หน้าหลัก / โรแมนติก / เมียสุดเขต / บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว

แชร์

บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว

ผู้เขียน: สามินี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-14 16:07:03

บทที่ 5

ผมมีลูกแล้ว

วันต่อมาสุดเขตตื่นนอนและออกมาจากห้องพักผู้ป่วยตั้งแต่เช้าตรู่ โดยไม่ลืมแวะไปฝากฝังพยาบาลประจำวอร์ดให้ช่วยสอดส่องหญิงสาวที่ต้องอยู่คนเดียว จากนั้นก็แวะไปติดตามอาการเด็กชาย ก่อนจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักส่วนตัวของตน วันนี้ชายหนุ่มลางานเฉพาะกิจหนึ่งวัน เพราะต้องไปทำบุญกับครอบครัว เพื่อระลึกถึงผู้เป็นบิดาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อน

หลังจากเตรียมตัวเสร็จและได้รับข้อความจากน้องชายอย่างสุดโปรดที่ส่งมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว แพทย์หนุ่มจึงลงลิฟต์มารอที่หน้าแฟลตซึ่งเป็นตึกสูงสิบห้าชั้น ใช้เป็นที่พักสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล  

รอไม่ถึงห้านาทีรถ BMW X3 สีดำขลับคันเก่งของน้องชายก็เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้า สุดเขตเปิดประตูเข้าไปนั่งตอนหลังของรถ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยทักทายหลานชายวัยแปดขวบ

“สวัสดีฮะลุงเขต”

“สวัสดีครับ”

พอดึงประตูรถปิดเสร็จ สุดเขตก็รั้งร่างของเด็กชายปุณยวีร์เข้ามากอด พร้อมกับหอมแก้มทั้งฝั่งซ้ายและขวาจนชื่นใจให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนาน 

“สวัสดีค่ะพี่เขต” สุพรรณวดีซึ่งเป็นภรรยาของสุดโปรดเอ่ยทักทายพี่ชายสามีบ้าง

“สวัสดีครับเอย” แพทย์หนุ่มทักทายกลับ พลางยื่นหน้าไปมองเจ้าตัวเล็กอีกคนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนผู้เป็นแม่ “นอนเก่งจริง ๆ เจ้าเด็กคนนี้”

“นอนเก่งแค่ตอนกลางวันนี่แหละ กลางคืนตาใสแจ๋ว พ่อกับแม่แทบไม่ได้นอน” คนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ แต่ถึงแม้ปากจะพร่ำบ่น ทว่าดวงตากลับเป็นประกาย ซึ่งใครมองก็รู้สึกได้ว่าคนพูดรู้สึกอิ่มใจมากแค่ไหนกับการมีชีวิตน้อย ๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิต

“เลี้ยงเด็กยากไหมเอย” สุดเขตถามน้องสะใภ้ สมองไพล่นึกถึงใครอีกคน ขณะที่แขนแกร่งกอดร่างของหลานชายคนโตไว้หลวม ๆ

“บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ จะว่ายากก็ยากนะคะ แต่ที่แน่ ๆ คือเหนื่อยแน่นอนค่ะ เพราะเด็กวัยนี้เราต้องอยู่กับแกตลอด ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลยค่ะ”

คนถามพยักหน้าเข้าใจ อันที่จริงด้วยความที่เป็นหมอเขาก็พอรู้อยู่บ้างว่าการมีลูกนั้นเหนื่อย เพียงแต่เขายังไม่เคยสัมผัสความรู้สึกนั้นด้วยตัวเอง จึงไม่รู้ว่าความเหนื่อยที่หลาย ๆ คนพูดนั้นมันอยู่ในระดับไหน

