Share

ตอนที่ 3 กำเนิดตี้จวิน (2)

last update Last Updated: 2025-12-16 13:53:12

บุรุษเบื้องหน้าหงเลี่ยงค้อนสายตาอาฆาตไปยังเทพองค์นั้น ในสายตากำลังบอกเขาว่า ‘ถามคำถามอะไรได้โง่เง่านัก’ ก่อนจะหันใบหน้างามมาเอ่ยเสียงเคารพ “ตี้จวิน ขอพระองค์อย่าทรงถือสา ลู่จิวยังเยาว์นัก จึงอาจถามคำถามที่มิควรไปบ้าง เดี๋ยวกระหม่อมค่อยลงทัณฑ์เขาเอง”

อ้อ เด็กคนนั้นคือ ลู่จิว นี่เอง เห็นนิยายบอกว่าเป็นเด็กค่อนข้างเกเร เอาแต่ใจ มาดูชีวิตจริงก็ตรงตามคาแรกเตอร์เป๊ะ

หงเลี่ยงหันมองบุรุษเบื้องหน้า

ถ้าผมจำไม่ผิด คุณคงเป็น ‘หย่งจงเจินจวิน’ เทพวรรณกรรมผู้รับหน้าที่เป็นเลขาบนสรวงสวรรค์ล่ะสิ ดูจากการข่มขวัญเด็กเมื่อกี้แล้ว ผมต้องเดาไม่ผิดแน่ ๆ

หงเลี่ยงยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด ข้างหูพลันได้ยินเสียงเหล่าทวยเทพทั้งหลายต่างพากันซุบซิบเสียงเบา

“ลู่จิวช่างเบาปัญญานัก คิดเช่นไรถึงถามคำถามโง่เขลาเช่นนั้นกับตี้จวิน”

“นั่นน่ะสิ สงสัยคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”

ในบรรดาเสียงทั้งหมดมีเสียงหนึ่งเด่นที่สุด เป็นเสียงบุรุษรูปงามสวมอาภรณ์สีเขียว ใบหน้าคมชัด นัยน์ตาสีมรกต ดูแล้วน่าจะเป็น เจียงเฉิง

“ลู่จิวเหตุใดเจ้าถามคำถามโง่เง่าเช่นนั้นกับตี้จวิน เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร”

ลู่จิวหลุบตาต่ำ ตอบอย่างคนชะตาขาด “ข้าก็มิได้ตั้งใจจะถามเช่นนั้นเสียหน่อย ใครจะไปคิดว่าตี้จวินพระองค์นี้อารมณ์ฉุนเฉียวง่ายเช่นนี้เล่า”

เจียงเฉิงเอ่ยปราม “เจ้าหุบปากไปเลย ถามคำถามโง่เขลาแล้วยังมีหน้ามาต่อว่าตี้จวินอีก หากพระองค์ได้ยินเข้า เจ้าได้ถูกสลายวิญญาณแน่”

ลู่จิวก้มหน้าต่ำ เม้มริมฝีปากแน่น “ข้ารู้อยู่แล้ว ไม่ต้องให้เจ้าคอยบอกหรอก”

เหตุผลที่ลู่จิวพูดว่า ตี้จวินพระองค์นี้ นั้นเพราะก่อนหน้านี้มีตี้จวินองค์ก่อนอยู่ ตี้จวินองค์นั้นฉลาดปราดเปรื่อง เป็นขุนพลระดับจื่อเซียน (เทพจักรวาล) แต่ด้วยเหตุผลบางประการที่ไอ้นักเขียนบัดซบไม่ได้เฉลย เลยละสังขารเป็นอะตอมไป จึงเป็นเหตุให้หงฮุ่ยหลิงบรรลุขึ้นสวรรค์เป็นตี้จวินแทน

หงเลี่ยงเก็บหูที่กางเผือกกลับ พลันเอ่ยในใจ

เฮ้ย ๆ นี่มันสวรรค์แน่หรือ เหตุใดเทพแต่ละองค์นินทากันไม่ไว้หน้าแบบนี้เลยล่ะ หากกระซิบกันดังขนาดนี้ พวกคุณด่าเขาออกมาตรง ๆ เลยก็ได้

หงเลี่ยงกวาดสายตามองทวยเทพทุกองค์ ในใจรู้สึกเกรงอยู่บ้าง ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยเป็นผู้นำมาก่อน เคยเจอคนมากสุดก็แค่รายงานแผนงานหน้าชั้นเรียน พอมายืนต่อหน้าคนนับพันเช่นนี้ก็รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก

