ログインอาริเทียร์ไม่ได้ถูกสั่งห้ามหรือกักบริเวณเหมือนทุกครั้งหลังจากถูกท่านดยุกผู้เป็นบิดาสั่งสอน ทางนั้นเองก็ไม่ได้ใส่ใจหรือเข้ามาวุ่นวายอะไรกับเธอ ได้ยินเบลฟอร์ดบอกว่าท่านพ่อกำลังจัดการตามหาตัวการที่ปล่อยข่าวนี้ให้ได้โดยเร็ววัน เพราะในนครหลวงและในวงสังคมยังคงมีการพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธออยู่เนือง ๆ
อย่างน้อยท่านพ่อก็เป็นห่วงเธอ ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่ท่านพ่อไม่ห่วงก็คงไม่ตามหาต้นตอคนปล่อยข่าวและเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้ อาริเทียร์คิดเข้าข้างตนเองเช่นนี้อยู่เสมอ อาริเทียร์นอนคว่ำอยู่บนเตียงนานนับสัปดาห์ นอกจากแมรี่กับเบลฟอร์ดแล้วเธอก็ไม่ได้พบหน้าใครอีก ไม่ว่าจะเป็นท่านพี่อาร์ดิโตหรืออลันคู่หมั้นของเธอ
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ” แมรี่เปิดม่านสีน้ำตาลเข้มแสงสว่างสาดส่องเข้ามาภายในห้อง
“ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นพวกที่บอกแล้วไม่จำ” อาริเทียร์บ่นให้กับแมรี่ นอกจากจะไม่ฟังคำสั่งเหมือนกับสาวใช้คนอื่น ๆ แล้ว ยังชอบทำอะไรหลายอย่างนอกเหนือจากหน้าที่ของตนเอง
“ก็ท่านหญิงเป็นเจ้านายของดิฉันนี่คะ” แมรี่ที่มีเรือนผมสีดำสนิทถักเป็นเปียสองข้างดูน่ารัก ดวงตาเป็นสีเขียวสวย ส่งยิ้มให้กับเจ้านายที่นอนคุดคู้อยู่บนเตียงมาหลายวัน “ว่าแต่ท่านหญิงยังไม่ได้ตอบดิฉันเลยค่ะว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดี” อาริเทียร์ไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านั้น
“วันนี้อากาศดี ไม่ร้อนและก็ไม่หนาวจนเกินไป ท่านหญิงอยากไปเดินเล่นสักหน่อยไหมคะ ดิฉันจะแต่งตัวให้” แมรี่รินน้ำชาลงในถ้วยเซรามิกราคาแพงแล้วจึงส่งให้เจ้านายของตนเอง การได้รับวิตามิน D3 จากแดดในตอนเช้าช่วยต้านการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดความเครียดและความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า
“เธอนี่มัน!!”
อาริเทียร์เห็นด้วยกับความคิดของแมรี่ เธอนอนหมกตัวอยู่บนเตียงมาหลายวัน นอกจากเดินไปอาบน้ำกับเข้าห้องน้ำ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรอีก หนังสือของห้องสมุดในคฤหาสน์เธอก็อ่านมันจนหมดไม่เหลือเล่มใดแล้ว คนตัวเล็กลงจากเตียงบิดขี้เกียจเล็กน้อย แมรี่เองก็รู้หน้าที่เดินเข้ามาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แทบจะทันที
