เข้าสู่ระบบแมรี่กัดฟันเล็กน้อยถึงจะถูกขับไล่ไสส่งอย่างไม่สำนึกในความห่วงใย แต่กระนั้นก็ยังคงเข้าไปประคองท่านหญิงที่น่าสงสารอย่างใจเย็นอยู่ดี เธอไม่ใช่คนใจร้ายใจดำถึงขนาดปล่อยคนที่กำลังบาดเจ็บและตกอยู่ในความยากลำบากเอาไว้เพียงคนเดียวหรอกนะ
“ให้ฉันช่วยเถอะนะคะ” ผู้เป็นคนรับใช้แตะคนที่ยืนแทบจะไม่อย่างเบามือ
“โอ๊ย!!” ทันทีที่มือของแมรี่สัมผัสร่างกายของเจ้าหล่อน อาริเทียร์ก็รู้สึกเจ็บปวดจนต้องส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ ร่างกายเธอเหนื่อยล้าสำหรับเรื่องวันนี้แล้ว “ฉันบอกว่าอย่ามายุ่ง” อาริเทียร์ผลักแมรี่ให้พ้นทาง เรื่องเรี่ยวแรงไม่ต้องพูดถึงเพราะเหลือน้อยเต็มที
“ขอโทษที่ล่วงเกินนะคะ” แมรี่ไม่เพียงไม่ขยับถอยหนีไปไหน ซ้ำยังเข้าไปถือวิสาสะแตะต้องท่านหญิงที่น่าสงสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
อาริเทียร์ที่ไม่มีแรงดิ้น ได้แต่เดินไปตามการประคองของแมรี่อย่างช่วยไม่ได้
“...”
ไม่นานร่างกายของอันบอบช้ำของอาริเทียร์ก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน คนตัวเล็กได้ยินเสียงฝีเท้าถอยห่างออกไปไกล เดาว่าแมรี่คนนั้นคงจะหนีกลับไปแล้วเพราะตกใจกลัวที่เธออยู่ในสภาพเช่นนี้ สงสัยครั้งนี้ก็เหมือนครั้งอื่น ๆ เธอคงจะต้องให้เบลฟอร์ดขับไล่แมรี่คนนั้นออกไปจากที่นี่เสียแล้ว ส่งเธอไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องมารับรู้เรื่องน่าอับอายของเธอเช่นนี้
อาริเทียร์ถอดคอร์เซ็ทอย่างเชื่องช้า โชคดีที่อย่างน้อยคอร์เซ็ทบ้า ๆ นี่ ก็ช่วยผ่อนความรุนแรงจากการสั่งสอนของดยุกไคเดนลงได้บ้าง โลหิตแห้งกรังติดกับชุดเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่แนบชิดไปกับผิวหนังที่ได้รับบาดเจ็บ ยามเมื่อชุดถูกถอดออก มันสร้างความเจ็บปวดตอกย้ำลงไปในทุกอณูของร่างกาย
“ตายจริง ท่านหญิงอย่าเพิ่งรีบถอดแบบนั้นสิคะ” แมรี่กลับมาพร้อมกับอ่างทองเหลืองที่มีน้ำอุ่น ๆ
“...” อาริเทียร์เบิกตามองไปยังต้นเสียง
“เดี๋ยวดิฉันช่วยจัดการให้นะคะ” แมรี่จับมือของอาริเทียร์ให้ออกห่างจากบาดแผลพวกนั้น “ถ้าจัดการหรือดูแลไม่ดี จะเป็นแผลเป็นเอาได้นะคะ”
“บอกว่าอย่ายุ่งไง ฉันไม่ต้องการความหวังดีจากพวกคนรับใช้หรอกนะ” อาริเทียร์ปัดมือของแมรี่ทิ้ง
“อย่าดื้อสิคะท่านหญิง” แมรี่บอกพร้อมกับจุ่มผ้าสีขาวลงไปในน้ำอุ่นจนชุ่มบิดเพียงเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ ช่วยเช็ดซับตรงที่เป็นรอยโลหิต “ถ้าดึงเสื้อผ้าออกไปทั้งที่ยังมีคราบโลหิตติดอยู่แบบนี้ จะทิ้งแผลเป็นและอาจจะอักเสบเอาได้นะคะ แล้วก็ใช้วิธีการนี้จะช่วยทุเลาความเจ็บปวดลงบ้าง” น่าเสียดายที่สมัยนี้ไม่มียาฆ่าเชื้อหรือพวกยาระงับความเจ็บปวด
