Masukเช้าวันนั้น อากาศในคฤหาสน์เขตใต้เงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงเซเรน่าพูดอ่อน ๆ ปลุกลูกชายสองคน ไม่มีเสียงหัวเราะคิกคักของแฝดที่วิ่งไล่กันอยู่ในโถงใหญ่ มีเพียงความเงียบอึมครึมและสายตาของคนงานที่มองกันไปมาอย่างระแวดระวัง
ไซรัสรู้สึกถึงความผิดปกติตั้งแต่เปิดประตูห้องนอนออกมา บ้านที่เงียบเกินไป มักไม่ใช่สัญญาณที่ดี โดยเฉพาะเมื่อภรรยาของเขากำลังงอน ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูถอนหายใจเบา ๆ ขณะเดินลงบันได มือถือในมือยังแสดงข้อความจากเมื่อคืนที่เขาไม่ได้เปิดอ่าน [เซเรน่า]: “นายลืมอะไรไปหรือเปล่า ไซรัส?” [เซเรน่า]: “เด็ก ๆ รอจนโรงเรียนปิดแล้วนะคะ” “โธ่ เอาอีกแล้ว” เขากดหน้าผากตัวเองเบา ๆ ใช่ เมื่อวานนี้เขาติดประชุมกับเขตเหนือที่ลากยาวจนค่ำ และลืมสนิทว่าตัวเองอาสาไปรับลูกจากโรงเรียนแทนเซเรน่า ลูกแฝดสองคน เซธกับไซม่อนต้องรออยู่นานจนหม่าม้าต้องรีบไปรับเอง “ป่ะป๊ามาช้า! ป่ะป๊าไม่รักพวกเราแล้วเหรอครับ!” คำพูดเล็ก ๆ นั่นที่ลูกพูดในรถคงยังฝังในใจเซเรน่าแน่ ๆ ตอนนี้เขาต้องยอมรับว่าสถานการณ์อันตรายกว่าเจรจาระดับเขตซะอีก “บอสครับ” ศรัน มือขวาคนสนิทกระซิบอย่างระมัดระวัง “นายหญิงสั่งไม่ให้ผมรับโทรศัพท์จากบอส เธอบอกว่าไม่ต้องให้ใครรบกวน” “แม้แต่สามีตัวเอง?” ไซรัสเลิกคิ้ว “ครับ” ศรันไหล่หด “ดีมาก” เขาพึมพำเสียงเรียบแต่แววตาแอบยิ้ม “แสดงว่าเธอโกรธจริง ๆ แล้ว” ห้องอาหารในตอนเช้า เซเรน่านั่งอยู่กับลูกชายทั้งสองที่กำลังจ้วงแพนเค้กด้วยความสนุกสนาน ไซม่อนเงยหน้ามองหม่าม้าอย่างใสซื่อ “หม่าม้า ทำไมวันนี้ป่ะป๊าไม่มานั่งกินด้วย?” “เพราะป่ะป๊าคงยุ่งมากค่ะ” เธอยิ้มอ่อน “ยุ่งเหมือนเมื่อวานที่ลืมพวกเราไหม?” เซธพูดพลางทำหน้ามุ่ย “ใช่ค่ะ เหมือนเมื่อวานเป๊ะเลย” เซเรน่าหลุดหัวเราะนิด ๆ ก่อนจะลูบหัวลูก ทว่าเพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากประตู ทั้งสามคนหันไปพร้อมกัน ไซรัสในชุดเชิ้ตขาวพับแขน เดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ “เช้าวันนี้ดูสดใสดีนะ” เขาพูดพลางส่งรอยยิ้มละมุนที่เคยทำให้เซเรน่าใจอ่อนทุกที แต่ครั้งนี้เธอเพียงยกคิ้วเล็กน้อย “มีธุระอะไรหรือคะ” “ธุระเหรอครับ? ไม่มีครับ ผมแค่อยากมานั่งกินข้าวเช้ากับครอบครัวของผม” ไซรัสวางช่อดอกไม้ไว้ตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวล “และอยากขอโทษ” “นายจะลืมอะไรก็ได้ยกเว้นลูก” เซเรน่ามองดอกไม้ แล้วมองหน้าเขา “ฉันไม่ได้ลืม แค่ประชุมยืดเยื้อไปนิดเดียวเอง” ไซรัสทำหน้าเจื่อน “แล้วโทรศัพท์ล่ะคะ?” “แบตหมด” อ๋อ แบตหมด” เธอพูดเสียงเรียบแต่ยิ้มบาง ๆ “เหมือนเหตุผลของทุกผู้ชายในโลกเลยค่ะ” ศรันที่ยืนอยู่ตรงประตูแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แต่ก็รีบหันหลังทันทีเมื่อสายตาเจ้านายเหลือบมาอย่างเอาเรื่อง ไซรัสขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงข้ามเธออย่างเงียบ ๆ สองแฝดมองหน้าป่ะป๊าหม่าม้าสลับกันไปมา ก่อนเซธจะกระซิบเสียงเบา “ป่ะป๊า ถ้าอยากให้หม่าม้าหายงอนต้องทำยังไง?” “ต้องง้อด้วยหัวใจ และขนมหวานครับ” ไซรัสก้มลงตอบเสียงเบา “งั้นไซม่อนจะช่วย!” ไซม่อนพยักหน้า “ลูก ๆ คิดจะทำอะไรอีกคะ?” เซเรน่าหันมาทันที “ไม่มีอะไรครับหม่าม้า! เซธแค่จะช่วยป่ะป๊าทำภารกิจลับ!” “ภารกิจลับ?” เธอถามขำ ๆ “ครับ! ภารกิจง้อหม่าม้าให้สำเร็จใน 24 ชั่วโมง!” ไซม่อนพูดเสียงดังจนไซรัสแทบสำลักกาแฟ “ภารกิจเหรอคะ? ฟังดูน่าสนุกดีนี่” เซเรน่าหลุดหัวเราะ “สนุกสิ” ไซรัสพูดพร้อมยิ้ม “และจะจบลงด้วยรอยยิ้มของเธอแน่นอน” หลังจากประกาศภารกิจลับกันเรียบร้อยแล้ว สองแฝดก็ตื่นเต้นสุดขีด ไซม่อนกระโดดโลดเต้นอยู่ในครัว ส่วนเซธหยิบตะกร้าแป้งสาลีมาวางบนโต๊ะราวกับกำลังจะเริ่มภารกิจระดับโลก “ป่ะป๊าครับ วันนี้เราจะเริ่มด้วยอะไรดีครับ?” “เริ่มจากของหวานที่หม่าม้าชอบที่สุดสิครับ” ไซรัสยิ้ม “เค้กช็อกโกแลตกับสตรอว์เบอร์รี่—” “เย้!!! เค้ก!!!” แฝดร้องพร้อมกันเสียงดังจนหม่าม้าบ้านสะดุ้ง เซเรน่าซึ่งยืนพับผ้าอยู่ตรงมุมห้องมองภาพนั้นอย่างอดขำไม่ได้ แต่ก็ยังแกล้งทำหน้าขรึม “อย่าทำครัวพังนะคะ คุณป่ะป๊าคุณลูก” “ไม่พังหรอกครับ ที่รัก” ไซรัสตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ซึ่งแน่นอนว่าผ่านไปไม่ถึงห้านาที — ครัวก็แทบระเบิด กลิ่นแป้งอบไหม้ลอยฟุ้งทั่วห้อง เสียงหัวเราะของคู่แฝดดังประสานกัน ไซม่อนถือพายตีแป้งพลางร้องเพลง ส่วนเซธเผลอทำผงโกโก้หกจนพื้นกลายเป็นสนามรบสีน้ำตาล “เซธ! อย่ามาใกล้ไซม่อนนะ เดี๋ยวขนมพัง!” “ก็ไซม่อนเป็นคนทำหกก่อนนี่นา!” “พอ ๆ ลูก ๆ” ไซรัสพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องเถียงแล้ว มาช่วยป่ะป๊าคนละมือ” เซเรน่ามองจากประตูอย่างเหนื่อยใจปนเอ็นดู ชายหนุ่มผู้เคยเยือกเย็น ตอนนี้กำลังสวมผ้ากันเปื้อนลายหมีและต่อสู้กับเครื่องตีแป้งที่สาดแป้งเต็มหน้า “อ๊ะ! มันหมุนเร็วเกินไป!” ไซรัสร้องลั่นขณะพยายามดึงปลั๊กออกแต่ไม่ทัน แป้งฟุ้งกระจายเต็มห้อง ทำเอาสองแฝดหัวเราะจนตัวงอ ส่วนหม่าม้าบ้านแอบเอาผ้ามาปิดปากกลั้นขำ เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เค้กหน้าตาไม่เหมือนในสูตรสักนิด แต่เซเรน่ากลับเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจอ่อนยวบ ภาพของสามป่ะป๊าลูกที่ตั้งใจสุดชีวิต ไซรัสค่อย ๆ วางเค้กบนจาน เสียงหัวเราะของลูกชายสองคนยังดังไม่ขาดสาย “ออกมาสวยไหมครับ?” เขาหันมาถามด้วยรอยยิ้มที่มีแป้งติดแก้ม “ก็คงสวยค่ะ” เธอยืนกอดอก “ไม่เป็นไรครับ เพราะถึงมันจะไหม้ แต่เราทำด้วยใจ” ไซรัสหัวเราะ “ครับ! เค้กนี้คือเค้กง้อหม่าม้า!” ไซม่อนประกาศเสียงดัง “และมีความลับพิเศษด้วย!” เซธเสริม “ความลับเหรอ?” เซเรน่าขมวดคิ้วก่อนจะเห็นลูกชายคนโตยื่นการ์ดสีชมพูเลอะแป้งให้ พร้อมข้อความบนการ์ดนั้นเขียนด้วยลายมือขรุขระว่า “หม่าม้าครับ อย่าโกรธป่ะป๊านะครับ เพราะป่ะป๊ารักหม่าม้าที่สุดในโลก” จาก : เซธ & ไซม่อน เธอกะพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นน้ำตา แต่เมื่อเห็นสายตาซื่อ ๆ ของสองแฝดที่มองมา เธอก็ยิ้มกว้างในที่สุด ไซรัสสบตาภรรยาอย่างอ่อนโยน “ผมขอโทษจริง ๆ นะ คราวหน้า ผมจะไม่มีวันลืมอีก” “ก็ได้ค่ะ แต่ครั้งหน้า ฉันจะให้คุณเป็นคนล้างครัวเองทั้งหมด” เธอส่ายหน้าเบา ๆ “ดีลครับ” เขาหัวเราะ แล้วเอื้อมมือเช็ดแป้งบนแก้มเธอเบา ๆ เย็นวันนั้น ทั้งบ้านอบอวลด้วยกลิ่นเค้กไหม้และเสียงหัวเราะ เซเรน่าชิมคำเล็ก ๆ แล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “รสชาติไม่เลวเลยค่ะ” “จริงเหรอ?” “ค่ะ...อาจจะไหม้ไปหน่อย แต่เป็นเค้กที่อร่อยที่สุดในโลก”เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