เขาลอบกลืนน้ำลายในใจอย่างแนบเนียน กล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุมเยือกเย็น “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องถึงขั้นลงทัณฑ์ เพียงกล่าวตักเตือนสองสามคำก็เพียงพอ”

พอได้ยินเช่นนั้น ลู่จิวก็ระบายลมหายใจออกอย่างโล่งอก โค้งคำนับอย่างนอบน้อม “ขอบพระทัยตี้จวินที่เมตตา ไม่ถือสาเอาความกับความโง่เขลาของกระหม่อม”

หย่งจงผ่อนแผ่นหลังที่ตึงเครียดลง พลางเอ่ยเสียงนอบน้อม “ตี้จวินพระทัยงดงามดั่งสายชาลาลัย หย่งจงขอบพระทัยแทนลู่จิวด้วย”

เหล่าทวยเทพอีกหลายองค์ พอเห็นหย่งจงกล่าวก็กล่าวตาม “ขอบพระทัยแทนลู่จิวด้วย”

คำพูดราชาศัพท์เหล่านี้ ชวนปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก หงเลี่ยงแทบอยากหาอะไรมาอุดปากทุกคน แต่สุดท้ายเพียงพยักหน้าอย่างเรียบเฉย “เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องขอบคุณอะไรให้มากความ เพียงครั้งหน้าระมัดระวังก็เพียงพอ”

ลู่จิวก้มหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจำไว้”

“...”

เงียบกริบ

พอเขาไม่เอ่ยก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากก่อน บรรยากาศพลันตึงเครียด กระอักกระอ้วนอย่างหนัก ห้องโถงอันกว้างใหญ่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

หงเลี่ยงหรือหงฮุ่ยหลิงในยามนี้ เอามือไพล่หลังเดินขึ้นไปบนบัลลังก์ทองคำ พออยู่ตรงตำแหน่งนี้ เหล่าทวยเทพทั้งหลายก็อยู่ห่างออกไปมากโข ทำให้ความตึงเครียดดูผ่อนคลายลงไปด้วย

วิเคราะห์จากบรรยากาศตอนนี้แล้ว เหล่าทวยเทพยังไม่ค่อยรู้จักเขาเท่าไหร่ ไม่แน่ว่าเขาอาจทะลุมิติมาเกิดตอนช่วงต้นเรื่องก็เป็นได้

หงฮุ่ยหลิงตวัดสายตาขึ้นมองหย่งจง หากเขาอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่มีใครที่เหมาะจะถามเท่าหัวกะทิประจำสวรรค์คนนี้อีกแล้ว

คนผู้นี้แม้จะดูนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูด แต่ความจริงคืออัจฉริยะเดินได้ที่อยู่มานานกว่าห้าพันปี เป็นเลขาของตี้จวินพระองค์องค์ก่อน และยังเป็นตัวละครหลักที่คอยช่วยจัดการงานโง่ ๆ ของหงฮุ่ยหลิงตัวออริจินอลอีกด้วย ทั้งตารางงานสำคัญ หย่งจงก็เป็นจัดการให้หมด

เรียกได้ว่าเป็นเลขาสุดแกร่งที่ไม่คู่ควรกับหงฮุ่ยหลิงแม้แต่นิด พออ่านแล้วรู้สึกเสียดายความสามารถขึ้นมาทันที

แต่ตอนนี้บทบาทจักรพรรดิแสนโง่เง่ามาตกอยู่ที่เขาแทน การมีอัจฉริยะเดินได้อยู่ข้างกาย เท่ากับมีทองที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด มีกูเกิ้ลเดินได้อยู่ข้างกายนี่มันดีจริง ๆ

“หย่งจง ข้าจุติบนสวรรค์ได้กี่วันแล้ว”

ใบหน้าหย่งจงฉายแววฉงนเล็กน้อย คิ้วคมกริบทั้งสองข้างหมุนเข้าหากัน ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ย “พระองค์พึ่งจุติเมื่อครู่พ่ะย่ะค่ะ”

อ๋อ..เมื่อครู่นี้นี่...

ห๊ะ!!!! เมื่อครู่เนี่ยนะ!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 9 กลับสวรรค์

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหงื่อตกอย่างพิกล “อย่างนั้นหรือ ขอบคุณที่ชม”เขาขยับตัวเบี่ยงถอยหลังเล็กน้อยให้เส้นผมหลุดจากมืออีกฝ่ายอย่างธรรมชาติ “แต่หากไม่จำเป็น เจ้าก็อย่าเสียเวลาไปเลย ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่ที่นั่นตลอด เกรงว่าเจ้าไปอาจเสียเวลาเปล่า”เสวี่ยเฟิงมิได้ดื้อดึงดึงเส้นผมกลับมากุม เพียงเอ่ยราบเรียบคล้ายไม่ใส่ใจ แต่จงใจทุกคำ “หืม ไม่อยู่ เช่นนั้นท่านเดินทางไปที่ใด”“ข้าต้องขึ้นสะ...”หงฮุ่ยหลิงชะงักปากทันควัน แผ่นหลังเกร็งขึ้น รีบคลี่พัดที่มิได้โบกมานานขึ้นมาโบกเบา ๆ กระแอมเอ่ยกลบเกลื่อน “ขึ้นเขาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ในหนึ่งเดือนข้าอยู่สำนักเพียงไม่กี่วัน วันเวลาไม่แน่นอน หากเจ้ามาหาข้าที่สำนักแต่ข้ากลับไม่อยู่ เจ้าสำนักคงไม่ยินดีเท่าใดนัก และที่สำคัญมันรั้งแต่เป็นการเสียเวลาเปล่ามิใช่หรือ”เอ่ยเสร็จแผ่นหลังที่ตึงเครียดก็ผ่อนลงมาได้เมื่อกี้หากเขาเผลอหลุดปากคำว่าสวรรค์ออกไป คงได้มีนองเลือดกับเสวี่ยเฟิงเป็นแน่แท้เนื่องจากสวรรค์กับแดนปีศาจเป็นศัตรูกันชัดเจนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จักรพรรดิสวรรค์กับราชาปีศาจถือเป็นศัตรูที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากเผลอบังเอิญพบเจอกันที่ใดล้

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 8 ความสงสัยที่ซ่อนเร้น

    หงฮุ่ยหลิงชะงักไปเสี้ยววินาทีน้องชาย คุณถามอะไรไม่คิดแบบนั้น หากคนหน้าตาดียิ่งกว่าหมื่นดวงดาราอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่ ในธุลีแดงแห่งนี้คงไม่มีใครเหมาะแล้วล่ะหงฮุ่ยหลิงโบกมือไปมา “มิใช่ ๆ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”เขารีบกล่าวเพิ่มเติม “บ้านเจ้าก็ออกจะกว้างใหญ่เพียงนี้ คงมีพี่ชายพี่สาวอยู่หลายคนกระมัง”เสวี่ยเฟิงขยับขาเล็กน้อย หยิบผลองุ่นบนจานเงินตรงกลางตั่งไม้ขึ้นมาบรรจงปอกเปลือกอย่างพิถีพิถัน ทั้งที่ไม่ปอกก็สามารถกินได้“เคยมีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นบุรุษรูปงาม เป็นเซียนกระบี่ขาวอันเจิดจรัส” เขานำองุ่นเข้าปากอย่างเกียจคร้าน เสียงราบเรียบแต่เฉือนลึกถึงกระดูก “แต่พลันเกิดเรื่องที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่อยากนึกถึงนัก ตอนนี้จึงไม่มีแล้ว”เสวี่ยเฟิงหันใบหน้ามามองหงฮุ่ยหลิง “ท่านเซียนดูจะไม่ค่อยชอบเสียงดังนัก ถ้าเช่นนั้นมาอยู่กับข้าก็ได้” เขาหยิบผลองุ่นขึ้นมาหมุนเล่นก่อนนำเข้าปาก “อย่างน้อยข้าก็รู้จักเงียบกว่าใครหลายคนที่ท่านเคยพบเจอมา”หงฮุ่ยหลิงเอ่ยตอบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด “ขอบใจมาก แต่ข้าขอรับเพียงน้ำใจพอ”เสวี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธ แววตาไม่เผยความรู้สึกใด เสียงยังคงสุภาพแต

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 7 ตัวข้ามาเยือนบ้านของบุรุษแปลกหน้า

