หน้าหลัก / โรแมนติก / เมียพยายาม / บทที่ 4 เมียที่ยินดีกับผัว

แชร์

บทที่ 4 เมียที่ยินดีกับผัว

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 14:49:32

“เอาล่ะ วิ่งวิบากครั้งนี้นักกีฬาพร้อมไหม” ครูใบหม่อนประกาศในไมค์ เพื่อให้เหล่านักกีฬาเตรียมตัว โดยมีผู้ปกครองหนึ่งคน คู่กับนักเรียนหนึ่งคน

         กล้ากวีกับภริตายืนอยู่ประจำจุดเริ่มต้นริมสุดขวามือ ส่วนกวินภพกับเชอร์รีลอยู่ริมสุดอีกฝั่งเช่นกัน การแข่งจะเป็นการวิ่งวิบาก โดยคนเป็นผู้ปกครองจะเริ่มก่อนที่วิ่งไปกินขนมกับไข่ต้ม เมื่อกินเสร็จแล้ว กล้ากวีจะเป็นคนเป่าหาเหรียญ แล้วก็วิ่งไปเหยียบลูกโป่งให้แตก ส่วนคนเป็นแม่จะจูงมือลูกเข้าเส้นชัยไปคว้าธงมาปัก

         เมื่อตกลงกติกาแล้ว นักกีฬาทุกคนที่ลงแข่งประจำที่ แต่สายตากล้ากวีกลับมองไปยังอีกฝั่งที่เป็นพ่อของตัวเอง กำลังยิ้มให้กับเชอร์รีล หัวใจคนเป็นลูกอย่างเขาเจ็บปวดนัก

         สีหน้าและสายตาของลูกชายทำให้ภริตาเจ็บปวดใจไม่แพ้กัน ทำไมกวินภพถึงทำแบบนี้กับพวกเรา เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกพวกเราแม่ลูก เธอหันไปมองบนสแตนด์เชียร์เห็นลูกสาวมองไปทางผู้เป็นพ่อเช่นเดียวกัน

         ‘ต่อให้ไม่แข่งก็แพ้สินะ’

         ความรู้สึกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

         ปี๊ด!!!

         เสียงนกหวีดให้สัญญาณออกตัว ทำให้ภริตามาใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับการแข่งขัน เธอวิ่งไปกินไข่ต้มและขนมโดยมีลูกชายเชียร์อยู่ แต่เหมือนเธอจะอิ่มตั้งแต่เมื่อกี้จึงมองหน้าลูกอย่างเสียใจ ที่ไม่อาจจะกินเร็วกว่านี้ได้

         “พี่กล้าสู้ ๆ แม่สู้ ๆ” เสียงเชียร์บนสแตนด์ที่มีเพียงเสียงเดียวที่เชียร์เราสองคน ทำให้เธอฮึบขึ้นอีกครั้ง แล้วกินจนหมด และแตะมือลูกชาย แต่ว่าเธอสะดุดขาตัวเองล้ม และนั่งอยู่กลางสนาม โดยช่วงนี้กำลังชุลมุน ไม่ทันได้มีใครเห็น แต่กล้ากวีกับแก้วกัลยาสังเกตเห็น

         “แม่ฮะ...”/ “แม่ขา...”

         ลูกสาวลูกชายสองเสียงประสานกันทั้งไม่สนใจการแข่ง วิ่งไปดูแม่ของตัวเอง

         “อ่าวคุณแม่ผิงล้มลงไปแล้ว คุณครูช่วยปฐมพยาบาลให้ด้วยครับ” เสียงคุณครู่ใหญ่ประกาศทำให้กวินภพหันมอง แต่กลับไม่เห็นภรรยากับลูกทั้งสองคนแล้ว แต่เห็นอีกทีก็ตอนที่นั่งอยู่ข้างสนาม แต่ตัวเองกำลังแข่งขันกับเชอร์รีลอยู่ และถึงช่วงโค้งสุดท้ายพอดี

         ภริตาแสยะยิ้มให้ตัวเอง ขนาดเธอเจ็บเขายังคงตั้งใจแข็งขันขนาดนี้ เธอยอมแล้วยอมแพ้ให้กับความพยายามของเขา

         “น้องเชอร์รีลกับคุณพ่อเป็นผู้ได้รับชัยชนะครั้งนี้เชิญรับรางวัลด้านนี้ครับ”          เสียงประกาศผ่านไมค์โครโฟนบอกสถานะของเขาและเด็กคนนั้นทำให้อีกคนสะอึก

         ‘คุณพ่องั้นเหรอ!’

