เข้าสู่ระบบในสถานการณ์ที่ถูกต้อนจนมุม ปภาวรินทร์รู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องทำงานใหญ่เริ่มเจือจางลง เธอวางตัวไม่ถูก นับตั้งแต่เธอบอกเลิกกับเขาอย่างไร้เยื่อใยเมื่อครั้งในอดีต พอหลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้พบหน้าเขาอีกเลย ครั้งหนึ่งเธอเคยรวบรวมความกล้าไปหาเขาที่บ้าน เพื่อหวังจะอธิบายความจริงบางอย่าง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าเพราะเขาบินหนีไปไกลสุดขอบฟ้า และนั่นทำให้เธอได้รู้จักกับภีรดาน้องสาวของเขาที่กลายมาเป็นกัลยาณมิตรเพียงคนเดียวที่รู้ความลับของเธอ
“เอ่อ....” หญิงสาวกำลังจะขยับริมฝีปากเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด แต่นรภัฏกลับเป็นฝ่ายแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
“ได้ข่าวว่าไอ้นุเป็นคนรับเธอเข้ามาทำงานงั้นรึ”
เขากวาดสายตาอ่านโปรไฟล์ของเธออีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งทึ่งและเจ็บปวดเมื่อเห็นว่าเด็กสาวในชุดมัธยมคนนั้นเติบโตมาเป็นหญิงสาวที่สง่างาม จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากรั้วจามจุรี
“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ พยายามไม่หลบตา
“แล้ว... คุณยายเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม” คำถามนี้ทำให้นัยน์ตาที่หม่นแสงของปภาวรินทร์กลับมาเป็นประกายวับขึ้นมาทันที ราวกับความทรงจำเก่าๆ พุ่งเข้าชน
“สบายดีค่ะ แต่ท่านอายุมากแล้ว ฝ้ายว่าจะให้ท่านเลิกขายขนมหวานเสียที...” หญิงสาวชะงักเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นที่เขาเคยใช้เรียกเธออย่างรักใคร่ นรภัฏกระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที
“บัญชีจุฬาฯ เรียนหนักไหมล่ะ”
“ก็หนักค่ะ ต้องละเอียดมาก ใช้ทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษแทบจะตลอดสี่ปีเลย เทอมแรกก็ต้องเจอแคลคูลัสเลย แต่ก็พอเอาอยู่ค่ะ”
“เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คงไม่เรียกว่าแค่เอาอยู่หรอกมั้ง” เขาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกึ่งชื่นชมกึ่งหมั่นไส้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำถามที่เย็นเยียบจนคนฟังปรับตัวไม่ทัน
“แล้วตลอดเวลาที่เรียน... กู้เงินเรียน หรือว่ามีใครส่งเสีย”
“กู้เรียนค่ะ! ไม่มีใครส่งเสียทั้งนั้น” เธอสวนกลับทันควันด้วยศักดิ์ศรีที่เต็มเปี่ยม
“จบบัญชีมาแท้ๆ คิดยังไงถึงมาเป็นเลขาฯ” นรภัฏพิงพนักเก้าอี้กอดอกจ้องมองเธอด้วยมาดท่านรองฯ ผู้เคร่งขรึม
“ก็ตำแหน่งไหนว่าง... ดิฉันก็รีบคว้าเอาไว้ก่อน ดีกว่าไม่มีงานทำค่ะ”
นรภัฏลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนี้ยบเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของเธอ กลิ่นกายชายที่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ แผ่ซ่านจนปภาวรินทร์ต้องนั่งตัวตรงแหน่ว
“เมื่อกี้เธอยังแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นอยู่เลย...” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดใบหูเล็ก เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวกระซิบสั่ง
“ต่อไปนี้เวลาอยู่กับฉัน... เธอต้องแทนตัวเองว่าฝ้ายเข้าใจไหม!” ปภาวรินทร์ใจสั่นระรัวจนแทบควบคุมไม่ได้ เธอพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมแล้วเปิดฉากสอบสวนต่อ
“แล้วไปสนิทกับยัยพริมตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ช่วงปีสี่ค่ะ ฝ้ายไปฝึกงานที่บริษัทแฟนของคุณพริม พอฝึกเสร็จคุณพริมก็ชวนมาเป็นเลขาฯ” เธอจำต้องสารภาพความจริงแม้ภีรดาจะสั่งห้ามไว้
“สรุปว่าเธอก็เป็นเด็กเส้นจริง ๆ สินะ” เขาเหยียดยิ้ม
“ประธานบริษัทรับรองมาขนาดนี้แล้ว คงไม่มีหัวหน้าฝ่ายบุคคลหน้าไหนกล้าตรวจสอบหรอก จริงม่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น... คุณก็ให้เขาตรวจสอบดิฉันใหม่สิคะ” ปภาวรินทร์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ท้าทายอำนาจของเขาอย่างลืมตัว
นรภัฏไม่ชอบใจที่เธอพยายามกลับไปใช้คำแทนตัวว่าดิฉัน เขาจึงลุกขึ้นประชิดร่างเธออีกครั้ง ความร้อนแรงจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านจนเธอสัมผัสได้ มือหนาวางเท้าลงบนพนักเก้าอี้ของเธอ กักขังร่างบางไว้ภายใต้อ้อมแขนที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
“ดี! ถ้างั้นระหว่างนี้... ฉันจะเป็นฝ่ายตรวจสอบเธอเอง ทุกขั้นตอน” สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานอย่างมีความหมายแฝงเร้น ปภาวรินทร์ใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ พยายามทำใจดีสู้เสือมองตอบเขาไป ทั้งที่ในใจโหยหาและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เธอรู้ดีว่าการตรวจสอบของนรภัฏ คงไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างแน่นอน!
