Home / โรแมนติก / เมียสุดเขต / บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 5

Share

บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 5

last update publish date: 2026-09-14 16:08:38

ผมมีลูกแล้ว

“ฮือ ๆ ฮือออ...”

เสียงเรียกในลำคอที่มาพร้อมกับเสียงร้องไห้ผะแผ่ว คล้ายคนไม่มีแรงของเด็กชาย ทำให้กัญญาวีร์ซึ่งอยู่ในชุดปลอดเชื้อเกือบจะลุกขึ้นจากรถเข็นไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูอย่างไม่สนอาการเจ็บของตนเอง หากไม่มีสหดลที่ยืนอยู่ข้างหลังรั้งเอาไว้เสียก่อน เธอเดินเองได้ก็จริง แต่ร่างกายของเธอไม่แข็งแรง ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ชายหนุ่มจึงกลัวว่าเธออาจจะล้มหากไม่ระวังให้ดี

“ใจเย็น ๆ” เขาบอกแล้วรีบเข็นรถเข้าไปใกล้ ๆ เตียงที่เด็กชายนอนรักษาตัว

น้ำตาของคนเป็นแม่คลอหน่วยอีกครั้งเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของลูก ความรู้สึกแรกคือเธอดีใจที่ลูกรู้สึกตัวและปลอดภัย หากอึดใจต่อมาเธอกลับรู้สึกสงสารลูกจับจิต เพราะแกยังตัวเล็กมาก ไม่ควรต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้บาดเจ็บจนปางตายเช่นนี้เลย

“…แม่อยู่นี่แล้วครับ คนเก่งไม่ร้องไห้นะ” หญิงสาวปลอบลูกเสียงสั่นเครือ ยื่นมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกไปลูบศีรษะและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้ลูกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งใช้สายตาสำรวจอาการบาดเจ็บของคนตัวเล็ก เธออยากโน้มลงไปกอดลูกเหลือเกิน หากก็ทำไม่ได้ดั่งที่ใจหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายของตนไม่เอื้ออำนวย กัญญาวีร์พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ไม่แสดงอาการอ่อนแอต่อหน้าลูก เพราะในยามนี้เธอต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักยึดให้เด็กชาย “คนเก่งของแม่ ไม่ร้องนะ ป้องเจ็บมากไหมลูก”

หนุ่มน้อยในชุดผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลนอนร้องไห้น้ำตานองหน้า อยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้เพราะมีเครื่องช่วยหายใจสอดเข้าไปในปาก ปกป้องยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อย หวังจะไขว่คว้าตัวแม่เข้ามากอด หากต้องผิดหวังเมื่อบาดแผลผ่าตัดทำให้ตนไม่สามารถยันตัวขึ้นไปได้ ส่วนผู้เป็นมารดาก็ทำได้เพียงโน้มตัวลงไปหาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

กัญญาวีร์แทบขาดใจเมื่อเห็นสีหน้าโรยแรงของลูก หญิงสาวกำลังจะหันไปเรียกพยาบาล แต่ยังไม่ทันได้เรียก พยาบาลสาวก็เดินเข้ามาถึงเตียงพอดี

“ให้ยาแก้ปวดค่ะกับยาฆ่าเชื้อค่ะ”

“ค่ะ” คนเป็นแม่พยักหน้ารับรู้ พลางเลื่อนมือลงไปกุมมือเล็กของลูกแล้วบีบเบา ๆ เพื่อปลอบและให้กำลังใจ ก่อนจะเอ่ยถามพยาบาลที่กำลังจะให้ยาผ่านสายน้ำเกลือ “แกรู้สึกตัวนานหรือยังคะ”

“ไม่นานค่ะ สักประมาณสิบนาทีนิด ๆ พอน้องรู้สึกตัวเราก็แจ้งคุณแม่เลยทันที”

“อาการของแกเป็นยังไงบ้างคะ ยังน่าเป็นห่วงอยู่ไหม แล้วจะถอดเครื่องช่วยหายใจได้เมื่อไรคะ”

“ดิฉันยังตอบไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้คุณหมอเข้ามาดูอาการอย่างละเอียดอีกที” พยาบาลสาวเงยหน้าขึ้นไปมองจอที่แสดงอัตราการหายใจของเด็กชาย ก่อนจะตอบอีกครั้ง “แต่จากที่ดิฉันดูเบื้องต้นคิดว่าน่าจะได้ถอดเร็ว ๆ นี้ค่ะ น้องหายใจเองได้ดีประมาณหนึ่ง ไม่หอบ แต่ยังไงก็ต้องรอให้หมอมาเช็กดูก่อนถึงจะคอนเฟิร์มได้”

คนฟังรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้ตอนนี้ปกป้องจะฟื้นขึ้นมาแล้ว หากเธอก็ยังรู้สึกกังวลในหลาย ๆ เรื่อง เพราะไม่รู้ว่าอวัยวะภายในจะเสียหายไปมากน้อยแค่ไหน

“แล้วคุณหมอจะเข้ามาเมื่อไรคะ พอจะทราบไหมคะ” กัญญาวีร์ถามต่อ

“อืม...ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ น่าจะเป็นช่วงบ่ายค่ะ ตอนนี้หมอตรวจผู้ป่วยนอกอยู่” พยาบาลสาวตอบกลาง ๆ ไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจตารางตรวจคนไข้ของหมอน้ำปิงสักเท่าไร “แต่เดี๋ยวหมอเขตจะเข้ามาค่ะ คงพอจะตอบได้ชัดมากกว่าดิฉัน”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” กัญญาวีร์บอกอย่างสุภาพพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนที่พยาบาลจะเดินออกไปหลังจากหมดหน้าที่แล้ว

หญิงสาวรู้สึกกังวลขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อของสุดเขต เพราะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าหลังจากนี้จะทำเช่นไร หรือจะเลือกทางใด อีกทั้งยังไม่รู้ว่าความรับผิดชอบที่เขาเสนอมานั้นมันมีขอบเขตมากแค่ไหน หากเพียงครู่เดียวเธอก็เลิกคิด เพราะตอนนี้เธอต้องสนใจลูกชายก่อน

“เดี๋ยวก็หายแล้วครับคนเก่ง ไม่ร้องนะลูก ยิ่งร้องลูกก็ยิ่งจะเจ็บนะ” เธอเอ่ยปลอบและพยายามเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของลูก ใจจะขาดเมื่อสบกับดวงตาซึ่งคลอด้วยหยาดน้ำ อีกทั้งยังกลัวว่าแผลที่เพิ่งผ่าตัดไปเมื่อคืนนั้นจะได้รับการกระทบกระเทือนจากการร้องไห้

“ฮือ...อือ...” เด็กชายพยายามส่งเสียงคล้ายต้องการจะสื่อสารอะไรสักอย่างกับมารดา หากก็ทำได้อยากเพราะตนยังไม่มีแรงมากพอ 

หญิงสาวพยายามฟังว่าลูกพูดว่าอะไร จิตใจทรมานมากกว่าสิ่งใด เธอสูดน้ำมูก พร้อมตั้งสติและบอกตัวเองให้เข้มแข็ง ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนลูกเพราะเป็นสิ่งเดียวที่เธอสามารถทำได้ในตอนนี้ “แม่อยู่ตรงนี้ครับ ลูกไม่ต้องกลัวนะ เมื่อกี้พี่พยาบาลมาฉีดยาให้แล้ว เดี๋ยวลูกก็ไม่เจ็บแล้วครับ ไม่ร้องนะ”

มันน่าเศร้าใจตรงที่ตอนที่ลูกเจ็บสาหัสเช่นนี้ เธอซึ่งเป็นแม่ยังไม่สามารถโน้มตัวลงไปกอดปลอบขวัญให้แกหายจากความกลัวได้ ทำได้เพียงดึงมือเล็กเข้ามาจูบ แล้วเลื่อนมาแนบไว้ข้างแก้ม ส่งความห่วงใยผ่านไออุ่นจากฝ่ามือของกันและกัน