         ใช่สินะเขาพ่อลูกกัน พวกเราเป็นคนอื่น

เธอดึงลูกชายและลูกสาวเข้ามากอด แล้วก็เดินกะเผลกหลบไปด้านหลัง แล้วหันมายินดีกับชัยชนะของเขากับผู้หญิงคนนั้น เธอไม่สู้อะไรแล้ว เธอยอมแพ้ หรือพูดให้ถูกแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งจริง ๆ

กวินภพตั้งใจปฏิเสธว่าไม่ใช่พ่อของเชอร์รีล เพียงแต่มาเซอร์ไพรส์ลูกเท่านั้น แต่กลับไม่เห็นสามคนแม่ลูกแม้แต่เงา

“ขอโทษครับ นี่ผมลงแข่งแทนแม่เขาที่ไม่สบายเฉย ๆ ลูกกับภรรยาผมอยู่ทางโน้น...ฮะอ่าวไม่เห็น ผมขอไปตามหาลูกกับเมียก่อนนะครับ” กวินภพวางไมค์ของคุณครูแล้ววิ่งตามหา เพราะไม่รู้ว่าสามคนนั้นหายไปไหน จึงหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความ

เธอขึ้นนั่งบนรถได้ยินเสียงเตือนข้อความ จึงหยิบขึ้นมาดู

สามีที่รัก: อยู่ไหนผิงเราตามหาไม่เจอ

เธออ่านแต่ยังไม่ตอบ กำลังคิดหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับเขา

สามีที่รัก: แล้วลูกล่ะ...ดีใจไหมที่ผมมาเซอร์ไพรส์

เธออ่านแต่ยังไม่ตอบเช่นเดิม

กวินภพชักเริ่มหงุดหงิด ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบ เขาชักเริ่มร้อนใจเล็กน้อย แต่ก็ข่มใจพิมพ์ต่อไปอีกครั้ง

สามีที่รัก: รับสายหน่อยพิมพ์ไม่ถนัดใช่ไหม

         ภริตามองมือถือแล้วเห็นว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกสินะ ที่แชทระหว่างเธอกับสามีจะหนักซ้าย เพราะเธอเลิกตาม เลิกตื๊อ เลิกรอแล้ว มันรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก การไม่ต้องรอเขาให้ตอบจนกระวนกระวายใจ การไม่ต้องคาดหวังเรื่องของเขาอีกต่อไป ทำให้เธอเบาใจขนาดนี้เชียว เธอยิ้มให้ตัวเองกับลูกแล้วเอ่ยถามขึ้น

         “มีอะไรอยากพูดกับพ่อครั้งสุดท้ายไหมเด็ก ๆ” เธอเห็นลูก ๆ ก้มหน้าแล้วก็เข้าใจทันที จึงโทรหาเขาเป็นครั้งสุดท้าย

         เสียงรอสายไม่นานก็มีเสียงของเขาดังขึ้น

         “ผิงอยู่ไหน” เสียงกระหืดกระหอบบอกให้คนปลายสายรู้ว่าเขากำลังวิ่งอยู่ เธอจึงตอบเขาไปแต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ไหน

         “ยินดีด้วยนะคะ คุณชนะแล้ว”

         กวินภพฟังคำยินดีที่รู้สึกแปลก ๆ มันเหมือนไม่ได้ยินดีและเริ่มรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีชอบกล

         “ก็แค่ลงเล่นขำ ๆ ลูกอยู่ไหนล่ะ” เขายังถามหน้าชื่นตาบาน ไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง

         เธอไม่ตอบคำถามแต่เลือกจะพูดให้ถูกว่าลูกของเขาอยู่ไหน

         “ไม่ใช่เชอร์รีลเหรอลูกคุณ พี่กล้ากับน้องแก้วลูกของฉัน ยินดีด้วยนะคะ ฉันกับลูกหลีกทางให้ พร้อมเมื่อไหร่แล้วฉันจะติดต่อไปเรื่องหย่าให้มันจบ”

         “ผิง...พูดอะไรรู้ตัวไหม...อยู่ไหนจะไปหา”

         เสียงสัญญาณโทรศัพท์ตัดสายไป พร้อมกับมือถือเครื่องของลูกชายลูกสาวก็ปิดไปเช่นกัน เธอหยิบเครื่องมือสื่อสารอันใหม่ขึ้น แล้วโทรหาใครบางคนก่อนออกรถไป     

