Masuk“แกร๊บ!”
สองเท้าที่ก้าวพ้นประตูไปแต่แล้วดันเหยียบเข้ากับเศษกระดาษที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ทำให้บุรุษผู้นั้นหันมามองอย่างรวดเร็ว นางเบี่ยงตัวหลบทันใดก่อนจะหันหลังแล้วรีบวิ่งออกไปด้านนอกบ้านด้วยความรวดเร็ว
‘ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาในตอนนี้ขอทำใจก่อนแล้วกัน’
นางกลับมานั่งลงบนชิงช้าตามเดิมในหัวก็คิดไปเรื่อยมองดูรอบๆ บ้านที่กว้างใหญ่แต่กลับเงียบเหงาและอ้างว้าง
“ทำอย่างไรต่อไปดีนะ”
ไป๋ฉางอวี้เปิดระบบวิเศษขึ้นมาอีกครั้งนางนั่งมองหน้าจอสีฟ้าด้วยความรู้สึกสับสนไม่รู้ว่าควรที่จะทำอย่างไรต่อไปดี อยากกลับบ้านก็อยากกลับแต่หากต้องกลับไปพบเจอกับคนผู้นั้นแบบนี้ก็ขออยู่ที่นี่เสียยังจะดีกว่า
“เฮ้อ…”
“ท่านแม่”
“ว๊าย!”
เสียงเล็กๆ ที่เรียกนางนั้นทำเอาไป๋ฉางอวี้ตื่นตกใจก่อนจะรีบหันกลับไปมองด้วยความรวดเร็ว เด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอบกุมสองแขนเอาไว้แน่นพลางจ้องมองมาที่นางด้วยแววตางุนงง
“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เมื่อครู่นี้เองขอรับ”
“แล้วเห็นอะไรบ้าง”
“ข้าเห็นเพียงท่านแม่นั่งพูดคนเดียว หรือท่านแม่พูดอะไรกับใครอยู่หรือขอรับ”
“พูดคนเดียวงั้นหรือ” นางหันหลังกลับไปมองหน้าจอสีฟ้านั้นมันยังคงปรากฎให้เห็นไม่ได้หายไปแต่อย่างใด ‘แล้วเจ้าก้อนแป้งผู้นี้มองไม่เห็นมันงั้นหรือ’
ไป๋ฉางอวี้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมานางลองขยับตัวออกเล็กน้อยพอที่คนด้านหลังจะมองเห็นสิ่งที่นางกำลังทำอยู่
“เจ้าเห็นแค่ข้างั้นหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิขอรับ หรือว่าท่านแม่เห็นใครอีกเล่า”
เด็กชายตอบนางเพียงเท่านั้นก่อนที่ใบหน้าเล็กๆ นั้นจะหันมองไปรอบๆ ด้วยความกังวลและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
‘สุดยอดไปเลยเด็กคนนี้มองไม่เห็นมันจริงๆ สินะ’
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าก็ทำเป็นกลัวไปได้ อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กๆ แล้วไม่ใช่หรือเราน่ะ”
“ก็ท่านแม่ชอบบอกว่าเห็นผีนี่นา”
“นั่นก็แค่หลอกเด็กน่ะเอาล่ะๆ เจ้าอย่าใส่ใจคำพูดของข้านักเลยนะ”
ไป๋ฉางอวี้อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะใช้มือแตะไปที่ปุ่มปิดระบบ นางรีบหันกลับมาหาบุตรชายของเจ้าของร่างนี้ใบหน้าเล็กที่คล้ายคลึงกับเด็กคนนั้นทำเอานางอดไม่ได้ที่จะเศร้าใจอีกครั้ง
เด็กชายที่นางเกือบจะขับรถชนในยุคที่จากมานั้นจะเป็นอย่างไรบ้างนะบาดเจ็บหรือตายไปเหมือนนางแล้วทะลุมิติมาที่แห่งนี้หรือไม่ แต่หากเป็นเด็กคนนั้นจริงๆ ก็น่าจะมีความทรงจำบางอย่างที่พอจะจดจำได้จากยุคที่จากมาเหมือนข้าด้วยสิ
“นี่เจ้าน่ะ”
“ขอรับ”
“ชื่ออะไรนะ”
