เข้าสู่ระบบ“ฉันว่าคนที่อบมันก็เหมือนกัน อาจจะเลอะไปหน่อย แต่ก็รักเธอที่สุดในโลกเหมือนกัน” ไซรัสยิ้มมุมปาก
หลังจากครัวดูเหมือนผ่านสงครามโลกไปหนึ่งรอบ และเค้กไหม้ถูกชิมเรียบร้อยแล้ว ไซรัสก็คิดว่าภารกิจง้อเมียคงจบลงอย่างสวยงาม แต่ยังไม่ทันได้พัก เสียงกระซิบกระซาบของคู่แฝดก็ดังขึ้นอีกมุมหนึ่งของบ้าน “ป่ะป๊ายังไม่โรแมนติกพอเลย” ไซม่อนทำท่าครุ่นคิด “ใช่ ๆ หม่าม้ายังไม่เขินเลย ต้องมีขั้นตอนสอง!” “ขั้นตอนสอง?” ไซรัสที่เดินผ่านมาได้ยินเต็มสองหู เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ชู่ว์! ความลับของทีมง้อหม่าม้าครับป่ะป๊า!” เซธยกนิ้วแตะปาก ไซรัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาไม่รู้ว่าเด็กสามขวบสองคนนี้ไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน แต่ในใจกลับอบอุ่นอย่างประหลาด บ่ายนั้นทั้งคฤหาสน์เต็มไปด้วยความวุ่นวายอีกครั้ง แฝดทั้งสองลากโต๊ะอาหารยาวออกมากลางสวน ดึงผ้าม่านลูกไม้จากห้องรับแขกมาปูเป็นโต๊ะผ้า ไซรัสมองลูกชายทั้งสองที่ตั้งใจ แล้วก็ช่วยจัดอย่างว่าง่าย “ป่ะป๊าต้องใส่สูทนะครับ เดตต้องดูเท่!” เซธบอกพลางถือหวีหวีผมตัวเองอย่างตั้งใจ “แล้วหม่าม้าต้องใส่ชุดสวย ๆ ด้วย!” ไซม่อนพูดเสียงใส “พวกเราจะบอกว่า มีประชุมลับ!” “ประชุมลับเหรอครับ?” ไซรัสหัวเราะ “ใช่ครับ! ประชุมลับ!” แฝดตอบพร้อมกัน เมื่อถึงเวลาเย็น ทุกอย่างถูกจัดเสร็จเรียบร้อยในแบบฉบับเด็กสามขวบ เทียนที่ตั้งไว้บนโต๊ะสั่นคลอนไปมาเพราะพัดลมตัวใหญ่ด้านหลัง ดอกไม้ในแจกันเอียงไปคนละทิศ แต่ความตั้งใจเต็มร้อย และไซรัสในชุดสูทสีดำขลับกำลังเดินลงบันได “ป่ะป๊าครับ ป่ะป๊าอย่ายิ้มเยอะนะครับ เดี๋ยวหม่าม้าจับได้ว่าพวกเรามีแผน!” แฝดสองคนวิ่งไปหาพร้อมดึงแขนเสื้อเขา “รับทราบครับ หัวหน้าทีม” เขาตอบอย่างขำ ๆ ก่อนถูกลากไปที่สวน ไม่กี่นาทีต่อมา เซเรน่าก็ถูกปิดตาพามายังโต๊ะอาหารกลางสวน เธอหัวเราะพลางพยายามแกะผ้าที่ปิดตาออก “ลูก ๆ ทำอะไรกันอีกคะเนี่ย?” “ยังไม่ได้ครับ!” ไซม่อนร้อง “ต้องนับสามก่อน!” “หนึ่ง...สอง...สาม!” เมื่อเสียงนับดังขึ้น ผ้าก็ผ้าถูกเปิดออก แสงแดดอ่อน ๆ สะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไซรัสถือดอกกุหลาบหนึ่งดอกในมือพร้อมรอยยิ้มละมุน “ภรรยาครับ ยินดีต้อนรับสู่เดตขอโทษฉบับครอบครัว” “นี่นายให้ลูกจัดให้เหรอคะ?” เซเรน่ากะพริบตาถี่ ๆ ก่อนหัวเราะออกมา “แน่นอนครับ พวกเขาเป็นทีมจัดการเดตที่เก่งที่สุดในโลก” “และผมเป็นหัวหน้าทีมครับ!” เซธพูดเสียงดัง “หม่าม้าต้องยิ้ม ห้ามโกรธ!” “ค่ะ หม่าม้าไม่โกรธแล้ว” เซเรน่าก้มลงจูบหน้าผากลูกชายทั้งสองคน ไซรัสฉวยจังหวะนั้น ดึงเก้าอี้ให้เธอนั่ง ก่อนจะนั่งตรงข้าม เสียงเพลงเบา ๆ ดังขึ้นจากลำโพงตัวเล็กที่แฝดแอบเปิดไว้ ซึ่งแน่นอนว่าเพลงนั้นคือ Baby Shark “เพลงโรแมนติกมากค่ะ” เซเรน่ากล่าวพร้อมกลั้นหัวเราะ “พวกเขาเลือกเองครับ” ไซรัสตอบพลางยิ้ม อาหารเย็นคืนนั้นไม่ได้หรูหราอะไรเลย มีเพียงพาสต้าง่าย ๆ ที่เซเรน่าทำไว้ และเค้กไหม้ชิ้นหนึ่งที่ลูกชายวางกลางโต๊ะ แต่เมื่อแสงเทียนส่องสะท้อนรอยยิ้มของทุกคน มันกลับกลายเป็นมื้ออาหารที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตของพวกเขา เมื่อเด็ก ๆ เริ่มง่วง ไซรัสอุ้มลูกทั้งสองกลับขึ้นบ้านทีละคนอย่างทะนุถนอม เซเรน่ามองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ หัวใจพองโตด้วยความรัก “ขอบคุณนะคะ สำหรับทุกอย่างวันนี้” เธอพูดเบา ๆ เมื่อเขากลับมานั่งข้าง ๆ “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ ที่ยังอยู่เคียงข้างฉัน” ไซรัสยกมือขึ้นแตะแก้มเธอ เสียงจิ้งหรีดร้องคลอเบา ๆ ในสวน สายลมพัดกลิ่นดอกกุหลาบอ่อน ๆ ลอยอวลในอากาศชวนให้โรแมนติกไม่น้อย ก่อนที่ไซรัสจะก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันสัญญาว่าจะไม่มีวันลืมรับลูกอีก ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน” เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้า “ดีค่ะ ไม่งั้นคงไม่ใช่แค่ฉันที่นายต้องง้อแน่ ๆ ”เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







