مشاركة

เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง
เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง
مؤلف: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2026-06-01 14:54:08

บทนำ

‘พันวารี นพรัตน์’ เธอคือคุณหนูสุดจี๊ดวัยสิบแปดปีที่ใครตบมาแม่ถีบกลับ ใครต่อยมาแม่ก็เตะคว่ำ อาจเพราะเธอเกิดมาในบ้านที่บิดามีเมียมาก ใช่…ฟังไม่ผิด เด็กสาวเป็นลูกสาวเสี่ยใหญ่วัยห้าสิบห้าปี นามของเขาคือนาย’ วิโรจน์ นพรัตน์’ ที่มีภรรยาเอกหรือเมียแต่งเช่นคุณ ‘สุภาพรรณ นพรัตน์’ ซึ่งมีร่างกายไม่แข็งแรงหลังจากแต่งงานกันถึงสิบสามปีจึงค่อยมีบุตรสาวเช่นเด็กหญิงพันวารีออกมา ดังนั้นข้ออ้างของผู้ชายเจ้าชู้มักมากจึงเกิดขึ้นมาโดยโยนความผิดให้ฝ่ายภรรยาว่าให้ความสุขเขาไม่ได้ ให้ทายาทสืบสกุลแก่เขาก็ยิ่งไม่ได้ จึงต้องไปมีหญิงอื่นมาทำหน้าที่แทน 

…โคตรเห็นแก่ตัวบรรลัยเลยคุณว่าไหม?… 

ดังนั้นเด็กสาวเกิดมาเป็นลูกของเมียหลวงก็จริง แต่เธอดันกลับมีพี่ชายและพี่สาวต่างมารดาที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอีกสองคน เรียกว่าได้ว่าเด็กสาวนั้นเป็นบุตรสาวคนเล็ก แต่จะคนเล็กหรือตัวเล็ก ทว่าพันวารีไม่ใช่เด็กสาวที่เหล่ามารดาเลี้ยงหรือเหล่าพี่ ๆ จะมาจิกศีรษะเอารัดเอาเปรียบเธอได้เด็ดขาด เพราะมารดาเป็นพวก ‘อะไรก็ได้’ แค่ยืนอยู่ในตำแหน่ง ‘ที่หนึ่ง’ ก็พอดังนั้นพันวารีจึงเป็นตัวแทนของมารดาด้วยการด่ามาตบกลับ กัดมาแม่ถีบยับ!!! 

“แม่ไปบวชชีคราวนี้ หนูแน่ใจหรือว่าจะไม่ไปกับแม่จริง ๆ น่ะหนูพันซ์” 

คุณสุภาพรรณ สตรีวัยเพียงสี่สิบหกปีแต่กลับทำตัวถือศีลธรรมะธัมโมราวกับคนอายุสักหกสิบถึงเจ็ดสิบปี กระนั้นก็คงเพราะเธอเบื่อหน่ายกับเหล่าผู้หญิงของสามีที่มีมากมายจนนางไม่คิดจะนับ ใครอยากตบตีแย่งชิงสามีกันคุณสุภาพรรณก็ปล่อยไป นางสนใจก็เพียงแก้วตาดวงใจเช่นพันวารีเท่านั้น ส่วนสามีหากเขากลับมานางมีหน้าที่ใดก็ดูแลกันไปแทบจะเป็น ‘เพื่อน’ กันมากกว่าจะเป็น ‘คู่สามีภรรยา’ กันเสียแล้ว 

“หนูพันซ์มีนัดกับยายจอยแล้วก็นางโอ๋ค่ะแม่ว่าสงกรานต์นี้เราจะไปน้ำตกกัน ปิดเทอมทั้งทีขอให้หนูพันซ์ไปปีนเขาเที่ยวป่าบ้างเถอะค่ะ ไปวัดน่ะหนูไปมาทุกปีแล้วน้า…แม่จ๋า…หนูพันซ์อยากไปน้ำตกจริง ๆ …นะ…นะ…นะคะแม่” 

เด็กสาวที่เพิ่งสลัดชุดมัธยมปลายกำลังจะก้าวไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยตรงเข้าไปออดอ้อนมารดาที่เธอทั้งรัก เคารพ และอดจะเห็นใจท่านเสียมิไม่ได้ เพราะคุณสุภาพรรณนั้นเป็นเมียหลวงแห่งชาติมากในสายตาของเด็กสาว 

ไม่ว่าบรรดาเมียน้อยของบิดาคนไหนมาวุ่นวายระรานแต่มารดาของเธอก็เพียงแค่นยิ้มแล้วก็เดินหนีขึ้นห้องพระสวดมนต์จนพันวารีต้องร้องเรียกอีกฝ่ายว่า’ คุณแม้ **เนื่องจาก ม.ม้าไม่สามารถผันด้วยวรรณยุกต์ตรีได้**’ อยู่บ่อยครั้งในวัยเด็ก หากพอเธอเข้าวัยสิบเอ็ดขวบบิดานั้นถึงขนาดพาเมียน้อยกับลูกนอกสมรสที่อายุมากว่าเธอนับสิบปีมาอยู่ร่วมคฤหาสน์เดียวกัน ตั้งแต่วันนั้นมาจะร้ายมาเพียงใด แรงมาเท่าไร พันวารีบ่เคยหวั่นไหว เด็กสาวสู้กลับชีวิตลูกเมียหลวงแทบทุกวัน 

“แล้วหนูบอกคุณพ่อหรือยังคะ?” 

