เข้าสู่ระบบความรับผิดชอบ
“แต่ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะให้ลูกรักษาอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี เรื่องค่าใช้จ่ายผมยินดีจะรับผิดชอบเองทั้งหมด” คนที่เป็นพ่อของลูกสรุปและไม่ยอมอ่อนข้อให้ในเรื่องนี้ “แล้วในส่วนของคุณ ผมก็จะจัดการให้เหมือนกัน ถ้าคุณยืนยันว่าจะออกจากโรงพยาบาล พรุ่งนี้ผมจะให้พยาบาลดำเนินการให้ แล้วคุณมีที่พักที่ไหน ไกลจากที่นี่หรือเปล่า”
กัญญาวีร์มีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามนี้ เพราะเธอยังไม่ได้คิดเอาไว้
“ฉะ...ฉันอยู่กับลูกได้ค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร สมองประมวลผลไม่ทันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้เธอคิดไม่ทันเขาสักเรื่องเลย
“ไม่ได้ ICU ไม่ได้จัดที่ไว้ให้ญาติเฝ้าแบบค้างคืน”
“งั้น...” หญิงสาวนิ่งคิด สมองพลันคิดหาทางออก ไม่แน่ใจว่าระหว่างรอลูกย้ายออกจากห้อง ICU จะไปขอพักกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง หรือเธอควรจะไปเปิดโรงแรมนอนสักคืนสองคืน ทว่ายังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ พ่อของลูกก็สรุปให้อย่างเสร็จสรรพราวกับคิดเอาไว้นานแล้ว
“เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการให้ คุณพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน” พูดจบสุดเขตก็กดรีโมตปรับเตียงให้คนไข้ที่แขนหักโดยไม่ถามความต้องการ สายตาคมเหลือบมองปริมาณน้ำเกลือในกระปุกตามสัญชาตญาณความเป็นหมอ ครั้นเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีจึงถอยออกมา แล้วเอ่ยถาม “อยากได้อะไรเพิ่มเติมไหม”
“ไม่ค่ะ”
แพทย์หนุ่มพยักหน้า “อืม งั้นผมกลับห้องไปเปลี่ยนชุดก่อน”
กัญญาวีร์ไม่ค่อยเข้าใจที่เขาพูดสักเท่าไร รู้สึกตงิดนิด ๆ กับประโยคที่เขาเอ่ยออกมา หากก็ไม่แน่ใจและไม่อยากสำคัญตัวเอง จึงตอบรับเขากลับไปแค่เพียงสั้น ๆ ว่า
“ค่ะ”
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องพักของเธอไปทันที
ทว่าราวสองชั่วโมงต่อมาซึ่งเป็นเวลาสามทุ่มกว่า ๆ ขณะที่กัญญาวีร์นอนไม่หลับเพราะกำลังคิดพะวักพะวงเรื่องอาการป่วยของลูก ความรู้สึกตงิดเมื่อช่วงหัวค่ำก็ถูกเฉลย เมื่อประตูห้องพักถูกเปิดเข้ามาโดยเจ้าของร่างสูงที่บอกว่าจะไปเปลี่ยนชุด
?
“ทำไมยังไม่นอน” สุดเขตซึ่งอาบน้ำและอยู่ในชุดลำลอง เสื้อคอโปโล กางเกงผ้าขาสั้นเหนือเข่าแบบสบาย ๆ เอ่ยถามทันทีเมื่อได้สบตากับคนป่วยที่หันหน้ามามอง
“ฉันต้องถามหมอมากกว่าว่ามาทำไม” หญิงสาวถามกลับทันที เธอไม่เข้าใจมาก ๆ กับสิ่งที่เขากำลังทำ
“เห็นคุณไม่มีคนเฝ้า ผมเลยมาอยู่เป็นเพื่อน เผื่อจะได้ช่วยหยิบจับอะไร” ชายหนุ่มบอกเจตนาของตน เพราะเห็นว่าเธอไม่มีคนเฝ้าไข้ เขาจึงอาสา เผื่อเกิดอะไรขึ้นกลางดึกจะได้ช่วยทัน
จู่ ๆ กัญญาวีร์ก็พลันใจสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้กับการกระทำเล็ก ๆ ของอีกฝ่าย หญิงสาวรีบดึงสายตาหลบและพยายามดึงสติ ไม่สนใจร่างสูงที่เดินผ่านเตียงไปยังแพนทรีหลังห้อง
“...หมอ” พอก้อนเนื้อในอกเริ่มเต้นในอัตราที่คงที่ หญิงสาวยื่นแขนข้างที่ไม่หักกดรีโมตปรับเตียงให้ลุกขึ้นนั่ง มองใบหน้าหล่อเหลากับผมที่ไม่ได้ถูกเซ็ตให้เป็นทรงซึ่งหันมาหาหลังจากได้ยินเสียงเรียก
“ว่า ? อยากได้อะไรหรือเปล่า”
เป็นอีกครั้งที่กัญญาวีร์ต้องเบี่ยงสายตาออกเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการสบตาโดยตรง พร้อมบอกตัวเองย้ำ ๆ ว่าไม่ควรหวั่นไหวกับผู้ชายคนนี้ ทว่าการกระทำที่คล้ายเอาใจใส่ของเขานั้นกลับทำให้เธอควบคุมตนเองยากเหลือเกิน
“เปล่าค่ะ ฉันแค่จะบอกหมอว่าไม่ต้องมาอยู่เฝ้าก็ได้ ฉันเกรงใจ” เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนตอนหัวค่ำ
