Home / โรแมนติก / เมียสุดเขต / บทที่ 3 อีกหนึ่งชีวิต 2

Share

บทที่ 3 อีกหนึ่งชีวิต 2

last update publish date: 2026-09-13 22:54:41

อีกหนึ่งชีวิต

วันนี้สุดเขตมาโรงพยาบาลเช้ากว่าปกติ ไม่ใช่ว่าขยันหรือมีงานด่วนแทรกเข้ามา ทว่าเป็นเพราะเมื่อคืนเขานอนไม่หลับ ด้วยในหัวเขาเต็มไปด้วยเรื่องของกัญญาวีร์กับลูกของเธอ ทุกครั้งที่พยายามข่มตานอน ภาพของเด็กชายที่นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องผ่าตัดก็ปรากฏขึ้นมา

อันที่จริงเขาอยากถามกัญญาวีร์ให้รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อคืนในตอนที่ออกจากห้องผ่าตัดมาบอกกับเธอว่าลูกของเธอยังปลอดภัยดี ทว่าด้วยสถานการณ์ที่ยังตึงเครียด และรอบตัวเธอมีเพื่อนอยู่ด้วยอีกหลายคน อีกทั้งเขายังต้องการเวลาคิดอะไรอีกสักหน่อย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจยังไม่ถาม และตั้งใจจะมาขอคำตอบที่ชัดเจนจากปากเธอในเช้าวันนี้แทน

สุดเขตรับไหว้และยิ้มทักทายบุคลากรที่คุ้นเคยระหว่างเดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักผู้ป่วย เมื่อมาถึงชายหนุ่มก็ยกมือเคาะประตูเบา ๆ ส่งสัญญาณให้คนข้างในรับรู้ จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปเลยทันทีโดยไม่รอให้ใครอนุญาต

กัญญาวีร์ซึ่งกำลังขยับตัวลงจากเตียงนอนโดยมีสหดลช่วยประคองหันไปมองผู้มาใหม่ นัยน์ตาสีอ่อนเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบดึงสายตาหลบ ด้วยไม่อาจสบตากับเขา เรื่องที่เธอหลุดพูดออกไปเมื่อวานนี้ถือเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ และภาวนาให้เขาไม่ได้มาเพราะเรื่องนี้

“สวัสดีครับ มาตรวจเหรอครับ” ถึงจะรู้สึกคลางแคลงใจแต่สหดลก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ตอนนี้สุดเขตจะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็กส์สีดำธรรมดา แต่เขาจำได้ว่าชายคนนี้คือหมอที่เข้ามาพูดกับกัญญาวีร์เมื่อคืนที่ผ่านมา

“ครับ” สุดเขตตอบพลางมองบุรุษหน้าตี๋ที่ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยอย่างสงสัย ประเมินจากความใกล้ชิดและสนิทสนม เขาคิดว่าชายคนนี้อาจจะเป็นแฟนหรือสามีของกัญญาวีร์

ถึงจะรู้สึกหวิว ๆ นิดหน่อย หากตอนนี้ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ทั้งสองคนจะเป็นอะไรกัน แต่มันอยู่ที่เด็กคนนั้นต่างหาก...เป็นลูกของใครกันแน่

“ขอคุยกับคนป่วยสักครู่ได้ไหมครับ” แพทย์หนุ่มเอ่ยด้วยความสุภาพ

สหดลได้ยินเช่นนั้นก็ถอยห่างจากเตียงผู้ป่วย เพราะเข้าใจว่าหมอคงจะเข้ามาตรวจและพูดคุยกับคนป่วย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น...