ทุกคำที่มารดาพูดคุยกับบุตรสาวนั้นนุ่มนวล อ่อนหวาน ละมุนละไม เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ตามจนเพื่อนสนิทเช่นจอยและนางโอ๋พวกมันชอบล้อเลียนในยามที่เธอกล่าวคำหยาบคายว่า ‘ระวังคุณหญิงแม่จะไม่ปลื้มนะคะหญิงพันซ์’ อยู่บ่อยครั้ง 

“เรียบร้อยค่ะ พร้อมค่าขนมเล็กน้อย” 

‘ค่าขนมเล็กน้อย’ สำหรับคุณหนูพันซ์แน่นอนว่าย่อมต้องเลยหกหลักอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเสี่ยวิโรจน์ก็เหมือนคนรวยทั่วไปที่เลี้ยงลูกด้วย’ เงิน’ และแสดงความรักว่าจะมากหรือน้อยก็ล้วนเป็น’ เงิน’ ทั้งสิ้น และสำหรับลูกสาวคนเล็กเช่นพันวารีที่ในยามร้ายเขายังต้องสยบ ทว่าในยามออดอ้อนขอกระเป๋าใบละเป็นล้าน อาเสี่ยใหญ่ก็กล้าเปย์ให้บุตรสาวคนนี้มาแล้ว ดังนั้นค่าขนมคราวนี้จึงไม่น้อยเลย 

“ระหว่างที่แม่ไม่อยู่หนูก็อย่าไปมีเรื่องกับ’ บ้านโน้น’ เขานะคะ เราต่างคนต่างอยู่น่ะมีความสุขที่สุดแล้ว คิดแต่จะเอาชนะคะคานกันมันมีแต่ความทุกข์ร้อนนะคะลูก เพราะเพลิงโทสะมันร้อน” 

ดวงตาคู่งามกลอกกลิ้งขึ้นมองบนในยามที่ตนเองตรงเข้าไปกอดแล้วส่งมารดาขึ้นรถไปยังวัดป่าที่จะไปปฏิบัติธรรม ส่วนปากก็เอ่ยบอกอีกฝ่ายว่าอย่าได้เป็นห่วงไปเลยที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว...เสียเมื่อใดกัน!... 

“เดินทางปลอดภัยนะคะแม่ หนูพันซ์อยู่ทางนี้จะรอรับผลบุญจากคุณแม่ทุกวันเล้ย” 

...เพียะ!... 

“พูดอะไรก็ไม่รู้เด็กคนนี้” 

เพราะคำกล่าวเช่นนั้น สำหรับนางแล้วคล้ายกับจะเป็นลางร้ายฟังแล้วใจหายชอบกล แต่เด็กสาวยุคไอทีเช่นพันวารีนั้นกลับมองว่าเป็นเรื่องตลกและไร้สาระมาก เรื่องบาปบุญอะไรนั่นเด็กสมัยใหม่เช่นเธอไม่สนใจอยู่แล้ว 

พอส่งมารดาเรียบร้อยคนร่างอวบอัดก็วิ่งซอยเท้าขึ้นบันไดวนไปสู่ชั้นที่สามของตัวคฤหาสน์ แล้วความบังเอิญที่เธอต้องผ่านชั้นสองซึ่งเป็นของภรรยาคนที่สองกับลูกสาววัยมากกว่าเธอสี่ปี ก็ยากจะหลบหลีกยายพี่สาวต่างมารดาที่ในยามต่อหน้าเธอพูดจาดีวาจาเคลือบน้ำผึ้ง แต่หลายครั้งที่ยายฟองจันทร์ปล่อยพิษร้ายกับเธอแบบแนบเนียน 

เรียกว่าหากคุณนายสามกับลูกชายนั้นร้ายกาจโจ่งแจ้ง คุณนายสองกับบุตรสาวสองฟองคือฟองจันทร์กับฟองแขคู่นี้ก็เป็นนางร้ายที่ร้ายลึกร้ายจริงร้ายชนิดอันลิมิต อิดิชัน ร้ายจนโลกต้องจดจำเลยทีเดียว 

“น้องพันซ์...” 

ดวงตากลมสวยเพราะได้เชื้อสายทางฝ่ายมารดามาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์กลอกกลิ้งเมื่อได้ฟังเสียงหวานเจี๊ยบจนเธอขนลุกขนชันไปหมด แต่เท้าเรียวก็หยุดลง อย่างน้อยก็ไม่อยากหันหลังให้อีกฝ่าย เพราะยายฟองจันทร์อาจถีบเธอตกบันไดไปคอหักตายเอาได้ ก็อย่างว่าบิดาเธอร่ำรวยระดับหมื่นล้านก็จริง แต่หากตัวหารสมบัติเช่นเธอที่มีแววว่าจะได้ส่วนแบ่งมรดกมากกว่าลูกจากเมียน้อยอีกสองคนถูกกำจัดไปเสียทรัพย์สินที่พวกสี่แม่ลูกพวกนี้จับจ้องอยู่ย่อมได้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน 

“อ้าวเจ๊ฟอง วันนี้ทำไมตื่นก่อนตะวันตรงหัวได้อะ” 

คนตัวอวบหันไปเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยกิริยาไม่หวาดหวั่น แม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่ากันร่วมห้าปีก็ตาม เพราะสำหรับเธอมีแม่คนเดียวและเธอคือลูกโทน ส่วนสัตว์เลื้อยคลานพวกนี้มันคือ’ ปลิง’ดี ๆ นี่เองในสายตาของเธอ เพราะพวกมันที่มาอาศัยต่างก็คอยสูบเลือดสูบเนื้อจากบิดาของตนเองทั้งสิ้น 

“พอดีว่าคืนนี้เจ่เจ๊มีนัดไปบางแสนก็เลยอยากขอยืมรถคันใหม่ของน้องพันซ์จะได้ไหมจ๊ะ” 

...หน้าด้าน กล้ามาขอยืมลูกรักป้ายแดงที่บิดาเพิ่งถอยมาเป็นของขวัญครบสิบแปดปีของเธอเชียวหรือ? ... 