         กวินภพร้อนใจที่ภรรยาพูดอย่างนั้น เขาขึ้นรถแล้วขับกลับบ้านทันที วันนี้เขาว่างแล้วถึงปีใหม่ เพราะเร่งสะสางงานจะได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในช่วงวันหยุดปีใหม่ แต่ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

         ร่างของคนเป็นสามีวิ่งเข้าบ้าน แต่ไม่เห็นกระทั่งรถของภรรยา เขายิ่งร้อนใจเพราะติดต่อไม่ได้ ร่างกายกำยำวิ่งขึ้นไปบนบ้าน เปิดตู้เสื้อผ้าของตัวเอง พบเพียงเสื้อผ้าของเขาเท่านั้นที่เหลืออยู่ เสื้อผ้าของภรรยาหายไปจนหมด ความกลัวบางสิ่งเริ่มผุดขึ้น

         เขาวิ่งไปที่ห้องลูกที่เหลือเพียงห้องเปล่า ของเล่นเสื้อผ้าโต๊ะเขียนหนังสือ เครื่องเรียนต่าง ๆ ไม่เหลือเลยสักชิ้น

         “ผิง! พี่กล้า น้องแก้ว” เสียงครางอย่างรู้สึกหมดหวังนี่ลูกกับเมียหนีเขาไปแล้วเหรอ

         เขาพยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อทั้งสามคนได้เลย รู้สึกเหมือนใจจะขาดชอบกล เขาไม่เคยกลัวขนาดนี้มาก่อนเลย ปกติกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอลูกกับเมีย แต่วันนี้กลับมาไม่มีทั้งสามคนอยู่แล้ว เขาจะอยู่ได้ยังไง

         สองมือเขายีหัวจนยุ่ง พยายามคิดว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน ถึงทำให้ทั้งสามคนไม่อยู่ด้วย ฉับพลันคิดถึงเดชดนัยเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขากับผิง และไม่รอช้าที่จะติดต่อหามัน

         เดชดนัยประชุมอยู่จึงไม่รับสาย แต่กวินภพก็ยังโทรมาอยู่ไม่หยุด เขาจึงต้องพักเบรกประชุมสักครู่ แล้วออกไปโทรหามัน

         “ว่าไงมีอะไรกูประชุมอยู่” เดชดนัยอยากรู้ว่ามีอะไรนักหนา ปกติไม่ค่อยจะโทรหา แต่วันนี้แปลกที่โทรมา เขาก็ต้องเตรียมรับมือกับช่วงอุบัติเหตุปีใหม่เหมือนกัน จึงต้องประชุมเรื่องหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

         “ผิงอยู่กับมึงไหม” เสียงร้อนใจเปล่งออกมา ทำให้คนปลายสายรู้ว่าผิงคงไปจากมันวันนี้แล้วสินะ

         “เมียมึงนะครับ มึงไม่รู้แล้วใครจะรู้” เขายังกวนตีนมันและไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่าผิงกับลูกไปอยู่ที่ไหน

         “ดนัยขอร้อง...กูขาดเขาไม่ได้”

         “ไม่รู้โว้ยยย...”

         “มึงจะไม่รู้ได้ยังไงมึงเป็นเพื่อนสนิทผิงนะ ผิงมีอะไรก็ต้องเล่าให้มึงฟังสิ”

         เดชดนัยสาบานได้ว่าหากอยู่ใกล้เขาจะให้มันกินกำปั้นสักหมัดสองหมัด พูดมาได้ว่าเพื่อนสนิทต้องเล่าให้ฟังมันควรต้องรับรู้ปัญหาของผิงก่อนไหม ก่อนที่จะมาถามเพื่อนอย่างเขา

         “แต่มึงเป็นผัวผิงนะครับเผื่อลืม กูแค่เพื่อน หรือที่จริงมึงไม่คิดว่าเขาเป็นเมียตั้งนานแล้ว”เขาตั้งใจพูดกระแทกกระทั้นใส่มัน ให้รู้ว่ามันควรจะรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเมียตัวเอง ไม่ใช่รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเมียคนอื่น

         “มึงอย่ากวนตีนกูร้อนใจ พี่กล้ากับน้องแก้วอีกไปกันหมดเลยแล้วไปอยู่ไหน อยู่กันยังไงกูเป็นห่วงนะ”