น้ำเสียงที่อ่อนโยนของแมรี่ ทำให้อาริเทียร์ผ่อนคลาย หญิงสาวเลิกต่อต้านและปล่อยให้สาวใช้ที่เธอเพิ่งจะรู้จักช่วยเหลือ
“ทำไมเธอถึงรู้วิธีการพวกนี้ แล้วไหนจะการที่เห็นแผลพวกนี้ของฉันแต่ยังสงบอยู่ได้อีก” ที่จริงเธอเอง ก็รู้ไอ้วิธีการที่แมรี่เพิ่งจะพูด แต่เหนื่อยเกินกว่าจะไปต้มน้ำมาทำเอง จึงรีบถอดรีบนอนเสียดีกว่า
“อ้อ...ดิฉันเคยทำงานในกองทัพ อยู่ฝ่ายพยาบาล เคยช่วยคุณหมอและท่านนักบุญรักษาแผลของพวกทหารอยู่บ่อย ๆ เลยไม่ค่อยตกใจกับเรื่องพวกนี้ แล้วก็รู้วิธีการรักษาเบื้องต้นมาบ้างค่ะ” แมรี่ตอบ
“เหอะ!!” อาริเทียร์แค่นหัวเราะ “แล้วคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างเธอ ทำงานในกองทัพพวกนั้นไม่สนุกกว่าเหรอ มาเป็นคนรับใช้ทำไมกัน?”
“ไม่เลยนะคะ ที่นี่สบายกว่ามาก ดิฉันเหนื่อยล้ากับความตายมามากเกินพอแล้วค่ะ” แมรี่บรรจงเช็ดตัวให้ท่านหญิงผู้เป็นเจ้านายคนใหม่ของตนเองอย่างอ่อนโยน ใช้เวลาจัดการอยู่ครู่ใหญ่ก็เสร็จสิ้น
อาริเทียร์ไม่ได้ถามอะไรอีก เธอไม่อยากผูกพันกับใครมากนัก สถานะของเธอในคฤหาสน์หลังนี้จะว่าดีก็นับว่าดี จะว่าแย่ก็นับว่าแย่ ดยุกไคเดนไม่ยินยอมให้เธอผูกสัมพันธ์กับพวกคนรับใช้มากนัก
“เพราะอะไรหรือคะท่านพ่อ”
“เพราะลูกคือเลดี้แอสเตอร์ เป็นชนชั้นสูงที่สง่างาม ชนชั้นสูงที่ไหนมาทำตัวสนิทสนมกับพวกคนรับใช้กันล่ะ”
หลังจากนั้นเด็กรับใช้ที่อายุเท่า ๆ กันกับเธอก็ถูกขับไล่ออกไปจนหมด อาริเทียร์เองก็เริ่มมีทัศนคติรังเกียจคนรับใช้มาตั้งแต่นั้น
“ในเวลากลางวันต่อหน้าผู้คน ต่อหน้าอาร์ดิโต ต่อหน้าท่านพ่อ อย่าทำตัวสนิทกับฉันมากนักนะ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมาเอาใจใส่ฉัน” อาริเทียร์กล่าวขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เพราะอะไรหรือคะ?” ก็ในเมื่อเธอคือหญิงรับใช้ของท่านหญิงอาริเทียร์การดูแลเอาใจใส่เจ้านายก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของเธอไม่ใช่หรือ
“บอกให้ทำอะไรก็ทำตามไปเถอะ เธอจะต้องมาถามฉันทุกเรื่องเลยไหม” อาริเทียร์แว้ดใส่เสียงดัง “คิดว่าการที่ฉันให้เธอเข้ามาดูแลในตอนกลางคืนเธอจะพิเศษกว่าใครงั้นเหรอ”
“ค่ะ...ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะ” แมรี่สลดลง
เมื่อทาขี้ผึ้งรักษาแผลให้กับคนตัวเล็กที่นอนขดเป็นก้อนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แมรี่ก็รีบจัดการห่มผ้าห่ม เติมฟืนในเตาผิง เก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยและออกไปจากห้องนอนก่อนที่ฟ้าจะสว่างทันที