“กล้าเนอะ...กล้ามายืมรถของฉันทั้งที่รถในบ้านมีเป็นสิบคัน แต่ขอโทษ เธอกล้าหน้าด้านขอแต่ฉันมันก็พวกหน้าด้านกว่า...ดูปากพันวารีนะคะ...ฉัน-ไม่-ให้!” 

พูดจบเท้าเรียวก็ซอยยิบขึ้นชั้นบนที่เป็นชั้นส่วนตัวของเธอกับมารดาแล้วจึงเตรียมตัวไปจัดกระเป๋า เพราะพรุ่งนี้เธอมีนัดกับเพื่อนสนิทแบกเป้ไปเที่ยวจังหวัดตรังด้วยกัน ซึ่งเด็กสาวใช้เวลาจัดของไม่นานก็เสร็จแล้วขึ้นไปนอนเล่นมือถือต่ออย่างสบายอารมณ์เพราะถึงเธอจะเป็นคุณหนูที่มีบิดารวยเป็นหมื่นล้าน แต่สิ่งที่พันวารีไม่ชอบที่สุดก็คือให้เหล่าสาวใช้ขึ้นมาวุ่นวายกับข้าวของ ดังนั้นไม่ว่าจะไปไหนพันวารีก็จัดกระเป๋าด้วยตนเองเสมอ 

“ฮัลโหล...มีอะไรนางหอยจอย” 

คุยกันทางช่องแช็ตดูจะไม่มันเด็กสาวจึงประชุมสายกับหัวโจกเช่นจอย หรือจีระวัฒน์ที่ชัดเจนว่าเป็นสาวสองมาตั้งแต่พวกเธอเพิ่งก้าวขึ้นวัยสิบสองขวบ  

“คืออย่างนี้ คืนนี้ทางสะดวกพวกเราไปลั้ลลาที่ผับ...ก่อนบินไปตรังช่วงบ่ายกันไหม?” 

เรื่อง ‘ลั้ลลา’ นี้หมายถึงการออกไป’ แรด’ ส่องผู้งานดีในผับกึ่งบาร์โฮส ที่นับจากวัยครบสิบแปดพันวารีก็ไม่เคยพลาดที่จะไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตามันทุกสถานที่ เพราะถือว่าหนึ่งพ่อรวย และสองเธอก็เพียงไปท่องเที่ยว ไปเรียนรู้โลกกว้าง ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายกว่านั้น 

หรือหากจะเสียหายเธอก็มองว่ามันไม่แปลกอะไรกับวัยรุ่นอายุขนาดพวกเธอ เรียกว่าหากเจอหนุ่มถูกใจพวกเธอก็พร้อมเปย์ พร้อมพลีกาย พลีพรหมจรรย์อย่างไม่คิดเสียดายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาสิบแปดปีเธอยังไม่เจอผู้ชายคนดังกล่าวก็เท่านั้น แต่ไม่แน่คืนนี้เธออาจจะพบคนคนนั้นก็เป็นไปได้ 

“โอเคงั้นคืนนี้พบกันที่บ้านแกนะนางหอยกระป๋องจอย” 

หลังจากนั้นทั้งสามเพื่อนสนิทก็ยังคุยเล่นกันอีกร่วมชั่วโมง สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปเพราะตื่นมาส่งมารดาตั้งแต่ตีสื่ ทั้งที่ปกติแล้วไม่แปดโมงพันวารีไม่เคยลงจากเตียงนอนและหมอนสุดที่รัก 

แต่พอเธอหลับลงก็กลับไปโผล่ในขบวนแต่งงานซึ่งคล้ายในซีรีส์จีนโบราณที่เพื่อนสาวทั้งสองชอบดู ซึ่งขบวนแต่งงานดังกล่าวใหญ่โตไม่น้อย เจ้าบ่าวที่อยู่บนหลังอาชาสีดำสนิทนั้นหน้าตาก็ดูหล่อเหลาชวนกรี๊ด เพียงแต่ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์ไปสักหน่อย เรียกว่าเย็นชาจนหนาวสะท้านก็ไม่ผิดนัก 

...หล่อแต่ดูเย็นจนหนาวเข้าสมอง แม่ก็ไม่ไหวนะคะ ขอเลื่อนผ่าน... 

แล้วพลันสายตาของพันวารีก็เหลือบไปเห็นผู้ชายอีกคนคาดว่าคงเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวเพราะหน้าตาคล้ายกันอยู่มาก แต่ที่เด็กสาวสะดุดปังจนศีรษะทิ่มก็คือรอยยิ้มของเขา ผู้ชายบ้าอะไรยิ้มทีโลกทั้งใบพร้อมจะสยบอยู่แทบเท้าเขาเสียจริง ไม่ใช่สิ ไม่ใช่โลกทั้งใบ แต่เป็นสตรีทั้งใต้หล้าต่างหากที่พร้อมจะสยบอยู่หน้าเตียงและพลีกายอย่างไม่คิดชีวิต ซึ่งแน่นอนในนั้นมีเธออยู่ด้วยแล้วหนึ่ง! 

