LOGINยิ้มไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตตอนนี้ดีจึงมาหลบอยู่ในครัวซึ่งอยู่โซนหลังบ้าน เธอไม่ได้ไปช่วยพี่โอบหรือเด็กคนอื่น ๆ จัดโต๊ะอย่างที่กล่าวอ้าง
จะไปช่วยจัดอยู่ได้ยังไงไหวในเมื่อคุณแฝดพาเพื่อนไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น ห้องนั้นมันก็อยู่ติดกับห้องรับประทานอาหาร เธอต้องเจอเขาอยู่ดีหากไปช่วย
“โอ๊ย ทำไมโลกมันกลมขนาดนี้เนี่ย” เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ทึ้งหัวตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่หลบเข้ามา ไม่คิดเลยสักนิดว่าหลังจากตัดช่องทางการติดต่อทุกอย่างแล้ว จะกลับต้องมาเจอกับเขาอีกในฐานะเพื่อนของพี่เขย
แถมดูจะเป็นเพื่อนสนิทด้วยเพราะถึงขั้นพามากินข้าวที่บ้าน แล้วชื่อกับหน้าจีนจ๋าขนาดนั้น ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับสามีของพี่มีนด้วยไหม
ถ้าใช่หลังจากนี้ก็อาจได้เจอกันบ่อย ๆ หรือเปล่า แล้วเธอก็ดันสนิทสนมกับสองครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก จะหนียังไงพ้นล่ะ
“แต่เขาอาจจะไม่ค่อยมาก็ได้มั้ง เราก็อยู่กับพี่ ๆ คุณ ๆ เขามาตั้งหลายปีเพิ่งจะได้เห็นหน้า มันคงไม่ขนาดนั้นหรอก” หญิงสาวได้แต่ปลอบใจตัวเอง
มันจะมีทางเลือกอะไรให้เธอได้มากกว่านี้ ตอนแรกเธอคิดจะอ้างธุระด่วนและหนีกลับแล้ว แต่คิดไปคิดมาก็กลัวว่ามันจะผิดสังเกต อีกอย่างคุณแฝดก็ชวนให้ทานข้าวด้วยกัน เสียมารยาทตายเลยถ้าไม่อยู่กินด้วย
ครั้นจะอ้างธุระอะไรเกี่ยวกับที่บ้านพี่รักก็ต้องได้รู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง แล้วถ้าพี่รักรู้ด้วยความเป็นห่วงอีกฝ่ายก็จะต้องมาถามไถ่ ทีนี้มันก็จะสาวไปเรื่องที่เธอไม่ได้อยากเล่า
ด้วยเหตุนั้นสุดท้ายยิ้มจึงตัดสินใจอยู่ต่อ และคิดไปถึงขั้นว่าจะดูท่าทีของเขาก่อน หากคุณไคเฉิงอะไรนั่นไม่พูดเธอก็จะไม่พูด แต่หากเขาพูดก็คงต้องคุยกันให้รู้เรื่องถึงเจตนารมย์ของเธอที่มีต่อเรื่องนี้
นิสัยของยิ้มเป็นแบบนั้น ที่ยอมพุ่งชนด้วยตัวเองดีกว่าจะให้ใครรู้ว่าไปทำอะไรมาโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว เธอก็เป็นเด็กดีคนหนึ่งซึ่งแม้ไม่ได้เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ดีนักแต่ก็ประวัติดีมาตลอด
จึงอยากให้ทุกคนมีภาพของตนเป็นแบบนั้นตลอดไป
ไม่อยากให้ใครต้องมาผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นพี่รัก แม่ หรือพี่มีน หรือพี่เขยทั้งสองคน ทุกคนรักและหวังดีกันเสมอมา ถึงแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่ความผิดของเธอเลยก็ตามที
ทว่าในขณะที่เด็กสาวคิดวางแผนในใจมากมาย อีกฟากของบ้านกลับไม่เป็นแบบที่เธอคิด สองหนุ่มใหญ่เจ้าของบ้านกอดหอมลูกอยู่ไม่นานก็ปล่อยให้ไปนั่งเล่นต่อเลโก้กันสองคน ส่วนพวกตัวเองกลับมายืนคุยกันอย่างเคร่งเครียด
สิงหราชนั้นมองไปทางประตูบ้านเพื่อที่หากภรรยามาถึงจะได้ส่งสัญญาณเตือน และใช้ความเป็นผัวรักเข้าชาร์จทันที ส่วนพยัคฆ์แฝดน้องนั้นกำลังจ้องไคเฉิงอย่างเอาเป็นเอาตาย
เป็นแบบนี้มาตั้งแต่หลังจากที่มันบอกว่าไม่ทันแล้ว
“มึงเล่ามา เคยเจอน้องมาก่อนเหรอ”