อาริเทียร์แวะไปที่ห้องซักล้างก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องของตนเอง คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้สาวใช้ของเธอไปทำหน้าที่อื่นกัน คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปด้านใน เห็นแมรี่กำลังวุ่นวายกับการซักผ้าปูที่นอนหลายผืน โดยมีหญิงรับใช้ที่อายุมากกว่าแมรี่น่าจะเพียงไม่กี่ปียืนจับกลุ่มพูดคุยกัน ทั้งหมดปล่อยให้แมรี่ทำงานอยู่ตามลำพังคนเดียวโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งที่ตอนนี้คือเวลาที่ควรจะเข้านอนได้แล้วทันทีที่อาริเทียร์เห็นภาพความไม่ประทับใจนั่น หญิงสาวก็หายไปที่ห้องครัวที่อยู่ใกล้ ๆ กัน หยิบเอาขวดซอสสีดำที่มีกลิ่นฉุนติดมือมาด้วย หญิงรับใช้พวกนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นอาริเทียร์ที่เดินเข้ามา ก็ทำความเคารพ“แมรี่ กลับขึ้นไปบนห้องของฉันเดี๋ยวนี้ เธอไม่เห็นเหรอว่าสภาพฉันตอนนี้เป็นยังไง” อาริเทียร์กอดอกออกคำสั่งเสียงเข้ม “ไปเตรียมน้ำให้ฉันอาบเดี๋ยวนี้”“แต่ว่า...” แมรี่ลังเล “คุณเบลฟอร์ดสั่งให้ดิฉันอยู่ที่นี่ค่ะ ถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ได้กลับไป”คำตอบของแมรี่ทำเอาอาริเทียร์หงุดหงิด“เธอฟังคำสั่งของเบลฟอร
อาริเทียร์นั่งรถม้ากลับคฤหาสน์แอสเตอร์โดยมีแกรนด์ดยุกเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรเป็นผู้มาส่ง หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ผิดกับอีกฝ่ายที่ดูมีท่าทางสบาย ๆ แตกต่างจากเธอ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์ ทหารยามที่เฝ้าประตูทางเข้าสอบถามจากคนขับรถม้า แล้วยื่นหน้าเข้ามาด้านใน พอเห็นว่าเป็นอาริเทียร์จึงปล่อยให้เข้าไปอย่างง่ายดายรถม้าแกรนด์ดยุกไปจอดอยู่ที่ลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลแอสเตอร์ ไนซีอาลงจากรถม้าก่อน ตามมารยาท ส่วนอาริเทียร์เดินลงตามหลัง“ท่านหญิงเพียงคนเดียวกลับมาแล้ว แต่ไม่มีใครออกมาต้อนรับเลยนะครับ” ไนซีอากล่าวเชิงตำหนิเบลฟอร์ดที่เพิ่งรู้ว่าแกรนด์ดยุกมาถึงหน้าบ้าน รีบวิ่งออกมาต้อนรับ“สวัสดีครับท่านแกรนด์ดยุก อ้าวท่านหญิง ทำไมถึงมาอยู่กับแกรนด์ดยุกได้ ผมก็นึกว่าท่านหญิงอยู่ในห้องเสียอีก” ผู้เป็นพ่อบ้านตกใจที่เห็นอาริเทียร์เพิ่งจะกลับบ้านมา“....” อาริเทียร์หน้าตึงทันที ที่แท้ที่พวกเขาไม่ออกไปตามหาเธอเพราะคิดกันเอาเองว่าเธอกลับมาแล้ว คนตัวเล็กมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นผู้คนก