พอมองคนหล่อใจระทวยจนอิ่มก็มาถึงพิธีแต่งงานซึ่งพิธีที่พันวารีได้มาพบเห็นนี้เป็นช่วงที่ฝ่ายเจ้าสาวมาถึงบ้านของฝ่ายเจ้าบ่าวแล้ว พิธีการเริ่มจากเจ้าบ่าวเตะไปยังเกี้ยวเจ้าสาวสามครั้ง แม่สื่อก็ส่งเด็กหญิงคนหนึ่งไปจับจูงมือของเจ้าสาวมาส่งให้แก่เจ้าบ่าว 

ซึ่งพอพันวารีได้เห็นหน้าเจ้าสาวหลังด้ามพัดสวยงามก็ต้องตกตะลึง เพราะความงามนี้คงมีเพียงงามล่มบ้านล่มเมืองเท่านั้นจึงเหมาะสมกับเจ้าสาวคนนี้ ทว่าใบหน้างดงามกลับไร้แววยินดีอย่างที่เธอเคยเห็นตอนไปร่วมงานแต่งงานมาตลอดอายุสิบแปดปี

นอกจากไร้ความยินดีแล้ว พันวารียังแลเห็นถึงความเศร้าโศกที่ฝ่ายเจ้าสาวมีไม่ได้ มันมากล้นอย่างยิ่งโดยเพราะในยามที่สายตาคู่งามเหลือบไปมองพ่อคนหล่อยิ้มหนึ่งครั้งใต้หล้าแทบระทวยสิ้นด้วยแล้ว มันมีแต่ความอาลัยอาวรณ์ในแววตาคู่นั้น เพียงเท่านี้ติ่งซีรีส์คนหนึ่งเช่นเธอก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าฝ่ายเจ้าสาวมีใจให้ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนเอง 

...ดรามาเฉยเลยตรู... 

พันวารีคิดถึงความฝันนี้อย่างคนดูคนหนึ่งเท่านั้น จวบจนถึงพิธีส่งตัวเข้าหอก่อนจะเดินจากไป เจ้าสาวคนนั้นยังทอดสายตามองไปยัง ‘น้องสามี’ ที่เธอพอจะจับใจความเป็นครั้งสุดท้ายอย่างกับจะมองภาพดังกล่าวแล้วฝังลึกสลักเอาใบหน้าของชายอันเป็นที่รักปักตรึงเอาไว้กลางทรวงก็ไม่ปาน 

ฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นก็ดูเฉยชากับสายตาเหล่านั้นของผู้ที่กำลังจะเป็นภรรยาซึ่งจับจ้องไปที่ ‘น้องชาย’ คล้ายกับเขาเองทราบทุกสิ่งดีอยู่แล้วแต่ก็ไม่สนใจ จวบจนฝ่ายเจ้าบ่าวถูกส่งเข้าห้องหอ ซึ่งหากว่าเป็นซีรีส์บอกเลยนี่แหละฉากที่รอคอย 

“ท่านพี่...” 

กายอรชรนุ่มนิ่มของเจ้าสาวลุกขึ้นมายืนหน้าเตียง ทั้งสีหน้าและแววตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาของน้องสาวคนหนึ่งมองพี่ชาย ไร้แววเสน่หาใดให้พันวารีเห็นเลยสักนิด ดังนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวเองเขาย่อมต้องมองออกมิแตกต่างจากเธอเช่นกัน 

"เล่อเยียนหวังว่าท่านพี่ฮ่าวเฉินจะทำตามคำพูดที่รับปากเอาไว้ก่อนวันแต่งงานของพวกเรานะเจ้าคะ” 

บุรุษร่างกายกำยำหยุดฝีเท้าห่างจากกายของเจ้าสาวหนึ่งช่วงแขนเลยเห็นจะได้ เขาไม่กล่าวสิ่งใดเพียงก้มศีรษะให้ผู้เป็นเจ้าสาวดังกับจะรับปากว่าเขาทราบดีและจะทำตามไม่มีขัดข้อง 

“เช่นนั้นจวนมู่หรงยินดีต้อนรับเจ้าจากใจจริง นับจากนี้เรือนแสงจันทร์แห่งนี้จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวข้าจะมิมาวุ่นวายให้เจ้าลำบากใจเด็ดขาด เล่อเยียน” 

“เล่อเยียนขอบคุณพี่ฮ่าวเฉินยิ่งนัก” 

แล้วฝ่ายเจ้าสาวก็ย่อกายลงทำความเคารพบุรุษผู้เป็นเจ้าบ่าว ซึ่งอีกฝ่ายก็เดินไปรินสุรามงคลส่งให้เจ้าสาวหนึ่งถ้วย ตัวของเขาหนึ่งถ้วย ทั้งจัดการป้อนผลไม้แห้งและขนมบนโต๊ะที่มีของกินมากมายนั้นอีกครู่ เสร็จแล้วเขาก็ถอยห่างเดินไปที่ประตูห้องหอโดยมีเจ้าสาวคนงามเดินตามไปส่ง 

“เล่อเยียนขอน้อมส่งท่านพี่ ขอให้ราตรีเข้าหอระหว่างท่านพี่และอนุหนิงเจียวจงมีแต่ความสุขนะเจ้าคะ” 

...โอ้โห... 

ถึงขนาดเดินออกมาส่งสามีของตนเองให้ไปเข้าหอกับอนุภรรยาด้วยใบหน้าสงบสุขได้ขนาดนี้เลยหรือ ต้องมีใจไม่รักกันแค่ไหนถึงทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งจะยินดีส่งสามีในค่ำคืนเข้าหอไปให้กับผู้หญิงอื่น ช่างเป็นความฝันที่แสนเศร้าจนถึงขนาดที่พันวารีตื่นขึ้นมาแล้วน้ำตายังติดอยู่ที่ปลายหางตาอยู่เลย 

“เฮ้อคงต่างถูกบีบบังคับให้แต่งงานกันทั้งที่ก็ต่างมีคนในใจกันแล้วทั้งคู่แน่นอน นางพันซ์ฟันธง!” 