สุดเขตยังคงยืนนิ่ง เขาละสายตาจากคนเฝ้าไข้แล้วหันไปมองผู้ป่วยซึ่งกำลังมองมาที่เขา ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะปรายตาไปทางสหดลอีกครั้งเพื่อสื่อให้คนที่นั่งบนเตียงรับรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ซึ่งกัญญาวีร์เองก็มีไหวพริบที่รวดเร็ว รู้ว่าเขาต้องการจะคุยเป็นการส่วนตัว แน่นอนว่าเธอเองก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นเช่นกัน เพราะนอกจากตัวเธอเอง ก็ไม่มีใครรู้ว่าพ่อของปกป้องคือใคร

“เอ่อ...ตง”

“ว่า ?” สหดลขานรับพร้อมมองหน้า รอฟังว่าเพื่อนจะพูดอะไร ครั้นเห็นสีหน้าคล้ายลำบากใจที่จะพูดของอีกฝ่าย เขาจึงถามอีกครั้ง “มีอะไรหรือเปล่าฟาง”

“แก...แกบอกว่าวันนี้มีประชุมไม่ใช่เหรอ แกกลับไปก่อนก็ได้นะ”

สหดลเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนไว้บนฝาผนัง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเล็กน้อย “ยังมีเวลา เพิ่งจะหกโมงเอง ฉันจะรอเข้าไปเยี่ยมลูกกับแกด้วย”

“เผื่อรถติดไง”

“ขึ้นทางด่วน แป๊บเดียวก็ถึง” ชายหนุ่มมองเพื่อนด้วยความสงสัย แล้วหันไปมองอีกคนที่ยืนนิ่งอย่างไม่ไว้ใจ จากนั้นก็หันกลับไปหาเพื่อนอีกครั้ง “แกมีอะไรหรือเปล่าฟาง”

“เอ่อ...คือว่า...” กัญญาวีร์เกิดอาการอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เพื่อนเข้าใจ เพราะสหดลไม่รู้เรื่องระหว่างเธอกับสุดเขต

เป็นสุดเขตที่เห็นว่าเธอจัดการไม่ได้จึงตัดสินใจพูดออกไปตามตรง “ผมมีเรื่องจะคุยกับคนไข้เป็นการส่วนตัวครับ”

“เรื่องอะไร” สหดลถามกลับทันที ซึ่งสุดเขตก็ตอบกลับทันทีเช่นกัน

“เรื่องส่วนตัวครับ”

สหดลหันไปมองเพื่อนตัวเอง “รู้จักกันเหรอ”

กัญญาวีร์พยักหน้าแล้วตอบ “อืม...เคยรู้จักน่ะ”

แม้จะได้รับคำตอบเช่นนั้น หากในใจของสหดลยังเต็มไปด้วยความสงสัย เริ่มไม่ไว้ใจหมอหน้าหล่อคนนี้ แต่ในเมื่อเพื่อนของตนยืนยันมาอย่างนั้น เขาก็เคารพพื้นที่ส่วนตัว ไม่อาจฝืนอยู่ต่อไป จึงจำใจยอมถอยเพื่อให้ทั้งสองคนได้คุยกันเป็นการส่วนตัว

“ยังไม่กลับนะ จะรออยู่หน้าห้อง ถ้าเกิดอะไรขึ้นเรียกได้เลย” พูดจบเขาก็หันไปสบตาบุรุษอีกคนที่ยืนทำหน้านิ่งด้วยแววตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

“แฟนเหรอ” สุดเขตละสายตาจากบานประตูที่เพิ่งปิดลง แล้วหันมาถามผู้ป่วยซึ่งนั่งอยู่บนเตียงทันทีเมื่อภายในห้องเหลือกันอยู่แค่สองคน

“เพื่อนค่ะ” กัญญาวีร์ตอบอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหก

“ดูเขาเป็นห่วงคุณมากเลยนะ” แพทย์หนุ่มไม่ได้พูดประชดหรือจับผิดแต่อย่างใด เขาแค่พูดออกไปตามที่เห็น

“ก็ปกติของคนเป็นเพื่อนกัน” หญิงสาวว่าอย่างไม่คิดอะไร เพราะกลุ่มเพื่อนของเธอก็มีความห่วงใยให้กันแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงแม้บางครั้งเธอจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกพิเศษจากสหดลก็ตาม

สุดเขตไม่ได้ซักไซ้ต่อในเรื่องส่วนตัวของเธอ เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่หมอ ถามไถ่ถึงอาการบาดเจ็บก่อนเป็นอันดับแรก “แล้วอาการเป็นยังไงบ้าง มีเจ็บหรือรู้สึกแปลก ๆ ตรงส่วนไหนหรือเปล่า”

“เจ็บแขนข้างที่หัก แล้วก็รู้สึกร้าวไปทั้งตัว” คนป่วยบอกอาการไปตามตรงเพราะเห็นว่าเขาเป็นหมอ หากในใจกลับรู้สึกหวั่นนิด ๆ เธอไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะให้ความสนใจกับเรื่องที่เธอหลุดพูดเมื่อวานนี้มากน้อยแค่ไหน และถ้าเป็นไปได้ เธอภาวนาให้เขาไม่เก็บเอาไปใส่ใจ 

แต่คงไม่เป็นดั่งที่คิด เพราะเขาบอกชัดเจนว่าต้องการคุยเรื่องส่วนตัว ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องลูก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 5

    ผมมีลูกแล้ว“ฮือ ๆ ฮือออ...”เสียงเรียกในลำคอที่มาพร้อมกับเสียงร้องไห้ผะแผ่ว คล้ายคนไม่มีแรงของเด็กชาย ทำให้กัญญาวีร์ซึ่งอยู่ในชุดปลอดเชื้อเกือบจะลุกขึ้นจากรถเข็นไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูอย่างไม่สนอาการเจ็บของตนเอง หากไม่มีสหดลที่ยืนอยู่ข้างหลังรั้งเอาไว้เสียก่อน เธอเดินเองได้ก็จริง แต่ร่างกายของเธอไม่แข็งแรง ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ชายหนุ่มจึงกลัวว่าเธออาจจะล้มหากไม่ระวังให้ดี“ใจเย็น ๆ” เขาบอกแล้วรีบเข็นรถเข้าไปใกล้ ๆ เตียงที่เด็กชายนอนรักษาตัวน้ำตาของคนเป็นแม่คลอหน่วยอีกครั้งเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของลูก ความรู้สึกแรกคือเธอดีใจที่ลูกรู้สึกตัวและปลอดภัย หากอึดใจต่อมาเธอกลับรู้สึกสงสารลูกจับจิต เพราะแกยังตัวเล็กมาก ไม่ควรต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้บาดเจ็บจนปางตายเช่นนี้เลย“…แม่อยู่นี่แล้วครับ คนเก่งไม่ร้องไห้นะ” หญิงสาวปลอบลูกเสียงสั่นเครือ ยื่นมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกไปลูบศีรษะและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้ลูกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งใช้สายตาสำรวจอาการบาดเจ็บของคนตัวเล็ก เธออยากโน้มลงไปกอดลูกเหลือเกิน หากก็ทำไม่ได้ดั่งที่ใจหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายของตนไม่เอื้ออำนวย

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 4

    ผมมีลูกแล้ว“แม่ครับ...”“ว่าไงลูก”“ผมมีลูกแล้ว เป็นผู้ชายอายุสี่ขวบ ตอนนี้กำลังนอนแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล”…ไร้เสียงตอบรับจากคนฟัง แก้วมณีหันหน้าไปมองลูกชายคนเล็กอย่างขอความเห็น หล่อนได้ยินชัดเจนทว่าไม่เข้าใจว่าสุดเขตต้องการจะสื่อความหมายใด เพราะประโยคที่สุดเขตพูดออกมาเมื่อครู่แทบจะไม่มีน้ำหนักเลย จู่ ๆ ก็มาบอกทุกคนว่าตนมีลูกทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยเนี่ยนะ“เฮ้ย พูดอะไรของนายวะ ถ้าแม่ช็อกขึ้นมาจะทำไง” สุดโปรดเอ่ยกลั้วหัวเราะเบา ๆ เพราะเขาเองก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าพี่ชายเขามีลูกจริง แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกทุกคนตอนลูกอายุสี่ขวบ ทว่าอึดใจต่อมาแววตาและสีหน้าที่จริงจังของสุดเขตทำให้สุดโปรดเริ่มขำไม่ออก “มึงพูดจริงหรือพูดเล่น” คนเป็นน้องถามน้ำเสียงจริงจัง“นั่นสิลูก แม่ไม่ตลกนะ แล้วที่บอกว่าแอดมิตนั่นอีกคืออะไร ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะเขต” เพราะมีหน้าลูกชายเคร่งเครียดเกินกว่าจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แก้วมณีเริ่มใจเสีย กังวลไปต่าง ๆ นานาว่าอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกชาย“ผมพูดเรื่องจริงครับแม่” สุดเขตย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้ง สบตากับผู้เป็นมารดาด้วยแววตา

