Share

ตอนที่ 3 สามีพิการและก้อนแป้งอีกหนึ่ง

Penulis: Jiulin
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-25 11:24:30

“แกร๊บ!”

สองเท้าที่ก้าวพ้นประตูไปแต่แล้วดันเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ทำให้บุรุษผู้นั้นหันมามองอย่างรวดเร็ว นางเบี่ยงตัวหลบทันใดก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกบ้านด้วยความรวดเร็ว

‘ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาในตอนนี้ขอทำใจก่อนแล้วกัน’

นางกลับมานั่งลงบนชิงช้าตามเดิมในหัวก็คิดไปเรื่อยมองดูรอบๆ บ้านที่กว้างใหญ่แต่กลับเงียบเหงาและอ้างว้าง

“ทำอย่างไรต่อไปดีนะ”

ไป๋ฉางอวี้เปิดระบบวิเศษขึ้นมาอีกครั้งนางนั่งมองหน้าจอสีฟ้าด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรที่จะทำอย่างไรต่อไปดี อยากกลับบ้านก็อยากกลับแต่หากต้องกลับไปพบเจอกับคนผู้นั้นแบบนี้ก็ขออยู่ที่นี่เสียยังจะดีกว่า

“เฮ้อ…”

“ท่านแม่”

“ว๊าย!”

เสียงเล็กๆ ที่เรียกนางนั้นทำเอาไป๋ฉางอวี้ตื่นตกใจก่อนจะรีบหันกลับไปมองด้วยความรวดเร็ว เด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอบกุมสองแขนเอาไว้แน่นพลางจ้องมองมาที่นางด้วยแววตางุนงง

“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อครู่นี้เองขอรับ”

“แล้วเห็นอะไรบ้าง”

“ข้าเห็นเพียงท่านแม่นั่งพูดคนเดียว หรือท่านแม่พูดอะไรกับใครอยู่หรือขอรับ”

“พูดคนเดียวงั้นหรือ” นางหันหลังกลับไปมองหน้าจอสีฟ้านั้นมันยังคงปรากฎให้เห็นไม่ได้หายไปแต่อย่างใด ‘แล้วเจ้าก้อนแป้งผู้นี้มองไม่เห็นมันงั้นหรือ’

ไป๋ฉางอวี้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมานางลองขยับตัวออกเล็กน้อยพอที่คนด้านหลังจะมองเห็นสิ่งที่นางกำลังทำอยู่

“เจ้าเห็นแค่ข้างั้นหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิขอรับ หรือว่าท่านแม่เห็นใครอีกเล่า”

เด็กชายตอบนางเพียงเท่านั้นก่อนที่ใบหน้าเล็กๆ นั้นจะหันมองไปรอบๆ ด้วยความกังวลและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

‘สุดยอดไปเลยเด็กคนนี้มองไม่เห็นมันจริงๆ สินะ’

“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าก็ทำเป็นกลัวไปได้ อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กๆ แล้วไม่ใช่หรือเราน่ะ”

“ก็ท่านแม่ชอบบอกว่าเห็นผีนี่นา”

“นั่นก็แค่หลอกเด็กน่ะเอาล่ะๆ เจ้าอย่าใส่ใจคำพูดของข้านักเลยนะ”

ไป๋ฉางอวี้อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะใช้มือแตะไปที่ปุ่มปิดระบบ นางรีบหันกลับมาหาบุตรชายของเจ้าของร่างนี้ใบหน้าเล็กที่คล้ายคลึงกับเด็กคนนั้นทำเอานางอดไม่ได้ที่จะเศร้าใจอีกครั้ง

เด็กชายที่นางเกือบจะขับรถชนในยุคที่จากมานั้นจะเป็นอย่างไรบ้างนะบาดเจ็บหรือตายไปเหมือนนางแล้วทะลุมิติมาที่แห่งนี้หรือไม่ แต่หากเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ ก็น่าจะมีความทรงจำบางอย่างที่พอจะจดจำได้จากยุคที่จากมาเหมือนข้าด้วยสิ

“นี่เจ้าน่ะ”

“ขอรับ”

“ชื่ออะไรนะ”

“ท่านแม่ลืมข้าไปแล้วหรือ”

“เอ่อ หัวของข้าคงกระทบกระเทือนจึงเลอะเลือนไปไม่น้อยดังนั้นอย่าถือสาข้าเลยนะ”

“ก็ได้ขอรับ”