“ท่านแม่ลืมข้าไปแล้วหรือ”
“เอ่อ หัวของข้าคงกระทบกระเทือนจึงเลอะเลือนไปไม่น้อยดังนั้นอย่าถือสาข้าเลยนะ”
“ก็ได้ขอรับ”
เด็กชายดูเหมือนจะเข้าใจที่นางพูดอย่างง่ายดายโดยไม่ซักไซร้นางอีก
“ข้าชื่อเหวินเซียวหยวน”
“ชื่อน่ารักจัง”
“ท่านพ่อตั้งให้ขอรับ”
“นี่อาหยวน”
“ขอรับ”
“พ่อกับแม่ของเจ้า เอ่อ..ข้าหมายถึงท่านพ่อของเจ้าทะเลาะอะไรกันกับข้าหรือไม่เมื่อครู่ในตอนที่ข้าเดินผ่านห้องนั้นไปไม่เห็นเขาจะสนใจข้าเลย”
“สนใจอะไรขอรับแต่ถึงท่านพ่อจะรู้ว่าท่านแม่เดินเข้าไปในบ้านก็ไม่อาจมองเห็นได้”
“หมายความว่าอย่างไรหรือ”
“ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือ”
“ลืมเรื่องอะไร”
“หนึ่งปีก่อนท่านพ่อขึ้นเขาไปหาของป่ากับชาวบ้านถูกหมูป่าตัวเขื่องไล่ล่าจนตกเขาดวงตากระทบกระเทือนจนมืดสนิท”
“จริงหรือนี่”
“ขาของท่านพ่อหักไปข้างหนึ่งจึงต้องนั่งรถเข็นไม้ที่ผู้ใหญ่บ้านจัดหามาให้ขอรับ โชคยังดีที่ท่านหมอรักษาขาให้ท่านพ่อจนเกือบจะกลับมาเดินดีได้เหมือนเดิมแล้วเพียงแต่ตาที่บอดไปเวลานี้ก็ยังคงมองไม่เห็น”
“ท่านหมอรักษาไม่ได้แล้วงั้นหรือ”
“ใช้เงินไปกับการรักษาขาของท่านพ่อมากเกินไปจึงไม่เหลือเลยแม้แต่อีแปะเดียว”
“แล้วเหตุใดนาง เอ่อ ข้าหมายถึงตัวข้านี่ล่ะไม่ไปทำงานเล่า”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นไปมองผู้เป็นมารดาด้วยแววตาใสซื่อ ไม่ต้องรอคำตอบจากเขาก็พอจะรู้แล้วว่าเพราะอะไร
“ท่านแม่บอกว่าจะทิ้งพวกเราไป”
“อะไรนะ”
“ข้าได้ยินท่านแม่ทะเลาะกับท่านพ่อบอกว่าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว จะทิ้งพวกเราสองคนไปขอรับ”
เด็กชายตอบนางก่อนจะก้มใบหน้าเล็กนั้นลงอีกครั้ง ไป๋ฉางอวี้อ้าปากค้างไม่รู้จะพูดสิ่งใดออกมาอีก เหตุใดหญิงสาวเจ้าของร่างที่นางเข้ามาอาศัยอยู่นี้ถึงได้ใจร้ายกับครอบครัวของนางถึงเพียงนี้กัน
‘ให้ตายสิไป๋ฉางอวี้คนก่อนเหตุใดถึงได้ใจดำเช่นนี้กันเล่า เมื่อสามีไร้ความสามารถก็ทิ้งกันง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ’
“แล้วที่เจ้าบอกว่าข้าหกล้มน่ะ มันเป็นมาอย่างไรงั้นหรือ”
“ก็หลังจากที่ท่านแม่ทะเลาะกับท่านพ่อแล้วก็วิ่งออกจากบ้านไปแต่ไม่นานก็มีคนมาบอกว่าเห็นท่านแม่นอนสลบอยู่ตรงริมคลองท้ายหมู่บ้านขอรับ หัวของท่านมีเลือดไหลด้วยท่านพ่อจึงรีบไปดูและพาท่านกลับมาที่บ้าน”
“ก็ไหนว่าเขาตาบอดแล้วเหตุใดถึงพาข้ากลับมาได้กันเล่า”
“เป็นข้าที่ใช้เชือกนำทางพวกท่านกลับมาขอรับ”
‘โถ่ช่างเป็นเด็กรู้ความอะไรเช่นนี้กันนะ ตัวก็เล็กแค่นี้รู้จักช่วยเหลือพ่อแม่ได้แล้ว’
ไป๋ฉางอวี้ตั้งใจจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อปลอบใจเด็กชายสักเล็กน้อยแต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างร้องดังออกมาจากคนตรงหน้านาง
“จ๊อกกก”
