Masukเสียงจิ้งหรีดดังคลอกับเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ ในค่ำคืนอันสงบของหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวนับพันระยิบระยับ กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ และแกงเผ็ดที่ป้าศรีตักใส่ถ้วยยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ
เซเรน่านั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ยาวใต้แสงไฟจากสีส้มอ่อน ข้างกายคือป้าศรีและลุงมนัสสามีของป้า ที่คอยพูดคุยหยอกล้อกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเรียบง่าย จนเกือบทำให้เธอลืมไปว่าพวกเขาเพิ่งผ่านความตายมาก่อนหน้านี้
“กินเยอะ ๆ หน่อยลูก ทำไมปล่อยให้ผอมขนาดนี้” ป้าศรีตักกับข้าวใส่จานให้
เซเรน่ายามนี้ทำเพียงหัวเราะเบา ๆ และพยักหน้า แต่หัวใจกลับลอยไปที่อีกคนที่ตอนนี้หายไปจากโต๊ะ
“แล้วไซรัสล่ะคะ เขาไปไหนเหรอ?”
“เห็นบอกว่าจะออกไปโทรศัพท์น่ะ” ลุงมนัสตอบ พลางเคี้ยวข้าวอย่างใจเย็น “ยืมโทรศัพท์เก่า ๆ ฉันไป ด้วย”
“เดี๋ยวเขาก็คงกลับมาแหละค่ะ”
เซเรน่าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองออกไปทางลานบ้าน ที่ตอนนี้มีเพียงแสงจันทร์สาดผ่านต้นไม้เป็นเงาทอดยาวลงมา
เวลาเดียวกันทางด้านไซรัส เขายืนอยู่หลังบ้านไม้เก่า มือถือโทรศัพท์สีดำลอกลายที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานมายาวนาน ปลายนิ้วกดปุ่มโทรออกพลางแนบโทรศัพท์หู รอสัญญาณไม่กี่วินาทีก่อนเสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นทางปลายสาย
“ร้านพิซซ่าปิดแล้วครับ” เสียงของปลายสายกล่าวอย่างเป็นกันเอง
“แสงใต้ไม่ดับ แม้ไร้แสงจันทร์”
ทว่าเมื่อสิ้นเสียงของไซรัส ปลายสายกลับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาราวกับต้องการทดสอบเขา
“มังกรใต้ไม่ตาย แม้ไร้เกล็ดทอง”
“ศรัน นี่ฉันเอง”
สุ้มเสียงของไซรัสไม่กราดเกรี้ยวหากแต่แฝงอำนาจในที จนทำให้ปลายสายเงียบสนิทไปอึดใจ ก่อนที่เสียงสูดลมหายใจแรงจะดังขึ้น
“บอสครับ! ขอบคุณสวรรค์! คุณยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ผมคิดว่าคุณ...”
“พอ” ไซรัสพูดขัดทันที น้ำเสียงเรียบเย็น “รายงานสถานการณ์ทั้งหมด”
“ครับบอส ตั้งแต่วันที่คุณหายตัวไป ข่าวลือว่าเจ้าพ่อมาเฟียเขตใต้ถูกลอบฆ่าก็แพร่กระจายไปทั่ว วงในแตกตื่น เขตใต้ปั่นป่วนเหมือนมังกรไร้หัว ต่างเริ่มแบ่งฝักแบ่งฝ่าย บางคนเชื่อว่าคุณตายแล้ว และคนที่ปล่อยข่าวคือกลุ่มของ คุณซิก…น้องชายของบอสครับ”
“ซิกงั้นเหรอ” ไซรัสขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินชื่ออันคุ้นเคย พลางทวนช้า ๆ
“ครับ เขาประกาศตัวจะขึ้นเป็นมาฟียเขตใต้ต่อจากบอส โดยอ้างว่าคุณซานติโน่เคยแต่งตั้งไว้ก่อนตาย ทำให้แก๊งใหญ่ ๆ ก็เริ่มยอมรับเพราะคิดว่าบอสถูกสังหารไปแล้ว เขตใต้ตอนนี้เลยกลายเป็นมังกรไร้หัว กลายเป็นงูที่รอถูกเชือด”
“พวกมันกล้าดียังไง ซิกเป็นแค่ลูกเลี้ยง สายเลือดตระกูลนัวไม่ไหลเวียนในตัวมันสักหยด ข้อตกลงล้วนชัดเจน คนที่จะขึ้นเป็นใหญ่ต้องมีสายเลือดแท้ ๆ เท่านั้น!” ไซรัสขบกรามแน่น จนเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นอย่างเดือดดาล
“ผมรู้ครับ แต่พวกเขากล่าวว่าหากไร้ผู้นำ เขตเหนือจะใช้โอกาสนี้รุกเข้ามากลืนพื้นที่ของเขตใต้ คนของเราเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นกันเอง และที่เลวร้ายกว่านั้น…” ศรันเว้นจังหวะ “ตอนนี้เขตเหนือก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน”
ไซรัสเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้น “พูดต่อ”
“เพราะบอสหายตัวไปในพื้นที่ของพวกมัน เขตเหนือเลยอ้างว่าพวกเราเป็นฝ่ายบุกรุกก่อน และยังกล่าวหาว่าเล่นสกปรก ด้วยการลักพาตัวคุณหนูเซเรน่า ลูกสาวผู้อิทธิพลของเขตเหนือไป หวังใช้เป็นตัวประกันจากเหตุผลบางอย่างทางการเมือง”
“…” ไซรัสยังคงเงียบเพื่อรอฟัง
“และข่าวลือยังบอกว่าคุณภาคินเพื่อนสนิทของบอสกำลังเดือดดาลไม่น้อย ที่รู้ว่าคุณหนูเซเรน่าอดีตภรรยาเก่าของเขาหายไปกับบอส”
“หึ...มันก็แค่หวงก้าง เหมือนตอนเด็ก ๆ ” ไซรัสแค่นหัวเราะ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