ทั้งหมดที่หมายถึงอัศวินของพวกเขาด้วย ทิ้งเธอเอาไว้ในร้านขายอาวุธเพียงลำพัง อาริเทียร์ออกมายืนหน้าร้าน คาดหวังว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับมารับเธอ แต่ผ่านไปสองชั่วโมงจนฟ้าใกล้มืดแล้วก็ยังไม่มีสักคนคิดจะย้อนกลับมาพาเธอกลับบ้านน่าเสียดายที่เมื่อกี้ดันยื่นถุงเงินให้กับพ่อค้าผู้นั้นไปจนหมด ลืมคิดหน้าคิดหลังเผื่อตนเองลำบากเอาไว้เสียด้วย คนตัวเล็กทำหน้าเศร้า สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ยามมองมาที่เธอก็น่ากลัวจนเกินไป ถ้าหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับเธอบ้าง จะมีใครกระโดดออกมาช่วยเธอเหมือนกับที่ช่วยเลดี้ผมสีทองคนนั้นไหมนะ“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ไนซีอาเองก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่อาริเทียร์ถูกทิ้งเอาไว้ในตรอกแห่งนี้คนตัวเล็กหันไปมองเจ้าของเสียง“อ้อ....กำลังจะกลับแล้วค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ในที่แห่งนี้เธอไม่ควรจะไว้ใจใครทั้งสิ้น “ดิ..ฉันขอตัวนะคะ” อาริเทียร์เร่งรีบออกมาให้พ้นจากชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก เดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็นึกโกรธตนเองที่วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุม แถมยังใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมิดชิดเสียด้วย ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าจะถูกทิ้งเช่นนี้“ตายจริ
เมื่อเสร็จจากร้านขนมแล้ว อาริเทียร์ก็ร่ำร้องอยากไปร้านขายอาวุธอย่างที่ตั้งใจและบอกกับอาร์ดิโตเอาไว้ตั้งแต่แรก แม้จะรู้สึกปวดท้องแต่เธอก็พยายามอดทน เวลายังเหลืออีกพอสมควร ทั้งหมดจึงเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถม้า เพราะมันช่วยให้ภาพลักษณ์ของทุกคนดูดีและได้เฉิดฉายต่อสายตาของผู้คนร้านขายอาวุธชั้นดีอยู่ในย่านการทหาร ที่อยู่ถัดออกไปสามสี่ตรอกทั้งสามคนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาราวสามสิบนาทีก็มาถึงอาร์ดิโตเห็นเหงื่อผุดอยู่บนใบหน้าของน้องสาวก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน“ถ้ารู้ว่าน้องจะเหนื่อยขนาดนี้พี่คงให้นั่งรถม้ากันมาดีกว่า”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” อาริเทียร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร “ว่าแต่...น้องไม่รู้เลยค่ะ ว่าดาบร้านไหนคุณภาพดีที่สุด” อาริเทียร์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการทหารอาวุธสักชิ้นเธอก็ไม่เคยเห็น ร้านที่อยู่ในตรอกการทหารก็ดูคล้าย ๆ กันไปหมด“พี่มีอยู่ร้านหนึ่ง” อลันคุยโว “มาเถอะไปร้านนั้นก็ได้...ว่าแต่เทียร์เธอจะไม่เลือกให้ฉันสักเล่มเหรอ” อลันเองก็อยากได้ของขวัญจากอาริเทียร์ด้วยเช่นกัน“ไว้รอท่านพี่อลันได้ตำแหน่งก่อนนะคะ วันนั้นน้องจะตั้งใจเลือกเลยค่ะ” อ
