LOGIN
ฟารีดา กิตติภัค นักธุรกิจสาวไฟแรง เจ้าของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ กำลังขับรถมาด้วยความเร็วบนถนนที่คุ้นเคย จู่ๆ ก็มีเจ้าหมาน้อยตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเธออย่างกะทันหัน ด้วยสัญชาตญาณ เธอหักหลบอย่างเร็วจนรถเสียการทรงตัว พุ่งชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างจัง
"กรี๊ดดดด!" เสียงกรีดร้องของเธอถูกกลบด้วยเสียงดังสนั่น ปัง! โครม! ทุกอย่างมืดดับลงสนิท และเมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือร่างของตัวเองที่นอนจมกองเลือดอยู่คาพวงมาลัยรถ ภาพนั้นทำเอาเธอใจสลาย "ฮื้อๆๆๆ สวรรค์ทำไมทำกับลูกช้างแบบนี้ ผัวก็ยังไม่มี ลูกก็ยังไม่มี ทำไมไม่ให้ลูกช้างได้มีครอบครัวก่อน แล้วถ้าท่านยมถามว่ามีผัวรึยังลูกช้างจะตอบยังไง ฮื้อๆๆ" เธอคร่ำครวญอย่างน่าสงสาร "อะแฮ่ม เจ้าชื่อ ฟารีดา กิตติพัฒน์ ใช่หรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังขึ้น เธอหันไปมองต้นเสียงก็พบกับร่างสูงใหญ่ ตัวดำทะมึนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่เอ๊ะ... นามสกุลไม่ใช่ชื่อเธอนี่นา "ฮื้อๆ ชื่อถูกเจ้าค่ะ แต่นามสกุลไม่ใช่ นามสกุล กิตติภัค ค่ะ ไม่ใช่พัฒน์" เธอตอบเสียงสะอื้น "เอ้า! นี่ข้ามารับผิดตัวรึไงกัน ซวยแล้ว จะโดนท่านยมบ่นอีกแน่ๆ" ร่างทมิฬสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ฟารีดาได้ยินดังนั้นถึงกับชะงัก การรับรู้ว่าตัวเองตายฟรีเพราะความผิดพลาดของยมทูตทำให้เธอหันขวับ!กลับไปมองร่างของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมอย่างห้ามไม่อยู่ “โฮ…ฮื้อๆๆๆๆ” "เอาล่ะๆ เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ข้าขอโทษ จะส่งเจ้าไปเกิดใหม่แทนแล้วกัน และไถ่โทษจะให้ของเป็น กำไลมิติห้างสรรพสินค้าของเจ้าเอง" เธอได้ฟังก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เกิดใหม่? กำไลมิติ? อะไรกันวะเนี่ย? ยังไม่ทันได้เอ่ยถามหรือทำความเข้าใจ เธอก็ถูกดูดด้วยแรงมหาศาล สัมผัสได้ถึงความเร็วที่พุ่งผ่านดวงดาวนับล้าน กระทั่งสติของเธอก็ดิ่งวูบหายไปในความมืดมิดอีกครั้ง . . . ย้อนกลับไปในยุคจีน ปีค.ศ. 1979 ณ คอมมูนชนบทอันเงียบสงบ เสียงเจื้อยแจ้วของการทำงานและเสียงตะโกนสั่งงานดังแว่วมาตามลม ฟางหรู แม่สามีของ หลี่ซูเซียว กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกธัญพืชในโรงงานของคอมมูน เหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เพราะนี่คืองานประจำวันที่ต้องทำเพื่อแลกแต้มอาหารสำหรับครอบครัว "ป้าฟางครับ! ป้าฟาง! ลูกสะใภ้รองของป้าล้มหัวฟาดพื้นสลบที่หน้าบ้านแน่ะครับ!" เสียงหอบเล็กๆ ของเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาตะโกนบอกด้วยความตื่นตระหนก ฟางหรูชะงักมือ ใบหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที "เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะนี่!" เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของหลี่ซูเซียวสะใภ้รองตัวปัญหาสร้างเรื่องอีกแล้ว ใจจริงฟางหรูไม่ชอบหน้าหลี่ซูเซียวเอาเสียเลย ตั้งแต่ที่ยายอ้วนคนนี้วางยา เฉินเฟยเทียน ลูกชายคนรองของเธอจนต้องมาแต่งงานกัน แถมยังมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ เปาเปา แต่ถึงอย่างนั้นหลี่ซูเซียวก็ไม่เคยทำตัวเป็นแม่ที่ดี ไม่เคยสนใจงานบ้านงานเรือน