“แต่ว่าเอยดีหน่อยที่มีพี่โปรดกับป้ามาลัยเลี้ยงช่วย ไม่งั้นคงเหนื่อยกว่านี้มาก ๆ” สุพรรณวดีพูดต่อ ทำให้สุดเขตนึกถึงกัญญาวีร์ ขนาดสุพรรณวดีมีคนช่วยเลี้ยงมากขนาดนี้ยังมีสีหน้าอิดโรย ดูเหนื่อยล้าจากการอดหลับอดนอน

แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ ที่ผ่านมาเธอมีคนคอยช่วยเลี้ยงหรือไม่ เธอผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร

พอคิดถึงจุดนี้คนที่เพิ่งรู้ว่ามีลูกก็รู้สึกสะท้อนในอก เห็นใจกัญญาวีร์ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวตั้งหลายปี เธอคงจะเหนื่อยกว่าน้องสะใภ้ของเขามาก ๆ 

“ปลื้มก็ช่วยแม่เลี้ยงน้องด้วยนะฮะ” ปุณยวีร์ขอความดีความชอบบ้าง เพราะหลายครั้งที่แม่ไปเข้าห้องน้ำ เขาก็มักจะถูกใช้ให้นั่งเฝ้าน้องที่นอนหลับ หรือไม่ก็ช่วยแม่ประคองขวดนมเวลาที่น้องดูด

“ช่วยอะไรอะเรา ไม่ใช่ไปแกล้งน้องนะ” คนเป็นลุงกระเซ้าอย่างมันเขี้ยว เป็นอันรู้กันทั้งวงตระกูลว่าปุณยวีร์เห่อน้องชายมากแค่ไหน ถ้าวันไหนไม่ต้องไปโรงเรียนหรือถ้าไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนในละแวกบ้าน ก็มักจะวอแวอยู่รอบตัวน้องตลอดเวลา

“ไม่ได้แกล้งอะไรสักหน่อย มีแต่น้องนั้นแหละที่ดึงผมปลื้ม” เด็กชายวัยยู่ปากว่าอย่างงอนนิด ๆ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เป็นพ่อเป็นแม่ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้า

“พ่อบอกปลื้มใส่ถุงมือให้น้องแล้วไง แต่ปลื้มไม่ยอมใส่เอง” สุดโปรดเอ่ยกลั้วหัวเราะ สบตากับลูกชายคนโตผ่านกระจกมองหลัง

“น้องไม่ชอบนี่ฮะ ใส่ทีไรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทุกที”

“ไม่ชอบก็ต้องใส่นะ ไม่งั้นเล็บน้องอาจจะข่วนหน้าตัวเอง” ผู้เป็นหมอพูดขึ้นมาบ้าง

“จอมสปอยล์ค่ะพี่เขต น้องร้องแค่แอะเดียวก็ไม่กล้าทำอะไรต่อละ” สุพรรณวดีแฉลูกตัวเองด้วยความเอ็นดู “นี่ขนาดยังไม่โตนะคะ ถ้าโตกว่านี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง หรืออาจจะไม่อยากเล่นกับน้องแล้วก็ไม่รู้”

“เล่นสิฮะ ปลื้มอยากให้น้องโตไว ๆ ปลื้มอยากเล่นกับน้อง อยากให้น้องโตขึ้นวันพรุ่งนี้เลย”

คนเป็นแม่กับพ่อหลุดหัวเราะอีกครั้งให้กับความไร้เดียวสาของลูก  

“เห็นน้องเป็นไอรอนแมนหรือไง จะได้โตเร็วขนาดนั้น” สุดโปรดยิ้มส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“เป็นไอรอนแมนก็ดีสิฮะพ่อ น้องจะได้แข็งแรงไง กล้ามโต ๆ” ไม่ได้แค่พูดเปล่า เพราะหนุ่มน้อยยกแขนขึ้นมาเบ่งกล้ามน้อย ๆ โชว์ทุกคนเป็นท่าทางประกอบด้วย 

