Beranda / รักโบราณ / เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ / ตอนที่ 4 เครื่องปรุงวิเศษกับรสมือที่ไม่ได้เรื่อง

Share

ตอนที่ 4 เครื่องปรุงวิเศษกับรสมือที่ไม่ได้เรื่อง

Penulis: Jiulin
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-25 11:25:18

“เพล้ง!”

ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง

“พวกเจ้าทำอะไรกัน”

“ท่านแม่!”

“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่างไร”

นางเข้าไปดึงตัวเด็กน้อยให้ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นก่อนจะยึดเศษกระเบื้องมาถือเอาไว้ หันกลับไปมองบุรุษผู้เป็นสามีของเจ้าของร่างที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้องไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้านางเลยสักเพียงนิด

ความฉุนเฉียวที่เห็นเขาไม่ระวังใดๆ ทั้งยังปล่อยให้ลูกชายมาเก็บเศษพวกนี้หากบาดมือเข้าจะทำอย่างไร ปากที่กำลังจะก่นด่าแต่เหมือนนางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขานั้นตาบอดอยู่! ความร้อนรุ่มภายในอกก็เริ่มทุเลาลงทีละนิด

“แล้วท่านไม่ได้ยินที่ข้าสั่งงั้นหรือ”

“ข้า…”

“ลุกขึ้นมาได้แล้วๆ ก็ช่วยถอยออกไปจากตรงนี้ ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ของท่านเดี๋ยวนี้”

“แต่ว่าข้าจะเก็บเศษกระเบื้องพวกนี้”

“ท่านมองไม่เห็นไม่ใช่หรือแล้วจะเก็บอย่างไรหมด”

ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็เม้มปากเอาไว้แน่นดวงตาของเขาดูเหมือนจะแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยอาจจะเพราะคับแค้นใจ เศร้าใจหรือเสียใจที่นางพูดตัดน้ำใจหรือไม่นั้นก็ไม่อาจรู้ได้

ให้ตายสิเกิดมาก็ยังไม่เคยมีแฟนสักคนบิดาที่พอจะเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่เหลือในบ้านก็ทำตัวให้นางรังเกียจดุด่ากันแทบทุกวัน คำพูดหวานหูนั้นอย่าฝันว่าจะได้ยินจากปากของนางเลยแม้จะทะลุมิติมาในที่ไกลแสนไกลถึงเพียงนี้ปากเจ้ากรรมก็ดันพูดจาดีๆ กับเขาไม่เป็น

‘อยากจะบ้าตายจริงๆ’ 

“คือข้าหมายถึงข้าจะจัดการเองหากท่านไม่ระวังแล้วถูกคมกระเบื้องบาดเข้าจะทำอย่างไร ข้าจำได้ว่าท่านกำลังคิดค้นรูปแบบของเครื่องกระเบื้องอยู่ไม่ใช่หรือ”

บุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้านางเมื่อได้ยินดังนั้นดูเหมือนสีหน้าของเขาจะดีขึ้นเล็กน้อย

“จะมีประโยชน์อันใดในเมื่อตาของข้ามองไม่เห็นแล้ว”

“ตาของท่านมองไม่เห็นแต่ใจของท่านสู้เพียงนี้ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องทำมันออกมาดีเหมือนที่เคยทำอย่างแน่นอน ดูสิดินเผาที่ท่านทำอยู่นี้เป็นรูปร่างที่งดงามเสียจริง”

งดงามอย่างที่นางพูดออกมาจริงๆ ตาของเขามองไม่เห็นแต่เหตุใดถึงได้ปั้นออกมาได้ดีถึงเพียงนี้กันนะ

“ผีตนใดสิงเจ้าอยู่งั้นหรือ”

“นี่ท่าน!”