“วันนี้สวมสีชมพูดอ่อนตัวนี้ดีกว่าค่ะ ดิฉันเห็นดอกไม้ในสวนก็เป็นสีเดียวกัน ถ้าท่านหญิงสวมมันต้องงดงามมากแน่ ๆ” แมรี่เอ่ยชมพร้อมกลับยืนถือชุดให้กับอาริเทียร์ดู
“แล้วแต่เธอเถอะ” อาริเทียร์ตอบแบบขอไปที
เส้นผมของอาริเทียร์เป็นสีน้ำตาล ดวงตาเป็นสีน้ำตาลเข้มเข้ากันกับสีของเส้นผม ใบหน้ารูปไข่ ผิวพรรณเป็นสีพีชสวย มีเรือนร่างอวบอิ่มงดงาม สัดส่วนได้รูปสะโพกผาย โดยเฉพาะทรวงอกอวบอิ่ม ความงดงามเช่นนี้ไม่ว่าสตรีชนชั้นสูงคนนั้นไหนก็ล้วนแล้วแต่ต้องรู้สึกอิจฉา ในทัศนะของแมรี่ ท่านหญิงของเธอเป็นสุภาพสตรีที่งดงามอันดับหนึ่งของนครหลวง น่าเสียดายที่ผิวพรรณพวกนั้นมีแต่รอยฟกช้ำและแผลเป็นเต็มไปหมด
แมรี่บรรจงจัดแต่งทรงผมของท่านหญิงอาริเทียร์อย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะถูกจัดทรงออกมาในรูปแบบไหนท่านหญิงของเธอก็งดงามเปล่งประกายอยู่เสมอ หรือแม้กระทั่งในวันที่ฝนพรำ
**************
“ผมไม่อยากไปเลยข่าวลือเรื่องของแม่นั่นทำให้ผมอับอายไปหมด” อลันบ่นอย่างหงุดหงิด เมื่อถูกมาร์เชอเนสเบลล่าผู้เป็นมารดาบังคับให้เขาไปเอาอกเอาใจอาริเทียร์ แอสเตอร์
“แกก็อดทนเอาเสียหน่อย ถึงจะมีข่าวลือไม่ค่อยดีเกี่ยวกับยายเด็กนั่นออกมา แต่ความจริงที่เธอเป็นบุตรสาวของไคเดน แอสเตอร์มันก็ไม่เปลี่ยน” มาร์เชอเนสให้เหตุผลกับบุตรชาย
“โธ่คุณแม่ ความจริงเราไม่ต้องแต่งงานกับยายนั่นก็ได้ บุตรสาวชนชั้นสูงที่รวยกว่าและนิสัยดีกว่าก็มีเยอะแยะไป” แม้ว่าอาริเทียร์จะงดงามกว่าสตรีใดในอาณาจักร แต่ก็ไม่ทำให้อลันรู้สึกชอบหรือรักเธอได้เลย เป็นเพราะนิสัยร้ายกาจของเจ้าหล่อน ที่พอไม่ได้ดั่งใจอะไรก็ด่ากราดโวยวาย ความจริงก็คิดว่าเมื่อโตขึ้นนิสัยหรืออะไร ๆ จะเปลี่ยนไปบ้างแต่ไม่เลย เธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
“ลูกก็รู้ว่าเหตุผลไม่ใช่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นอำนาจของตระกูลดยุกต่างหาก เราจะใช้ชื่อเสียงและอำนาจของตระกูลดยุก ต่อยอดในเรื่องต่าง ๆ ลูกก็รู้ว่าการที่ลูกได้ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักมาก็เพราะเป็นดยุกไคเดนเป็นคนเดินเรื่องให้” ผู้เป็นมารดาสั่งสอนบุตรชาย “ไว้ถึงตอนนั้นเราได้เกี่ยวดองกันแล้ว ลูกจะมีอนุภรรยาอีกกี่สิบคนก็ได้แม่ไม่ว่า ขอแค่...”