มีแต่สร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จนเฉินเฟยเทียนต้องแยกบ้านออกมาอยู่เองกับลูกชายเพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้าน แม้จะไม่ชอบใจเพียงใด แต่สายเลือดก็ตัดไม่ขาด หลี่ซูเซียวก็ยังคงเป็นสะใภ้ของบ้านสกุลเฉินอยู่ดี ยิ่งคิดถึงหลานชายตัวน้อยอย่างเปาเปาที่อาจจะไม่มีใครดูแล ฟางหรูก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยได้ เธอวางตะกร้าในมือลงอย่างรีบร้อน ก่อนจะรีบไปลาหัวหน้าหน่วยเพื่อไปดูสถานการณ์ที่บ้านลูกชาย . . . หลังจากที่ฟางหรูรีบรุดมาถึงบ้านลูกชาย สิ่งแรกที่เห็นคือร่างอวบอ้วนของหลี่ซูเซียวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน และเสียงร้องไห้จ้าของเด็กชายตัวน้อย "ฮื้อๆๆ แม่ก๊าบๆๆ" เปาเปา ลูกชายวัยสองขวบ กำลังพยายามเขย่าตัวแม่ที่ร่างกายใหญ่โตกว่าเขาหลายเท่าด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนน้ำตาด้วยความตกใจและหวาดกลัว ฟางหรูรีบถลาเข้าไปอุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอกทันที "ย่ามาแล้วลูก ย่ามาแล้ว" เธอปลอบประโลมเปาเปาที่ยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ในขณะที่ย่ากำลังกอดปลอบหลานชายอยู่นั้นเอง จู่ๆ เสียงกรีดร้องอันแหลมสูงก็ดังขึ้น "กรี๊ดดดดด!" ฟารีดาที่ถูกดูดข้ามมิติมาพลันลืมตาขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องนั้น แต่ทว่านี่ไม่ใช่เสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างกายที่รู้สึกอึดอัด หนักอึ้ง และใหญ่โตผิดปกติทำให้เธอขยับตัวได้ยาก พลันเธอก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพความทรงจำของร่างนี้ไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ทั้งเรื่องราวของ หลี่ซูเซียว หญิงอ้วนร้ายกาจที่วางยาเฉินเฟยเทียนจนได้แต่งงาน มีลูกชายชื่อเปาเปา แต่กลับไม่เคยดูแลใส่ใจใคร มีแต่สร้างปัญหาให้ครอบครัวสามีจนถูกเกลียดชัง และสาเหตุที่เธอต้องล้มหัวฟาดพื้นก็เพราะวิ่งไล่ตีเด็กที่มาล้อว่าเธออ้วนเหมือนหมู! ให้ตายเถอะ! เธอเกิดใหม่ในร่างของยัยอ้วนที่ทำตัวร้ายกาจคนนี้หรือนี่! ไมนะ! ท่านยมใจร้ายมากกกก!เมื่อก้าวเข้าสู่ ปีที่สาม ของการดำเนินงานของโรงงานผลิตสบู่และแชมพู และหลังจากที่โรงงานผลิตน้ำหอมและเครื่องปรุงรสได้ เปิดทำการมาได้ปีกว่า ผลตอบรับจากลูกค้าที่สนใจสินค้าของเธอไปขายต่อก็ล้นหลามเกินความคาดหมาย ผลประกอบการที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงปีที่ผ่านมานั้น มากมายมหาศาล จนชื่อของ หลี่ซูเซียว ได้ ขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศไปอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จทางการค้าที่โดดเด่น ผนวกกับ อำนาจและบารมี ที่ได้จากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเฉิน และยิ่งได้รับการ หนุนหลังอย่างมั่นคงจากตระกูลของคุณตงเฉิง ว่าที่น้องเขยผู้มีฐานอำนาจในแวดวงการเมืองและธุรกิจ ทำให้หลี่ซูเซียวกลายเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลจน ไม่มีใครกล้ามีปัญหาด้วย มีแต่ผู้คนจากทุกสารทิศที่ต่างพยายามหาทางเข้ามาทำความรู้จักและสานสัมพันธ์ด้วย … ทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นกำลังรอคอยสัญญาณสุดท้ายเพื่อก้าวสู่การเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้ววันนั้นก็มาถึง... เสียงประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลที่อนุญาตให้ ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ในประเทศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ดังกึกก้องไปทั่ววงการธุรกิจ นี่คือการเปิดประตูสู่เสรีภาพทางการ
