แชร์

ตอนที่ 4 ข้อเสนอ [100%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 22:56:54

“เป็นอะไรหรือเปล่าแอร์” มิกกิเอ่ยถาม สังเกตว่าเพื่อนดูร้อนรนแปลกๆ แถมใบหน้าสวยยังชื้นเหงื่อเต็มหน้า ทั้งที่ในร้านเปิดแอร์เย็นเฉียบ

“มะ ไม่มีอะไรหรอก” แอรินแสร้งโกหก ดวงตาคู่สวยลอบมองธันวาที่เดินเข้ามานั่งใกล้เธอ “มิกกิ เราจะขอกลับก่อน”

“ได้ไง อึก ปิ่นอุตส่าห์ให้พี่ธันมานั่งด้วยแท้ๆ ทำไมถึงจะหนีกลับล่ะ” คนเมายังมีสติพอที่จะถามเพื่อน เงินที่เสียดริ้งก์ไปก็ไม่ใช่น้อยๆ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ยันร้านปิด เพื่อโกยความสุขจากหนุ่มๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แต่...”

“อยู่ต่ออีกหน่อยเถอะแอร์ ยัยปิ่นอุตส่าห์เลี้ยงทั้งที อีกอย่างนานๆ ทีแอร์จะได้ออกจากบ้านไม่ใช่หรือไง” มิกกิช่วยพูดอีกคน

สุดท้ายแล้วก็ต้านทานการรบเร้าของเพื่อนทั้งสองไว้ไม่ไหว เธอต้องทนนั่งดูทั้งสี่คนหัวเราะหน้าระรื่น ขณะที่ตนได้แต่นั่งนิ่งไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสนทนาเลยแม้แต่นิดเดียว

ความรู้สึกอึดอัด รู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้องมองจากคนที่นั่งข้างๆ ในใจภาวนาให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็วๆ

“พี่ปิ่นอย่าลืมผมนะครับพี่” โฮสต์หนุ่มรุ่นน้องพูดทิ้งไว้ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนหญิงสาว ปิ่นหัวเราะพลางลูบหัวคนเด็กกว่า ราวกับลูบหัวเจ้าโกลเดินริทรีฟเวอร์ที่กำลังกระดิกหางก็ไม่ปาน

“แน่นอนสิคะ ใครจะลืมน้องธีร์ได้ลง เพื่อเป็นการให้สัญญา งั้นพี่ขอมัดจำไว้ก่อนนะ” พูดจบ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของคนตรงข้ามก็ดังขึ้น ธีร์หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง ดวงตาเบิกกว้างตกใจเมื่อเห็นยอดเงินสามหมื่นบาทโอนเข้ามาในบัญชีของเขา

“ขอบคุณครับพี่ปิ่น” คนเด็กกว่าพนมมือไหว้อย่างรู้งาน ส่วนปิ่นก็ก้มลงหอมแก้มที เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบอย่างเดียว

“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งยัยปิ่นเองแล้วกัน” มิกกิส่ายหัวให้กับเพื่อนสาว ก่อนจะหันไปบอกแอริน ต้องรีบพาเพื่อนกลับก่อน ไม่อย่างนั้นคงได้หมดตัวจริงๆ แน่

“งั้นเดี๋ยวผมกับธีร์เราไปส่งพวกคุณที่ลานจอดรถแล้วกันนะครับ” ธันวาเอ่ยอาสา

“ไม่ต้องค่ะ พวกฉันกลับเองได้” คำตอบนั้นทำเอาเจ้าของร่างสูงใหญ่ถึงกับคิ้วกระตุก ทั้งดึงสายตาของอีกสามคนจ้องมองด้วยความแปลกใจ

คนอะไร…โคตรกวนประสาท

“มันเป็นเซอร์วิสของทางร้านครับคุณแอริน ให้พวกเราไปส่งเถอะนะครับ” ธีร์ตอบแทนด้วยน้ำเสียงสุภาพ เขาเหลือบมองโฮสต์รุ่นพี่ราวกับกังวลใจอะไรบางอย่าง ซึ่งแอรินก็รับรู้ได้

“เอาเถอะแอร์ เดี๋ยวพวกเขาจะถูกตำหนิจากร้านได้ ว่าทำหน้าที่ไม่ดี” มิกกิช่วยพูดอีกคน

แอรินถอนหายใจออกมาเบาๆ แค่ไปส่งก็คงจบเรื่อง หวังว่าหลังจากนี้จะไม่ได้เจอธันวาอีกก็พอ

โฮสต์หนุ่มรุ่นน้องผายมือเชิญแขกให้เดินนำออกไป ส่วนอีกคนกลับยืนนิ่งมองราวไม่เป็นงาน

เทียบระหว่างสองคนนี้ แอรินรู้สึกว่าธีร์ทำหน้าที่ของเขาได้ดี ส่วนอีกคนเพียงใช้หน้าตาแต่บริการห่วยแตก หากมีการประเมินหรือให้คะแนน โฮสต์อันดับหนึ่งก็เถอะ เธอจะเขียนวิจารณ์ให้ยับเลยคอยดู