“เจ้าอย่ามาปลอบใจข้าเลยจะดีกว่า”

เขาถอนหายใจก่อนจะขยับร่างกายออกจากนางเล็กน้อย

“ข้าไม่ได้พูดปดนะมันงดงามจริงๆ ใช่หรือไม่เล่าอาหยวน”

“ใช่ขอรับ เป็นดังที่ท่านแม่พูดจริงๆ นะขอรับท่านพ่อ”

“เฮ้อ เอาเถอะเจ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

“ดี เช่นนั้นท่านก็ไปทำงานของท่านต่อส่วนข้าจะจัดการของพวกนี้เอง”

“ก็ได้แต่เจ้าระวังหน่อยก็ดี”

“รู้แล้วๆ”

เหวินเซียวเย่ค่อยๆ ลุกขึ้นโดยมีไป๋ฉางอวี้เข้ามาประคองเขาแรกเริ่มก็ดูเหมือนจะตกใจที่นางเข้ามาช่วยแต่ก็ยินยอมแต่โดยดี นางประคองเขาขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้แต่ขณะที่กำลังจะปลีกตัวออกมาเพื่อทำความสะอาดพื้นนั้นสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานของเขา ลายปักบนผ้าเป็นรูปหงส์งดงามยิ่งนัก!

‘เป็นบุรุษแต่ใช้ผ้าเช็ดหน้าปักลายอย่างกับสตรีหรือว่าจะเป็นไป๋ฉางอวี้คนเก่าที่ทำให้เขากันแน่นะ’

นางคิดในใจเงียบๆ ก่อนจะละความสนใจจากของสิ่งนั้นแล้วหันกลับมาเก็บกวาดพื้นห้องจนสะอาดภายใต้สายตากลมโตที่จ้องมองดูทุกฝีก้าวของเจ้าก้อนแป้งนั้น

“เจ้ามองข้านานแล้วนะมีอะไรหรือ”

“ท่านแม่”

“ว่าอย่างไร”

“มะ ไม่มีอะไรหรอกขอรับ”

“ก็เมื่อครู่เหมือนจะพูดอะไรอยู่เลย ว่าอย่างไรหรือเจ้าหิวแล้วงั้นหรือ”

“ท่านรู้ได้อย่างไร”

“ตอนที่อยู่ข้างนอกนั่นไม่ใช่ว่าท้องของเจ้าร้องออกมาหรอกหรือ”

“คือว่าข้า…”

“เอาล่ะๆ นั่งเฝ้าพ่อของเจ้าอยู่ตรงนี้คอยหยิบจับช่วยเหลือเขา ส่วนข้าจะไปทำอาหารมาให้พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่”

“ขอรับ แต่ว่าท่านแม่ทำเป็นหรือ”

“นั่นสิเจ้าทำเป็นด้วยหรือ” เสียงของบุรุษผู้เป็นสามีถามขึ้นมาอย่างนึกสงสัย

“แล้วข้าทำไม่เป็นงั้นหรือ”

ไป๋ฉางอวี้ถามออกมาด้วยความไม่รู้จริงๆ ก็เพราะว่านางไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างนี้เลยสักเพียงนิดถึงไม่รู้ว่านางทำอะไรได้บ้างหรือเป็นคนอย่างไรกันแน่น่ะสิ

“แต่ไหนแต่ไรมาเป็นท่านพ่อที่ทำอาหารเองน่ะขอรับ”

“นี่น่าจะยามอู่ [1] แล้วพวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ล่ะข้าจะไปทำอาหารเอง”

“ไม่ต้องหรอกน่าข้าทำเองได้ท่านให้ข้าทำเถอะ”

เพราะน้ำเสียงที่ดูจริงจังของนางจึงทำให้เหวินเซียวเย่นิ่งเงียบไปก่อนจะพยักหน้าให้นางเล็กน้อย

“ตามใจเจ้าเถอะ”

ไป๋ฉางอวี้ยิ้มออกมาก่อนจะสั่งการให้เหวินเซียวหยวนบุตรชายของนางอยู่เฝ้าผู้เป็นสามีเอาไว้ส่วนตัวนางก็รีบเข้าไปในห้องครัวที่ดูซอมซ่อผนังก็เลอะเทอะเปรอะเปื้อนส่วนหลังคาก็เกือบจะพังลงมาอยู่แล้ว

‘ตั้งแต่สามีของนางตาบอดไปก็ไม่มีใครทำความสะอาดบ้านหลังนี้เลยหรือนี่ ไป๋ฉางอวี้นะไป๋ฉางอวี้เหตุใดถึงเป็นสตรีเกียจคร้านเช่นนี้กันเล่า’

นางรีบเปิดระบบวิเศษก่อนจะจิ้มเอาเคร่ืองปรุงทุกชนิดออกมา ข้าวสาร กระดูกหมูและผักสดที่อยู่ในช่องเก็บอาหารแต่ละอย่างที่ถูกนางดึงออกมาใช้ดูเหมือนจะไม่ลดน้อยลงเลยสักเพียงนิดและยังเหลือช่องให้เก็บอาหารอีกถึงสิบช่องด้วยกัน

เอาไว้วันหลังค่อยหาของที่จำเป็นเก็บลงไปเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานของครอบครัวทีหลังแล้วกัน

เพราะเวลานี้ก็เลยเวลาอาหารเที่ยงไปมากแล้วไป๋ฉางอวี้จึงทำอาหารง่ายๆ ข้ามต้มใส่เนื้อหมูสับละเอียดตามด้วยผักสดที่นำมาผัดใส่ไข่ไก่ให้ผู้เป็นสามีที่ดูจะผอมแห้งลงไปมากได้บำรุงร่างกายเสียบ้าง

ระหว่างที่รอปรุงข้าวต้มให้สุกอยู่นั้นนางก็เปิดระบบวิเศศขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเลือกของใช้ในบ้านที่ยังขาดอีกหลายชิ้น นางเลือกของใช้ในครัวก่อนไม่ว่าจะเป็นหม้อดินเผาและหม้อโลหะใช้สำหรับผัดอาหาร ถ้วยชาม ตะเกียบ ที่ตักอาหาร ครกสาก ชั้นวางของที่ทำจากไม้เนื้อดีอีกหนึ่งชิ้น นางเร่งมือเก็บข้าวของทุกชนิดไว้บนชิ้นวางจนเรียบร้อยดูแล้วน่าใช้งานขึ้นมาทันตาเห็น

‘ผนังนี่ค่อยทำความสะอาดทีหลังแล้วกัน’

ไป๋ฉางอวี้ยืนยิ้มภูมิใจกับผลงานของตนเองก่อนจะรีบนำอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วตักใส่ชามด้วยความรวดเร็ว

“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ”

ไป๋ฉางอวี้เดินถือสำรับเข้ามาในห้องโถงกลางบ้านที่มีพื้นกว้างขวางมากกว่าห้องอื่นๆ

นางวางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะกลิ่นหอมของมันทำให้สองพ่อลูกอดที่จะสูดดมไม่ได้

“น่ากินมากเลยขอรับท่านแม่”

นางยิ้มให้บุตรชายเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองผู้เป็นสามีที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

“ท่านพี่รีบมากินเร็วเข้าหากอาหารเย็นชืดไปมันจะไม่ได้รสชาตินะเจ้าคะ”

“ให้พวกเจ้ากินก่อนเถอะข้าค่อยกินทีหลัง”

“กินพร้อมกันนี่ล่ะเจ้าค่ะข้าทำมามากมายพอที่จะกินกันจนอิ่มอย่างแน่นอนท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป”

“ข้าวสารเหลืออยู่น้อยนิดไม่ใช่หรือแล้วจะไปอิ่มกันได้อย่างไรกัน”

“คะ คือว่าเมื่อครู่ข้าตรวจดูอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งยังเหลืออยู่หยิบมือจึงนำมาต้มให้พวกท่านอย่างไรเล่า”

ไป๋ฉางอวี้มองสีหน้าของเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคงต้องสงสัยอะไรบางอย่างอยู่แน่นอน

“ในครัวมีอะไรเหลือข้าก็ใส่ๆ ไปจนหมดไม่รู้ว่ารสชาติพอจะถูกปากพวกท่านหรือไม่ รีบกินเถอะเย็นชืดจะไม่ได้รสชาติ”

“อืม”

เหวินเซียวเย่คร้านจะเถียงนาง เขาพยักหน้าก่อนจะรับช้อนจากผู้เป็นภรรยาตักข้าวกิน 

ไป๋ฉางอวี้นั่งยิ้มจ้องมองดูคนทั้งคู่กินอาหารจากฝีมือของนาง ความสุขเล็กๆ ที่ได้มอบให้คนอื่นมันดีอย่างนี้นี่เอง

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ อร่อยหรือไม่”

“อะ อร่อย”

“แล้วเจ้าล่ะอาหยวน ฝีมือของข้าใช้ได้หรือไม่”

“ชะ ใช้ได้ขอรับ”