เมื่อมีข่าวว่าโรงงานแห่งใหม่สองแห่ง—ทั้งโรงงานผลิตน้ำหอมที่เน้นความประณีต และโรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดมหึมา—เริ่มเปิดรับสมัครพนักงาน กระแสความสนใจก็รุนแรงกว่าการเปิดรับสมัครครั้งแรกหลายเท่าตัว ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงและอำเภอข้างเคียงต่างหลั่งไหลกันมาสมัครงานอย่างไม่ขาดสาย เพราะทุกคนต่างรับรู้ถึงชื่อเสียงของ เครือโรงงานผลิตสบู่ ของหลี่ซูเซียวแล้วอย่างถ่องแท้ ไม่เพียงแต่เรื่องสวัสดิการที่ดี โบนัสที่ยุติธรรม และเงินเดือนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่โรงงานแห่งนี้ให้โอกาสแม้กระทั่งผู้ที่ไม่รู้หนังสือได้มีงานทำที่มีศักดิ์ศรี โรงงานใหม่ทั้งสองแห่งจึงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย … สิ่งที่ทำให้หลี่ซูเซียวไม่รู้สึกหนักใจในการบริหารจัดการบุคลากรจำนวนมากในคราวนี้ คือการที่เธอได้วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างรอบคอบแล้ว ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลี่ซูเซียวไม่ได้เพียงแต่สอนวิธีการผลิต แต่ได้ ฝึกทีมงานแกนนำ จากโรงงานสบู่เดิมให้เข้าใจถึง หลักการ ของการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และความละเอียดอ่อนในการจัดการส่วนผสมอย่างเป็นระบบ เมื่อถึงเวลาเปิดโรงงาน
วันเวลาผันผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ตอนนี้โรงงานผลิตสบู่และแชมพูของเธอก้าวเข้าสู่ ปีที่สอง แล้ว ทุกสิ่งรอบตัวก็เริ่มเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง เฉินอี้เปาหรือเปาเปาลูกชายคนโตตอนนี้อายุได้ห้าขวบแล้วและพูดจาฉะฉานและดูแลน้องสาวได้เป็นอย่างดี ส่วน เฉินเฟิ่งอิง อิงอิงน้อยลูกสาวคนเล็กก็เริ่มวิ่งเล่นและส่งเสียงเจื้อยแจ้วไปทั่วบ้าน สร้างความสุขให้กับผู้เป็นพ่อและแม่อย่างหาที่สุดไม่ได้ ในด้านธุรกิจ ผลประกอบการของโรงงานก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม ดีกว่าที่หลี่ซูเซียวคาดหวังไว้ เสียอีก ด้วยกระแสเงินสดที่หมุนเวียนอย่างคล่องตัว และความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ทำให้เธอสามารถดำเนินการตามแผนการขยายธุรกิจที่เคยวางไว้ในใจได้ทันที หลี่ซูเซียวเริ่มลงมือสร้าง โรงงานขนาดเล็กสำหรับผลิตน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทสบู่และแชมพูที่ทำอยู่เดิม สินค้านี้เธอจะตีตลาดคนชั้นสูงที่มีเงินหรือก็คือพวกคนรวยทั้งหลาย แต่การลงทุนครั้งสำคัญที่แท้จริงคือการเริ่มต้นแผนสร้าง โรงงานผลิตเครื่องปรุงรสขนาดใหญ่เธอวางแผนอย่างรอบคอบที่จะนำสูตรลับเฉพาะของเครื
เช้าวันใหม่ที่สดใส เป็นวันที่เต็มไปด้วยความสุขของตระกูลเฉิน ทุกคนเดินทางมาเยี่ยม หลี่ซูเซียว และหลานสาวคนใหม่ที่โรงพยาบาล ห้องพิเศษที่ เฉินเฟยเทียน จองไว้จึงเต็มไปด้วยญาติมิตร แต่ก็ไม่วุ่นวายรบกวนคนไข้คนอื่น ฟางหรู แม่สามี กอดหลานสาวคนเล็ก เฉินเฟิ่งอิง (อิงอิง) ไว้แน่นด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปิติที่ได้เห็นหลานสาวตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก พ่อสามี พี่ใหญ่เฉิน ซินอี๋ เฉินซูลี่ และเฉินซีซวน ต่างก็รายล้อมอยู่รอบเตียงด้วยรอยยิ้ม "โอ๊ย! หลานย่า! ช่างน่าเกลียดน่าชังอะไรเช่นนี้" ฟางหรู เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ เพราะในความรู้สึกของคนยุคเก่า คำว่า 'น่าเกลียดน่าชัง' นั้นคือคำชมที่แปลว่าน่ารักมาก แต่คำพูดนั้นกลับไปเข้าหู เปาเปา ลูกชายคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆแม่ตัวเองบนเตียงคนไข้ เปาเปามองหน้าย่าของเขาที่พูดว่าน้องสาวเขา 'น่าเกลียด' ความคิดที่ค้างคามาตั้งแต่เมื่อวานกลับมาย้ำเตือนอีกครั้งในสมองน้อยๆ ของเขา 'แม้แต่ย่าก็ว่าน้องเขาน่าเกลียด! น้องเขาน่าเกลียดจริงๆ ใช่หรือไม่!' เปาเปาก้มลงไปกระซิบกับแม่เบาๆ ด้วยสีหน้าที่จริงจังและเคร่งเครียด "แม่ครับ เห
หลังจากจัดการเรื่องห้องพักเรียบร้อย ทุกคนก็ไปรอที่ห้องพิเศษที่จองไว้ เป็นห้องเดี่ยวที่กว้างขวางและสะอาดตา เฉินเฟยเทียนยอมจ่ายแพงเพื่อความสะดวกสบายของภรรยา ทุกคนรอหลี่ซูเซียวจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก พยาบาลเข็นรถเข็นคนไข้เข้ามา หลี่ซูเซียว ยังคงหลับอยู่ ใบหน้าของเธอซีดเซียวและมีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยจากการคลอดอย่างชัดเจน แต่ก็ดูสงบและผ่อนคลายอย่างที่สุด "คนไข้อ่อนเพลียหลับไปแล้วนะคะ สักพักถึงจะตื่นค่ะ" พยาบาลบอกด้วยรอยยิ้ม "เดี๋ยวทางพยาบาลจะพาลูกสาวมาให้คุณแม่นะคะ" "ขอบคุณครับ/ค่ะ" เฉินเฟยเทียนพร้อมกับลี่ซือขอบคุณพยาบาลที่พาหลี่ซูเซียวมาส่ง เขาก้าวเข้าไปข้างเตียงอย่างแผ่วเบา มองใบหน้าของภรรยาที่ได้มอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตให้กับเขาแล้ว ลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลเฉิน กำลังจะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับความสุขที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของเธอเอง หลังจากที่พยาบาลพา หลี่ซูเซียว มาถึงห้องพักฟื้นได้ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พยาบาลสาวค่อยๆ เข็นรถเด็กเล็กเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า "มาแล้วๆ! น้องมาแล้ว!" เสียง เปาเปา ลูกชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของยาย ลี่ซือ ร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่ซูเซียว ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว รูปร่างของเธออวบอิ่มขึ้นตามวัยของครรภ์ แต่ความงามก็ยังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย แม้ร่างกายจะหนักอึ้ง แต่จิตใจของเธอกลับเบิกบาน เพราะ โรงงานทำสบู่ ขนาดกลางที่สร้างขึ้นก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วตามกำหนด ความคืบหน้าของการก่อสร้างนั้นรวดเร็วเกินคาด เพราะได้รับความช่วยเหลือเรื่องเอกสารการก่อสร้างและการหาทีมงานรับเหมาที่ไว้ใจได้จาก คุณตงเฉิง ลูกค้ารายใหญ่ที่เคยสั่งซื้อเหล้าและบุหรี่ในตลาดมืดซึ่งแท้จริงแล้วครอบครัวของเขามีพื้นเพเป็นนายทหารยศสูง ทำให้เขามีอำนาจและอิทธิพลในการอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ คุณตงเฉิง เองไม่ได้เอาดีทางด้านทหารเหมือนครอบครัว แต่เขากลับชื่นชอบการค้าขายมากกว่า และเขาก็เชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและความสามารถของหลี่ซูเซียวอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่ทำการค้ากับเขา คุณตงเฉิง ก็ยังคงสั่งสินค้าจากร้าน "อู่ ฮวา ปา เหมิน" ของเธอตลอด และได้ตกลงการค้าว่าเธอจะไม่ขายสินค้าประเภทเดียวกันกับที่ส่งให้กับทางคุณตงเฉิงและขายให้กับลูกค้ารายอื่นด้วย ซึ่งเป็นการตกลงแบบผูกขาดที่ยุติธรรม เฉินเฟยเทียน เลิกหึงหวงเธอกับเขาแล้วและตอนนี้สามีขอ