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากพิธีวิวาห์ที่แสนหวาน ปภาวรินทร์และนรภัฏก็เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการเดินทางไปฮันนีมูนไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ดินแดนแห่งหิมะและแสงเหนือที่ทั้งคู่ใฝ่ฝัน“เราจะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ด้วยเหรอคะ ดีใจจังเลยค่ะพี่ภัฏ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะเช็กอินที่สนามบิน“ออโรรา... แสงเหนือที่สวยที่สุด ฝ้ายเคยเห็นของจริงหรือยังครับ” นรภัฏถามพลางโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม“ยังไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในรูป” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสทั้งสองมีเวลาแวะพักที่สนามบินเฮลซิงกิเพียงชั่วโมงเศษ ก่อนจะต่อเครื่องไปยังเมืองอิวาโลทางตอนเหนือสุด ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ปภาวรินทร์หยุดชะงักแล้วหันไปถามสามีหนุ่ม“พี่ภัฏมีของใช้ส่วนตัวอะไรต้องซื้อเพิ่มไหมคะ”“พี่เตรียมพร้อมมาหมดแล้วครับ เพราะเราจะต้องไปกางเต็นท์นอนกันกลางป่า” นรภัฏแกล้งทำหน้าจริงจังปภาวรินทร์หน้าเสียทันที เธอเป็นคนกลัวที่แคบและกังวลกับการนอนกลางป่า“พี่ภัฏ! ไม่ล้อเล่นสิคะ ฝ้ายกลัวจริงๆ นะ” นรภัฏหัวเราะร่วนที่แกล้งภรรยาได้สำเร็จ เขาประคองใบหน้าสวยเข้ามาจูบซับที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาโดยไม่สนใจสายตาใครรอบข้าง“ฝ้ายยังกลัวท
ภาณุวัฒน์พลิกร่างแกร่งเพื่อปลดตะขอกางเกงยีนสีเข้มของเขาออกอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจยืดเวลาแห่งการรอคอยให้ยาวนานยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ดึงมันออกไปให้พ้นจากเรียวขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามด้วยเสื้อเชิ้ตที่ถูกถอดออกอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อนแม้แก่นกายกลางลำตัวจะยังมีประการขวางกั้นอยู่ แต่เขาก็สามารถใช้มันดุนดันร่องสวาทของเธอจนมันชื้นแฉะได้ด้วยความช่ำชอง“อ๊ะ... ถอดออกสิคะ มันจะเลอะกางเกงชั้นในคุณนะ” อะเล็กซานดราเอ่ยบอกเสียงพร่า เมื่อไม่อาจอดทนต่อแรงกระตุ้นของชายหนุ่มได้อีกต่อไป ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟปรารถนาภาณุวัฒน์ก้มลงไปยกเรียวขางามของเธอให้ตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม เผยให้เห็นความงดงามเบื้องล่างที่ประจักษ์ต่อสายตา น้ำเมือกใสไหลนองด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นกระตุกอยู่ตลอดเวลา แม้จะยังไม่ถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ ภาพร่องสวาทขาวเนียนเกลี้ยงเกลาทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ก่อนที่สมองจะเริ่มจินตนาการเอาไว้ว่าเธอต้องฟิตมากๆ อย่างไม่ต้องสงสัย สีข้างในแดงสดตามแบบฉบับของสาวลูกครึ่ง ไรขนอ่อนตามร่างกายลุกชูชัน จากนั้นปลายลิ้นร้อนก