“ขอ ขอโทษขอรับท่านแม่”
เด็กชายใช้มือเล็กๆ กุมท้องเอาไว้แน่นแล้วหันหลังวิ่งเข้าไปด้านในบ้านด้วยความรวดเร็ว
ไป๋ฉางอวี้ยังคงงุนงงเหตุใดเด็กน้อยต้องกลัวนางถึงเพียงนั้นกัน นางตั้งใจจะเดินตามเขาเข้าไปในบ้านแต่ภาพบางอย่างกลับปรากฎฉายชัดขึ้นมาให้เห็นตามมุมต่างๆ ของบริเวณบ้านหลังนี้
เมื่อมองไปไม่ไกลจากรั้วบ้านนักจะมีแปลงผักและสมุนไพรที่ถูกปลูกเอาไว้เรียงรายออกดอกชูช่ออย่างงดงาม ภาพของคนสามคนที่ช่วยกันลงมือปลูกมันด้วยความรักและความเอาใจใส่ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มให้แก่กัน
แผ่นหลังของบุรุษผู้เป็นสามีแลดูอบอุ่นเหลือเกินแตกต่างจากชายในยุคที่นางจากมาเสียจริง ความมักมากของเขาทำลายครอบครัวจนย่อยยับ
‘ในเมื่อเขาและนางดูรักใคร่กันทั้งยังสร้างครอบครัวมาด้วยกันจนมีพยานรักตัวเล็กๆ เช่นนี้แล้วเหตุใดสตรีผู้นี้ถึงคิดจะทอดทิ้งพวกเขาสองคนได้ลงคอกันนะไม่เห็นจะเข้าใจเลย’
‘แล้วนางล่ะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคนชื่อแซ่เดียวกันแล้วต้องมาทำหน้าที่ภรรยาและแม่เช่นนี้ หากวันหนึ่งเจ้าของร่างกลับมาแล้วข้าจะไปอยู่ตรงไหน?’
ไป๋ฉางอวี้สะบัดศรีษะเพื่อไล่ความทรงจำเก่าๆ ออกไปแต่แล้วก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรบางอย่างตกลงกระทบกับพื้น
“เพล้ง!”
-ตลาดจีนเมืองลั่วหนาน-ถนนในเมืองลั่วหนานทุกซอกทุกมุมในเวลานี้นั้นล้วนมีแต่เสียงจุดประทัดที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมือง เทศกาลหยวนเซียวเวียนมาถึงอีกครั้งผู้คนในเมืองต่างก็ดูปรีติยินดี และพากันออกมาชื่นชมความงดงามของโคมไฟและลวดลายต่างๆ กันมากมายยิ่งนักกลุ่มเด็กน้อยก็กำลังวิ่งเล่นในตลาดเสียงหัวเราะของพวกเขาดังกึกก้องไปทั่ว เมื่อผ่านแผงขายขนมจีนโบราณนานาชนิดต่างก็หยุดแวะซื้อกันจนล้นมือ ขนมมากมายมากหน้าหลายตาเต็มแผงขายของไปหมดมีทั้งขนมถั่วแปบ ขนมเปี๊ยะและขนมทอดกรอบกลิ่นที่หอมหวานนั้นตลบอบอวลไปทั่วตลาด“ท่านแม่ข้าไปเรียนแล้วนะขอรับ”เหวินเซียวหยวนลูกชายเพียงคนเดียวของเหวินเซียวเย่และไป๋ฉางอวี้นั้นยืนทำแก้มป่องอยู่ตรงหน้าของนาง ท่าทางที่ดูมีความสุขเมื่อได้ออกไปร่ำเรียนกับเพื่อนๆ ทำให้ไป๋ฉางอวี้อดที่ยิ้มอย่างเอ็นดูให้เขาไม่ได้“ไปเถอะแต่เมื่อเช้าเจ้ากินข้าวเพียงนิดเดียวเอง เอาขนมนี่ติดตัวไปด้วยเผื่อจะหิว”“ขอบคุณขอรับท่านแม่”เหวินเซียวหยวนที่สะพายย่ามภายในบรรจุหนังสืออยู่ก็ยื่นมือไปรับเอาห่อขนมมาใส่ในย่ามของเขา ขนมที่ห