“ครับ ๆ เข้าใจแล้วครับ” อลันผุดลุกขึ้นยืน สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มแบบขุนนางแล้วรีบเดินออกไปจากคฤหาสน์เพราะไม่อยากฟังเสียงพร่ำบ่นของมารดาอีกต่อไปอีก
“อลัน!!! ลูกก็ฟังแม่สักหน่อยเถอะ”
“คุณแม่เลิกบ่นเสียทีเถอะ ถ้ายังอยากให้ผมกลับมาที่บ้านหลังนี้”
“ได้ ๆ แต่ยังไงก็เก็บสิ่งที่แม่พูดไปคิดดูก็แล้วกันนะอลัน” มาร์เชอเนสเบลล่าทิ้งท้าย
สิ่งที่มารดาของเขากล่าวออกมานั้นไม่มีผิดไปสักข้อ ที่เขาได้ตำแหน่งขุนนางในราชวงศ์ก็เป็นเพราะเส้นสายของดยุกไคเดนหามาให้ ถ้าไม่มีเรื่องคำสัญญาบ้า ๆ บอ ๆ นั่น เขาคงไม่แต่งกับยายผู้หญิงที่นิสัยไม่ดีและมีดีแค่เพียงหน้าตาและรูปร่างเช่นนั้นหรอก
อลันขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์แอสเตอร์ ในหัวก็คิดถึงอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย อย่างน้อย ๆ ยายอาริเทียร์ก็เป็นแม่โคนม ไหนจะสะโพกอวบอิ่ม นมโต ๆ อลันเฝ้าอดทนรอวันที่จะได้เข้าห้องหอกับเธอแทบไม่ไหว อยากจะถอดเสื้อผ้าให้เธอเปลือยกายดูให้ถ้วนถี่ว่าอะไรแอบซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง และนั่นคงจะเป็นข้อดีเดียวของนางมารร้ายอย่างอาริเทียร์ พอคิดถึงเรื่องที่ตนเองจะเป็นคนที่ได้สอดไอ้นั่นเข้าไปในตัวเธอเป็นคนแรก อลันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ใช้เวลาไม่นานรถม้าของตระกูลวิลเลี่ยมก็มาจอดอยู่ในลานบ้านของตระกูลแอสเตอร์ พ่อบ้านและคนรับใช้ของที่นี่รู้จักเขาดี เมื่อเขามาถึงก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปด้านใน
“เทียร์ล่ะ”
“ท่านหญิงน่าจะนอนอยู่ในห้อง” เบลฟอร์ดตอบ “ให้ผมไปเรียกให้ดีไหมครับ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้ต้องการให้มีพิธีรีตองอะไร” นอนอยู่งั้นเหรอถ้าเขาเข้าไปในห้องของอาริเทียร์ในเวลานี้จะได้เห็นเธออยู่ในชุดนอนหรือเปล่านะ
พูดจบมาร์ควิสอลันก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปในคฤหาสน์ทันที และเมื่อเป็นเช่นนั้นเบลฟอร์ดเองก็มิอาจจะว่าดล่าวสิ่งใดได้อีก
อาริเทียร์แวะไปที่ห้องซักล้างก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องของตนเอง คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้สาวใช้ของเธอไปทำหน้าที่อื่นกัน คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปด้านใน เห็นแมรี่กำลังวุ่นวายกับการซักผ้าปูที่นอนหลายผืน โดยมีหญิงรับใช้ที่อายุมากกว่าแมรี่น่าจะเพียงไม่กี่ปียืนจับกลุ่มพูดคุยกัน ทั้งหมดปล่อยให้แมรี่ทำงานอยู่ตามลำพังคนเดียวโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งที่ตอนนี้คือเวลาที่ควรจะเข้านอนได้แล้วทันทีที่อาริเทียร์เห็นภาพความไม่ประทับใจนั่น หญิงสาวก็หายไปที่ห้องครัวที่อยู่ใกล้ ๆ กัน หยิบเอาขวดซอสสีดำที่มีกลิ่นฉุนติดมือมาด้วย หญิงรับใช้พวกนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นอาริเทียร์ที่เดินเข้ามา ก็ทำความเคารพ“แมรี่ กลับขึ้นไปบนห้องของฉันเดี๋ยวนี้ เธอไม่เห็นเหรอว่าสภาพฉันตอนนี้เป็นยังไง” อาริเทียร์กอดอกออกคำสั่งเสียงเข้ม “ไปเตรียมน้ำให้ฉันอาบเดี๋ยวนี้”“แต่ว่า...” แมรี่ลังเล “คุณเบลฟอร์ดสั่งให้ดิฉันอยู่ที่นี่ค่ะ ถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ได้กลับไป”คำตอบของแมรี่ทำเอาอาริเทียร์หงุดหงิด“เธอฟังคำสั่งของเบลฟอร