ลูกครึ่งสาวถูกโลมเลียไปทั่วร่างจนรู้สึกเคลิบเคลิ้มและลืมเลือนการต่อต้านเขาไปเสียสนิท ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ริมฝีปากห่อเปล่งเสียงครวญครางออกมา ปทุมถันคู่งามสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพียงครู่เดียวก็ต้องอุ่นจนร้อนเมื่อยอดปทุมสีชมพูอ่อนถูกดูดกลืนเข้าอุ้งปากร้อน หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อชายหนุ่มแกล้งดูดเม้มแรงๆ“เสียวเหรอคนสวย รับประกันว่าจะได้เจอความเสียวจากผมอีกเยอะ” ภาณุวัฒน์ปลดเข็มขัดที่รัดข้อมือของเธอออก เพราะรู้ว่าเธอไม่กล้าขัดขืน“อ๊ะ อย่าค่ะ ปล่อยซานดร้าเดี๋ยวนี้” เสียงเธอแหบแห้งแผ่วเบาจนไม่หลงเหลือที่ห้ามอะไรคนที่ล่วงเกินเธอได้เลยสักนิด ภาณุวัฒน์ค่อยๆ ผละออกจากเต้านมอวบเต่งตึงของหญิงสาว“ทำไมครับ ทนไม่ได้เหรอ อยากครางก็ครางออกมาสิผมไม่ว่าหรอก เสียวก็บอกกันตรง ๆ” เขาบอกเธออย่างท้าทาย เรียวปากสวยที่ตอนนี้มันสวยน่าจูบมากในสายตาเขา ในเมื่อมันทั้งอิ่มเอิบและแดงจนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องประทับริมฝีปากแนบสนิทลงไปอีกครั้งด้วยความเร่าร้อนหญิงสาวเม้มปากสนิทแน่น แต่ขณะที่เธอกำลังจะขาดอากาศเธอก็เผยอริมฝีปากออกมา จนทำให้ลิ้นสากพุ่งเข้าไปภายใน“อื้มมมมม!!!!” เสียงที่ดังในลำคอ เรียวลิ้นที่ถูกไล่ตอ
หลังจบงานเลี้ยง โลกทั้งใบของเธอกลับหมุนคว้างด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความผิดหวังที่สลักลึก ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูเข้ารูปโอนเอนไปมาจน เอกรินทร์ต้องรีบเข้าไปประคองไว้“คุณเมามากแล้วครับซานดร้า อย่าขับรถกลับเองเลย เดี๋ยวให้น้องผมขับรถไปส่งคุณดีกว่า” เอกรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งสงสารและสมเพชที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอต้องมาเสียศูนย์เพียงเพราะรักข้างเดียว“เฮ่ย!..แกขับรถคุณซานดร้าได้มั้ย ไอ้นุ”“ได้อยู่ครับพี่”“งั้นฝากขับไปส่งเธอที่คอนโดหน่อยสิ ส่วนรถแกเดี๋ยวฉันจะให้สาเป็นคนขับตามไปเอง”“สาฝากเพื่อนด้วยนะคะคุณนุ” นิสารัตน์เอ่ยฝากฝังเพื่อนสนิท ก่อนที่เอกรินทร์จะช่วยพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของอะเล็กซานดรามาที่รถหรูของเธอ“ขับดีๆ นะไอ้นุ” เอกรินทร์ย้ำรุ่นน้องด้วยทีเล่นทีจริง“ครับพี่ ไม่ต้องห่วง” ภาณุวัฒน์รับคำสั้นๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับทันทีที่ประตูรถปิดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุม ภาณุวัฒน์โน้มตัวข้ามร่างระหงเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้คนเมาที่นั่งคอพับคออ่อน จังหวะนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนผสมกับกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวจากฤทธิ์เหล้าพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างจัง สายตาของเขาเ
ภายในห้องทำงาน วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อร่างสูงกำยำของ เอกรินทร์ หรือ พี่ต๊อบ รุ่นพี่ศิษย์เก่าคนสนิทและอดีตหัวหน้างานที่นรภัฏให้ความเคารพรักก้าวเข้ามาทักทายถึงถิ่น นรภัฏรีบละมือจากกองเอกสารตรงหน้าแล้วลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก“สวัสดีครับพี่ต๊อบ! โห... ไม่เจอกันตั้งนาน พี่สบายดีนะครับ” นรภัฏเอ่ยทักทายน้ำเสียงยินดี แม้ภาณุวัฒน์จะแอบมากระซิบเรื่องนัดหมายสังสรรค์ไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วก็ตาม“สบายดีไอ้เสือ... พี่ล่ะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนอย่างแกจะยอมสละโสด ทิ้งลายเสือมาแต่งงานแต่งการกับเขาด้วย” เอกรินทร์ตบไหล่รุ่นน้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“โธ่พี่... ถ้าเจอคนที่ ใช่ จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะรออะไรแล้วครับ ยังไงงานแต่งของผม พี่ต้องมาร่วมงานให้ได้นะครับ”“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่เจ้าสาวของแกไปไหนเสียละ”“วันนี้พริมพาฝ้ายออกไปลองชุดแต่งงานน่ะครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ ก็คงจะกลับเข้ามา” นรภัฏตอบพลางนึกถึงใบหน้าหวานของปภาวรินทร์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แค่เพียงจินตนาการหัวใจของเขาก็พองโตด้วยความโหยหา“พี่ไม่คิดเลยนะว่ายัยฝ้ายจะปราบเสืออย่างแกจนอยู่หมัดได้แบบนี้” เอกริ