เด็กชายดูเหมือนจะเข้าใจที่นางพูดอย่างง่ายดายโดยไม่ซักไซร้นางอีก

“ข้าชื่อเหวินเซียวหยวน”

“ชื่อน่ารักจัง”

“ท่านพ่อตั้งให้ขอรับ”

“นี่อาหยวน”

“ขอรับ”

“พ่อกับแม่ของเจ้า เอ่อ..ข้าหมายถึงท่านพ่อของเจ้าทะเลาะอะไรกันกับข้าหรือไม่เมื่อครู่ในตอนที่ข้าเดินผ่านห้องนั้นไปไม่เห็นเขาจะสนใจข้าเลย”

“สนใจอะไรขอรับแต่ถึงท่านพ่อจะรู้ว่าท่านแม่เดินเข้าไปในบ้านก็ไม่อาจมองเห็นได้”

“หมายความว่าอย่างไรหรือ”

“ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือ”

“ลืมเรื่องอะไร”

“หนึ่งปีก่อนท่านพ่อขึ้นเขาไปหาของป่ากับชาวบ้านถูกหมูป่าตัวเขื่องไล่ล่าจนตกเขาดวงตากระทบกระเทือนจนมืดสนิท”

“จริงหรือนี่”

“ขาของท่านพ่อหักไปข้างหนึ่งจึงต้องนั่งรถเข็นไม้ที่ผู้ใหญ่บ้านจัดหามาให้ขอรับ โชคยังดีที่ท่านหมอรักษาขาให้ท่านพ่อจนเกือบจะกลับมาเดินดีได้เหมือนเดิมแล้วเพียงแต่ตาที่บอดไปเวลานี้ก็ยังคงมองไม่เห็น”

“ท่านหมอรักษาไม่ได้แล้วงั้นหรือ”

“ใช้เงินไปกับการรักษาขาของท่านพ่อมากเกินไปจึงไม่เหลือเลยแม้แต่อีแปะเดียว”

“แล้วเหตุใดนาง เอ่อ ข้าหมายถึงตัวข้านี่ล่ะไม่ไปทำงานเล่า”

เด็กชายเงยหน้าขึ้นไปมองผู้เป็นมารดาด้วยแววตาใสซื่อ ไม่ต้องรอคำตอบจากเขาก็พอจะรู้แล้วว่าเพราะอะไร

“ท่านแม่บอกว่าจะทิ้งพวกเราไป”

“อะไรนะ”

“ข้าได้ยินท่านแม่ทะเลาะกับท่านพ่อบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว จะทิ้งพวกเราสองคนไปขอรับ”

เด็กชายตอบนางก่อนจะก้มใบหน้าเล็กนั้นลงอีกครั้ง ไป๋ฉางอวี้อ้าปากค้างไม่รู้จะพูดสิ่งใดออกมาอีก เหตุใดหญิงสาวเจ้าของร่างที่นางเข้ามาอาศัยอยู่นี้ถึงได้ใจร้ายกับครอบครัวของนางถึงเพียงนี้กัน

‘ให้ตายสิไป๋ฉางอวี้คนก่อนเหตุใดถึงได้ใจดำเช่นนี้กันเล่า เมื่อสามีไร้ความสามารถก็ทิ้งกันง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ’

“แล้วที่เจ้าบอกว่าข้าหกล้มน่ะ มันเป็นมาอย่างไรงั้นหรือ”

“ก็หลังจากที่ท่านแม่ทะเลาะกับท่านพ่อแล้วก็วิ่งออกจากบ้านไปแต่ไม่นานก็มีคนมาบอกว่าเห็นท่านแม่นอนสลบอยู่ตรงริมคลองท้ายหมู่บ้านขอรับ หัวของท่านมีเลือดไหลด้วยท่านพ่อจึงรีบไปดูและพาท่านกลับมาที่บ้าน”

“ก็ไหนว่าเขาตาบอดแล้วเหตุใดถึงพาข้ากลับมาได้กันเล่า”

“เป็นข้าที่ใช้เชือกนำทางพวกท่านกลับมาขอรับ”

‘โถ่ช่างเป็นเด็กรู้ความอะไรเช่นนี้กันนะ ตัวก็เล็กแค่นี้รู้จักช่วยเหลือพ่อแม่ได้แล้ว’

ไป๋ฉางอวี้ตั้งใจจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อปลอบใจเด็กชายสักเล็กน้อยแต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างร้องดังออกมาจากคนตรงหน้านาง