    ทั้งสองเดินเที่ยวชมบ้านเรือนและเขตแดนมาสักพัก หงฮุ่ยหลิงพลันหุบพัดลง เดินขึ้นหน้าเล็กน้อยสองก้าว หันใบหน้ากลับมามองบุรุษด้านหลัง “น้องชาย ข้ายังมิได้ถามเจ้าเลย เจ้ามีนามว่าอะไร?”แผ่นหลังของบุรุษแปลกหน้าตั้งตรง เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคมราวเปลวเพลิงเหล็ก “ข้าชื่อหลี่เสวี่ยเฟิง หรือท่านจะเรียกเสวี่ยเฟิงเฉย ๆ ก็ได้”เสวี่ยเฟิง ที่แปลว่า ลมหิมะ เหรอในนิยายต้นฉบับไม่มีตัวละครที่ชื่อเสวี่ยเฟิง งั้นแสดงว่าน้องชายคนนี้ไม่ใช่ตัวละครหลัก แต่เป็นตัวประกอบปลาซิวปลาสร้อยที่ไม่มีบท หรือไม่ก็เป็นชื่อปลอมที่โกหกเพื่อกลบเกลื่อนตัวตนไปตามสถานการณ์“เช่นนั้นเสวี่ยเฟิง บ้านเจ้าอยู่ที่ใด บนสวรรค์ สำนักเซียนพิภพมนุษย์ หรือ แดนปีศาจแห่งนี้”นัยน์ตาสีชาดหรี่ลงช้า ๆ มีประกายประหลาดวูบผ่าน มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย็น “ท่านเซียนอยากรู้ไปทำไม? คงมิใช่ว่าท่านคิดจะไป ‘เยี่ยม’ บ้านข้าหรอกกระมัง?”จะใช่ได้อย่างไร ผมแค่ถามเพราะอยากรู้ว่าคุณเป็นทวยเทพองค์ไหนเฉย ๆ บ้านอะไรไม่ได้อยากไปสักนิดหงฮุ่ยหลิงชะงักความคิดไปเล็กน้อยแต่เอ๊ะ! หากไอ้หน้าหล่อนี่เป็นทวยเทพจริง ๆ เขาไม่มีทางยอมบอกว่าบ้านตัวเองอยู่ตรงไหน

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 6 ตัวข้าพบบุรุษแปลกหน้า

    “ตึง!” เสียงชนดังสนั่น ร่างของเขาล้มลงเข้าไปในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง มือหนาของบุรุษผู้นั้นรับร่างของเขาไว้อย่างมั่นคงโอ๊ย...เจ็บเป็นบ้า เมืองบ้าเมืองบออะไรคนเยอะขนาดนี้ฟะ!หงฮุ่ยหลิงสถบในใจอย่างเหลืออด มิได้สนใจว่าใครพยุงตนอยู่ รีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้น จัดอาภรณ์ที่ยับนิดหน่อยจากแรงชน คลี่พัดเตรียมเดินต่อ ไม่มีแม้แต่คำว่า ‘ขอบใจ’ กับบุรุษที่ช่วยประคองมิให้เขาล้มหัวทิ่มพื้นสาเหตุมิใช่ว่าเขาไร้มารยาทหรือไม่รู้จักคำว่าน้ำใจแต่เพราะเขาอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนรู้จักนิสัยของไอ้นักเขียนจิตวิปริตนั้นดีเกินไปนักเขียนผู้นี้ไม่มีทางเขียนให้แดนปีศาจจะปกติเหมือนแคว้นนครทั่ว ๆ ไป เท่าที่เขาจำได้ ดินแดนของพระเอกในนิยาย ประชากรทุกคนล้วนเป็นผู้มีฝีมือด้านการสังหารและล่อลวงผู้คน หากเผลอไปสบตาใครเข้า เผลอ ๆ อาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว“หึ”เสียงหัวเราะแผ่วในลำคอ นัยน์ตาสีชาดเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง ยามแผ่นหลังสีฟ้านั้นผละหนีโดยไม่คิดเหลียวหลังแม้แต่น้อย“ท่าน...ช้าก่อน”เสียงทุ้มต่ำน่าฟังราวสายลมสารทดังขึ้นจากด้านหลังเสียงนั้นแม้มิได้ดังมากนัก ทว่ากลับหยุดการก้าวเท้าของหงฮุ่ยหลิงทันที