อาริเทียร์นั่งรถม้ากลับคฤหาสน์แอสเตอร์โดยมีแกรนด์ดยุกเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรเป็นผู้มาส่ง หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ผิดกับอีกฝ่ายที่ดูมีท่าทางสบาย ๆ แตกต่างจากเธอ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์ ทหารยามที่เฝ้าประตูทางเข้าสอบถามจากคนขับรถม้า แล้วยื่นหน้าเข้ามาด้านใน พอเห็นว่าเป็นอาริเทียร์จึงปล่อยให้เข้าไปอย่างง่ายดายรถม้าแกรนด์ดยุกไปจอดอยู่ที่ลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลแอสเตอร์ ไนซีอาลงจากรถม้าก่อน ตามมารยาท ส่วนอาริเทียร์เดินลงตามหลัง“ท่านหญิงเพียงคนเดียวกลับมาแล้ว แต่ไม่มีใครออกมาต้อนรับเลยนะครับ” ไนซีอากล่าวเชิงตำหนิเบลฟอร์ดที่เพิ่งรู้ว่าแกรนด์ดยุกมาถึงหน้าบ้าน รีบวิ่งออกมาต้อนรับ“สวัสดีครับท่านแกรนด์ดยุก อ้าวท่านหญิง ทำไมถึงมาอยู่กับแกรนด์ดยุกได้ ผมก็นึกว่าท่านหญิงอยู่ในห้องเสียอีก” ผู้เป็นพ่อบ้านตกใจที่เห็นอาริเทียร์เพิ่งจะกลับบ้านมา“....” อาริเทียร์หน้าตึงทันที ที่แท้ที่พวกเขาไม่ออกไปตามหาเธอเพราะคิดกันเอาเองว่าเธอกลับมาแล้ว คนตัวเล็กมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นผู้คนก
ทั้งหมดที่หมายถึงอัศวินของพวกเขาด้วย ทิ้งเธอเอาไว้ในร้านขายอาวุธเพียงลำพัง อาริเทียร์ออกมายืนหน้าร้าน คาดหวังว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับมารับเธอ แต่ผ่านไปสองชั่วโมงจนฟ้าใกล้มืดแล้วก็ยังไม่มีสักคนคิดจะย้อนกลับมาพาเธอกลับบ้านน่าเสียดายที่เมื่อกี้ดันยื่นถุงเงินให้กับพ่อค้าผู้นั้นไปจนหมด ลืมคิดหน้าคิดหลังเผื่อตนเองลำบากเอาไว้เสียด้วย คนตัวเล็กทำหน้าเศร้า สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ยามมองมาที่เธอก็น่ากลัวจนเกินไป ถ้าหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับเธอบ้าง จะมีใครกระโดดออกมาช่วยเธอเหมือนกับที่ช่วยเลดี้ผมสีทองคนนั้นไหมนะ“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ไนซีอาเองก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่อาริเทียร์ถูกทิ้งเอาไว้ในตรอกแห่งนี้คนตัวเล็กหันไปมองเจ้าของเสียง“อ้อ....กำลังจะกลับแล้วค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ในที่แห่งนี้เธอไม่ควรจะไว้ใจใครทั้งสิ้น “ดิ..ฉันขอตัวนะคะ” อาริเทียร์เร่งรีบออกมาให้พ้นจากชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก เดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็นึกโกรธตนเองที่วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุม แถมยังใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมิดชิดเสียด้วย ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าจะถูกทิ้งเช่นนี้“ตายจริ
เมื่อเสร็จจากร้านขนมแล้ว อาริเทียร์ก็ร่ำร้องอยากไปร้านขายอาวุธอย่างที่ตั้งใจและบอกกับอาร์ดิโตเอาไว้ตั้งแต่แรก แม้จะรู้สึกปวดท้องแต่เธอก็พยายามอดทน เวลายังเหลืออีกพอสมควร ทั้งหมดจึงเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถม้า เพราะมันช่วยให้ภาพลักษณ์ของทุกคนดูดีและได้เฉิดฉายต่อสายตาของผู้คนร้านขายอาวุธชั้นดีอยู่ในย่านการทหาร ที่อยู่ถัดออกไปสามสี่ตรอกทั้งสามคนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาราวสามสิบนาทีก็มาถึงอาร์ดิโตเห็นเหงื่อผุดอยู่บนใบหน้าของน้องสาวก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน“ถ้ารู้ว่าน้องจะเหนื่อยขนาดนี้พี่คงให้นั่งรถม้ากันมาดีกว่า”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” อาริเทียร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร “ว่าแต่...