“จ๊อกกก”

“ขอ ขอโทษขอรับท่านแม่”

เด็กชายใช้มือเล็กๆ กุมท้องเอาไว้แน่นแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปด้านในบ้านด้วยความรวดเร็ว

ไป๋ฉางอวี้ยังคงงุนงงเหตุใดเด็กน้อยต้องกลัวนางถึงเพียงนั้นกัน นางตั้งใจจะเดินตามเขาเข้าไปในบ้านแต่ภาพบางอย่างกลับปรากฎฉายชัดขึ้นมาให้เห็นตามมุมต่างๆ ของบริเวณบ้านหลังนี้

เมื่อมองไปไม่ไกลจากรั้วบ้านนักจะมีแปลงผักและสมุนไพรที่ถูกปลูกเอาไว้เรียงรายออกดอกชูช่ออย่างงดงาม ภาพของคนสามคนที่ช่วยกันลงมือปลูกมันด้วยความรักและความเอาใจใส่ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มให้แก่กัน

แผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นสามีแลดูอบอุ่นเหลือเกินแตกต่างจากชายในยุคที่นางจากมาเสียจริง ความมักมากของเขาทำลายครอบครัวจนย่อยยับ

‘ในเมื่อเขาและนางดูรักใคร่กันทั้งยังสร้างครอบครัวมาด้วยกันจนมีพยานรักตัวเล็กๆ เช่นนี้แล้วเหตุใดสตรีผู้นี้ถึงคิดจะทอดทิ้งพวกเขาสองคนได้ลงคอกันนะไม่เห็นจะเข้าใจเลย’

‘แล้วนางล่ะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนชื่อแซ่เดียวกันแล้วต้องมาทำหน้าที่ภรรยาและแม่เช่นนี้ หากวันหนึ่งเจ้าของร่างกลับมาแล้วข้าจะไปอยู่ตรงไหน?’

ไป๋ฉางอวี้สะบัดศรีษะเพื่อไล่ความทรงจำเก่าๆ ออกไปแต่แล้วก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรบางอย่างตกลงกระทบกับพื้น

“เพล้ง!”

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 9 ขายของธรรมดาที่ล้ำค่าในยุคนี้

    ‘แม้จะไม่ได้ทำเองก็เถอะ’“อีกอย่างส่วนผสมไม่ใช่น้อยๆ หาได้ยากจากยุค…เอ่อ ข้าหมายถึงในใต้หล้านี้จะหาสุราที่กลิ่นและรสชาติดีได้เท่าข้าอีกหรือ สามตำลึงน้อยไปหรือไม่”“เอ่อ เช่นนั้นก็สี่ตำลึงข้าให้เจ้าสี่ตำลึง”ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อรองราคากันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนานั้น“เฮอะ เถ้าแก่เหอร้านเหล้าของเจ้าชอบกดขี่ราคากับชาวบ้านตาดำๆ เช่นนี้เองหรอกหรือ ก่อนหน้าข้าเคยได้ยินมาบ้างไม่คิดว่าจะเป็นความจริง”“ฮูหยินเว่ย!”“ใช่ข้าเองสุราที่นางนำมาแค่เพียงได้กลิ่นที่โชยมานั่นก็รู้แล้วว่าเป็นของล้ำค่ายิ่ง”“ฮูหยินปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ”“เจ้ารินมาให้ข้าลิ้มรสสักนิดสิ ข้าจะบอกราคาที่เหมาะสมได้”“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน”“หรือท่านไม่พอใจที่ข้าเข้ามาขัดขวางการเจรจาทำการค้าของท่านหรือ”“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกขอรับฮูหยิน”ไป๋ฉางอวี้ละความสนใจจากตาแก่ขี้เหนียวนั้นก่อนจะรินไวน์ลงในจอกเหล้าเล็กๆ ที่นางเตรียมมาด้วย ฮูหยินเว่ยรับไปก่อนจะยกสุราในจอกขึ้นดื่มทีละนิดความหวานกลมกล่อมและรสชาติสุราที่กลั้วคอลงไปนั้นทำเอานางสดชื่นขึ้นมาทันใด“นี่มันไม่ใช่สุราธรรมดาแล้วกระมังนี่เป็นสุรารสเลิศแล้ว