“ไม่ร้องครับนะครับคนเก่งของแม่ เดี๋ยวหนูก็หาย แล้วเรากลับบ้านกันนะครับ” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 5

    ผมมีลูกแล้ว“ฮือ ๆ ฮือออ...”เสียงเรียกในลำคอที่มาพร้อมกับเสียงร้องไห้ผะแผ่ว คล้ายคนไม่มีแรงของเด็กชาย ทำให้กัญญาวีร์ซึ่งอยู่ในชุดปลอดเชื้อเกือบจะลุกขึ้นจากรถเข็นไปยืนข้างเตียงผู้ป่วยในห้องไอซียูอย่างไม่สนอาการเจ็บของตนเอง หากไม่มีสหดลที่ยืนอยู่ข้างหลังรั้งเอาไว้เสียก่อน เธอเดินเองได้ก็จริง แต่ร่างกายของเธอไม่แข็งแรง ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ชายหนุ่มจึงกลัวว่าเธออาจจะล้มหากไม่ระวังให้ดี“ใจเย็น ๆ” เขาบอกแล้วรีบเข็นรถเข้าไปใกล้ ๆ เตียงที่เด็กชายนอนรักษาตัวน้ำตาของคนเป็นแม่คลอหน่วยอีกครั้งเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าของลูก ความรู้สึกแรกคือเธอดีใจที่ลูกรู้สึกตัวและปลอดภัย หากอึดใจต่อมาเธอกลับรู้สึกสงสารลูกจับจิต เพราะแกยังตัวเล็กมาก ไม่ควรต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้บาดเจ็บจนปางตายเช่นนี้เลย“…แม่อยู่นี่แล้วครับ คนเก่งไม่ร้องไห้นะ” หญิงสาวปลอบลูกเสียงสั่นเครือ ยื่นมือข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บออกไปลูบศีรษะและเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้ลูกอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งใช้สายตาสำรวจอาการบาดเจ็บของคนตัวเล็ก เธออยากโน้มลงไปกอดลูกเหลือเกิน หากก็ทำไม่ได้ดั่งที่ใจหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายของตนไม่เอื้ออำนวย

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 4

    ผมมีลูกแล้ว“แม่ครับ...”“ว่าไงลูก”“ผมมีลูกแล้ว เป็นผู้ชายอายุสี่ขวบ ตอนนี้กำลังนอนแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล”…ไร้เสียงตอบรับจากคนฟัง แก้วมณีหันหน้าไปมองลูกชายคนเล็กอย่างขอความเห็น หล่อนได้ยินชัดเจนทว่าไม่เข้าใจว่าสุดเขตต้องการจะสื่อความหมายใด เพราะประโยคที่สุดเขตพูดออกมาเมื่อครู่แทบจะไม่มีน้ำหนักเลย จู่ ๆ ก็มาบอกทุกคนว่าตนมีลูกทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยเนี่ยนะ“เฮ้ย พูดอะไรของนายวะ ถ้าแม่ช็อกขึ้นมาจะทำไง” สุดโปรดเอ่ยกลั้วหัวเราะเบา ๆ เพราะเขาเองก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าพี่ชายเขามีลูกจริง แล้วทำไมถึงเพิ่งมาบอกทุกคนตอนลูกอายุสี่ขวบ ทว่าอึดใจต่อมาแววตาและสีหน้าที่จริงจังของสุดเขตทำให้สุดโปรดเริ่มขำไม่ออก “มึงพูดจริงหรือพูดเล่น” คนเป็นน้องถามน้ำเสียงจริงจัง“นั่นสิลูก แม่ไม่ตลกนะ แล้วที่บอกว่าแอดมิตนั่นอีกคืออะไร ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะเขต” เพราะมีหน้าลูกชายเคร่งเครียดเกินกว่าจะคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แก้วมณีเริ่มใจเสีย กังวลไปต่าง ๆ นานาว่าอาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกชาย“ผมพูดเรื่องจริงครับแม่” สุดเขตย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้ง สบตากับผู้เป็นมารดาด้วยแววตา