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 5 ตัวข้ามาเยือนแดนปีศาจ

    บรรยากาศในห้องทรงงานก็เหมือนในหนังจีนกำลังภายในเทพเซียนทั่ว ๆ ไป มีโต๊ะไม้อยู่มุมหน้าต่างพอดิบพอดี บนโต๊ะมีหมึกชนิดพิเศษ มีขนนก มีพู่กัน มีกระดาษ มีหน้าต่าง มีพรมขนสัตว์สีขาววางบนพื้นตรงโต๊ะไม้เตี้ย ข้าง ๆ มีกล่องไม้ประณีตไว้ใส่เอกสารสำคัญต่าง ๆหงฮุ่ยหลิงเดินไปนั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม หยิบม้วนกระดาษจากในกล่องไม้ขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน อ่านมาครึ่งค่อนวันก็เข้าใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยหน้าที่หลัก ๆ ก็มิได้มีอะไรมาก นอกจากคอยจัดการเรื่องร้องเรียนจากเหล่าทวยเทพ แก้ปัญหาเรื่องวุ่นวายเวลามีเหล่าปีศาจขึ้นมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าทวยเทพ และสร้างธารบำเพ็ญให้เสร็จตามต้นฉบับธารบำเพ็ญที่จะสร้างขึ้นมานี้ มิใช่มีไว้เพียงเป็นแหล่งเลื่อนขั้นพลังวิญาณให้เหล่าทวยเทพ แต่ยังมีไว้เพื่อทรมานลู่ซิงเยียนในต้นฉบับอีกด้วยในต้นฉบับ หงฮุ่ยหลิงไอ้โรคจิตมันอยากให้ลู่ซิงเยียนเป็นตี้จวินองค์ถัดไปต่อจากตน จึงวางแผนให้เขาลงธารบำเพ็ญและใช้คลื่นอัสนีฟาดจนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย สุดท้ายพระเอกก็อดรนทนไม่ไหว บุกทะลวงธารบำเพ็ญ ฝ่าคลื่นวารีเพื่อพานายเอกออกมาและนั่นเป็นเหตุให้ไอ้ตี้จวินวิปลาสนั้นโดนกลบเป็นตัวตายตั

  • เมื่อข้าทะลุมิติไปเป็นตี้จวินบนสรวงสวรรค์   ตอนที่ 4 กำเนิดตี้จวิน (3)

    หงฮุ่ยหลิงแทบจะหงายหลังตกบัลลังก์ทองคำ เขาก็คิดอยู่หรอกว่าน่าจะมาตอนต้น ๆ ของนิยาย แต่ใครมันจะไปคาดคิดว่าจะมาตั้งแต่พึ่งจุติเช่นนี้ทั้งที่ในใจมีคลื่นโหมกระหน่ำ แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งราวฟังเรื่องลมฟ้าอากาศทั่วไป “อย่างนี้นี่เอง”บ้าน่า ๆ ผมพึ่งมาจุติเมื่อกี้เองเหรอ อย่างนั้นก็แสดงว่าผมเข้ามาตอนเริ่มบทของเรื่องเลยน่ะสิ งั้นแสดงว่าไอ้พวกกฎโง่ ๆ ที่ห้ามเลี้ยงหมาแมวก็ยังไม่มี ดูจากเหล่าทวยเทพตอนนี้นายเอกก็ยังไม่แน่ว่าจะขึ้นสวรรค์มาด้วย ถ้าอิงตามต้นฉบับต้องรอประมาณสองสามปีต่อจากนี้ก่อนนายเอกจะขึ้นสวรรค์และกลายเป็นบุปผาเปราะบางที่เหล่าเทพต่างประคมประหงมเช่นนั้นผมก็มีเวลาเหลือเฟือในการวางแผนต่อกรกับพระนายเลยน่ะสิ แบบนี้มันโชคดีในความโชคร้ายชัด ๆ แม้ในใจจะลิงโลดอยากกระโดดโห่ร้องด้วยความปลื้มปีติ แต่สถานการณ์จริงยังวางมาดสุขุมไม่ไหวเอนแม้ลมฝนโหมกระหน่ำ“หย่งจง กฎสวรรค์ยามนี้ใครเป็นผู้ดูแล”หย่งจงเงยหน้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “กระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”หย่งจงแม้จะเป็นทวยเทพฝ่ายเอกสาร แต่กลับได้ชื่อว่าเป็นเทพที่โหดเหี้ยมเย็นชา แก่นปราณแข็งแกร่งระดับ เจินเซียน ดำรงรักษากฎสวรรค์อย่างเข้มงวด ไม่อ่อนข้อให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status