“จะกลับแล้วเหรอคะ คุณลูกค้า” ผู้จัดการสาวเดินมาถามไถ่ลูกค้าทั่วไป แอรินที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มกริ่มออกมาราวกับมีแผนการบางอย่าง

“คุณเป็นเจ้าของร้านใช่ไหมคะ” แอรินเอ่ยถาม

“ไม่ใช่ค่ะ แอนเป็นแค่ผู้จัดการร้านค่ะ” ผู้จัดการสาวส่ายหัวปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะเอ่ยถามกลับ “คุณลูกค้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”

แอรินเหลือบมองธันวาที่ยืนนิ่ง สองมือล้วงกระเป๋ายกยิ้มไม่สลด หนำซ้ำเขายังมองเธออย่างท้าทายอีกต่างหาก

“ฉันจะคอมเพลนเด็กของคุณ อยากให้อบรมสั่งสอนให้ดีกว่านี้หน่อยค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเอามือกอดอก ส่วนมิกกิกับปิ่นก็หันไปมองหน้ากันอย่างสงสัย ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

“แกพูดเกินไป น้องธีร์บริการเราดีจะตาย จริงไหมมิกกิ” ปิ่นเอ่ย พร้อมกับหันไปถามความคิดเห็นกับมิกกิ

“ใช่ ฉันเห็นด้วย” มิกกิพยักหน้า

“ฉันไม่ได้หมายถึงน้องที ฉันหมายถึงโฮสต์หมายเลขหนึ่งของคุณต่างหาก” สายตาของคนทั้งหมด ไปกองอยู่ที่ธันวาเป็นทางเดียว

“เอ่อ” ผู้จัดการสาวยิ้มแหย่ พร้อมกับหันไปมองธีร์เป็นการขอความช่วยเหลือ

“พี่ธันเนี่ยนะ เขาไปทำอะไรให้แกไม่พอใจยัยแอร์” ปิ่นถาม ก็เห็นว่าตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ธันวาก็บริการพวกเธอดีไม่ต่างจากธีร์เลยด้วยซ้ำ

“เขาตามฉันไปห้องน้ำ ยืนดักรอฉันออกมา แถมพูดจาไม่ดีใส่ ถ้าไม่เชื่อก็ดูกล้องวงจรปิดได้เลย” แอรินพูดบอก

“น่าจะเข้าใจผิดอะไรสักอย่างนะคะ คุณธันไม่น่าจะทำอะไรแบบนั้นกับแขก” ผู้จัดการสาวรีบพูดแก้ต่าง แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเธอแทนอีกฝ่ายว่าคุณ ซึ่งมันผิดวิสัยเจ้านายกับลูกน้อง

“นี่คุณเข้าข้างเด็กของคุณอย่างนั้นเหรอคะ ถ้าเล่นพรรคเล่นพวกกันขนาดนี้ ฉันว่าฉันคุยกับเจ้าของร้านดีกว่าค่ะ” ด้วยนิสัยไม่ยอมคน ทำให้แอรินที่กระโดดขี่หลังเสือแล้วต้องไปต่อ เธอไม่ยอมแน่ๆ

“ถ้าเป็นอย่างที่เพื่อนฉันพูด คุณก็ต้องให้เด็กคุณรับผิดชอบนะคะ รู้ไหมว่าเพื่อนฉันเป็นถึงอินฟูลฯชื่อดัง เกิดเอาเรื่องของเด็กคุณไปเล่า คิดว่าร้านนี้จะยังอยากมีคนเข้าอีกอย่างนั้นเหรอ” มิกกิพูดช่วยพูดเสริม

“ดิฉันว่าเราค่อยๆ คุยกันดีกว่านะคะ” ผู้จัดการสาวพยายามพูดเกลี้ยกล่อม ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย แอรินหันมองดูตัวต้นเรื่องที่ยังไม่สะทกสะท้าน

“ฉันรู้ว่าคุณลำบากใจ ฉันว่าฉันคุยกับเจ้าของร้านเองดีกว่านะคะ” เธอรู้ว่าผู้จัดการสาวลำบากใจ เพราะเธอเป็นเพียงคนกลาง ตอนนี้คนที่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ ก็มีแต่เจ้าของร้านธันเดอร์โฮสต์คนเดียวเท่านั้น

“ถ้าคุณอยากเจอเจ้าของร้าน คุณพูดกับผมได้เลยนะครับ คุณแอริน” เจ้าของร่างใหญ่โตเดินเข้ามาประจันหน้า ดวงตาคมดุจ้องมองลึกเข้าไปนัยน์ดวงตากลมของคนตัวเล็กกว่า

เธออ้าปากเหวอราวกับไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เมื่อกี้ธันวาพูดว่าอะไรนะ เจ้าของร้านอย่างนั้นหรือ?

“คุณหมายความว่าไง” แอรินถามย้ำคำพูดของธันวาเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะชะงักกับคำพูดของชายหนุ่มในเวลาต่อมา

“ผมเอง เจ้าของร้านธันเดอร์โฮสต์ที่คุณอยากเจอ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status