LOGINเสียงเครื่องยนต์หรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลอภิวัฒน์กุล กลิ่นไอของความตึงเครียดปกคลุมตั้งแต่ประตูรั้วจนถึงทางเดินหินอ่อนภายในบ้าน ภาคินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าขมขื่น ดวงตาคมเข้มมีแววสับสนเจือเหนื่อยล้าในที เสื้อสูทนอกราคาแพงยังคงพาดทับค้างอยู่บนแขนแกร่ง หลังเขาเพิ่งกลับจากการพบพ่อของตนเอง และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่นยังคงฉายอยู่ในหัวเขาอย่างชัดเจน
“ลูกเนรคุณ!”
เสียงของพ่อที่ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงดังกังวานอยู่ในหู พร้อมกับความรู้สึกชาบนแก้มตอบที่ยังหลงเหลืออยู่ หลังจากโดนฝ่ามือหนาตบอย่างแรง
ภาคินไม่เคยเห็นพ่อโกรธถึงเพียงนี้มาก่อน...
แต่ยังไม่ทันที่ภาคินจะได้หายใจทั่วท้อง คำพูดใด ๆ ของพ่อของเขาก็ถูกกลืนหายไป เมื่อร่างสูงของธันวาผู้เป็นพี่ชายของเซเรน่า ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยความเดือดดาล
“ไอ้สารเลว! มึงทำน้องกู!”
เสียงหมัดหนัก ๆ กระทบใบหน้าหน้าหล่อเหลาดังก้องไปทั่วโถงรับแขกหรู ภาคินแทบไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงเซไปชนขอบโต๊ะหินอ่อนก่อนจะทรุดลงกับพื้น พร้อมเลือดสีแดงสดค่ออย ๆ ไหลซึมจากมุมปาก
“พี่ธันพอเถอะ”
เสียงเซเรน่าดังขึ้นจากชั้นบน เธอรีบวิ่งลงมาทันทีที่ได้ยินเสียงปะทะ และภาพที่เห็นเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ภาพที่พี่ชายของเธอกำลังคร่อมกายปล่อยหมัดใส่พระเอกของเรื่อง และแน่นอนว่ามันไม่มีในต้นฉบับ
เสียงร้องห้ามของน้องสาวที่รัก ไม่อาจหยุดยั้งความเดือดดาลของธันวาได้ เขากระชากปกเสื้อภาคินขึ้น ดวงตาวาวโรจน์
“มึงคิดว่ากูจะยอมให้คนอย่างมึงหยามเกียรติของน้องกูอีกเหรอ!”
“ฉัน---” ทว่าภาคินยังพูดไม่จบ หมัดอีกหมัดก็ซัดเข้าใส่แก้มเขาอย่างไร้ความปรานี
“เมื่อคืนมึงด่าเซเรน่าต่อหน้าคนทั้งงานประมูล มึงทำให้น้องสาวของกูกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น คิดว่ากูจะยอมงั้นเหรอ!”
เสียงของธันวาดังก้องทั่วคฤหาสน์จนเหล่าสาวใช้ที่ยืนอยู่ตามมุมต่าง ๆ กรีดร้องอย่างตกใจ พลางพยายามเข้ามาห้ามชายหนุ่มทั้งสอง ทว่าก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องธันวา เพราะแววตาของเขาในยามแทบจะลุกเป็นไฟ
“คุณธันคะ! อย่าค่ะ!”
“คุณภาคิน!”
“พอเถอะ พี่ธัน! อย่าทำแบบนี้เลย...”
ก่อนที่เซเรน่าจะรีบก้าวเข้ามาคว้าแขนพี่ชายไว้สุดแรง เสียงเธอสั่นเครือ แต่ไม่ใช่เพราะกลัวว่าภาคินจะเจ็บปวด หากแต่เพราะไม่อยากให้พี่ชายต้องเปื้อนมือเพราะเรื่องที่ไม่คุ้มค่า
“เธอยังจะห้ามพี่อีกเหรอ! เมื่อคืนมันทำให้เธออับอายแค่ไหน! แต่เธอยังเลือกจะปกป้องมันอีกเหรอเซเรน่า!” ธันวาหันกลับมามองเซเรน่าด้วยแววตาเจ็บปวด
“ฉันไม่ได้ปกป้อง... แต่ไม่อยากเห็นพี่ต้องกลายเป็นคนแบบเดียวกับเขา” นัยน์ตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าของธันวาอย่างเป็นห่วง น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลง
บรรยากาศในคฤหาสน์เงียบงันลงทันใด มีเพียงเสียงหอบหายใจของธันวาที่ดังขึ้นจากอีกฝั่ง เมื่อเห็นใบหน้ากังวลของน้องสาว ความเดือดดาลภายในใจของชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ทุเลาลง ในเวลาเดียวกันกอหญ้าในเดรสสีครีม เดินลงบันไดมาช้า ๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมเต็มไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า เธอรีบเข้ามาคุกเข่าข้างภาคินที่นั่งอยู่กับพื้น มือสั่นเทาแตะที่แก้มเขาอย่างแผ่วเบา
“เจ็บไหมคะพี่ภาคิน ทั้งที่เมื่อคืนเป็นกอหญ้าเองที่เข้าใจผิด ฉันไม่ควรพูด... ไม่ควรทำให้พี่ต้องถูกคนเข้าใจผิดแบบนั้น” ” เสียงเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความอ่อนแอที่เจือความจงใจ
“คุณธันวาคะ... ถ้าจะโกรธก็โกรธกอหญ้าเถอะ อย่าทำร้ายพี่ภาคินเลยค่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะลงมือก็ทำกับกอหญ้าดีกว่า” เธอพูดไปทั้งน้ำตา ก่อนจะหันไปมองธันวาด้วยสายตาเว้าวอน
“นี่เธอ! ต่อให้เป็นผู้หญิงแต่มาทำร้ายน้องสาวของฉัน อย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้าลงมือ”
คำพูดนั้นทำให้ธันวากำหมัดแน่น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความข่มกลั้น
“พี่ธัน! พอแล้วค่ะ” เซเรน่ารีบจับแขนพี่ชายไว้แน่น
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา




![ความลับของมาเฟีย [มาร์ติน×วีนัส]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