เหวินเซียวเย่ คือบุตรชายของหนึ่งในอนุใต้เท้าเว่ยผู้ที่หนีหายออกไปจากจวนเพราะถูกรองฮูหยินใส่ร้ายเรื่องคบชู้กับทหารในจวนทหารคนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้างใต้เท้าเว่ยผู้นั้นถูกลงโทษโบยจนตายไป ก่อนหน้าที่จะรับโทษเขาได้วางแผนให้นางหนีออกไปจากจวนไม่ว่าใต้เท้าเว่ยจะออกตามหานางเท่าใดก็ไม่เคยได้พานพบกันอีกเลยฮูหยินเว่ยไม่คิดว่าบุตรชายที่เกิดจากสายเลือดที่แท้จริงของเขานั้นจะยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่ใต้เท้าเว่ยไม่อาจพานพบเขาได้อีกแล้วลายปักผ้าที่ฮูหยินเว่ยยังคงทะนุถนอมมาจนถึงทุกวันนี้นั้นคือผ้าเช็ดหน้าที่มารดาของเหวินเซียวเย่เป็นคนทำขึ้นมา ลวดลายที่คล้ายคลึงกันกับของสามีไป๋ฉางอวี้เป็นเหตุให้นางโยงเรื่องราวทั้งหมดจนทั้งสองคนได้มาพบกันอีกครั้ง“ฮูหยินแม้ว่าข้าจะมีสายเลือดตระกูลเว่ยก็จริงแต่ว่าข้าก็เป็นเพียงบุตรของอนุเท่านั้นหาได้มีสิ่งใดเหมาะสมกับตระกูลของท่านไม่ ท่านได้โปรดอย่าใส่ใจข้าอีกเลยขอรับ”“พูดอะไรเช่นนั้นมารดาของเจ้าเว่ยอิงเป็นเหมือนน้องสาวของข้าหากว่าไม่มีนางข้าก็คงตรอมใจเรื่องอนุคนที่พ่อของเจ้ารับเข้าจวนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว นางเป
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าในที่สุดนางก็มาอาศัยอยู่ในตัวเมืองได้หนึ่งเดือนเต็มๆ แล้ว ร้านค้าของนางแรกเริ่มขายเพียงสุราและอาหารเท่านั้น ส่วนกระเบื้องเคลือบเหล่านี้นางยังคงเก็บสะสมเอาไว้บนชั้นวางเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าเท่านั้นยังไม่ได้เปิดขายจริงจังเสียทีเพราะงานในร้านที่มากมายจนในแต่ละวันแทบไม่มีเวลาพักทำเอานางลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท ปานรูปหัวใจในที่ลับของเหวินเซียวเย่!กลางดึกคืนนั้นไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงตะกุกตะกักด้านล่างของร้านค้าแต่เมื่อหันไปมองด้านข้างของตนกลับพบเพียงความว่างเปล่า“ท่านพี่หายไปไหนนะ”ไป๋ฉางอวี้ที่คิดว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่อาจเป็นเสียงของผู้เป็นสามีนางจึงลุกจากเตียงนอน แต่ทันใดนั้นอาการวิงเวียนหน้ามืดก็ตีตื้นขึ้นมารู้สึกได้ว่าห้องของนางหมุนได้อาการหน้ามืดเช่นนี้ไม่ใช่ว่านางจะเป็นบ่อยๆ หรือเพราะนางทำงานหนักเกินไปงั้นหรือไป๋ฉางอวี้เลิกคิดฟุ้งซ่านก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องนอนแล้วลงมาที่ชั้นล่างเมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจที่เครื่องเคลือบที่สั่งมาก่อนหน้านี้ถูกวางตั้งเอาไว้บนโต๊ะหลายหลายชิ้นที่สำคัญลวดลายเหล่านี้ไม่ใช่
“ในที่ลับของสามีท่านมีปานรูปหัวใจหรือไม่”“พรู๊ด!”