น้องไม่รู้เลยค่ะ ว่าดาบร้านไหนคุณภาพดีที่สุด” อาริเทียร์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการทหารอาวุธสักชิ้นเธอก็ไม่เคยเห็น ร้านที่อยู่ในตรอกการทหารก็ดูคล้าย ๆ กันไปหมด“พี่มีอยู่ร้านหนึ่ง” อลันคุยโว “มาเถอะไปร้านนั้นก็ได้...ว่าแต่เทียร์เธอจะไม่เลือกให้ฉันสักเล่มเหรอ” อลันเองก็อยากได้ของขวัญจากอาริเทียร์ด้วยเช่นกัน“ไว้รอท่านพี่อลันได้ตำแหน่งก่อนนะคะ วันนั้นน้องจะตั้งใจเลือกเลยค่ะ” อ
เมื่อพวกเขาอยากได้น้องสาวที่น่ารัก บุตรสาวที่เพียบพร้อม คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบ อาริเทียร์ก็พร้อมจะเป็นให้พวกเขา คนตัวเล็กยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งที่ได้ออกมานอกบ้านกับอาร์ดิโตผู้เป็นพี่ชาย“ได้ยินว่าท่านพี่ได้เลื่อนขั้นด้วย” อาริเทียร์ยิ้มให้กับพี่ชาย และเริ่มสนทนากันเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง “น้องแสดงความยินดีด้วยนะคะ”“ขอบคุณน้องมากนะครับ”“แต่น้องไม่มีอะไรมอบให้ท่านพี่เลย” อาริเทียร์ทำหน้าเศร้า “ว่าแต่ทำไมท่านพี่ได้เลื่อนขั้นถึงไม่ยอมมาบอกข่าวน้องหน่อยล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้น้องรู้จากเบลฟอร์ด”อาร์ดิโตเบิกตาเล็กน้อย มองน้องสาวที่ทำหน้าเศร้า“ตายจริง พี่ไม่เคยบอกน้องเหรอ” เขาคงงานยุ่งจนเกินไปจนละเลยเธอ“ค่ะ ท่านพี่ยังไม่ได้บอกน้องอย่างเป็นทางการเลยนะคะ วันงานเลี้ยงเลื่อนขั้นของท่านพี่ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ น้องก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรเอาไว้เลย อันที่จริงน้องรู้จาก...จากการที่เบลฟอร์ดพูดเรื่องนี้กับสาวใช้ เรื่องที่คฤหาสน์จะจัดงาน” อาริเทียร์น้อยใจ“อย่าน้อยใจไปเลยน้องพี่ งั้น...ให้โอกาสพี่อีกสักรอบได้ไหม” อาร์ดิโตลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน“...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ“อาริ
เขาตามสายข่าวเรื่องการก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ของอาณาจักรมาจนถึงงานเทศกาล ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาความผิดปกติหรือผู้ต้องสงสัย บังเอิญไปพบกับใครสักคนที่เห็นผ่านหน้าผ่านตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงที่มารดาชอบอ่านอยู่บ่อย ๆ“นั่นไม่ใช่ท่านหญิงอาริเทียร์ผู้โด่งดังหรอกหรือครับ” ริชาร์ดชี้มือไปทางสตรีชนชั้นสูงที่ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าร้านขายบาร์บีคิว“นั่นสิ แต่ฉาวโฉ่ต่างหากไม่ใช่โด่งดัง” ไนซีอา ฟิลล์ รอนนิ่ง หรือที่ทุกคนรู้จักในฐานะแกรนด์ดยุกรอนนิ่งแห่งก็อตเทนแฮม ก็มองไปยังทิศทางที่ริชาร์ดอัศวินของเขาชี้ไปเช่นกัน“น่าแปลกนะครับ ไม่คิดว่าจะได้มาพบเธอในตลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้” ริชาร์ดกังวล“หากนายกังวลเรื่องของเธอนัก ก็ไปติดตามเธอเสียสิ จะเปลี่ยนใจไปเป็นอัศวินของเธอก็ได้นะ” ไนซีอาบอกแบบไม่ยี่หระ ตัวเขาไม่ได้มีความสนใจในตัวของเลดี้ผู้อื้อฉาวคนนั้นเท่าไหร่นัก“ไม่ดีกว่าครับ อยู่กับท่านแกรนด์ดยุกดีกว่าเยอะ” ริชาร์ดยิ้มแหยรีบปฏิเสธ “แต่...หญิงรับใช้คนนั้นก็คุ้น ๆ อยู่นะครับ นั่นไม่ใช่แมรี่ ที่มาขอร้องให้ท่านดยุกเขียนหนังสือแนะนำตัวเพื่อเข้าไปทำงานในคฤหาสน์แอสเตอร์ใ