“แล้วเหตุใดถึงได้อมข้าวไว้อย่างนั้นกันเล่าไม่กลืนลงไปล่ะได้ติดคอตายทั้งคู่หรอก”

“อะ อื้ม”

ไป๋ฉางอวี้จ้องมองการกระทำของคนทั้งคู่ที่พยายามกลืนอาหารลงอย่างยากลำบากก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ความฉงนสงสัยทำให้นางรีบตักข้าวต้มกินทันที

เครื่องปรุงที่ได้มาจากระบบวิเศษของนางนั้นรสชาติยอดเยี่ยมอยู่แล้วแค่ใส่ลงไปโดยไม่ต้องใช้เครื่องเทศอื่นใดในยุคนี้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว แต่เหตุใดสองพ่อลูกนั่นถึงได้…

“พรู๊ด!”

- - - - - - 

[1] ยามอู่ = 11.00-13.00 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 9 ขายของธรรมดาที่ล้ำค่าในยุคนี้

    ‘แม้จะไม่ได้ทำเองก็เถอะ’“อีกอย่างส่วนผสมไม่ใช่น้อยๆ หาได้ยากจากยุค…เอ่อ ข้าหมายถึงในใต้หล้านี้จะหาสุราที่กลิ่นและรสชาติดีได้เท่าข้าอีกหรือ สามตำลึงน้อยไปหรือไม่”“เอ่อ เช่นนั้นก็สี่ตำลึงข้าให้เจ้าสี่ตำลึง”ขณะที่ทั้งสองกำลังต่อรองราคากันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของใครบางคนเอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนานั้น“เฮอะ เถ้าแก่เหอร้านเหล้าของเจ้าชอบกดขี่ราคากับชาวบ้านตาดำๆ เช่นนี้เองหรอกหรือ ก่อนหน้าข้าเคยได้ยินมาบ้างไม่คิดว่าจะเป็นความจริง”“ฮูหยินเว่ย!”“ใช่ข้าเองสุราที่นางนำมาแค่เพียงได้กลิ่นที่โชยมานั่นก็รู้แล้วว่าเป็นของล้ำค่ายิ่ง”“ฮูหยินปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ”“เจ้ารินมาให้ข้าลิ้มรสสักนิดสิ ข้าจะบอกราคาที่เหมาะสมได้”“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน”“หรือท่านไม่พอใจที่ข้าเข้ามาขัดขวางการเจรจาทำการค้าของท่านหรือ”“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกขอรับฮูหยิน”ไป๋ฉางอวี้ละความสนใจจากตาแก่ขี้เหนียวนั้นก่อนจะรินไวน์ลงในจอกเหล้าเล็กๆ ที่นางเตรียมมาด้วย ฮูหยินเว่ยรับไปก่อนจะยกสุราในจอกขึ้นดื่มทีละนิดความหวานกลมกล่อมและรสชาติสุราที่กลั้วคอลงไปนั้นทำเอานางสดชื่นขึ้นมาทันใด“นี่มันไม่ใช่สุราธรรมดาแล้วกระมังนี่เป็นสุรารสเลิศแล้ว

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 8 เข้าเมือง

    ‘ยังดีที่มีเงินที่เจ้าของร่างแอบซ่อนเอาไว้ไม่เช่นนั้นคงไม่พ้นที่จะต้องเดินด้วยขาของตนเองอย่างแน่นอน’“เหตุใดถึงต้องมาอยู่ที่นี่กันนะลำบากลำบนอะไรเช่นนี้ ชาติที่แล้วแม้จะสบายกายแต่ไม่สบายใจแต่เหตุใดมีโอกาสได้มาเกิดใหม่ทั้งทีทำไมถึงไม่ส่งข้าไปเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีกว่านี้กันเล่าสบายใจแต่ลำบากกายอะไรเช่นนี้ เฮ้อ…”ไป๋ฉางอวี้ถอนหายใจออกมาก่อนจะหันกลับไปมองตัวบ้านที่เก่าซอมซ่อหลังนั้น“เอาว่ะสู้ตาย!”นางเดินเท้าไปที่หัวมุมถนนก็พบกับลานกว้างที่มีทั้งรถม้าและเกวียนวัวอีกหลายคัน นอกจากนั้นยังมีลาอีกหลายตัวรวมอยู่ด้วย“อ้าวฮูหยินเหวินออกมาแต่เช้าเช่นนี้วันนี้จะไปที่ใดงั้นหรือ”“ข้าจะเข้าเมืองเสียหน่อยน่ะเจ้าคะ”“เชิญขึ้นรถม้าดีกว่า ข้าคิดราคากันเองห้าร้อยอีแปะเท่านั้น”“นี่ราคากันเองยังห้าร้อยอีแปะแล้วหากว่าเป็นคนอื่นเล่าเจ้าคะ”“ก็หากว่าเจ้าไม่อยากจ่ายข้าก็ยินดีรับเลี้ยงเจ้านะ ฮูหยิน” เสียงของบุรุษผ