“พ่อบ้านซือเหตุใดจึงถามเช่นนี้กันเล่า”ไป๋ฉางอวี้ตกใจจนถึงกับพ่นน้ำชาออกมาใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะความเขินอาย‘มาถามเรื่องลับๆ แบบนี้ได้อย่างไรกันนะนางใช่ว่าจะเคยร่วมหอกับเขาเสียที่ไหนกันเล่า คนที่เคยๆ ทำเรื่องนั้นมันก็ภรรยาคนเก่าของเขานี่นาใช่นางเสียที่ไหนกัน’“ก็ท่านกับเขาเป็นสามีภรรยากันย่อมรู้เห็นทุกเรื่องของกันและกันอยู่แล้ว ก่อนหน้าข้าไม่กล้าถามแต่ในเมื่อท่านเป็นคนเริ่มข้าถึงได้กล้าถามออกมาอย่างไรเล่า”“คือว่า”“หืม”ไป๋ฉางอวี้มองหน้าอีกฝ่ายอย่างจนใจตั้งแต่ทะลุมิติมานางได้นอนร่วมเตียงกันกับเขาก็จริงแต่ได้เคยร่วมรักกันที่ไหนเล่ากลางดึกสงัดของคืนนี้ไป๋ฉางอวี้หยิบเอาน้ำหอมออกมาจากระบบวิเศษ น้ำหอมที่มีกลิ่นจางๆ แต่ทำให้เพศตรงข้ามต้องการบางอย่างจากตัวของสตรีได้‘ไม่เอาน่าข
“หุบปากน่า”“!”น้ำเสียงที่กำลังตวาดผู้เป็นน้องชายของเขานั้นทำเอาสองสตรีหันมาจ้องมองพวกเขาในทันที“มีอะไรหรือเจ้าคะ”“ไม่มีอะไร/ไม่มีอะไร”ทั้งคู่รีบตอบพวกนางพร้อมกันทันทีเมื่อเวลาล่วงเลยไปพอสมควรแล้วครอบครัวของเหวินเซียวเผยก็ขอตัวกลับไปเก็บของที่บ้านด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก-เช้าวันถัดไป-รถม้าจากสกุลเว่ยเข้ามารับสุราจากบ้านของนางตั้งแต่เช้าตรู่ไป๋ฉางอวี้ที่ตกลงกับผู้เป็นสามีเรียบร้อยจึงฝากความไปถึงฮูหยินเว่ยว่าวันพรุ่งนี้เช้าทั้งครอบครัวจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองตามที่ได้ตกลงกันมาก่อนหน้านี้พ่อบ้านซือที่ได้ยินดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่งรีบควบรถม้ากลับเข้าเมืองไปอย่างไว“ดีใจอะไรถึงเพียงนั้นกันนะ”ไป๋ฉางอวี้ที่ยืนส่งเขาอยู่หน้าประตูอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวให้คนแก่อย่างเขาคืนนั้นทั้งคืนนางนั่งเก็บของลงหีบเก่าๆ ความตื่นเต้นที่จะได้ย้ายบ้านทำเอานางนอนไม่หลับทั้งคืนเช้าวันนี้ขอบตาของนางจึงบวมเปล่งอย่
ไป๋ฉางอวี้ที่เดินตามสองแม่ลูกสกุลเว่ยมาจนถึงใจกลางของตัวเมืองลั่วหนานมาหยุดอยู่ตรงร้านค้าร้านหนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองอาคารร้านค้าสองชั้นที่ตั้งตระหง่านตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งเล็กน้อยคุณชายใหญ่เว่ยผู้นี้มากด้วยสมบัติและรูปโฉมเสียจริงหากว่านางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ไม่มีพันธะใดๆ แล้วล่ะก็ไม่แน่นางอาจจะใช้เสน่ห์ของสตรีเกี้ยวของดูสักครั้งก็เป็นได้‘ไม่ได้สิรูปร่างหน้าตาของเขาคล้ายพี่ชายของนางเมื่อชาติที่แล้วเช่นนี้ จะไปคบหาเขาได้ลงคอได้อย่างไรกัน น่าขนลุกจะตายไป’“เจ้าเป็นอะไร”“เจ้าคะ”“ข้าเห็นเจ้าทำหน้าตาแปลกๆ”“เอ่อ คือว่าข้าคิดว่ามันใหญ่โตไปหรือไม่เจ้าคะคุณชาย”“ไม่หรอกนี่เหมาะสมแล้ว อยู่ใจกลางเมืองทั้งยังมีข้าวของที่เหมาะกับการค้าที่เจ้าตั้งใจจะทำอีกด้วย”“จริงหรือเจ้าคะ”“เดิมทีร้านนี้คือร้านขายอาหารน่ะแต่เจ้าของย้ายออกไปอยู่ในเมืองหลวงจึงทิ้งร้างเอาไว้ ข้าจึงได้รับซื้อเอาไว้ไปดูข้างในกันเถอะ”“เจ้าค่ะ”นางเดินตามฮูหยินและคุณชายเว่ยเข้าไปด้านในร้าน ภายในถูกตกแต่งเอาไว้อย่างงดงามทางเด