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 8 เข้าเมือง

    ‘ยังดีที่มีเงินที่เจ้าของร่างแอบซ่อนเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงไม่พ้นที่จะต้องเดินด้วยขาของตนเองอย่างแน่นอน’“เหตุใดถึงต้องมาอยู่ที่นี่กันนะลำบากลำบนอะไรเช่นนี้ ชาติที่แล้วแม้จะสบายกายแต่ไม่สบายใจแต่เหตุใดมีโอกาสได้มาเกิดใหม่ทั้งทีทำไมถึงไม่ส่งข้าไปเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีกว่านี้กันเล่าสบายใจแต่ลำบากกายอะไรเช่นนี้ เฮ้อ…”ไป๋ฉางอวี้ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตัวบ้านที่เก่าซอมซ่อหลังนั้น“เอาว่ะสู้ตาย!”นางเดินเท้าไปที่หัวมุมถนนก็พบกับลานกว้างที่มีทั้งรถม้าและเกวียนวัวอีกหลายคัน นอกจากนั้นยังมีลาอีกหลายตัวรวมอยู่ด้วย“อ้าวฮูหยินเหวินออกมาแต่เช้าเช่นนี้วันนี้จะไปที่ใดงั้นหรือ”“ข้าจะเข้าเมืองเสียหน่อยน่ะเจ้าคะ”“เชิญขึ้นรถม้าดีกว่า ข้าคิดราคากันเองห้าร้อยอีแปะเท่านั้น”“นี่ราคากันเองยังห้าร้อยอีแปะแล้วหากว่าเป็นคนอื่นเล่าเจ้าคะ”“ก็หากว่าเจ้าไม่อยากจ่ายข้าก็ยินดีรับเลี้ยงเจ้านะ ฮูหยิน” เสียงของบุรุษผ

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 7 กล่องปริศนา

    “ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”เสียงเรียกของเด็กชายปลุกให้ไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันนั้น เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกับสภาพของมารดาที่น่ากลัวอย่างยิ่งในความฝันนั้นประโยคสุดท้ายของมารดาที่เอ่ยออกมาหมายความว่าอย่างไรกันนะหรือที่เธอมาโผล่ที่นี่เพราะสวรรค์ส่งมางั้นหรือ“อะ อาหยวนเสียงดังแต่เช้าเชียวมีอะไรหรือ”“ท่านแม่ต่างหากเล่าขอรับเป็นอะไรไปฝันร้ายอีกหรือ เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านแม่ร้องจึงรีบวิ่งมาดู”“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองด้านข้างก็ไม่พบผู้เป็นสามีเสียแล้ว“หายไปไหนแล้วล่ะ”“อะไรหรือขอรับ”“ท่านพ่อของเจ้าไปไหนแล้ว”“ท่านพ่อเข้าครัวไปทำอาหารเช้าแล้วขอรับ”“แต่เช้าเลยหรือ”“อื้ม”เหวินเซียวหยวนพยักหน้าให้นาง ก่อนจะใช้มือน้อยๆ อิงที่หน้าผากของนางเบาๆ“ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา”“ข้าสบายดีเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น”

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 6 ความคิดถึงที่มิเคยจางหาย

    "ว้าว! นี่มันอะไรกันเนี่ย"เด็กน้อยเดินสำรวจห้องนอนไปจนทั่วก่อนจะหันไปมองผู้เป็นมารดาที่เดินตามหลังมาติดๆ “ท่านแม่ เหตุใดห้องของท่านถึงได้งดงามเช่นนี้กันเล่าขอรับ”“ห้องของข้าคนเดียวที่ไหนกันเล่า ของพวกเจ้าด้วย”อาหยวนวิ่งไปรอบๆ ทั้งตะเกียงน้ำมันที่มีเทียนสีขาวสลับแดงสดใส ผ้าม่านที่พริ้วไหวไปมากลิ่นหอมสะอาดของเครื่องเรือนที่แปลกตาไปทำให้เด็กน้อยจับจ้องไม่วางตา“เจ้าดีใจอะไรหรืออาหยวน”เหวินเซียวเย่ที่มองไม่เห็นแต่กลิ่นหอมที่ลอยโชยมาแตะจมูกก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดเลยก็ว่าได้รวมทั้งคนที่ฉุดเขาเข้ามาในห้องนี้อีกด้วย“ท่านแม่ทำห้องนอนใหม่สวยงามมากเลยขอรับท่านพ่อ”“อาหยวนเลิกพูดแล้วขึ้นไปนอนได้แล้ว”“ขอร้าบบบ”เด็กชายพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ ถอดรองเท้าที่ได้รับมาใหม่หนึ่งคู่แล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนหนานุ่มนั้น“โอ้โห! ฟูกนอนนุ่มมากเลยขอรับท่านแม่”“นุ่มก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ข้าซักตากแดดมาใหม่ๆ ไม่แปลกที่นุ่มฟูเช่นนี้ท่านพี่ขึ้นมานอนได้แล้วเจ้าค่ะ”“อืม”ชายหนุ่มแม้จะแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไปแม้เพียงนิด เขาก้าวเท้าไปใกล้ๆ ขอบเตียงก่อนจะถอดรอง