คนยังอารมณ์ค้างจากความฝันบ่นพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ก็มันอดจะสงสารฝ่ายหญิงไม่ได้นี่นา เธอคนนั้นรักกับคนน้องแต่จำเป็นต้องมาแต่งกับคนพี่ พอแต่งงานแล้วเรื่องสมหวังตัดทิ้งไปได้เลย มีเพียงต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นเมื่อเห็นผู้ชายอันเป็นดวงใจแต่งงานออกไปกับผู้หญิงอื่น ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวภายในใจของพันวารีไร้ความเห็นใจทั้งหมด เพราะเหมือนกับวันนี้เขาแต่ง ‘เล่อเยียน’ มาเป็นภรรยาเอกแล้วคล้ายกับเขาก็รับอนุภรรยาหนิงเจียวอะไรนั่นเข้ามาด้วย 

...หึ!... 

จะยุคไหน สมัยใด หรือแม้แต่ความฝันไยเธอต้องพบเจอแต่เหล่าบุรุษผู้กำหนดให้ตนเองอยู่เหนือสตรีอยู่เสมอกันนะ ไม่เข้าใจเลย อีตาฮ่าวเฉินอะไรนั่นนอกจากจะไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไรแล้ว เขายังสามารถแต่งอนุภรรยาเข้าจวนได้อีกเป็นสิบเป็นร้อย แต่เล่อเยียนคนนั้นชั่วชีวิตก็คงจบสิ้นอยู่เพียงในเรือนที่สามียกให้เพียงเท่านั้น 

“เป็นไอ้พันซ์หน่อยไม่ได้แม่จะยื่นข้อเสนอรับอนุชายมาอุ่นเตียงให้ร้อนจนเรือนไหม้ไปเล้ย!” 

พันวารีกล่าวทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะมองดูเวลาก็เห็นว่าใกล้เวลาที่ตนเองได้นัดกับสองเพื่อนซี้เอาไว้แล้วจึงสลัดเรื่องความฝันแสนจะดรามา เพราะคาดว่าชีวิตตนเองคงเผชิญกับบรรดาเหล่าผู้หญิงของบิดาจนเก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะไปเท่านั้น คนตัวอวบอั๋นด้วยวัยเริ่มสาวจึงรีบเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว พอเสร็จก็เดินลงจากชั้นสามที่เป็นอาณาจักรของเธอกับมารดาตรงไปยังโรงรถที่มีเจ้าพอร์ชสีเหลืองมะนาวสดใส ซึ่งบิดาเพิ่งจะถอยมาให้ได้ยังไม่ถึงเดือนและเธอก็ขับมันเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น 

กายอวบอั๋นเปิดประตูขึ้นไปนั่งยังไม่ทันปิดประตูรถคันหรูก็พอดีกับมือถือราคาแพงกรีดเสียงร้องขึ้นมาเสียก่อน พันวารีนั้นรีบดึงออกจากกระเป๋าใบหรูแล้วยกขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นชื่อของบิดาเด็กสาวก็กดรับสายโดยที่ยังไม่ขับรถออกไปจากโรงรถ เพราะไม่ได้รีบร้อนอะไรและนี่เพิ่งทุ่มกว่าเท่านั้น 

“ค่ะคุณป๊า” 

‘อยู่ไหนน่ะอาพันซ์’ เพราะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน นายวิโรจน์จึงพูดภาษาไทยไม่แข็งแรงเท่าไร 

“บ้านสิคะคุณป๊า” เธอไม่ได้โกหกนะ ก็ตอนนี้เธอยังจอดรถคันหรูอยู่ในคฤหาสน์ราคาหลายพันล้านของบิดาจริง ๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย 

‘จริง ๆ นะอาพันซ์’ เสียงอาทรของบิดาดังลอดมาตามสายจนพันวารีแย้มยิ้มแก้มตุ่ย 

“จริงสิคะคุณป๊า พรุ่งนี้พันซ์มีบินไปตรังคุณป๊าก็รู้ เนี่ยกำลังจะเข้านอนแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเที่ยวแล้วหน้าเหี่ยว” 

‘ลื้อต้องเข้านอนจริง  ๆ นะอาพันซ์ วันนี้อาป๊าใจคอไม่ดีเมื่อครู่นี้ฝันร้ายถึงลื้อด้วย เฮ้อ! อันที่จริงลื้อน่าจะไปกับแม่มากกว่า ไอ้น้ำตงน้ำตกอะไรนั่นอาป๊าไม่อยากให้ลื้อไปเลยอาพันซ์’ 

และก็ตามมาด้วยเสียงบ่นอีกครู่ใหญ่ซึ่งพันวารีนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก คิดเพียงว่าบิดาตนเองไปประชุมที่ฮ่องกงคงเครียดมากไปจึงเก็บไปฝันร้ายเป็นตุเป็นตะ ดังนั้นเธอกับบิดาพูดคุยกันอีกไม่กี่คำเธอก็ขอตัดสายอ้างว่าจะไปว่ายน้ำที่สระเพื่อให้ตนเองหลับสบายขึ้น พอวางสายจากบิดาได้เด็กสาวก็ถอนหายใจอย่างรู้สึกโล่งอก ก่อนจะถอยเจ้าเหลืองมะนาวโฉบเฉี่ยวตรงไปรับเพื่อนสนิทที่อยู่ฝั่งธนฯ ด้วยความเร็วที่ยิ่งขึ้นไปบนช่องทางด่วนคนเพิ่งขับรถเป็นนั้นมันเท้าอย่างยิ่ง 

