เข้าสู่ระบบ“คอแกไปโดนอะไรมาไอ้แอร์” ปิ่นเอ่ยทักทันทีที่เจอเพื่อนสาว
แอรินร้องขอให้ปิ่นพาไปลองชุดแต่งงานในวันนี้ ส่วนมิกกิเธอติดธุระกะทันหันจึงนัดเจอกันอีกทีช่วงเย็นๆ
“ช่างเถอะ” เธอบอกปัดพร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็ก ขณะที่ปิ่นจ้องเธอพลางยิ้มกริ่ม
“นี่ยังไม่ทันจะเข้าหอ ก็ขนาดนี้เลยเหรอ รุนแรงเกินไปไหม ฉันยังไม่อยากอุ้มหลานอีกคนนะ” ปิ่นเอ่ยแซวก่อนจะรีบพับเก็บริมฝีปากเข้าหากัน เพราะถูกสายตาพิฆาตจากเพื่อนรักส่งมาให้
ครั้งนี้ปิ่นเป็นคนที่อาสาขับรถ ส่วนคนนั่งข้างรีบเอากระจกแต่งหน้าในรถลง หยิบแป้งพัฟมาโป๊ะรอยดวงที่คอเพื่อปกปิด
“ตลกดีเนอะ คราวที่แล้วแกเป็นคนขับรถพาฉันไปลองชุด แต่มาวันนี้ถึงตาฉันบ้างแล้ว” ปิ่นพูดขึ้นเสียงเบาขณะที่จับพวงมาลัย ตามองทางตรงหน้า หวนคิดถึงความหลังที่ครั้งหนึ่งเธอเคยได้ใส่ชุดที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันมาก่อน
“แกโอเคฉันไหมปิ่น” แอรินเอ่ยถามเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อนรัก
“โอเคดิ ฉันแค่คิดถึงความรู้สึกที่สวมมัน ไม่ได้คิดถึงไอ้เลวนั่นสักหน่อย”
แววตาของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เมื่อนึกถึงอดีตคู่หมั้นของเธอ
ถึงจะไม่ได้ติดต่อกันเลยตั้งแต่มีเรื่อง เธอก็พอรู้ความเคลื่อนไหวของภวินท์อยู่บ้าง ล่าสุดได้ข่าวว่าเขาคบกับนางแบบที่เพิ่งจะอายุสิบแปดด้วยซ้ำ แถมยังพากันเปิดตัวกันหวานชื่นออกสื่อ เห็นแล้วอยากจะอ้วก
“คนเลวแบบนั้น ขอให้สักวันมันไม่ตายดี” ปิ่นสบถ
“แกอย่าพูดอย่างนั้นดิ มันจะเข้าตัว คนดีๆ แบบเราตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้อยู่แล้ว”
แอรินพูดให้กำลังใจ แม้ว่าตัวเองจะเหมือนกำลังเดินเข้ากองเพลิงไปก้าวหนึ่งแล้วก็ตามที
รถญี่ปุ่นคันขาวจอดเทียบกับรถเปิดประทุนสุดหรูคันสีเดียวกัน สองสาวเพียงแค่มองผ่าน ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในร้าน
“คุณมาสาย” คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อเห็นว่ามีใครรออยู่ก่อนหน้าแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ธัน จำปิ่นได้ไหมคะ” ปิ่นเอ่ยทักคนแก่กว่าอย่างเป็นมิตร
“จำได้สิ น้องปิ่นสายเปย์ ขอบคุณนะครับที่วันนั้นเลือกพี่มานั่งด้วย ไว้ว่างๆ ไปอีกสิ คราวนี้พี่เลี้ยง” พอรู้ว่าของฟรีทำให้ปิ่นถึงกับหูผึ่งในทันที
“ได้เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามตาลุกวาว พลางนึกถึงเด็กหนุ่มหมายเลขแปดคนนั้นที่เธอเรียกมานั่งด้วย
“เดี๋ยวพี่สั่งเด็กไว้นะ” ธันวาส่งยิ้ม ขณะที่แอรินแอบหันไปอีกทางก่อนจะเบะปากคว่ำ
“คุณเกริกไม่ได้บอกฉันว่าคุณจะมาด้วย” น้ำเสียงแสดงความพอใจเป็นอย่างมาก หากรู้ว่าวันนี้ต้องมาเจอกับธันวา เธอคงไม่มาให้เสียเวลาหรอก
“มีแต่คนอื่นที่อยากให้สามีมาด้วย มีแต่น้องแอร์นี่แหละที่ไม่อยากให้พี่มา น่าน้อยใจจัง” ปั้นหน้าแสดงละครให้คนอื่นเห็นใจชัดๆ
“ฉันก็ถามแกตั้งหลายรอบว่าพี่ธันจะมาไหม ไหนแกบอกว่าพี่ธันติดธุระไง” ปิ่นเอ่ยถามเสียงเบา ทำเอาแอรินถึงกับหน้าเหวอไป เธออุตส่าห์ถามย้ำกับเลขาหนุ่มแต่กลับได้คำตอบว่าธันวาติดธุระ เธอจึงเลือกที่จะมาลองชุดในวันนี้
