LOGIN“ฉันดีใจนะคะที่คุณปลอดภัย ข่าวลือที่ว่าคุณทรยศน่ะ ฉันไม่เคยเชื่อเลยจริง ๆ ”
กอหญ้านั่งลงข้างภาคิน พลางส่งยิ้มหวานหากแต่เคลือบยาพิษ คำพูดนั้นแฝงแววหวงใย แต่ปลายเสียงกลับเสียดแทงเธอไม่หยุด
“งั้นเหรอคะ” เซเรน่าหันไปมอง พร้อมรอยยิ้ม
“ฉันเข้าใจว่าคนเราย่อมมีเหตุผลของตัวเอง และฉันก็ไม่อยากตัดสินใคร เพียงเพราะข่าวลือที่ไม่รู้จริงหรือเท็จ” กอหญ้ายกมือทาบอก
ภาคินปรายตามองหญิงสาวข้าง ๆ อย่างไม่สบายใจนัก เขารู้ดีว่ากอหญ้าพูดดีเกินไปในจังหวะที่ไม่ควร และเขาก็เห็นสีหน้าเซเรน่าชัดเจน
เธอไม่ได้โกรธ เธอแค่ไม่สนใจพวกเขา…
ศรันซึ่งยืนพิงผนังอยู่มุมห้อง มองภาพตรงหน้าอย่างระวัง เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่ยกถ้วยชาอีกใบมาเสิร์ฟให้เซเรน่าอย่างเงียบ ๆ
“นายหญิงครับ ดื่มชาหน่อยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอรับถ้วยจากมือเขาโดยไม่ได้มอง เหมือนเป็นความเคยชินระหว่างคนที่อยู่ใกล้กันมานาน โดยที่ภาพนั้นทำให้เลือดในอกของภาคินร้อนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมใจถึงกระตุกแรงตอนเห็นเธอใกล้ชิดกับผู้ชายอีกคนแบบนั้น ทั้งที่เธอไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว
“เป็นอะไรเหรอคะ?”
กอหญ้ามองสีหน้าของภาคินที่เริ่มเปลี่ยนไปก็ขมวดคิ้ว เธอจับแขนเขาเบา ๆ
“เปล่า” ภาคินสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนตอบ แล้วหันไปทางเซเรน่า “ดูเขาสนิทกับเธอมากนะ”
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงทันที กอหญ้าที่นั่งข้างกายภาคินอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ส่วนศรันยังคงยกยิ้มบาง แต่แววตากลับเย็นเฉียบเพราะได้รับคำสั่งมาว่าอย่าให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เซเรน่า โดยเฉพาะภาคิน
“ผมเป็นคนดูแลคุณเซเรน่าตามคำสั่งครับ”
“ฉันถามเซเรน่า ไม่ได้ถามนาย” ภาคินเอ่ยเสียงต่ำ
“ใช่ ฉันสนิทกับศรัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องมาใส่ใจ” เซเรน่าหันมามองภาคิน พลางเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน
“เธอหมายความว่ายังไงเซเรน่า” ภาคินขบกรามแน่น
“ก็อย่างที่พูด ไม่ว่าฉันจะสนิทกับศรันหรือใครอื่น มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย” เธอตอบเรียบ
คำตอบนั้นเหมือนมีดบางเฉือนตรงกลางอกของภาคิน เขาอยากพูดบางอย่างแต่พูดไม่ออก ดวงตาร้อนผ่าวอย่างไม่เข้าใจ รู้สึกอยากจะพุ่งเข้าให้ต่อยศรันให้มันพ้น ๆ
“อย่าคิดมากเลยค่ะพี่ภาคิน คุณเซเรน่าคงพูดเล่น”
กอหญ้าพยายามยิ้มกลบความอึดอัดภายในใจ แต่ภาคินกลับไม่ได้ฟังคำปลอบนั้นเลย ดวงตายังคงจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างค้นหา บางอย่างในใจเริ่มแตกร้าวและไม่สามารถปิดได้อีกต่อไป
“คุณภาคินครับ ถ้าไม่มีธุระอื่น ผมว่าให้คุณเซเรน่าได้พักผ่อนเถอะครับ เธอเพิ่งหายดี” ศรันมองภาพนั้นแล้วขยับเข้ามายืนข้างเซเรน่าเล็กน้อย น้ำเสียงเขาเรียบแต่หนักแน่น
“ฉันยังไม่ได้พูดจบ” ภาคินตวัดสายตา “อย่าคิดว่าเป็นลูกน้องไอ้ไซรัสแล้วจะมาสั่งฉันได้”
“ผมไม่ได้สั่ง แค่เตือน” ศรันยิ้มมุมปาก
เสียงของชายหนุ่มทั้งสองฟาดฟันกันอย่างแข็งกร้าว พาให้บรรยากาศภายในห้องโถงตึงเครียดชวนปวดหัว กอหญ้าเริ่มสีหน้าไม่พอใจ เธอจับแขนภาคินแน่นอย่างหวงแหน ราวกับกำลังแสดงความเป็นเจ้าของ
“พอเถอะค่ะพี่ภาคิน เรามาเยี่ยมคุณเซเรน่านะคะ อย่ามีเรื่องเลย”
“เซเรน่า เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” แต่ภาคินยังคงมองเซเรน่า เขาพูดเสียงแผ่ว
“คนที่ผ่านโดนนายทำร้ายมาแล้ว ไม่มีใครเหมือนเดิมได้หรอกภาคิน”
หญิงสาวเงียบไปครู่ ก่อนจะแสร้งตอบราวกับเจ็บปวด เพราะอยากแกล้งกอหญ้าที่แทบจะเก็บสีหน้าริษยาไม่อยู่ จนชายหนุ่มต้องเบือนหน้าหนี
“คุณเซเรน่า ฉันหวังว่าคุณจะหายดีจริง ๆ นะคะ”
กอหญ้ามองทั้งคู่สลับกัน แม้ว่าจะมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ทว่ากลับซ่อนแววตาเครื่องแค้นไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ” เซเรน่าพยักหน้าเบา ๆ
หลังจากนั้นก็ผ่านไปครู่ใหญ่ ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้ง ราวกับประกาศชัยชนะของเซเรน่าที่เอาคืนกอหญ้าจนเธอหน้าเสีย ศรันหันมามองหญิงสาวข้างตัว ก่อนจะเอ่ยอย่างกังวล
“นายหญิง โอเคไหมครับ?”
“โอเคสิ” เซเรน่ายิ้มบาง
“แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่เลิกวอแวนายหญิงนะครับ”
“ก็ปล่อยให้เขาจมอยู่กับสิ่งที่เขาเลือก” เธอพูดเสียงเรียบ “ส่วนฉัน ฉันมีเส้นทางของฉันแล้ว”
ศรันมองใบหน้านั้น สงบ เยือกเย็น แต่ลึก ๆ แฝงความเหนื่อยล้าที่ไม่มีใครเห็น เขาได้แต่ยืนเงียบ เคียงข้างเธออย่างที่เคยทำมาตลอด เพราะหากไซรัสรู้ว่าเขาดูแลเธอไม่ดี เขาคงโดนอีกฝ่ายฆ่าจริง ๆ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา
![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