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 3

    ผมมีลูกแล้ว“สวัสดีครับ” [สวัสดีครับคุณเขต ตอนนี้ผมอยู่ที่ ส.น. ผมเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตามที่คุณเขตสั่งแล้วนะครับ] ปลายสายเอ่ยเข้าประเด็นทันทีเมื่อแพทย์หนุ่มกดรับสาย“ครับ ได้เรื่องยังไงบ้าง” สุดเขตถามวุฒิชัยซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของครอบครัวตน ด้วยเมื่อคืนนี้หลังจากที่ไม่ได้คิดอะไร จู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าควรช่วยเหลือกัญญาวีร์ในเรื่องนี้ด้วย เพราะเธอได้รับบาดเจ็บและมีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร จึงไม่อยากให้เธอต้องมากังวลเรื่องนี้อีก เขาเลยตัดสินใจส่งข้อความไปไหว้วานให้วุฒิชัยช่วยไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบถามความคืบหน้าและขั้นตอนของการดำเนินการ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามที่สั่งได้อย่างรวดเร็ว[เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้เจ้าตัวมาร้องทุกข์ครับ หรือทำหนังสือมอบอำนาจแล้วส่งตัวแทนมาก็ได้ครับ อีกอย่างฝั่งเรายังไม่มีใครมาลงบันทึกประจำวัน มีแต่ฝ่ายคู่กรณี และดูเหมือนว่าจะโยนความผิดมาที่ฝั่งเราครับ]“ได้ยังไงกัน วันที่เกิดเหตุทั้งเจ้าหน้าที่พยาบาล ทั้งคนของมูลนิธิพูดเป็นเสียงเดียวกับว่าอีกฝ่ายเมาแล้วขับ แถมยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แซงเบียดขึ

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว 2

    ผมมีลูกแล้ว“ขอบตาดูคล้ำ ๆ ช่วงนี้ทำงานหนักมากหรือลูก” แก้วมณีถามลูกชายคนโตด้วยความเป็นห่วงขณะเดินลงมาจากศาลาวัดพร้อมกัน หลังจากพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์เสร็จสิ้นแล้ว“นิดหน่อยครับแม่ มีทำวิจัย” สุดเขตตอบผู้เป็นมารดา โดยปกติช่วงที่ต้องทำงานวิจัยควบคู่ไปด้วยก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว ทว่าสองวันที่ผ่านมากลับมีเรื่องมีเรื่องมาทำให้เขาต้องคิดมากจนถึงขั้นนอนไม่หลับแม้จะบอกอีกฝ่ายไปแล้วว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตนจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเริ่มบอกมารดาอย่างไร ด้วยกลัวว่าท่านอาจจะตกใจหรืออาจจะรับไม่ได้ และผิดหวังที่เขาทำตัวอย่างนี้“พักผ่อนบ้างสิลูก ทำงานหนักไปเดี๋ยวร่างกายก็แย่เอา เรายิ่งไม่มีใครดูแลอยู่ด้วย” ด้วยอายุที่ไม่ใช่น้อย ๆ ซึ่งใกล้จะเข้าเลขสี่เข้าทุกปีของลูกชายคนโต แก้วมณีจึงค่อนข้างเป็นกังวล หล่อนอยากให้สุดเขตเป็นฝั่งเป็นฝา มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง คอยดูแลและคอยให้กำลังใจ อยากเห็นสุดเขตมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกับน้องชายอย่างสุดโปรด“ไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกครับ ผมดูแลตัวเองได้” แพทย์หนุ่มตอบเหมือนอย่างที่เคยตอบหลายครั้ง