สุดเขตระบายยิ้ม มือหนาลูบศีรษะทุยของหลานชายอย่างเอ็นดูความช่างพูดช่างจา สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวจนต้องโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มกับหน้าผากของแกด้วยความมันเขี้ยว พร้อมคิดไปด้วยว่าลูกชายของตนซึ่งอายุน้อยกว่าปุณยวีร์ราวสี่ปีนั้นจะมีนิสัยใจคออย่างไร และจะพูดเก่งหรือจะดื้อจะซนแบบเจ้าปลื้มหรือไม่

แต่ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร เขาก็รับได้ทั้งนั้นแหละ

รัก...ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้ว่ามี

รัก...ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกัน

รัก...แม้ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นคนแบบไหน

...นี่สินะความรักของพ่อ รักแบบไม่มีข้อแม้มันเป็นแบบนี้นี่เอง  

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 5

    ผมมีลูกแล้ว“ฮือ ๆ ฮือออ...”เสียงเรียกในลำคอที่มาพร้อมกับเสียงร้องไห้ผะแผ่ว คล้ายคนไม่มีแรงของเด็กชาย ทำให้กัญญาวีร์ซึ่งอยู่ในชุดปลอดเชื้อเกือบจะลุกขึ้นจากรถเข็นไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูอย่างไม่สนอาการเจ็บของตนเอง หากไม่มีสหดลที่ยืนอยู่ข้างหลังรั้งเอาไว้เสียก่อน เธอเดินเองได้ก็จริง แต่ร่างกายของเธอไม่แข็งแรง ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ชายหนุ่มจึงกลัวว่าเธออาจจะล้มหากไม่ระวังให้ดี“ใจเย็น ๆ” เขาบอกแล้วรีบเข็นรถเข้าไปใกล้ ๆ เตียงที่เด็กชายนอนรักษาตัวน้ำตาของคนเป็นแม่คลอหน่วยอีกครั้งเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของลูก ความรู้สึกแรกคือเธอดีใจที่ลูกรู้สึกตัวและปลอดภัย หากอึดใจต่อมาเธอกลับรู้สึกสงสารลูกจับจิต เพราะแกยังตัวเล็กมาก ไม่ควรต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้บาดเจ็บจนปางตายเช่นนี้เลย“…แม่อยู่นี่แล้วครับ คนเก่งไม่ร้องไห้นะ” หญิงสาวปลอบลูกเสียงสั่นเครือ ยื่นมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกไปลูบศีรษะและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้ลูกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งใช้สายตาสำรวจอาการบาดเจ็บของคนตัวเล็ก เธออยากโน้มลงไปกอดลูกเหลือเกิน หากก็ทำไม่ได้ดั่งที่ใจหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายของตนไม่เอื้ออำนวย

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 4

    ผมมีลูกแล้ว“แม่ครับ...”“ว่าไงลูก”“ผมมีลูกแล้ว เป็นผู้ชายอายุสี่ขวบ ตอนนี้กำลังนอนแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล”…ไร้เสียงตอบรับจากคนฟัง แก้วมณีหันหน้าไปมองลูกชายคนเล็กอย่างขอความเห็น หล่อนได้ยินชัดเจนทว่าไม่เข้าใจว่าสุดเขตต้องการจะสื่อความหมายใด เพราะประโยคที่สุดเขตพูดออกมาเมื่อครู่แทบจะไม่มีน้ำหนักเลย จู่ ๆ ก็มาบอกทุกคนว่าตนมีลูกทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยเนี่ยนะ“เฮ้ย พูดอะไรของนายวะ ถ้าแม่ช็อกขึ้นมาจะทำไง” สุดโปรดเอ่ยกลั้วหัวเราะเบา ๆ เพราะเขาเองก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าพี่ชายเขามีลูกจริง แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกทุกคนตอนลูกอายุสี่ขวบ ทว่าอึดใจต่อมาแววตาและสีหน้าที่จริงจังของสุดเขตทำให้สุดโปรดเริ่มขำไม่ออก “มึงพูดจริงหรือพูดเล่น” คนเป็นน้องถามน้ำเสียงจริงจัง“นั่นสิลูก แม่ไม่ตลกนะ แล้วที่บอกว่าแอดมิตนั่นอีกคืออะไร ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะเขต” เพราะมีหน้าลูกชายเคร่งเครียดเกินกว่าจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แก้วมณีเริ่มใจเสีย กังวลไปต่าง ๆ นานาว่าอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกชาย“ผมพูดเรื่องจริงครับแม่” สุดเขตย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้ง สบตากับผู้เป็นมารดาด้วยแววตา