         “แล้วมึงทำอะไรอีกล่ะวันนี้” เขาดูไลน์ผู้ปกครองวันนี้ที่แอบเมาท์กันเรื่องคุณพ่อของเชอร์รีล แล้วเขาก็แปลกใจจึงกดเข้าไป พอเห็นว่ามันกล้าเป็นผู้ปกครองให้กับลูกของกิ่งเท่านั้นแหละ เขาก็อยากต่อยหน้ามัน

         “กูก็ไปเซอร์ไพรส์เมียกับลูกไง ไปแข่งกับลูกกิ่งกูอุตส่าห์ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อจะได้หยุดอยู่กับลูก แต่นี่อะไรหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกันหมด” เสียงตัดพ้ออย่างไม่รู้สึกผิดอะไร ไม่เข้าใจทำไมเมียกับลูกต้องหนีไป

         เดชดนัยเข้าใจแล้วว่ามันเกินจะเยียวยา เพราะมันไม่เคยรู้ความผิดของตนเองเลย

         “กูสาบานได้ หากกูรู้ว่าผิงอยู่ไหนกูก็จะไม่บอกมึง พ่อเหี้ย ๆ แบบมึงไม่ควรเป็นพ่อคน” เดชดนัยด่าเสร็จแล้วก็วางสายไป ทิ้งให้คนปลายสายมึนงงว่าตัวเองผิดอะไร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 3 น้องมาแล้ว

    “ลืมตาได้ค่ะ” ภริตาบอกเขาพร้อมกับมองหน้าเมื่อเขาเห็นสิ่งนั้นในมือ กวินภพเห็นที่ตรวจครรภ์ในมือแล้วก็มองใบหน้าภรรยาด้วยความตื้นตัน “เขามาแล้วเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเครือทั้งดีใจระคนตื่นเต้นปนเปกันไปจนเกิดน้ำตาขึ้นมา เขาดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น หลังจากมีลูกแฝดชายหญิงเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะมีลูกคนต่อไป จนกระทั่งเมื่อเมียชักจะสวยแล้วก็เป็นสาวสังคมจึงอยากหากิจกรรมให้เมียทำเสีย เพราะเขาหึงหวงที่สุดแต่แสดงออกมากไม่ได้เดี๋ยวจะโดนดุ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที วันที่เขาและเธอจะมีโซ่ทองคล้องใจอีกเส้น เมื่อมีถึงสามเส้นความรักของเขายิ่งมั่นคง “เตรียมตั้งชื่อไว้แล้วนะ” เธอบอกเขา ชายหนุ่มทำสีหน้าอยากรู้ทันที “ชื่ออะไรบอกหน่อย” “ทิพย์ธาราค่ะ” เธอฝันเห็นเด็กผู้หญิงมาเรียกแม่หลังจากมาเที่ยวทะเลในคราวนั้น และอีกสามเดือนต่อมาเธอก็รู้สึกแปลก ๆ จนเพิ่งซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ “ผมชอบชื่อนี้ ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นผู้หญิง” เขาค่อนข้างแปลกใจหรือว่าเมียจะแอบไปหาหมอไม่บอกเขา เขาก็ไม่แน่ใจว่ากี่เดือนแล้ว “ก็ลูกมาหาในฝัน” เธอบอกเขา “โอ้

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 2 จุดจบของแฟนเก่า

    กวินภพจูงมือภรรยาคนสวยเดินมายังในโรงพยาบาลของผู้ป่วยจิตเวชของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ต้องคนมีเงินเท่านั้นถึงจะมารักษาที่นี่ได้ โรงพยาบาลที่นี่แบ่งแยกผู้ป่วยแต่ละเคสที่รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยกรต์สินีเพิ่งได้รับให้ออกมาอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถพบญาติได้ ภริตามองไปตามมือของสามีที่ชี้ไปหาอดีตคนรักเก่าของเขาในสภาพเลื่อนลอย เธอมองอย่างรู้สึกสงสารอยู่ลึก ๆ เพราะผู้ป่วยโรคนี้ต้องการเอาใจใส่ และหากไม่พอใจก็จะทำร้ายตัวเอง “กิ่งเคยโดนสามีเอาแต่ขังให้อยู่ในบ้าน เพราะหึงหวงกระทั่งคนสวยก็ยังต้องเป็นผู้หญิง ไม่ให้เธอมีสังคม ไม่ให้เธอท่องเที่ยวที่ไหน จนเธอเริ่มไม่พูดเอาแต่ร้องไห้กับกรีดร้อง และสามีจะปลอบใจโดยซื้อของแบรนด์เนมมาให้ ทั้งกระเป๋ารองเท้า เครื่องเพชรหรืออะไรก็ตามกระทั่งเรือยอร์ชก็ยังซื้อมาเพื่อจะใช้สำหรับความเป็นส่วนตัวของภรรยา” กวินภพเล่ามาเรื่อย ๆ ภริตายิ่งรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้น คนที่เคยคิดอยากเอาชนะ เคยคิดอยากยื้อแย่งมาตั้งแต่ตอนคบเป็นแฟนกับกวิน กรต์สินีเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ภริตาอิจฉาที่สุด เพราะกวินรักเธอมาก แต่เมื่อโดนบอกเลิกกวินก็เจ็บมากเช่นกัน เ