  • เมียสุดเขต   บทที่ 5 ผมมีลูกแล้ว

    บทที่ 5ผมมีลูกแล้ววันต่อมาสุดเขตตื่นนอนและออกมาจากห้องพักผู้ป่วยตั้งแต่เช้าตรู่ โดยไม่ลืมแวะไปฝากฝังพยาบาลประจำวอร์ดให้ช่วยสอดส่องหญิงสาวที่ต้องอยู่คนเดียว จากนั้นก็แวะไปติดตามอาการเด็กชาย ก่อนจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักส่วนตัวของตน วันนี้ชายหนุ่มลางานเฉพาะกิจหนึ่งวัน เพราะต้องไปทำบุญกับครอบครัว เพื่อระลึกถึงผู้เป็นบิดาที่จากไปเมื่อหลายปีก่อนหลังจากเตรียมตัวเสร็จและได้รับข้อความจากน้องชายอย่างสุดโปรดที่ส่งมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว แพทย์หนุ่มจึงลงลิฟต์มารอที่หน้าแฟลตซึ่งเป็นตึกสูงสิบห้าชั้น ใช้เป็นที่พักสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล รอไม่ถึงห้านาทีรถ BMW X3 สีดำขลับคันเก่งของน้องชายก็เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้า สุดเขตเปิดประตูเข้าไปนั่งตอนหลังของรถ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยทักทายหลานชายวัยแปดขวบ“สวัสดีฮะลุงเขต”“สวัสดีครับ”พอดึงประตูรถปิดเสร็จ สุดเขตก็รั้งร่างของเด็กชายปุณยวีร์เข้ามากอด พร้อมกับหอมแก้มทั้งฝั่งซ้ายและขวาจนชื่นใจให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันนาน “สวัสดีค่ะพี่เขต” สุพรรณวดีซึ่งเป็นภรรยาของสุดโปรดเอ่ยทักทายพี่ชายสามีบ้าง“สวัสดีครับเอย” แพทย์หนุ่มทักทายกลับ พลางยื่นหน้าไปมองเจ้าตัว

  • เมียสุดเขต   บทที่ 4 ความรับผิดชอบ 5

    ความรับผิดชอบ“แต่ผมยังยืนยันคำเดิม ผมจะให้ลูกรักษาอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี เรื่องค่าใช้จ่ายผมยินดีจะรับผิดชอบเองทั้งหมด” คนที่เป็นพ่อของลูกสรุปและไม่ยอมอ่อนข้อให้ในเรื่องนี้ “แล้วในส่วนของคุณ ผมก็จะจัดการให้เหมือนกัน ถ้าคุณยืนยันว่าจะออกจากโรงพยาบาล พรุ่งนี้ผมจะให้พยาบาลดำเนินการให้ แล้วคุณมีที่พักที่ไหน ไกลจากที่นี่หรือเปล่า”กัญญาวีร์มีอาการเลิ่กลั่กเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามนี้ เพราะเธอยังไม่ได้คิดเอาไว้“ฉะ...ฉันอยู่กับลูกได้ค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร สมองประมวลผลไม่ทันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้เธอคิดไม่ทันเขาสักเรื่องเลย“ไม่ได้ ICU ไม่ได้จัดที่ไว้ให้ญาติเฝ้าแบบค้างคืน”“งั้น...” หญิงสาวนิ่งคิด สมองพลันคิดหาทางออก ไม่แน่ใจว่าระหว่างรอลูกย้ายออกจากห้อง ICU จะไปขอพักกับเพื่อนคนไหนได้บ้าง หรือเธอควรจะไปเปิดโรงแรมนอนสักคืนสองคืน ทว่ายังไม่ทันจะได้ตัดสินใจ พ่อของลูกก็สรุปให้อย่างเสร็จสรรพราวกับคิดเอาไว้นานแล้ว“เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการให้ คุณพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน” พูดจบสุดเขตก็กดรีโมตปรับเตียงให้คนไข้ที่แขนหักโดยไม่ถามความต้องการ สายตาคมเหลือบมองปริมาณน้ำเกลือในกระปุกตาม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status