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 7 กล่องปริศนา

    “ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”เสียงเรียกของเด็กชายปลุกให้ไป๋ฉางอวี้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝันนั้น เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกับสภาพของมารดาที่น่ากลัวอย่างยิ่งในความฝันนั้นประโยคสุดท้ายของมารดาที่เอ่ยออกมาหมายความว่าอย่างไรกันนะหรือที่เธอมาโผล่ที่นี่เพราะสวรรค์ส่งมางั้นหรือ“อะ อาหยวนเสียงดังแต่เช้าเชียวมีอะไรหรือ”“ท่านแม่ต่างหากเล่าขอรับเป็นอะไรไปฝันร้ายอีกหรือ เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านแม่ร้องจึงรีบวิ่งมาดู”“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองด้านข้างก็ไม่พบผู้เป็นสามีเสียแล้ว“หายไปไหนแล้วล่ะ”“อะไรหรือขอรับ”“ท่านพ่อของเจ้าไปไหนแล้ว”“ท่านพ่อเข้าครัวไปทำอาหารเช้าแล้วขอรับ”“แต่เช้าเลยหรือ”“อื้ม”เหวินเซียวหยวนพยักหน้าให้นาง ก่อนจะใช้มือน้อยๆ อิงที่หน้าผากของนางเบาๆ“ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา”“ข้าสบายดีเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น”

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 6 ความคิดถึงที่มิเคยจางหาย

    "ว้าว! นี่มันอะไรกันเนี่ย"เด็กน้อยเดินสำรวจห้องนอนไปจนทั่วก่อนจะหันไปมองผู้เป็นมารดาที่เดินตามหลังมาติดๆ “ท่านแม่ เหตุใดห้องของท่านถึงได้งดงามเช่นนี้กันเล่าขอรับ”“ห้องของข้าคนเดียวที่ไหนกันเล่า ของพวกเจ้าด้วย”อาหยวนวิ่งไปรอบๆ ทั้งตะเกียงน้ำมันที่มีเทียนสีขาวสลับแดงสดใส ผ้าม่านที่พริ้วไหวไปมากลิ่นหอมสะอาดของเครื่องเรือนที่แปลกตาไปทำให้เด็กน้อยจับจ้องไม่วางตา“เจ้าดีใจอะไรหรืออาหยวน”เหวินเซียวเย่ที่มองไม่เห็นแต่กลิ่นหอมที่ลอยโชยมาแตะจมูกก็รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดเลยก็ว่าได้รวมทั้งคนที่ฉุดเขาเข้ามาในห้องนี้อีกด้วย“ท่านแม่ทำห้องนอนใหม่สวยงามมากเลยขอรับท่านพ่อ”“อาหยวนเลิกพูดแล้วขึ้นไปนอนได้แล้ว”“ขอร้าบบบ”เด็กชายพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ ถอดรองเท้าที่ได้รับมาใหม่หนึ่งคู่แล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนหนานุ่มนั้น“โอ้โห! ฟูกนอนนุ่มมากเลยขอรับท่านแม่”“นุ่มก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ข้าซักตากแดดมาใหม่ๆ ไม่แปลกที่นุ่มฟูเช่นนี้ท่านพี่ขึ้นมานอนได้แล้วเจ้าค่ะ”“อืม”ชายหนุ่มแม้จะแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไปแม้เพียงนิด เขาก้าวเท้าไปใกล้ๆ ขอบเตียงก่อนจะถอดรอง