“ผมก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะ เพราะปกติผมก็นอนที่นี่อยู่แล้ว” โดยส่วนมากสุดเขตมักจะใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล มีห้องทำงานและห้องพักส่วนตัว ทั้งคอนโดฯ ก็อยู่ไม่ไกล ซึ่งเธอก็รู้ดีเพราะเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน แต่อันที่จริงบ้านเขาก็อยู่ไม่ไกล แต่เขาเบื่อการจราจรในกรุงเทพฯ มันทำให้เขาเสียเวลา หากต้องทำงานหรือต้องเข้าเวรตอนเช้า แพทย์หนุ่มจึงเลือกจะนอนที่แฟลตของโรงพยาบาล
“ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังเกรงใจอยู่ดี” เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน อีกทั้งยังห่างกันไปตั้งหลายปี จู่ ๆ จะมาอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสองแบบนี้เธอก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน
“แล้วทำไมวันนี้เพื่อนคุณไม่มาเฝ้า” สุดเขตถามด้วยความสงสัย เขาค่อนข้างแปลกใจที่ไม่เห็นผู้ชายคนที่อยู่กับเธอเมื่อเช้านี้ เห็นดูแลกันอย่างใกล้ชิดจนเขาคิดว่าน่าจะเป็นแฟนหรือคนรู้ใจ ทว่าคืนนี้กลับไม่เห็นเสียอย่างนั้น
“พอดีวันนี้เพื่อนฉันแต่งงาน เขาต้องไปร่วมงาน” ซึ่งตอนแรกสหดลโทร. มาบอกว่าเสร็จงานแล้วจะมาหา แต่เธอเป็นคนเองว่าไม่ต้องมา เพราะงานแต่งเพื่อนทั้งทีจึงอยากให้ทุกคนสนุกเต็มที่ ไม่ต้องเป็นห่วงตน จริง ๆ สหดลก็ไม่ยอมหรอก เพียงแต่เธอปฏิเสธอย่างหนักแน่น ฝ่ายนั้นจึงยอมอ่อนให้ในที่สุด “ความจริงฉันก็ต้องไปร่วมงาน แต่ดันมาเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน” เธอบอกเสียงเศร้า
“อุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก ไม่ใช่ความผิดคุณ” เขาพูดเหมือนรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร ก่อนจะเก็บขวดน้ำที่เพิ่งกระดกเข้าตู้เย็น จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา “ได้ยินจากพยาบาลฉุกเฉินว่ามีรถขับแซงขึ้นมาแล้วโดนเบียด วันนี้คุยกับตำรวจว่าไงบ้าง”
“ไม่นะคะ ไม่ได้คุยอะไรเลย เพราะยังไม่มีใครติดต่อมา” ทีแรกเธอก็คิดว่าจะมีตำรวจติดต่อมา แต่รอทั้งวันก็ไร้วี่แวว และก็ไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร ด้วยคิดว่าอาจจะติดต่อมาวันอื่นหรือไม่ก็อาจจะให้เธอเป็นฝ่ายไปติดต่อเอง
หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจกับความล่าช้าในการดำเนินคดี ทว่าก็ไม่แน่ใจ จึงทำเพียงแค่พยักหน้ารับรู้และไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
แต่ผ่านไปไม่นานเขาก็กลับมาครุ่นคิดอีกครั้ง
ไม่เป็นที่ต้องการหลังจากเผลอพูดจาไม่ดีใส่แม่ของลูกไปเมื่อช่วงกลางวัน สุดเขตก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของลูกอีก พอเธอเดินออกไป เขาก็นั่งต่ออีกสักพักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ตัวว่าผิดที่ไปกล่าวหาเธอแบบนั้น ทว่าอีกความรู้สึกก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงการที่เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเป็นคนแบบไหน ส่วนมากก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูทั้งนั้น“ก็ไม่เสมอไปหรอก” สุดโปรดว่าขึ้นหลังจากเขาระบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง น้องชายเขาแวะมาเยี่ยมหลานตามปกติ มากับภรรยาและลูกชายทั้งสอง แต่วันนี้มาแล้วไม่เจอเขาอยู่ในห้อง คนเป็นน้องก็เลยโทร. มาถามว่าอยู่ไหน เขาก็เลยบอกให้มาหาที่ห้องทำงานแทน พอมาถึงเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเลยทันที “นายก็ไปว่าเขาแรงเกินไปนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้”“แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือไง” แพทย์หนุ่มเถียง ในใจยังคุกรุ่นกับประเด็นที่พูดคุยกับแม่ของลูก หากอีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอสาดอารมณ์ใส่เธอ ทั้งที่การทำแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเขาเลย “ตอนนายอยู่ในห้อง ลูกฉันมีท่าทีว่ากลัวนายหรือเปล่าล่ะ”คนเป็นน้องทำหน้านึก ก่อนหน้านี้เขาไปเยี่ยมหลานมาแล้ว เป็นจังหวะที่