ด้านคนโดนถามลังเลว่าจะตอบไปตามตรงดีไหม เพราะเรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้นจะไปบอกกับพี่เขยเธอมันก็ลำบากใจ แต่ครั้นจะไม่เล่าก็เกรงว่าจะเรื่องมันจะยุ่งยากกว่านี้
ท่าทางของยิ้มในตอนนั้นมันก็น่าสงสัยมากอยู่ เขาคิดอยู่ตลอดว่าเพราะอะไรเธอถึงไปโผล่ที่ห้องในคืนนั้นได้ เด็กคนนั้นอาจกำลังต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่กล้าร้องขอ
อีกอย่างเขาก็อยากเจอและมีโอกาสได้พูดคุยกับเธออีก
ยิ่งรู้ว่าเธอไม่ได้ทำงานอย่างว่า ก็ยิ่งอยากจะขอโทษอย่างจริงจัง เพราะวันนั้นมันไม่ใช่แค่การมีเซ็กซ์ปกติ แต่เขารู้ว่าหนักมือกับเธอมาก ๆ ถึงขั้นเลือดตกยางออกเลอะที่นอน
พอเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาซ้ำร้ายยังเป็นคนในครอบครัวเพื่อน เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าขอโทษกับเงินมันหยาบคายมากเกินไป
“...อืมใช่ พวกยูจำวันที่ส่งผู้หญิงมาให้ไอแล้วชนได้ไหม” สุดท้ายเขาจึงเริ่มเล่า
“จำได้ อย่าบอกนะว่าผู้หญิงที่อยู่ในห้องคือน้องยิ้ม” แฝดพี่เอ่ยถามพลางเลิกคิ้ว ปะติดปะต่ออะไรในหัวได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มเข้าใจว่าคำว่าไม่ทันของไคเฉิงคืออะไร
“ใช่ เธอมาเคาะประตู ไอคิดว่าเป็นผู้หญิงที่พวกยูส่งมาก็เลยอุ้มเข้าห้อง ไม่ได้ถามก่อนว่าใช่ไหม”
“ไอ้เหี้ยไค นี่มึงข่มขืนน้องกูเหรอ” พยัคฆ์คิ้วกระตุกเมื่อได้รู้ว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้ยิ้มเดินหนีไปเมื่อครู่ แต่ถึงจะถามไปแบบนั้น เขาก็ยังใจเย็นพอที่จะไม่ต่อยหน้ามันและฟังคำตอบก่อน
ในขณะที่สิงหราชเท้าเอวฉับสายตาเอาเรื่องไม่แพ้กัน
เพราะยิ้มเองไม่ได้เป็นแค่น้องเมียแต่เป็นเหมือนน้องของพวกเขา จะเหมือนลูกหลานเสียด้วยเพราะอายุห่างกันพอสมควร จะตั้งใจไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ถ้าฟังแล้วหวยออกไอ้เพื่อนเวรนี่ขืนใจยิ้มจริง พวกเขาก็พร้อมเอาเรื่องเหมือนกัน
“ไม่ใช่นะเว้ย น้องเขาฮีทมาตั้งแต่แรกแล้ว ต่อให้เมาไอก็ไม่ทำเรื่องทุเรศอย่างนั้นหรอก คืนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าเล่นยามาหรือเปล่า” ด้านไคเฉิงถูกกล่าวหารุนแรงก็โบกมือปฏิเสธพัลวัน
ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เล่าลงรายละเอียดให้มันน่าเกลียด เขาไม่ได้ถามก่อนก็จริงแต่เธอในตอนนั้นก็กำลังต้องการมาก ลักษณะเหมือนเติมของมาเต็มเหนี่ยว
แถมมาในเวลาที่สุดจะเหมาะเจาะ ซ้ำขึ้นเตียงปั๊บก็ใช้งานเลยแบบนั้นจะให้เข้าใจว่ายังไง ต่อให้เขาเมาแต่ถ้าเธอไม่ยอมเขาก็ไม่ทำหรอกนะ นี่ไม่ใช่แค่ยอมแต่เรียกร้องด้วยนี่หว่า
ใครมันจะไปรู้เล่า
“เล่นยา? เป็นไปไม่ได้อ่ะ น้องยิ้มเนี่ยนะ” พยัคฆ์ว่า สองพี่น้องส่ายหน้าหันสบตากันอย่างไม่อยากเชื่อหู
“ไอไม่รู้หรอกว่าใช่หรือเปล่า คืนนั้นไอคิดว่าเธอน่าจะเล่นยาไอซ์มาเพราะเคยเจอแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่มาคิดอีกทีเหมือนโดนยาปลุกเซ็กซ์มากกว่า”
“อะไรนะ”
“ตอนเช้าไอให้เงินก็จะไม่เอาจนต้องบังคับ ยังแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมถึงไม่เอา”