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 5 แปลกไปจริงๆ

    “พรู๊ด!”ไป๋ฉางอวี้ที่ตักข้าวต้มใส่ปากไม่ทันได้เคี้ยวเป็นต้องรีบคายออกมาอย่างรวดเร็ว“อะ อะไรเนี่ย”“ท่านแม่ข้าว่าต่อไปให้ท่านพ่อทำอาหารเถอะนะขอรับ”“ก็ข้าแค่…ละ แล้วเหตุใดพวกเจ้าสองคนถึงไม่ยอมบอกข้ามาตรงๆ กันเล่า”“ก็พวกเรา”“ไม่เป็นไรหรอกน่าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว”“พอเถอะข้าจะไปทำให้ใหม่”“ไม่เป็นไรๆ เชื่อข้าเติมน้ำลงไปอีกหน่อยก็กินได้แล้ว บ้านของเราแต่ก่อนก็กินแบบนี้น้ำเยอะหน่อยข้าวเพียงก้นชามก็อร่อยแล้ว”ไป๋ฉางอวี้มองผู้เป็นสามีที่เติมน้ำลงไปทีละนิดโดยมีเหวินเซียวหยวนบุตรชายคอยเตือนระดับการเติมน้ำอย่างรู้งาน‘ช่างน่าเอ็นดูอะไรเช่นนี้’“เอาล่ะกินได้แล้ว”“อืม”เหวินเซียวเย่พูดออกมาก่อนจะตักข้าวต้มกินจนแทบจะเกลี้ยงชาม นางยิ้มให้เขาก่อนจะเอ่ยไปว่า“เอาไว้วันหลังท่านก็สอนข้าทำอาหารบ้างสิเจ้าคะจะได้แบ่งเบาภาระของท่านด้วย”“ให้ข้าทำเหมือนเดิมน่ะดีแล้วจะได้ไม่ว่างเกิน”‘กลัวกินฝีมือของข้าไม่ได้ล่ะสิ เฮ้อ…มีเครื่องปรุงรสเลิศทั้งทีแต่เหตุใดถึงไม่มีปัญญาทำให้มันอร่อยเหมือนคนอื่นเขากันนะ แล้วแบบนี้จะเลี้ยงครอบครัวให้อยู่รอดได้อย่างไรกันเล่า’“เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านพูดเถอะข้าเองก็ไม

  • เมื่อข้าทะลุมิติมาเลี้ยงครอบครัวพร้อมระบบวิเศษ   ตอนที่ 4 เครื่องปรุงวิเศษกับรสมือที่ไม่ได้เรื่อง

    “เพล้ง!”ไป๋ฉางอวี้หันไปมองตามเสียงนั้นก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็วเมื่อเข้ามาถึงก็พบกับเศษกระเบื้องเคลือบที่แตกกระจายตามพื้นห้องกับหนึ่งบุรุษและอีกหนึ่งเด็กน้อยที่กำลังก้มเก็บเศษของมันอยู่นั่นเอง“พวกเจ้าทำอะไรกัน”“ท่านแม่!”“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะหากถูกเศษกระเบื้องบาดมือเข้าจะทำอย่างไร”นางเข้าไปดึงตัวเด็กน้อยให้ถอยห่างออกจากบริเวณนั้นก่อนจะยึดเศษกระเบื้องมาถือเอาไว้ หันกลับไปมองบุรุษผู้เป็นสามีของเจ้าของร่างที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้องไม่พูดไม่จา ไม่มองหน้านางเลยสักเพียงนิดความฉุนเฉียวที่เห็นเขาไม่ระวังใดๆ ทั้งยังปล่อยให้ลูกชายมาเก็บเศษพวกนี้หากบาดมือเข้าจะทำอย่างไร ปากที่กำลังจะก่นด่าแต่เหมือนนางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขานั้นตาบอดอยู่! ความร้อนรุ่มภายในอกก็เริ่มทุเลาลงทีละนิด“แล้วท่านไม่ได้ยินที่ข้าสั่งงั้นหรือ”“ข้า…”“ลุกขึ้นมาได้แล้วๆ ก็ช่วยถอยออกไปจากตรงนี้ ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ของท่านเดี๋ยวนี้”“แต่ว่าข้าจะเก็บเศษกระเบื้องพวกนี้”“ท่านมองไม่เห็นไม่ใช่หรือแล้วจะเก็บอย่างไรหมด”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็เม้มปากเอาไว้แน่นดวงตาของเขาดูเหมือนจะแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยอาจจะเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status