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 3

    ผมมีลูกแล้ว“สวัสดีครับ” [สวัสดีครับคุณเขต ตอนนี้ผมอยู่ที่ ส.น. ผมเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตามที่คุณเขตสั่งแล้วนะครับ] ปลายสายเอ่ยเข้าประเด็นทันทีเมื่อแพทย์หนุ่มกดรับสาย“ครับ ได้เรื่องยังไงบ้าง” สุดเขตถามวุฒิชัยซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของครอบครัวตน ด้วยเมื่อคืนนี้หลังจากที่ไม่ได้คิดอะไร จู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าควรช่วยเหลือกัญญาวีร์ในเรื่องนี้ด้วย เพราะเธอได้รับบาดเจ็บและมีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร จึงไม่อยากให้เธอต้องมากังวลเรื่องนี้อีก เขาเลยตัดสินใจส่งข้อความไปไหว้วานให้วุฒิชัยช่วยไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบถามความคืบหน้าและขั้นตอนของการดำเนินการ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามที่สั่งได้อย่างรวดเร็ว[เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้เจ้าตัวมาร้องทุกข์ครับ หรือทำหนังสือมอบอำนาจแล้วส่งตัวแทนมาก็ได้ครับ อีกอย่างฝั่งเรายังไม่มีใครมาลงบันทึกประจำวัน มีแต่ฝ่ายคู่กรณี และดูเหมือนว่าจะโยนความผิดมาที่ฝั่งเราครับ]“ได้ยังไงกัน วันที่เกิดเหตุทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาล ทั้งคนของมูลนิธิพูดเป็นเสียงเดียวกับว่าอีกฝ่ายเมาแล้วขับ แถมยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แซงเบียดขึ

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 2

    ผมมีลูกแล้ว“ขอบตาดูคล้ำ ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักมากหรือลูก” แก้วมณีถามลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วงขณะเดินลงมาจากศาลาวัดพร้อมกัน หลังจากพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์เสร็จสิ้นแล้ว“นิดหน่อยครับแม่ มีทำวิจัย” สุดเขตตอบผู้เป็นมารดา โดยปกติช่วงที่ต้องทำงานวิจัยควบคู่ไปด้วยก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว ทว่าสองวันที่ผ่านมากลับมีเรื่องมีเรื่องมาทำให้เขาต้องคิดมากจนถึงขั้นนอนไม่หลับแม้จะบอกอีกฝ่ายไปแล้วว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตนจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเริ่มบอกมารดาอย่างไร ด้วยกลัวว่าท่านอาจจะตกใจหรืออาจจะรับไม่ได้ และผิดหวังที่เขาทำตัวอย่างนี้“พักผ่อนบ้างสิลูก ทำงานหนักไปเดี๋ยวร่างกายก็แย่เอา เรายิ่งไม่มีใครดูแลอยู่ด้วย” ด้วยอายุที่ไม่ใช่น้อย ๆ ซึ่งใกล้จะเข้าเลขสี่เข้าทุกปีของลูกชายคนโต แก้วมณีจึงค่อนข้างเป็นกังวล หล่อนอยากให้สุดเขตเป็นฝั่งเป็นฝา มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง คอยดูแลและคอยให้กำลังใจ อยากเห็นสุดเขตมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับน้องชายอย่างสุดโปรด“ไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้” แพทย์หนุ่มตอบเหมือนอย่างที่เคยตอบหลายครั้ง