  • เมียพยายาม   ตอนพิเศษ 1 เมื่อเมื่อสามีกลับใจ

    วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุด เป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์และเป็นวันแต่งงานระหว่างเขากับภริตา โดยมีพยานรักตัวน้อยในท้องที่กำลังจะเกิดมาเพราะเขาตั้งใจให้เธอท้องและเป็นแม่ของเธอ แต่ในงานกลับมีผู้หญิงที่คุ้นเคยกันดี เรียกได้ว่าเป็นคนที่กรีดหัวใจของเขาให้แหลกสลายจนเกือบเสียผู้เสียคน บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกหัวใจหวิวชอบกล มันไม่ได้รู้สึกคิดถึงหรือว่ารัก แต่เป็นความรู้สึกเหมือนดีใจที่จะได้พบกับคนที่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ด้วยดีกว่า กวินภพเผลอปล่อยมือของภริตาโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวนั้นเจ็บปวดใจมาก เขาหันไปคุยกับกรต์สินีราวกับไม่มีภริตาอยู่ในวงสนทนาและเรานัดกันกินข้าวหลังจากแต่งงานไปหนึ่งอาทิตย์ และเคยชวนภรรยาไปด้วยแต่เธอบอกปัดว่าแพ้ท้องเวียนหัวไม่อยากไป เมื่อมาถึงร้านอาหารที่เป็นห้องค่อนข้างส่วนตัว กวินภพรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง เขาเองก็แต่งงานมีครอบครัวแล้ว และไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดเอาได้ แต่เมื่อเห็นเธอร้องไห้จนตาบวมปูดและขอปรึกษาเรื่องครอบครัวเขาจึงต้องนั่งลงและไม่กล้าเปลี่ยนโต๊ะเป็นโต๊ะด้านนอก “ฮึก...กวิน...ฮึก...เขาทิ้งกิ่งแล้ว กิ่

  • เมียพยายาม   บทที่ 21 คำขอร้องสุดท้าย (จบ)

    วันนี้กวินภพไม่เข้าบริษัท เขาเคลียร์งานตั้งแต่เมื่อคืนเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งสั่งเลขาให้จัดการ จะใช้เวลากับเมียสุดที่รักให้ดีที่สุด หกเดือนแล้วสินะ ^__^ ภริตาแต่งตัวเรียบร้อยเป็นทางการมาก จนทำให้คนเป็นสามีแปลกใจ วันนี้เขากินข้าวไม่ได้เลยทีเดียวเพราะตื่นเต้นเอามาก ๆ ไม่รู้ว่าเมียจะให้พาไปที่ไหน แต่ว่าคำขอร้องสุดท้ายคืออยากให้เธอให้อภัย “เด็ก ๆ ขึ้นรถครับเดี๋ยวตอนเย็นพ่อกับแม่ไปรับนะครับ” เย็นนี้เขาตั้งใจจะพาทุกคนไปทานข้าว และจองร้านอาหารไว้แล้วด้วย “เย่...พ่อกับแม่จะมารับด้วยกัน” กล้ากวีกับแก้วกัลยากระโดดดีใจ เพราะว่าพ่อกับแม่ไม่ค่อยได้ไปรับพร้อมกันบ่อยนัก แม้ว่าจะมาอยู่บ้านเดียวกันแล้วก็ตาม บางวันพ่อก็มารับ บางวันก็เป็นแม่มารับ ภริตายิ้มบาง ๆ แล้วหันไปถามเขาอย่างหนึ่งก่อนจะให้ออกรถ “เอาบัตรประชาชนมาไหม” เธอถามย้ำซ่อนรอยยิ้มร้าย ๆ เก็บไว้ภายในจนมิดชิดเอี้ยวตัวรั้งเข็มขัดนิรภัยแล้วใส่ตัวล็อกให้เรียบร้อย กวินภพแปลกใจนิด ๆ เริ่มคิดว่าบัตรประชาชนเอาไปทำอะไรได้บ้างก่อนตอบ “อื้ม...ผมมีติดตัวตลอด” เธอพยักหน้าแล้วใ

  • เมียพยายาม   บทที่ 20 ให้อภัยแต่ว่า...