“เร็วเถอะ พี่พนักงานรอเราสองคนนานแล้วนะคะ”
พูดพร้อมกับสอดมือเข้าไปยังเอวคอด ร่างบางกำลังจะสะบัดตัวออกแต่กลับถูกอีกฝ่ายล็อกไว้ไม่ให้หนีไปไหน
“แสดงละครหน่อยสิคุณ” เขากระซิบที่ข้างหูของเธอ
“ขอโทษนะคะ ที่ฉันแสดงละครไม่เก่งเหมือนคุณ” เธอพูดลอดไรฟัน ก่อนจะพากันเดินไปยังห้องลองชุดซึ่งอยู่ชั้นสอง
“น่ารักจังเลยเนอะ บ่าวสาวคู่นั้น”
“จริงแก เจ้าบ่าวหล่อมาก เท่มากด้วยแก”
พนักงานที่ยืนตรงเคาน์เตอร์หันไปกระซิบกระซาบ แต่ก็ดังพอที่พวกเขาจะได้ยิน
ทั้งสามเดินตามพนักงานขึ้นไปบนชั้นสอง ก่อนจะเข้าไปในห้องลองชุดชายหญิงที่ทางร้านจัดสรรปันส่วนเป็นอย่างดี
ทันทีที่เข้าห้องมา แอรินถอนหายใจแรง โดยมีสายตาของปิ่นที่ลอบสังเกตเพื่อนสาวเป็นพักๆ
ชุดแต่งงานมีทั้งหมดสองชุด ชุดแรกคือชุดไทยจักรพรรดิสีครีม สไบสีทองอร่ามดูเด่นเป็นสง่า ส่วนชุดสำหรับค่ำคืนเธอเลือกชุดเกาะอกสีขาว กระโปรงยาวเข้ารูป ขณะที่ด้านหลังมีโบว์ช่อใหญ่พลิ้วไหวไปตามกระโปรงตัวยาว ดูเรียบหรูดูแพง
ธันวาในชุดสูทสีครีมเดินเข้ามาหาเจ้าสาวของเขา ได้เจอกันทั้งคู่กลับทำเพียงแค่สบตา ราวกับต้องมนต์สะกดของกันและกัน
ชายหนุ่มไล่สายตาตั้งใบหน้าจนถึงเนินอกใหญ่ ทันใดนั้นคิ้วหนากลับขมวดแน่นอย่างไม่ชอบใจหนัก เมื่อเห็นว่าภูเขาสองลูกเนินนู้นอกสายตาเด่นเกินไป
“สวยจนตาค้างเลยเหรอคะพี่ธัน คริคริ” ปิ่นเอ่ยแซว ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“มันโป๊เกินไป ไปเปลี่ยนชุดให้ภรรยาฉันใหม่เดี๋ยวนี้” หันไปบอกพนักงานเสียงเรียบแต่ดูน่าเกรงขาม จนพวกเธอต้องปรี่เขามาหาแอรินเป็นการใหญ่
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แอร์ชอบชุดนี้ แถมชุดนี้ทางร้านสามารถแก้งานทันด้วย ไม่ต้องวุ่นวายหรอกนะคะ”
เธอเห็นใจพนักงานที่ต้องเร่งแก้ชุดให้เสร็จภายในวันเดียว นั่นเพราะอีกสามวันก็เป็นวันแต่งงานของเธอแล้ว
จัดกะทันหันขนาดนี้ ใครเขาจะแก้ชุดทัน พอคิดถึงเรื่องนั้น ทันทีที่เธอเข้ามาในห้องลองชุด สายตาก็กวาดมองหาชุดที่พอจะเป็นไปได้ แล้วไม่ลำบากพนักงานในการแก้มากเกินไป
“ถ้าเราชอบก็ได้ แต่พอมีวิธีไม่ให้ชุดโป๊มากเกินไปหรือเปล่า”
พอเห็นสายตาของว่าที่ภรรยา เขาก็ยอมให้ใช้ชุดนี้ได้ แต่เพิ่มเงื่อนไขให้ช่างทำอย่างไรก็ได้แก้ไขจุดบกพร่องนี้
พอลองชุดเสร็จทั้งสามก็พากันเดินลงมาชั้นล่าง ก่อนที่ธันวาจะยื่นบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินให้พนักงาน
“ยังไม่แต่งเลยนะคะ แต่เห็นวี่แววกลัวเมียแล้วสิ” ปิ่นหัวเราะ
“พี่น่ะเหรอจะกลัวเมีย” คิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม เหลือบมองเสี้ยวหน้าแอรินที่กำลังเดินดูชุดในร้านอย่างเพลิดเพลิน
“ปิ่นแซวเล่นนะ แต่อีกหน่อยก็คงไม่แน่ หึหึ”
เจ้าของรอยสักรูปหัวกะโหลกส่ายหน้าเบาๆ คนอย่างเขาเนี่ยนะ จะกลัวเมีย ฝันเถอะ อย่างไรเสียหลังจากงานแต่งไป คนหัวดื้ออย่างแอรินก็ต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติเขาอยู่ดี
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