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 3

    ผมมีลูกแล้ว“สวัสดีครับ” [สวัสดีครับคุณเขต ตอนนี้ผมอยู่ที่ ส.น. ผมเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตามที่คุณเขตสั่งแล้วนะครับ] ปลายสายเอ่ยเข้าประเด็นทันทีเมื่อแพทย์หนุ่มกดรับสาย“ครับ ได้เรื่องยังไงบ้าง” สุดเขตถามวุฒิชัยซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของครอบครัวตน ด้วยเมื่อคืนนี้หลังจากที่ไม่ได้คิดอะไร จู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าควรช่วยเหลือกัญญาวีร์ในเรื่องนี้ด้วย เพราะเธอได้รับบาดเจ็บและมีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร จึงไม่อยากให้เธอต้องมากังวลเรื่องนี้อีก เขาเลยตัดสินใจส่งข้อความไปไหว้วานให้วุฒิชัยช่วยไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบถามความคืบหน้าและขั้นตอนของการดำเนินการ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามที่สั่งได้อย่างรวดเร็ว[เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้เจ้าตัวมาร้องทุกข์ครับ หรือทำหนังสือมอบอำนาจแล้วส่งตัวแทนมาก็ได้ครับ อีกอย่างฝั่งเรายังไม่มีใครมาลงบันทึกประจำวัน มีแต่ฝ่ายคู่กรณี และดูเหมือนว่าจะโยนความผิดมาที่ฝั่งเราครับ]“ได้ยังไงกัน วันที่เกิดเหตุทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาล ทั้งคนของมูลนิธิพูดเป็นเสียงเดียวกับว่าอีกฝ่ายเมาแล้วขับ แถมยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แซงเบียดขึ

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 2

    ผมมีลูกแล้ว“ขอบตาดูคล้ำ ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักมากหรือลูก” แก้วมณีถามลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วงขณะเดินลงมาจากศาลาวัดพร้อมกัน หลังจากพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์เสร็จสิ้นแล้ว“นิดหน่อยครับแม่ มีทำวิจัย” สุดเขตตอบผู้เป็นมารดา โดยปกติช่วงที่ต้องทำงานวิจัยควบคู่ไปด้วยก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว ทว่าสองวันที่ผ่านมากลับมีเรื่องมีเรื่องมาทำให้เขาต้องคิดมากจนถึงขั้นนอนไม่หลับแม้จะบอกอีกฝ่ายไปแล้วว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตนจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเริ่มบอกมารดาอย่างไร ด้วยกลัวว่าท่านอาจจะตกใจหรืออาจจะรับไม่ได้ และผิดหวังที่เขาทำตัวอย่างนี้“พักผ่อนบ้างสิลูก ทำงานหนักไปเดี๋ยวร่างกายก็แย่เอา เรายิ่งไม่มีใครดูแลอยู่ด้วย” ด้วยอายุที่ไม่ใช่น้อย ๆ ซึ่งใกล้จะเข้าเลขสี่เข้าทุกปีของลูกชายคนโต แก้วมณีจึงค่อนข้างเป็นกังวล หล่อนอยากให้สุดเขตเป็นฝั่งเป็นฝา มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง คอยดูแลและคอยให้กำลังใจ อยากเห็นสุดเขตมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับน้องชายอย่างสุดโปรด“ไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้” แพทย์หนุ่มตอบเหมือนอย่างที่เคยตอบหลายครั้ง