ซึ่งสาวน้อยทายาทเจ้าสัวตระกูลดังมิได้หวาดระแวงเลยว่ารถหรูของตนเองถูกคนใจทรามลักลอบตัดสายเบรกหวังปลิดชีพของเธอให้มอดม้วย ดังนั้นเมื่อถึงแยกลงทางด่วนพอเธอแตะเบรกมันจึงกดแล้วยุบวาบไม่อาจห้ามล้อที่กำลังพุ่งไปด้วยความเร็วถึง120กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ จนเด็กสาวตกใจแทบเสียสติ และในเวลาเพียงไม่ถึงเสี้ยวนาทีรถหรูก็พุ่งตกลงไปเป็นเศษซากของเหล็กที่เคยมีราคาหลายสิบล้านสมใจของเหล่าคนชั่ว โดยที่ร่างอวบอั๋นนั้นก็แหลกเหลวกลายเป็นเพียงเศษเนื้อและกระดูกหนึ่งกองเท่านั้น...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่เศษ

    ตอนพิเศษนับจากวันนั้นที่จ้าวเล่อเยียนไปอำลาน้องสามีจากใจจริงก็ผ่านมาร่วมหกเดือน บัดนี้เหลาอาการ ‘เฉินเล่อ’ ก็ตกแต่งสำเร็จและพร้อมปิดร้านเปิดกิจเป็นวันแรก แขกมากมายนั้นมาจนเต็มแน่น เพราะวันนี้นางลงทุนลดค่าอาหารทุกเมนูถึงครึ่งราคาทุกจาน แถมร้านนั้นอยู่ในทำเล ‘ทอง’ ไม่พอท่านผู้เฒ่ามู่หรงฮ่าวหนานกับเหล่าฮูหยินต่างลุกขึ้นมาประกาศออกไปอย่างไม่อับอายผู้ใดว่าร้าน ‘เฉินเล่อ’ แห่งนี้คือกิจการของบุตรชายคนโตมู่หรงฮ่าวเฉินร่วมกันเปิดขึ้นมากับสะใภ้ใหญ่ ‘จ้าวเล่อเยียน’ บุตรีคนรองของท่านแม่ทัพจ้าวจึงทำให้คนทั่วเมืองหลวงของเทียนสุ่ยนั้นต่างก็อดจะสนอกสนใจอยากมีพิสูจน์รสชาติและสีสันของอาหารกันถ้วนหน้า“คนมากจริง ๆ เหนื่อยแย่เลย พักก่อนดีหรือไม่?”มู่หรงฮ่าวเฉินเดินเข้ามาดูภายในห้องครัวเห็นทุกคนวุ่นวาย ก็สงสารภรรยายิ่งนัก เพราะนางไม่เคยวางตนเองเป็น ‘นายหญิง’ ทว่านางทำตนเองเสมอภาคกับคนภายในครัวทุกอย่าง ปรุงอาหาร จัดจานเอง มีเพียงไม่ได้เดินออกไปส่งอาหารตามโต๊ะเองก็เพียงเท่านั้น“ไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะพี่ฮ่าวเฉิน ยิ่งคนมากเสี่ยวเยียนยิ่งมีความสุข”พวงแก้มแดงระเรื่อมีหยาดเหงื่อเกาะแพรวพราวแต่ดวงตาคู่นั้นสดใสง

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนจบ

    และแล้วกำหนดเดินทางก็มาถึงเร็วไวยิ่งนัก มู่หรงฮ่าวเฉินเดินมาส่งภรรยาด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่น้อยด้วยต้องจากกันไกลไปถึงห้าร้อยลี้ เดินทางก็ถึงหกวันกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง แต่คนไม่ชอบพูดมากหรือแสดงกิริยาใดภายนอก วันนี้จึงเพียงดึงภรรยามากอดจนแน่นกระซิบกระซาบแผ่วเบาว่า “หากงานพี่เสร็จเร็วจะเร่งตามไปรับเจ้ากลับเรือนของเรานะเสี่ยวเยียน” ซึ่งเพียงเท่านี้สำหรับเขาแล้วนับว่ามากจนจ้าวเล่อเยียนนั้นยังตกอกตกใจเลย ดังนั้นมู่หรงฮ่าวหรานที่มาแอบมองยังต้องกำหมัดแน่นเพราะเริ่มทราบแล้วว่าพี่ชายตนเองนั้นมีใจให้จ้าวเล่อเยียนมากเพียงใด“เสี่ยวเยียนจะรอนะเจ้าคะ”นางจับมือแกร่งมาบีบแล้วยิ้มอ่อนหวานและเอ่ยทิ้งท้ายจากนั้นจึงก้าวขึ้นรถม้าที่มีเฉินกุ้ยถิงกับฟางหรูนั่งรออยู่ภายในก่อนแล้ว เมื่อรถม้าเคลื่อนออกไปนางก็ยังเปิดผ้าม่านของรถม้าออกมาโบกมืออำลาคนหน้าขรึมที่ยังยืนอยู่จนเงาร่างนั้นลับสายตาไปจ้าวเล่อเยียนจึงกลับมานั่งรถม้า เดินทางไกลเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาอยู่ยังแผ่นดินเทียนสุ่ยแห่งนี้ สาวน้อยที่เติบโตเป็นหญิงสาว แล้วมองสำรวจถนนหนทางและสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่รถม้าผ่านไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ ผ่านไปหกวันไ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 50