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 5 แปลกไปจริงๆ

    “พรู๊ด!”ไป๋ฉางอวี้ที่ตักข้าวต้มใส่ปากไม่ทันได้เคี้ยวเป็นต้องรีบคายออกมาอย่างรวดเร็ว“อะ อะไรเนี่ย”“ท่านแม่ข้าว่าต่อไปให้ท่านพ่อทำอาหารเถอะนะขอรับ”“ก็ข้าแค่…ละ แล้วเหตุใดพวกเจ้าสองคนถึงไม่ยอมบอกข้ามาตรงๆ กันเล่า”“ก็พวกเรา”“ไม่เป็นไรหรอกน่าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว”“พอเถอะข้าจะไปทำให้ใหม่”“ไม่เป็นไรๆ เชื่อข้าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว บ้านของเราแต่ก่อนก็กินแบบนี้น้ำเยอะหน่อยข้าวเพียงก้นชามก็อร่อยแล้ว”ไป๋ฉางอวี้มองผู้เป็นสามีที่เติมน้ำลงไปทีละนิดโดยมีเหวินเซียวหยวนบุตรชายคอยเตือนระดับการเติมน้ำอย่างรู้งาน‘ช่างน่าเอ็นดูอะไรเช่นนี้’“เอาล่ะกินได้แล้ว”“อืม”เหวินเซียวเย่พูดออกมาก่อนจะตักข้าวต้มกินจนแทบจะเกลี้ยงชาม นางยิ้มให้เขาก่อนจะเอ่ยไปว่า“เอาไว้วันหลังท่านก็สอนข้าทำอาหารบ้างสิเจ้าคะจะได้แบ่งเบาภาระของท่านด้วย”“ให้ข้าทำเหมือนเดิมน่ะดีแล้วจะได้ไม่ว่างเกิน”‘กลัวกินฝีมือของข้าไม่ได้ล่ะสิ เฮ้อ…มีเครื่องปรุงรสเลิศทั้งทีแต่เหตุใดถึงไม่มีปัญญาทำให้มันอร่อยเหมือนคนอื่นเขากันนะ แล้วแบบนี้จะเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดได้อย่างไรกันเล่า’“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านพูดเถอะข้าเองก็ไม

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 4 เครื่องปรุงวิเศษกับรสมือที่ไม่ได้เรื่อง

    “เพล้ง!”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง“พวกเจ้าทำอะไรกัน”“ท่านแม่!”“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่างไร”นางเข้าไปดึงตัวเด็กน้อยให้ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นก่อนจะยึดเศษกระเบื้องมาถือเอาไว้ หันกลับไปมองบุรุษผู้เป็นสามีของเจ้าของร่างที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้องไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้านางเลยสักเพียงนิดความฉุนเฉียวที่เห็นเขาไม่ระวังใดๆ ทั้งยังปล่อยให้ลูกชายมาเก็บเศษพวกนี้หากบาดมือเข้าจะทำอย่างไร ปากที่กำลังจะก่นด่าแต่เหมือนนางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขานั้นตาบอดอยู่! ความร้อนรุ่มภายในอกก็เริ่มทุเลาลงทีละนิด“แล้วท่านไม่ได้ยินที่ข้าสั่งงั้นหรือ”“ข้า…”“ลุกขึ้นมาได้แล้วๆ ก็ช่วยถอยออกไปจากตรงนี้ ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ของท่านเดี๋ยวนี้”“แต่ว่าข้าจะเก็บเศษกระเบื้องพวกนี้”“ท่านมองไม่เห็นไม่ใช่หรือแล้วจะเก็บอย่างไรหมด”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็เม้มปากเอาไว้แน่นดวงตาของเขาดูเหมือนจะแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยอาจจะเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status