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว

    บทที่ 5ผมมีลูกแล้ววันต่อมาสุดเขตตื่นนอนและออกมาจากห้องพักผู้ป่วยตั้งแต่เช้าตรู่ โดยไม่ลืมแวะไปฝากฝังพยาบาลประจำวอร์ดให้ช่วยสอดส่องหญิงสาวที่ต้องอยู่คนเดียว จากนั้นก็แวะไปติดตามอาการเด็กชาย ก่อนจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักส่วนตัวของตน วันนี้ชายหนุ่มลางานเฉพาะกิจหนึ่งวัน เพราะต้องไปทำบุญกับครอบครัว เพื่อระลึกถึงผู้เป็นบิดาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อนหลังจากเตรียมตัวเสร็จและได้รับข้อความจากน้องชายอย่างสุดโปรดที่ส่งมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว แพทย์หนุ่มจึงลงลิฟต์มารอที่หน้าแฟลตซึ่งเป็นตึกสูงสิบห้าชั้น ใช้เป็นที่พักสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล รอไม่ถึงห้านาทีรถ BMW X3 สีดำขลับคันเก่งของน้องชายก็เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้า สุดเขตเปิดประตูเข้าไปนั่งตอนหลังของรถ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยทักทายหลานชายวัยแปดขวบ“สวัสดีฮะลุงเขต”“สวัสดีครับ”พอดึงประตูรถปิดเสร็จ สุดเขตก็รั้งร่างของเด็กชายปุณยวีร์เข้ามากอด พร้อมกับหอมแก้มทั้งฝั่งซ้ายและขวาจนชื่นใจให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนาน “สวัสดีค่ะพี่เขต” สุพรรณวดีซึ่งเป็นภรรยาของสุดโปรดเอ่ยทักทายพี่ชายสามีบ้าง“สวัสดีครับเอย” แพทย์หนุ่มทักทายกลับ พลางยื่นหน้าไปมองเจ้าตัว

  • เมียสุดเขต   บทที่ 4 ความรับผิดชอบ 5

    ความรับผิดชอบ“แต่ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะให้ลูกรักษาอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี เรื่องค่าใช้จ่ายผมยินดีจะรับผิดชอบเองทั้งหมด” คนที่เป็นพ่อของลูกสรุปและไม่ยอมอ่อนข้อให้ในเรื่องนี้ “แล้วในส่วนของคุณ ผมก็จะจัดการให้เหมือนกัน ถ้าคุณยืนยันว่าจะออกจากโรงพยาบาล พรุ่งนี้ผมจะให้พยาบาลดำเนินการให้ แล้วคุณมีที่พักที่ไหน ไกลจากที่นี่หรือเปล่า”กัญญาวีร์มีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามนี้ เพราะเธอยังไม่ได้คิดเอาไว้“ฉะ...ฉันอยู่กับลูกได้ค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร สมองประมวลผลไม่ทันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้เธอคิดไม่ทันเขาสักเรื่องเลย“ไม่ได้ ICU ไม่ได้จัดที่ไว้ให้ญาติเฝ้าแบบค้างคืน”“งั้น...” หญิงสาวนิ่งคิด สมองพลันคิดหาทางออก ไม่แน่ใจว่าระหว่างรอลูกย้ายออกจากห้อง ICU จะไปขอพักกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง หรือเธอควรจะไปเปิดโรงแรมนอนสักคืนสองคืน ทว่ายังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ พ่อของลูกก็สรุปให้อย่างเสร็จสรรพราวกับคิดเอาไว้นานแล้ว“เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการให้ คุณพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน” พูดจบสุดเขตก็กดรีโมตปรับเตียงให้คนไข้ที่แขนหักโดยไม่ถามความต้องการ สายตาคมเหลือบมองปริมาณน้ำเกลือในกระปุกตาม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status