    สตรีเราจะมัวมานั่งจิบน้ำชากินของว่างหายใจทิ้งเวลาให้หมดลงไปวันต่อวัน แล้วปล่อยให้บุรุษที่ออกไปทำงานมาทำตนเป็นใหญ่ในจวน คิดจะตบแต่งอนุภรรยาก็แต่ง คิดจะรับสตรีบำเรอก็ทำ มันไม่ใช่แนวของนาง เพราะสำหรับนาง สามีเขามีงานในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบ นางเองก็มีความฝันมีสิ่งที่อยากจะทำเช่นกันเรียกได้ว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน วันใดขาดเขาพวกสตรีเช่นเราต้องอยู่ได้ ไม่ใช่ขาดเขาแล้วเราหมดสิ้นคุณค่าไปทุกสิ่ง ชีวิตอันสดใสจบสิ้นไร้สีสันมีเพียงสีดำและสีเทาครอบคลุมไปชั่วชีวิตที่เหลือนั่นมันไม่ใช่แล้ว“วันนี้ลองจับมีดนี้ดู ข้าสั่งทำมาเพื่อเจ้า แกะสลักนี้มีดคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะต้องพอเหมาะกับมือ คล้ายกับเจ้ากับมีดนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน”จ้าวเล่อเยียนจดจำคำสอนนี้มาจากมารดาในอดีต ก่อนจะมาแต่งงานกับบิดาของนางท่านนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาคหกรรมศาสตร์มาก่อน เรื่องแกะสลักนี้ อดีตคุณหนูพันซ์จึงนับว่าเชี่ยวชาญมาตั้งแต่สิบขวบเห็นจะได้ มีดกับมือและใจของคนที่จะสลักลวดลายลงไปนั้นต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นกับพ่อครัวบางคนที่นางเคยได้ฟังมาว่าเขาต้องมีมีดส่วนตัว ไปจนถึงกระทะและตะหลิวที่พิเศษ มีเพียงเขาจับและใช้ได้เพ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 49

    พอมาถึงมื้อเช้า จ้าวเล่อเยียนนั้นจึงแจ้งให้แก่บิดาและมารดาของสามีได้ทราบว่าตนเองจะขออนุญาตพวกท่านกลับไปบ้านเดิมโดยเล่าถึงจุดประสงค์ของนางเรื่องจะรับเอาเฉินกุ้ยถิงมาเป็นคนของสกุลจ้าว สองผู้เฒ่าได้ฟังก็อยากจะเห็นเด็กสาวที่สะใภ้ใหญ่ถูกตาต้องใจจนถึงขนาดจะให้ใช้สกุลจ้าว ไม่พอยังจะส่งเสริมให้เด็กสาวไปเรียนอย่างจริงจังในสำนักศึกษาของเทียนสุ่ยอีกด้วย เลยอยากพบหน้าสักหนึ่งครั้ง“เสี่ยวชุ่ยไปเรียกอาถิงมาคารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเร็วเข้า”พอได้โอกาสจ้าวเล่อเยียนจึงเร่งให้สาวใช้ของตนเองนั้นไปพาเอาเฉินกุ้ยถิงมาคารวะท่านผู้เฒ่าทั้งสองทันที ส่วนคนอื่นบนโต๊ะกินข้าวนอกจากมู่หรงฮ่าวเฉินก็ล้วนอยากเห็นเด็กสาวที่มากความสามารถทั้งฝีมือทำอาหารและจัดตกแต่งผลไม้กับจัดตกแต่งดอกไม้อย่างงดงามได้เร็วไวมากเช่นนี้“เสี่ยวถิง คารวะนายท่านกับเหล่าฮูหยินเสีย ทางด้านนั้นคือคุณชายรอง ด้านนั้นคุณชายห้าและสะใภ้ห้า”จ้าวเล่อเยียนแนะนำทุกคนบนโต๊ะอาหารที่อาหารถูกเก็บไปเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงถ้วยน้ำชาหลังมื้ออาหารของแต่ละคนเพียงเท่านั้น ซึ่งวันนี้เฉินกุ้ยถิงสวมอาภรณ์สีเหลืองอ่อน ผมนั้นถูกรวบไว้เป็นมวยก้อนกลมคล้ายซาลาเปาอยู่ส

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 48

    นางยังคงอยู่ในเสื้อคลุมครบครัน แต่บุรุษผู้เป็นสามีนั้นเปลือยเปล่าอวดโฉมแข็งแกร่งกำยำจนจ้าวเล่อเยียนมองแล้วกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ นางทรุดลงไปคุกเข่า พร้อมสองมือตรงเข้าโอบประคองท่อนลำเอ็นแกร่งเอาไว้แล้วเหลือบสายตาขึ้นไปประสานสายตากับสามีราวกับจะกล่าวขออนุญาต 'กลืนกิน’ อีกฝ่ายให้หายกระหายหิว ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งสายตาลงมาว่าจงเร่งลง ‘ลิ้น’ เถิด แล้วเพียงนางตวัดปลายลิ้นลงไปทักทายปลายหัวบากบานใหญ่ราวดอกเห็ดนั้น มู่หรงฮ่าวเฉินก็ถึงกับถอยหลังไปพิงกับถังอาบน้ำไปใหญ่สองมือเอื้อมไปกำขอบถังไม้เอาไว้แน่น ยิ่งนางดูดกลืนด้วยกิริยาอร่อยลิ้นหนักหนา คุณชายใหญ่ก็แทบจะทรงตัวยืนอีกต่อไปไม่ไหว แน่นอนว่าเขาที่มีอายุขนาดนี้ย่อมมิใช่บุรุษผู้ถือครองพรหมจรรย์ แต่ไม่เคยมีสตรีใดเอาอกเอาใจปรนเปรอเขาจนแทบแตกสลายเพียงเรียวปากงามกับลิ้นนุ่มสัมผัสส่วนปลายเท่านั้นเช่นที่จ้าวเล่อเยียนนั้นทำให้แก่เขา“ปล่อยมันออกมาเจ้าค่ะ อย่าเสียดาย เสี่ยวเยียนรอดื่มกินท่านพี่อยู่นะเจ้าคะ”สายตาออดอ้อนอ่อนหวานมาพร้อมกันกับน้ำเสียงยั่วยวนเป็นธรรมชาติ แล้วนางก็ก้มลงไป ‘จัดการ’ เขาต่อ นางเริ่มจากกดจุมพิตไปที่ขาพับด้านใน จนถึงถุงทองสองใบนั้นนางกล