เมื่อพวกเขาอยากได้น้องสาวที่น่ารัก บุตรสาวที่เพียบพร้อม คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบ อาริเทียร์ก็พร้อมจะเป็นให้พวกเขา คนตัวเล็กยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งที่ได้ออกมานอกบ้านกับอาร์ดิโตผู้เป็นพี่ชาย“ได้ยินว่าท่านพี่ได้เลื่อนขั้นด้วย” อาริเทียร์ยิ้มให้กับพี่ชาย และเริ่มสนทนากันเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง “น้องแสดงความยินดีด้วยนะคะ”“ขอบคุณน้องมากนะครับ”“แต่น้องไม่มีอะไรมอบให้ท่านพี่เลย” อาริเทียร์ทำหน้าเศร้า “ว่าแต่ทำไมท่านพี่ได้เลื่อนขั้นถึงไม่ยอมมาบอกข่าวน้องหน่อยล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้น้องรู้จากเบลฟอร์ด”อาร์ดิโตเบิกตาเล็กน้อย มองน้องสาวที่ทำหน้าเศร้า“ตายจริง พี่ไม่เคยบอกน้องเหรอ” เขาคงงานยุ่งจนเกินไปจนละเลยเธอ“ค่ะ ท่านพี่ยังไม่ได้บอกน้องอย่างเป็นทางการเลยนะคะ วันงานเลี้ยงเลื่อนขั้นของท่านพี่ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ น้องก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรเอาไว้เลย อันที่จริงน้องรู้จาก...จากการที่เบลฟอร์ดพูดเรื่องนี้กับสาวใช้ เรื่องที่คฤหาสน์จะจัดงาน” อาริเทียร์น้อยใจ“อย่าน้อยใจไปเลยน้องพี่ งั้น...ให้โอกาสพี่อีกสักรอบได้ไหม” อาร์ดิโตลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน“...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ“อาริ
เขาตามสายข่าวเรื่องการก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ของอาณาจักรมาจนถึงงานเทศกาล ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาความผิดปกติหรือผู้ต้องสงสัย บังเอิญไปพบกับใครสักคนที่เห็นผ่านหน้าผ่านตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงที่มารดาชอบอ่านอยู่บ่อย ๆ“นั่นไม่ใช่ท่านหญิงอาริเทียร์ผู้โด่งดังหรอกหรือครับ” ริชาร์ดชี้มือไปทางสตรีชนชั้นสูงที่ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าร้านขายบาร์บีคิว“นั่นสิ แต่ฉาวโฉ่ต่างหากไม่ใช่โด่งดัง” ไนซีอา ฟิลล์ รอนนิ่ง หรือที่ทุกคนรู้จักในฐานะแกรนด์ดยุกรอนนิ่งแห่งก็อตเทนแฮม ก็มองไปยังทิศทางที่ริชาร์ดอัศวินของเขาชี้ไปเช่นกัน“น่าแปลกนะครับ ไม่คิดว่าจะได้มาพบเธอในตลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้” ริชาร์ดกังวล“หากนายกังวลเรื่องของเธอนัก ก็ไปติดตามเธอเสียสิ จะเปลี่ยนใจไปเป็นอัศวินของเธอก็ได้นะ” ไนซีอาบอกแบบไม่ยี่หระ ตัวเขาไม่ได้มีความสนใจในตัวของเลดี้ผู้อื้อฉาวคนนั้นเท่าไหร่นัก“ไม่ดีกว่าครับ อยู่กับท่านแกรนด์ดยุกดีกว่าเยอะ” ริชาร์ดยิ้มแหยรีบปฏิเสธ “แต่...หญิงรับใช้คนนั้นก็คุ้น ๆ อยู่นะครับ นั่นไม่ใช่แมรี่ ที่มาขอร้องให้ท่านดยุกเขียนหนังสือแนะนำตัวเพื่อเข้าไปทำงานในคฤหาสน์แอสเตอร์ใ







