Masuk“หึ...มันก็แค่หวงก้าง เหมือนตอนเด็ก ๆ ” ไซรัสแค่นหัวเราะ
“แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับบอส ตอนนี้มันกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้สองเขตกำลังจะเปิดศึกกัน และถ้ายังปล่อยไว้อีกไม่กี่วันจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ”
ไซรัสขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกระทบของฟัน ลมหายใจของเขาเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ และขณะเดียวกันภาพในหัวพลันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ใบหน้าของซิกน้องชายต่างสายเลือดของเขา
ภาพคนของกลุ่มคนที่พยายามไล่ล่าเขา
และภาพเซเรน่า ผู้หญิงที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องพามาอยู่ในวงล้อของสงคราม และไม่คิดว่าจะได้ใกล้ชิดเธอถึงเพียงนี้
“บอสครับ…” ศรันพูดเสียงเบา “คนของเราหลายคนยังภักดีต่อบอส พวกเรารอแค่คำสั่งของบอส แล้วพวกเราจะเคลื่อนไหวทันที”
“ยังไม่ถึงเวลา” ไซรัสตอบเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น “ถ้าเคลื่อนไหวตอนนี้ ทั้งเขตเหนือและเขตใต้จะพุ่งเป้ามาที่พวกเรา ก่อนที่จะรู้ว่าใครชักใยอยู่เบื้องหลังจริง ๆ ”
“บอสครับ แต่ถ้าปล่อยไว้คุณ ซิกจะยึดอำนาจทั้งหมด!”
“ฉันรู้ อีกไม่นานเขตใต้คงล่มสลายถ้าให้มันมาดูแล เรื่องนั่นฉันรู้ดี” เสียงของเขาแผ่วต่ำแต่เปี่ยมด้วยแรงกดดัน “แต่ตอนนี้ไม่ควรวู่วามเดินตามเกมของมัน ต่อให้มันชุบตัวได้ งูก็คืองู ไม่มีวันเป็นมังกร”
ศรันนิ่งอึ้งกับคำพูดนั้น รู้ดีว่าผู้นำของเขากำลังวางหมากในใจ และตัวเขาเองก็พร้อมที่จะรับฟังและทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย แม้ต้องถวายชีวิตก็ตาม
“มีอีกเรื่อง คนที่ลอบฆ่าฉัน” ไซรัสพูดต่อ
“พวกมันทั้งหมดถูกเก็บแล้วครับ ไม่มีใครเหลือเป็นพยาน แม้แต่คนในครอบครัวของพวกมัน ก็ถูกฆ่าปิดปากไม่เว้นแม้แต่ผู้บริสุทธิ์” ศรันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไร
ไซรัสหลับตาลงครู่หนึ่งขณะใช้ความคิด ความเงียบค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาภายในใจของเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยช้า ๆ ราวกับคำสั่งเด็ดขาด
“สืบต่อต่อ และห้ามไว้ใจใครในตอนนี้ ไม่เว้นแม้แต่คนของเราบางคน ฉันจะกลับเข้าเขตพรุ่งนี้เช้า มารับฉันที่จุดเชื่อมต่อระหว่างสองเขต เตรียมเซฟเฮ้าส์ไว้ให้พร้อม ห้ามแพร่งพรายว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ เข้าใจไหม”
“ครับบอส! ผมจะจัดการให้เรียบร้อย”
“ดี”
ไซรัสวางสายทันที มือหนากำโทรศัพท์ไว้แน่นจนได้ยินเสียงแตกกรอบเบา ๆ ก่อนจะทิ้งลงพื้นหญ้า โดยที่ลืมว่ามันเป็นของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ลมหายใจของเขาแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงเยือกเย็น ราวกับหินที่ผ่านไฟมานับหลายพันปี
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ทันใดนั้นเสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงหันไปเห็นเซเรน่ายืนอยู่ใต้เงาไม้ ดวงตาของเธอสะท้อนแสงจันทร์ระยิบราวกับเศษแก้ว หญิงสาวสวมผ้าคลุมไหล่สีขาวของป้าศรีไว้หลวม ๆ
“เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงนายพูดชื่อเขตใต้ เขตเหนือ เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
ไซรัสนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ธุระของฉัน”
“ธุระ?” เซเรน่าขมวดคิ้ว “นายพูดเหมือนกำลังวางแผนทำสงคราม!”
ไซรัสหันกลับมาสบตาเธอ ดวงตาคมกริบของเขาเย็นชาหากแต่แฝงความอ่อนโยนเล็กน้อย เขาไม่ตอบอะไรออกไป ทำเพียงยีกลุ่มผมนุ่มของเซเรน่าจนยุ่งฟู เลยโดนมือขาวตีที่แผ่นอกกว้างแรง ๆ ไปหนึ่งที
“นายจะกลับเข้าไปเขตใต้ใช่ไหม”
“ฉันต้องกลับเพราะถ้าไม่กลับ เขตใต้จะตกอยู่ในมือคนที่ไม่คู่ควร”
“แล้วฉันล่ะ?” เซเรน่าถาม “นายจะทิ้งฉันไว้ที่นี่เหรอ?”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอย่างไซรัสนิ่งไปชั่วขณะ พลางมองใบหน้าของเซเรน่าราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ไม่ควร แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เธอคลาดสายจากในตอนนี้ได้
เพราะเขารู้ดีว่า ในไม่ช้าเซเรน่าต้องตกเป็นเครื่องมือของคนที่มุ่งร้าย กลายเป็นหุ่นเชิดของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลัง
“ฉันจะส่งเธอไปที่ปลอดภัยก่อน จากนั้นเธอต้องลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
เขาพูดเสียงเรียบทว่าภายในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดจนน่าแปลกใจ เขาไม่อยากให้หญิงสาวมาพัวพันกับเขา และโดนกล่าวหาว่าเป็นสปายให้เขตใต้ ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกสาวของผู้มีอิทธิพล ก็ใช่ว่าจะรอดจากการเป็นคนทรยศ
“นายคิดว่าฉันจะลืมได้เหรอ? หลังจากทุกอย่างที่นายทำทุกอย่างกับฉัน หลังจากนายช่วยฉันไว้…”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา





![นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