    เดชดนัยกลับมาบ้านของผิงพร้อมกับทุกคน เขาก็ใจหายใจคว่ำ ดีที่ไปทันหากไม่ทันมันคิดสั้นไปจะทำอย่างไร ตอนนี้แค่รอให้มันอาบน้ำก่อนแล้วเขาค่อยกลับ “สบายใจได้แล้วนะผิง มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน” ภริตายังรู้สึกว่าใจยังหวิว ๆ ชอบกล ก่อนหน้านี้ยอมรับว่ากลัวมาก กลัวลูกไม่มีพ่อ กลัวต้องอยู่อย่างรู้สึกผิด กลัวว่าเขาจะตายจาก หากแยกกันอยู่แต่รู้ว่าเขายังอยู่เธอทำใจได้ แต่จากตายโดยที่เหตุผลเพราะเธอคิดว่าหัวใจสลาย “ขอบใจดนัยมากนะ” เธอยื่นมือไปจับมือของเพื่อน เขาจึงดึงผิงเข้ามากอดปลอบใจ คงจะเสียขวัญมาก “ต่อไปนี้ก็ลองให้โอกาสมันอีกสักครั้ง หากมันยังเลวเหมือนเดิมเดี๋ยวจะช่วยกระทืบมันเอง” เดชดนัยพูดติดตลกไม่ให้เพื่อนเศร้าจนเกินไป คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมมีกันอยู่แค่นี้ เขาก็ไม่อยากจะเสียใครสักคนไปเหมือนกัน แม้ตอนแรกอยากจะให้ทั้งคู่แยกทางไป แต่เมื่อรู้เหตุผลที่แท้จริงแล้ว ให้โอกาสมันได้เป็นพ่อที่ดีดูบ้างก็ไม่นับว่าเป็นอะไร กวินภพปล่อยให้น้ำรดใบหน้า ดวงตาเขาแดงก่ำจนเส้นเลือดขึ้น คงเพราะว่าไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน เขาเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่นาน ไปนั่งมองน้ำอยู่ตรงสวนสาธา

  • เมียพยายาม   บทที่ 19 เสียงจากหัวใจ

    ‘ผิงอยู่กับผู้ชายอื่น...งั้นเหรอ?’ เขาคิดในใจ “ไม่แล้วค่ะ” เธอตอบเสียงหวานกลับไป พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ยินลูกชายและลูกสาวที่ดูมีความสุข จนลืมไปแล้วใช่ไหมว่าวันนี้เรานัดกันเซอร์ไพรส์แม่ เขาตัดสินใจวางสายแล้วก็ทรุดลงนั่ง สิ่งที่วาดฝันว่าอยากเซอร์ไพรส์คนรัก แต่กลับถูกคนที่เขารักเซอร์ไพรส์กลับ ยิ่งกว่าโดนเอามีดมากรีดหัวใจเสียอีก กวินภพมองกุหลาบรอบ ๆ ตัวที่จัดให้มีที่นั่งตรงกลาง เวลานี้คนที่อยากให้นั่งกลับไปนั่งข้างคนอื่นแล้ว เขารู้สึกเหมือนกำลังพังทลายไปหมด หัวใจไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว เขาหยิบกีต้าร์ขึ้น แล้วนั่งแล้วเดินไปกดที่ตั้งกล้องมือถือกดอัดวีดีโอ...เพื่อร้องเพลงที่คิดว่าเป็นเพลงรักแสนหวานที่สุด เสียงกีต้าร์ดีดเป็นทำนอง...ก่อนที่เขาจะร้องท่อนฮุก.. และเสียงที่เธอได้ยินนี้ คือเสียงหัวใจจากคนนี้ ที่มันดังเป็นชื่อเธอและรักข้างในที่มี มันล้นปรี่... ลองฟังแลตะน้องเห้อ... เอาหูมาแนบที่ใจฉัน แล้วสองเราสบตากัน... ลองฟังแล I โต๋ เหน่อ ศิลปิน ร้องมาได้แค่ตรงนี้เขาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status