ไม่เป็นที่ต้องการ“มันพูดอะไรบ้าง”“เอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม เขาขอโทษแล้วก็แสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” กัญญาวีร์เล่าให้สุดเขตฟัง เพราะเขาเป็นคนประสานกับทีมทนายที่รับหน้าที่ดูแลคดีของเธอกับลูก ส่วนมารดาของเขาเป็นฝ่ายสนับสนุน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสองแม่ลูกพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลยเลยสักวัน“คงคิดจะหลีกเลี่ยงจริง ๆ สินะ” แพทย์หนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เชื่อว่าคำขอโทษของธนินธ์ในวันนี้จะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็คงหวังให้ศาลเห็นใจและลดโทษให้“เลี่ยงยังไงคะ” กัญญาวีร์ที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“จริง ๆ ในทางกฎหมายโทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเกือบถึงแก่ชีวิตมันหนักมากนะ อาจจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติคือแทบไม่มีใครติดคุกจริง ๆ เลย ถ้าจำเลยยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ศาลก็จะให้โอกาสแก้ตัว สั่งให้แค่รอลงอาญา และควบคุมความประพฤติ เข้าไปรายงานตัวทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน”หญิงสาวใจหายแวบเมื่อได้ยินดังนั้น ครั้นลองนึกถึงอีกหลายคดีที่เคยออกข่าวใน
ไม่เป็นที่ต้องการ“มึงคิดว่าเขาจะบอกว่าไง” ศัลยแพทย์หนุ่มย้อนถาม ด้วยความสัมพันธ์ของสุดเขตกับกัญญาวีร์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ดั่งคนรักทั่ว ๆ ไป จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอธิบายยากพอสมควร และเขาก็ไม่กล้าคาดเดา เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวเกี่ยวกับอาการของเด็กชาย ก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ดูมีเหตุผล และดูเป็นแม่ที่ดี ไม่น่าจะปลูกฝังอะไรแย่ ๆ ให้กับคนเป็นลูก“ไม่รู้”“ไม่รู้ก็ถามสิวะ เก็บมาคิดเองให้เครียดทำไม”สุตเขตตวัดสายตามองค้อนเพื่อน เก่งนักกับเรื่องคนอื่น“ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน” ตั้งแต่คืนที่เขานอนเฝ้าเธอ หลังจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีธุระหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งยังมีแขกวนเวียนมาเยี่ยมหลายคน หลัก ๆ ก็คนในครอบครัวเขานั่นแหละ รองลงมาก็เพื่อนของเธอ และตัวเขาเองก็ต้องทำงาน ทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน“มึงกำลังคิดว่าเขาเป่าหูลูกให้กลัวมึงว่างั้น ?”“กูไม่แน่ใจ...” สุดเขตทำสีหน้าครุ่นคิด ประเด็นนี้เขาไม่แน่ใจเลย หากก็คิดว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะลูกมีท่าทีกลัวเขามากเกินไป “จะว่ากลัวคนแปลกหน้าก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ยังอยู่ไอซียู เห็นหน้ากูวันละสามเวลา
ไม่เป็นที่ต้องการ ธนินธ์หันไปสบตากับทนายของตน ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ เขาจึงหันกลับมาตอบคำถามของหญิงมากวัย “เปล่าครับ ผมไม่ได้ดื่มมา”โกหก ! กัญญาวีร์ร้องขึ้นในใจ เพราะคืนนั้นเธอได้ยินพยาบาลในรถฉุกเฉินบอกว่าเจ้าของลัมโบกินีคันนั้นเมา เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ชัดเจนว่าเมาแล้วขับ หากเขากลับให้ปากคำกับตำรวจว่าไม่ได้ดื่ม และพยายามทำให้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าธนินธ์ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง เมาแล้วขับไม่พอ ยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอีก“น่าเสียดายนะคะที่กล้องวงจรปิดบนทางด่วนบังเอิญเสียพอดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร” แก้วมณีเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล หากจงใจเน้นคำว่าบังเอิญให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกตนไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวมันจะไปกระทบกับรูปคดี อีกฝ่ายมีทนายมาด้วย หากฝั่งของตนนั้นไม่มี หล่อนไม่แม่นในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอยากระมัดระวังคำพูดเอาไว้ก่อน “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทนายของดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐาน คิดว่าไม่นานก็คงได้ครบ เผื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณธนินธ์ได้”
ไม่เป็นที่ต้องการ“หลับหรือนั่น” แก้วมณีถามพร้อมบุ้ยใบไปยังหลานชายที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าบอกให้ป้าสมัยแม่บ้านคนสนิทเอาอาหารที่เตรียมมาไปไว้หลังห้องกัญญาวีร์ยกมือไหว้สตรีทั้งสองคน “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ”“เสียดายจัง แม่มาไม่ทันเลย” ผู้มากวัยรู้สึกเสียดายเพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน หล่อนยังไม่ได้คุยกับหลานเลยสักคำ ความสงสัยที่ว่าใช่หลานตนจริงหรือไม่หายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหน้า ต่อให้สุดเขตไม่บอกว่ามีผลตรวจ DNA ยืนยัน หล่อนก็เชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาว่าปกป้องคือหลานแท้ ๆ เพราะมีแค่ตาและปากที่เหมือนผู้เป็นแม่ ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นถอดแบบมาจากลูกชายหล่อนทุกอย่าง ราวกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันหากเอารูปสุดเขตตอนเด็ก ๆ มาเทียบแล้วเอาไปให้คนอื่นดู เขาก็คงคิดว่าคือคนคนเดียวกันอย่างแน่นอนพ่อกับลูกเหมือนกันอย่างกับแกะ“ช่วงเย็นก็น่าจะตื่นค่ะ”“ร้องไห้หรือ” คนเป็นย่าถามด้วยความสงสัย เมื่อเดินมาส่องหลานแล้วเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้า แม้ผู้เป็นแม่จะเช็ดออกไปบ้างแล้ว หากแพขนตาที่เปียกชื้นนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา“ค่ะ แกงอแงนิดหน่อย” กัญญาวีร์ตอบแบบเลี่ยง ๆ เธอยังไม่พร
บทที่ 7ไม่เป็นที่ต้องการผ่านมาสามวันอาการของเด็กชายปกป้องค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์เจ้าของไข้สั่งถอดเครื่องช่วยหายใจและอนุญาตให้ย้ายออกจาก ICU มาพักฟื้นที่ห้องธรรมดาได้ โดยไม่ลืมกำชับให้ระวัง พยายามอย่าเพิ่งให้เด็กขยับตัวมากเพราะกลัวว่าจะกระทบแผลภายใน“...แม่จ๋า” เสียงเรียกแผ่วเบาจากเจ้าหนูน้อยซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบขยับเข้าไปชิด แล้วขานรับเสียงหวาน“จ๋าลูก ว่าไงครับ ป้องอยากได้อะไรเอ่ย”“หนูเจ็บ” ปกป้องไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับตัว แม้ปากจะพูดได้ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นยังอ่อนแรงอยู่มาก คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักระยะหนึ่งถึงจะกลับมาพูดได้เป็นปกติ“เจ็บมากไหม” เจ้าของร่างสูงที่ยังไม่ยอมกลับไปทำงานเอ่ยถาม เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กชายถูกย้ายเข้ามา โชคดีที่เมื่อเช้าราวน์วอร์ดเสร็จและตรวจผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว ช่วงบ่ายจึงส่งต่อให้เพื่อนดูแลเคสที่เหลือแทน เพราะตนอยากอยู่เฝ้าลูกมากกว่า “เจ็บ...” เด็กชายตอบ หางตามีหยดน้ำใสรินไหล เพียงเท่านั้นสุดเขตก็รีบกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดมาบรรเทาความเจ็บให้ลูกทันที“ให้ดื่มน้ำได้ไหมคะ” กัญญาวีร์ถามคนที่เป็นหมออย่างไม่ค่อย