“ก็เขาไม่ได้ทำงานอย่างว่า จะรับเงินมึงได้ไง”
“ก็ตอนนั้นไม่รู้นี่หว่า มารู้ก็ตอนที่พวกยูบอกว่าผู้หญิงที่มาหาต้องกลับเพราะไอเอาผู้หญิงมาชนนั่นแหละ ไอจะโทรหาก็ติดต่อไม่ได้แล้ว เขาน่าจะบล็อคเบอร์ไม่ก็ให้เบอร์ปลอมมา”
“ถ้าโดนยาปลุกเซ็กซ์จริงมันก็สมเหตุสมผลนะ ว่าแต่ทำไมไปเคาะห้องมึงได้วะ บังเอิญเกินไปหรือเปล่า” สิงหราชยังคงสงสัยแกมไม่ค่อยไว้ใจเพื่อนรุ่นน้อง
ส่วนพยัคฆ์หรี่ตาประเมินอีกฝ่าย ทั้งเขาและพี่ชายรู้จักกับไคเฉิงมานานเพราะอีกฝ่ายเป็นน้องชายต่างแม่ของทิโมธี แถมยังมีชะตากรรมเรื่องพ่อใกล้เคียงกัน
เรียกได้ว่าถ้าไม่นับว่าอยู่กับคนละที่ เราก็รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ไอ้เด็กนี่ยังตัวกะเปี๊ยก
มองจากนิสัยไม่น่าจะทำเรื่องแบบนั้นได้ พวกเขาถือคติเหมือนกัน คือผู้หญิงมีให้เลือกซื้อมากมาย การข่มขืนถือเป็นเรื่องของพวกจิตใจผิดปกติ
ส่วนยิ้มเองที่เลือกจะเงียบหลังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้อาจเป็นเพราะน้องอับอายไม่อยากให้ใครรู้ก็ได้ ครั้นจะให้ชิงไปบอกสุดที่รักก่อนเขาไม่อยากทำ
ไม่รู้ว่าเบื้องหลังเบื้องลึกของเรื่องนี้มันคืออะไรกันแน่ การจะยื่นมือเข้าไปช่วยยังไงก็ควรได้รู้ก่อนว่าเรื่องเป็นมายังไง จะโดนวางยาจริงหรืออยากรู้อยากลองจนเกิดเรื่องไม่คาดฝันก็ไม่มีใครรู้
“เรื่องนั้นกูว่าต้องถามน้องเองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ถ้าเราสองคนไปถามกูว่าน้องไม่น่าสะดวกใจตอบหรอก น่าเกลียดเกินด้วยที่พี่เขยจะไปถามเรื่องแบบนี้ คนที่จะถามได้มีแต่ไอ้ไคนี่แหละ”
“จะดีเหรอ เห็นหน้าปั๊บหนีปุ๊บอย่างนี้ ดูออกเลยว่ากลัว” สิงหราชส่ายหน้าพรืดเพราะยังจำท่าทางของยิ้มได้ แค่เห็นหน้าก็ซีดเป็นไก่ต้มขนาดนั้นจะคุยยังไง
“ถ้าเป็นห่วงก็ให้อยู่ในสายตาพวกยูก็ได้ ไอบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว จะได้ถามให้รู้ว่าโดนวางยามาหรือเปล่า ไออยากขอโทษน้องเขากับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย” เมื่อได้ยินไคเฉิงพูดแบบนั้นสองพี่น้องจึงหันมาปรึกษาทางสายตา
เมื่อไม่เห็นหนทางที่ดีกว่าสิงหราชจึงพยักหน้ากับน้องชายเป็นเชิงว่าเห็นด้วย เพราะเขาเองก็หัวอุ่นอยู่เหมือนกันที่เด็กดีอย่างยิ้มจะต้องเจอเรื่องอุบาทแบบนั้น
-----------------
พี่เขยเปิดทางละ เอายางงงง
"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม
ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน
ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ
"ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน
“จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ“แม่หวงเหรอ”
“ที่นี่เหรอคะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่แหละร้านประจำของหนูกับเพื่อน”เด็กสาวตอบด้วยใบหน้าชื่นบาน ตอนแรกกะจะเขาพาไปร้านโปรดจริง ๆ อยู่หรอก แต่ดันเกิดสงสารพ่อเจ้าประคุณที่จะต้องมานั่งร้านส้มตำข้างทางขึ้นมาสุดท้ายจึงเปลี่ยนใจไปเลือกร้านที่อร่อยน้อยกว่าแต่มีแอร์แทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งกินของเผ็ดแบบร้อ