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว

    บทที่ 5ผมมีลูกแล้ววันต่อมาสุดเขตตื่นนอนและออกมาจากห้องพักผู้ป่วยตั้งแต่เช้าตรู่ โดยไม่ลืมแวะไปฝากฝังพยาบาลประจำวอร์ดให้ช่วยสอดส่องหญิงสาวที่ต้องอยู่คนเดียว จากนั้นก็แวะไปติดตามอาการเด็กชาย ก่อนจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักส่วนตัวของตน วันนี้ชายหนุ่มลางานเฉพาะกิจหนึ่งวัน เพราะต้องไปทำบุญกับครอบครัว เพื่อระลึกถึงผู้เป็นบิดาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อนหลังจากเตรียมตัวเสร็จและได้รับข้อความจากน้องชายอย่างสุดโปรดที่ส่งมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว แพทย์หนุ่มจึงลงลิฟต์มารอที่หน้าแฟลตซึ่งเป็นตึกสูงสิบห้าชั้น ใช้เป็นที่พักสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล รอไม่ถึงห้านาทีรถ BMW X3 สีดำขลับคันเก่งของน้องชายก็เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้า สุดเขตเปิดประตูเข้าไปนั่งตอนหลังของรถ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยทักทายหลานชายวัยแปดขวบ“สวัสดีฮะลุงเขต”“สวัสดีครับ”พอดึงประตูรถปิดเสร็จ สุดเขตก็รั้งร่างของเด็กชายปุณยวีร์เข้ามากอด พร้อมกับหอมแก้มทั้งฝั่งซ้ายและขวาจนชื่นใจให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนาน “สวัสดีค่ะพี่เขต” สุพรรณวดีซึ่งเป็นภรรยาของสุดโปรดเอ่ยทักทายพี่ชายสามีบ้าง“สวัสดีครับเอย” แพทย์หนุ่มทักทายกลับ พลางยื่นหน้าไปมองเจ้าตัว

  • เมียสุดเขต   บทที่ 4 ความรับผิดชอบ 5

    ความรับผิดชอบ“แต่ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะให้ลูกรักษาอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี เรื่องค่าใช้จ่ายผมยินดีจะรับผิดชอบเองทั้งหมด” คนที่เป็นพ่อของลูกสรุปและไม่ยอมอ่อนข้อให้ในเรื่องนี้ “แล้วในส่วนของคุณ ผมก็จะจัดการให้เหมือนกัน ถ้าคุณยืนยันว่าจะออกจากโรงพยาบาล พรุ่งนี้ผมจะให้พยาบาลดำเนินการให้ แล้วคุณมีที่พักที่ไหน ไกลจากที่นี่หรือเปล่า”กัญญาวีร์มีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามนี้ เพราะเธอยังไม่ได้คิดเอาไว้“ฉะ...ฉันอยู่กับลูกได้ค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร สมองประมวลผลไม่ทันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้เธอคิดไม่ทันเขาสักเรื่องเลย“ไม่ได้ ICU ไม่ได้จัดที่ไว้ให้ญาติเฝ้าแบบค้างคืน”“งั้น...” หญิงสาวนิ่งคิด สมองพลันคิดหาทางออก ไม่แน่ใจว่าระหว่างรอลูกย้ายออกจากห้อง ICU จะไปขอพักกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง หรือเธอควรจะไปเปิดโรงแรมนอนสักคืนสองคืน ทว่ายังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ พ่อของลูกก็สรุปให้อย่างเสร็จสรรพราวกับคิดเอาไว้นานแล้ว“เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการให้ คุณพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน” พูดจบสุดเขตก็กดรีโมตปรับเตียงให้คนไข้ที่แขนหักโดยไม่ถามความต้องการ สายตาคมเหลือบมองปริมาณน้ำเกลือในกระปุกตาม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status