หลายวันต่อมาบรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักจนพนักงานหลายคนสัมผัสได้ เมื่อร่างสูงสง่าของท่านรองจูงมือเลขาฯ สาว ก้าวเข้ามาในบริษัทอย่างเปิดเผย สายตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนยามที่เขาก้มลงมองหญิงสาวข้างกาย พนักงานหลายคนต่างพากันอมยิ้มและส่งเสียงทักทายเธออย่างเป็นกันเองทั่วหน้าความรักที่เปิดเผยอย่างสง่างามของนรภัฏและปภาวรินทร์ กลายเป็นกระแสวิจารณ์ในทางบวกที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบหนาหูว่าคนอย่างนรภัฏชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ คงไม่มีทางที่จะลดตัวมาลงเอยกับเลขาฯ สาวฐานะธรรมดาๆ ได้ เพราะดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงหลังเลิกงานปภาวรินทร์ตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต็นรัวเมื่อนึกถึงนัดสำคัญในเย็นนี้ นรภัฏขับรถพาเธอออกจากบริษัท มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังโตที่มีรั้วรอบขอบชิด ทันทีที่รถหรูชะลอตัวลงหน้าบ้าน เด็กรับใช้รีบกุลีกุจอมากดรีโมทเปิดประตูบานใหญ่ขานรับการมาเยือนของเจ้านายหนุ่มทันทีปภาวรินทร์มองไปรอบๆ บริเวณบ้านด้วยค
ตอนที่ 22 สอนรักเลขาฯ NC“ฝ้ายครับ พี่มีความสุขมากเหลือเกิน”“ฝ้ายก็มีความสุขค่ะ ถึงแม้จะเจ็บปวดบ้างก็ตาม แต่ฝ้ายก็เต็มใจ”“พี่ขอโทษ ที่ทำรุนแรงกับฝ้าย แต่พี่อดใจไม่ไหวทุกครั้งเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ฝ้ายอยากให้พี่มีความสุข” ประโยคเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันคนละความหมายเพราะตอนนี้นรภัฏเริ่มขยับสะโ
ตอนที่ 19 เลียให้ล้ม แล้วเขย่มแท่งรัก NCปภาวรินทร์นั้นสุขจนล้น เมื่อเขาขยับกายเข้าออกทุกจังหวะสอดประสาน เรียกเสียงครางกระเส่า ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างสุขสมอีกครั้ง“พี่ภัฏขา ฝ้ายขออยู่บ้างบนบ้างสิ” สิ้นคำขอหญิงสาวก็รีบพลิกร่างตัวเองขึ้นไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มในท่าคาวเกิร์ล นรภัฏนอ
ตอนที่ 24 หึงดีมั้ย“คุณนรภัฏคะ คุณอะเล็กซานดรามาขอพบค่ะ” วิชชุดากดอินเตอร์คอมเพื่อบอกเจ้านาย“เชิญครับ” อะเล็กซานดราสวมชุดเดรสเกาะอกกระโปรงผ่าหน้าสูงลิบเกือบถึงโคนขาอ่อน โชว์ความเซ็กซี่ยั่วยวน หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามาในห้อง“สวัสดีค่ะคุณภัฏ วันนี้ซาซ่าผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยม กะว่าจะมาชวน
ตอนที่ 23 ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวเช้านี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนหัวนอน ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นมารับสาย จากน้องสาวที่โทรมาถามเขาด้วยความเป็นห่วง เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่พี่ชายเดินทางมาดูงานกับบริษัทคู่ค้าพร้อมเลขาฯ ของเธอ“สวัสดีค่ะ พี่ภัฏ เป็นไงบ้างคะ งานราบรื่นดีมั้ย”“ก็โอเคนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร







