เข้าสู่ระบบ“ใครกันที่กล้ามารังแกคนของฉัน”
ทุกสายตาหันไปตามเสียงนั้น ก่อนที่ดวงตาของเซเรน่าจะกว้างขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นซิก น้องชายของไซรัสที่ครั้งหนึ่งเธอคิดว่าตายไปแล้ว ยามนี้กลับยืนเผชิญหน้ากับเธอ ความตกใจผสมกับความกลัวลึก ๆ ทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“โอ๊ะ ไม่เจอกันนานเลยนะเซเรน่า ตอนนี้เธอกำลังจะกลายเป็นนายหญิงของเขตใต้เต็มตัวแล้วสินะ” ซิกยกยิ้มมุมปาก อย่างเย็นชาคล้ายกับน้ำแข็งที่กัดกินหัวใจผู้ที่อยู่ใกล้
เซเรน่าใจเต้นแรงจนแทบหยุดชั่วขณะ เธอพยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ทว่ากอหญ้าเองก็หันมามองเธอด้วยสายตาแค้น ๆ
นี่พวกเขารู้จักกันได้ยังไง ไม่สิ ทำไมซิกยังไม่ตายแล้วมาทำอะไรที่นี่!
ทันใดนั้นไวกว่าความคิดเซเรน่าพยายามหยิบกระเป๋าเพื่อโทรหาความช่วยเหลือ เมื่อรับรู้สถานะการณ์ไม่สู้ดียามนี้ แต่ก่อนที่มือเธอจะสัมผัสมัน ซิกก็ฉวยไปเสียแล้ว
“ช้าไปนะคนสวย”
เขาพูดราวกับสนิทสนมราวกับเคยอยู่ด้วยกันนับร้อยปี เซเรน่าพยายามถอยหลัง แต่ถูกกดดันให้ยืนอยู่ตรงกลางห้อง เธอพยายามสงบสติและมองหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
แต่ทว่ามันกลับสายไปแล้ว ซิกยิ้มบาง ๆ พลางส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาเข้ามา พวกมันไม่รอช้า จับตัวเซเรน่าออกจากร้านทั้งยังสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นพนักงานที่เคยชื่อชมเธอทั้งหมด ตอนนี้นอนตาเหลือกอยู่บนพื้นเพราะโดนยิงแสกหน้าอย่างโหดร้าย
เซเรน่ากรีดร้องออกมาอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าพอใจของกอหญ้า ก็พลันต้องรวบรวมสติ เธอรู้ตัวดีว่าการตื่นตระหนกจะทำให้เสียเปรียบ
“ปล่อยฉันนะ!”
เซเรน่าตะโกนเพื่อเรียกความสนใจของผู้คนที่สัญจรไปมาตรงนั้น แต่ถูกดันขึ้นรถตู้กระจกทึบทันที ภายในรถเงามืดปกคลุมทั่วตัว เธอนั่งกุมกระโปรงชุดลูกไม้ขาวเจ้าสาวอย่างหวาดหวั่นท่ามกลางความมืด แต่ก็ต้องพยายามรวบรวมสติ สูดลมหายใจลึก ๆ และคิดหาหนทางหนีทีละขั้น
กอหญ้าอยู่ใกล้ ๆ เธอ พยายามพูดข่มขู่สารพัด แต่เซเรน่ากลับเพียงมองเธอด้วยสายตาเยียบเย็น และพยายามหลบซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายในใจ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ใจจนเกินไป
“เธอคิดว่าการข่มขู่จะทำให้ฉันกลัวได้เหรอ?”
เซเรน่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เธอซ่อนความกลัวและความวิตกไว้ภายใต้ความสงบ โดยที่ไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวทำให้ซิกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเหลือบมองเซเรน่าแววขบขัน
“ดี เธอนี่ใจแข็งเหมือนกันนี่ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะคืนนี้พวกเราจะได้สนุกกันยาว ๆ ”
เซเรน่าไม่ตอบอะไรแต่เริ่มวางแผนในใจแล้ว เธอรู้ว่าซิกมาที่นี่เพื่อแก้แค้นไซรัส และกอหญ้ามีเป้าหมายร่วมกัน เธอจะต้องใช้ความฉลาดและสติให้มากที่สุด
หญิงสาวเงยหน้ามองซิกและกอหญ้าอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงแรงกดดัน แต่ก็รับรู้ถึงความมั่นใจในตัวเอง เธออาจอยู่ในสถานการณ์อันตราย แต่หัวใจยังแน่วแน่
เธอจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
รถตู้สีทึบแล่นออกจากร้านหรูไปบนถนนโล่ง เสียงเครื่องยนต์และเสียงเครื่องยนต์ทำให้เซเรน่าเรียกสติกลับคืนสำเร็จ การที่เธอเงียบและเลือกไม่ต่อปากต่อคำกับกอหญ้า ก็เริ่มวางแผน ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสายตา ทุกช่องทางออกในรถ เธอจำไว้หมดแล้ว
“อย่าคิดว่าจะขังฉันได้นานนัก” เธอพึมพำในใจ พลางมองซิกที่นั่งตรงข้าม
“นี่แหละแผนของเรา เซเรน่า เธอจะเป็นเครื่องมือชั้นดีให้ฉันแก้แค้นไซรัส และกอหญ้าก็จะได้ของเล่นของเธอเช่นกัน”
เซเรน่าฟังแล้วเพียงมองนิ่ง ๆ เธอรู้ดีว่าพวกเขาต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือ แต่ในใจกลับคิดอย่างเด็ดขาด
“ฉันจะเอาตัวรอดด้วยตัวเอง และฉันจะไม่ปล่อยให้ใครใช้ฉันเป็นเครื่องมือง่าย ๆ ”
เซเรน่าประกาศกร้าว นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความั่นใจและเฉียบคม เธอไม่มีวันยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นเครื่องมือที่จะทำร้ายให้เธอ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







