหากไม่ทันมันคิดสั้นไปจะทำอย่างไร ตอนนี้แค่รอให้มันอาบน้ำก่อนแล้วเขาค่อยกลับ “สบายใจได้แล้วนะผิง มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน” ภริตายังรู้สึกว่าใจยังหวิว ๆ ชอบกล ก่อนหน้านี้ยอมรับว่ากลัวมาก กลัวลูกไม่มีพ่อ กลัวต้องอยู่อย่างรู้สึกผิด กลัวว่าเขาจะตายจาก หากแยกกันอยู่แต่รู้ว่าเขายังอยู่เธอทำใจได้ แต่จากตายโดยที่เหตุผลเพราะเธอคิดว่าหัวใจสลาย “ขอบใจดนัยมากนะ” เธอยื่นมือไปจับมือของเพื่อน เขาจึงดึงผิงเข้ามากอดปลอบใจ คงจะเสียขวัญมาก “ต่อไปนี้ก็ลองให้โอกาสมันอีกสักครั้ง หากมันยังเลวเหมือนเดิมเดี๋ยวจะช่วยกระทืบมันเอง” เดชดนัยพูดติดตลกไม่ให้เพื่อนเศร้าจนเกินไป คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมมีกันอยู่แค่นี้ เขาก็ไม่อยากจะเสียใครสักคนไปเหมือนกัน แม้ตอนแรกอยากจะให้ทั้งคู่แยกทางไป แต่เมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงแล้ว ให้โอกาสมันได้เป็นพ่อที่ดีดูบ้างก็ไม่นับว่าเป็นอะไร กวินภพปล่อยให้น้ำรดใบหน้า ดวงตาเขาแดงก่ำจนเส้นเลือดขึ้น คงเพราะว่าไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน เขาเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่นาน ไปนั่งมองน้ำอยู่ตรงสวนสาธา

  • เมียพยายาม   บทที่ 19 เสียงจากหัวใจ

    ‘ผิงอยู่กับผู้ชายอื่น...งั้นเหรอ?’ เขาคิดในใจ “ไม่แล้วค่ะ” เธอตอบเสียงหวานกลับไป พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยินลูกชายและลูกสาวที่ดูมีความสุข จนลืมไปแล้วใช่ไหมว่าวันนี้เรานัดกันเซอร์ไพรส์แม่ เขาตัดสินใจวางสายแล้วก็ทรุดลงนั่ง สิ่งที่วาดฝันว่าอยากเซอร์ไพรส์คนรัก แต่กลับถูกคนที่เขารักเซอร์ไพรส์กลับ ยิ่งกว่าโดนเอามีดมากรีดหัวใจเสียอีก กวินภพมองกุหลาบรอบ ๆ ตัวที่จัดให้มีที่นั่งตรงกลาง เวลานี้คนที่อยากให้นั่งกลับไปนั่งข้างคนอื่นแล้ว เขารู้สึกเหมือนกำลังพังทลายไปหมด หัวใจไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว เขาหยิบกีต้าร์ขึ้น แล้วนั่งแล้วเดินไปกดที่ตั้งกล้องมือถือกดอัดวีดีโอ...เพื่อร้องเพลงที่คิดว่าเป็นเพลงรักแสนหวานที่สุด เสียงกีต้าร์ดีดเป็นทำนอง...ก่อนที่เขาจะร้องท่อนฮุก.. และเสียงที่เธอได้ยินนี้ คือเสียงหัวใจจากคนนี้ ที่มันดังเป็นชื่อเธอและรักข้างในที่มี มันล้นปรี่... ลองฟังแลตะน้องเห้อ... เอาหูมาแนบที่ใจฉัน แล้วสองเราสบตากัน... ลองฟังแล I โต๋ เหน่อ ศิลปิน ร้องมาได้แค่ตรงนี้เขาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status