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 47

    หลังจากนั้นอีกสามวันต่อมาเด็กสาวเช่นเฉินกุ้ยถิงก็ถูกหนิงเจียวและหมิงเซินพามาส่งจนถึงจวนสกุลมู่หรง พอพบหน้าจ้าวเล่อเยียนก็ยิ้มแย้มแล้วเดินตรงไปต้อนรับเด็กสาวทันที นางดีใจมากที่สุดท้ายตนเองก็สามารถช่วยชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งไม่ให้ต้องใช้ร่างกายสนองราคะของบุรุษเพื่อดำรงชีวิตอยู่รอด คนเรามีสองมือ สองเท้า หนึ่งสมอง สองใบหู สองดวงตากับหนึ่งจมูกเช่นกัน ถึงกำลังสตรีจะน้อยกว่าบุรุษแต่เชื่อเถิดสตรีนั้นก็มิได้มีสมองไม่น้อยกว่าบุรุษเช่นกัน“ไหนเข้ามานั่งตรงนั้นสิอาถิง” จ้าวเล่อเยียนกวักมือเรียกเด็กสาวที่หน้าตาหมดจดวัยสิบสามปีให้ขยับเข้ามาใกล้ อดีตนางไม่เคยมีน้องแม่เดียวกัน ถ้าต่างมารดานั้นนับหัวไม่ถูก แต่เด็กสาวตรงหน้านั้นนางถูกชะตายิ่งนัก ต้องจับอาบน้ำขัดถูคราบไคลแล้วก็หาอาภรณ์สะอาดสะอ้านให้สวม กับสระผมและตัดให้เข้ารูปเข้าทรงอีกหน่อย รับรองได้เลยว่าเฉินกุ้ยถิงย่อมงดงามราวนางอุทัยเทวีเป็นแน่“มานี่ดีกว่า เสี่ยวชุ่ยเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าหน่อย”คิดแล้วหญิงสาวก็ต้องลงมือทำเลย ขั้นแรกนางจึง ‘ต้อน’ ลูกห่านป่าของนางไปอาบน้ำสระผมทำความสะอาดร่างกาย ขัดถูผิวพรรณจนสะอาดเอี่ยมอ่องภายในเวลาร่วมสองชั่วยาม ท

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 8

    “เอ่อ…ไยพี่ฮ่าวเฉินจึงไม่ตอบเล่อเยียนแม้เพียงครึ่งคำเล่าเจ้าคะว่าอร่อยหรือไม่?”สุดท้ายคนที่นั่งพูดอยู่คนเดียวจนน้ำลายจะแห้งมหาสมุทรก็อดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพราะคงมีเพียงเท่านี้จึงจะสามารถง้างปาก ‘พ่อก้อนศิลายักษ์’ ตรงหน้าของนางได้แล้วละ“ในยามกินอาหารข้าไม่ชอบพูดปาก เคี้ยวอา

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 7

    “เจ้าค่ะท่านแม่สามี”จะให้นางกล่าวอันใดไปได้มากกว่านั้นอีก ในเมื่อมารดาสามีเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงเป็นอันว่าเย็นนั้นนางจึงต้องไปยืนรอ ‘ท่านพี่ฮ่าวเฉิน’ กลับจากกรมอาญาอย่างที่จ้าวเล่อเยียนในอดีตมิเคยทำมาก่อนเลยตลอดสองเดือน ดังนั้นพอรถม้าคันโตมาหยุดนิ่งไล่เรียงกันถึงสามคันก็ทำเอาบุรุษทั้งสามที่ก้าวลงจากรถ

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 6

    เดิมชมหิมะและดอกเหมยจนหนาวเสียเรียวปากซีดเผือด จ้าวเล่อเยียนก็เดินมาถึงเรือนใหญ่ที่เป็นจุดหมายของคนตัวเล็กตั้งแต่ต้น นางสูดลมหายใจเข้าท้องจนเต็มแล้วปล่อยออก ที่ทำเช่นนั้นก็เพราะเด็กสาวกำลังระลึกไปถึงความหลังว่าจ้าวเล่อเยียนในอดีตนั้นเคยกระทำตนเช่นไรกับมารดาของสามีผู้นี้บ้าง เพราะต่อให้นางจะยังคงควา

  • เมื่อคุณหนูตัวร้ายกลายเป็นฮูหยินยืนหนึ่ง   ตอนที่ 1/ 1

    บทที่ 1 นิวจ้าวเล่อเยียน“อืม…” เรียวปากงดงามขยับพึมพำบางอย่างออกมาแต่ยังจับใจความมิได้ เพราะน้ำเสียงนั้นแสนจะแหบแห้งเกินไปจากนั้นอีกครู่หนึ่งกายอรชรใต้ผ้าห่มผืนหนาหนักจึงค่อยเริ่มขยับ แขนเรียวสองข้างยกขึ้นประสานกันเอาไว้เหนือศีรษะก่อนที่เจ้าของร่างบอบบางจะบิดตัวเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบที่ตนเองนอนอย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status