เข้าสู่ระบบเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่อาริเทียร์ได้ออกมาเดินเล่นสูดอากาศนอกห้องนอนของตนเองบ้าง โดยมีแมรี่เดินตามหลังหอบข้าวของจำเป็นเพื่อว่าเธอจะใช้ตามหลัง ทั้งที่อาริเทียร์ทั้งไล่ทั้งด่าให้อีกฝ่ายไปเดินไกล ๆ แต่แมรี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำตามคำสั่งเธอสักครั้ง ซึ่งอาริเทียร์เองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู้สึกถูกใจหญิงรับใช้ผู้มาใหม่คนนี้เป็นพิเศษ
ในสวนของคฤหาสน์ดยุกแห่งเวอร์ตั้นวูดที่ตั้งอยู่ในนครหลวงถูกประดับตกแต่งและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เคยได้ยินเบลฟอร์ดสนทนากับหญิงรับใช้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาพูดถึงสวนแห่งนี้ว่า เป็นผลงานของอดีตดัชเชสที่ล่วงลับไปแล้วหรือก็คือมารดาของเธอ อาริเทียร์ไม่มีความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับมารดาเลยสักนิด ดูเหมือนว่าความทรงจำในวัยเด็กของหญิงสาวจะหายไป รู้แต่เพียงว่าไม่มีอะไรสักอย่างบนตัวเธอที่ดูคล้ายกับมารดาที่จากไปเลย อาริเทียร์อยากเห็นหน้าท่านแม่สักครั้ง เคยพยายามแอบจะเข้าไปดูรูปวาดในห้องนอนของท่านพ่อและท่านแม่อยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้น
เพราะถ้าหากเธอถูกจับได้ว่าเข้าไปในห้องของทั้งสองท่าน โดยไม่รับอนุญาตคงจะถูกเขาสั่งสอนอย่างรุนแรงแน่ ๆ ตอนเด็ก ๆ อาริเทียร์ไม่เคยคิดว่าการถูกดยุกไคเดนลงโทษเป็นเรื่องหนักหนารุนแรงอะไร แต่พอเธอได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น เธอเห็นเลดี้ลินคอร์นที่ได้รับการเลี้ยงดูและเอาใจเป็นอย่างดี มีท่านแม่ท่านพ่อที่รักและทะนุถนอม มันทำให้อาริเทียร์คิดเปรียบเทียบกับครอบครัวตนเองอยู่ร่ำไป
แต่ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังอาจจะย่ำแย่กว่าเธอก็เป็นได้ อาริเทียร์มั่นใจว่าบ้านไหน ๆ ก็เป็นเหมือนกันไปหมด หากรักลูกและต้องการให้ลูกสาวอยู่ในร่องในรอยอยู่ในกรอบที่แต่ละครอบครัวกำหนดไว้ ก็ต้องเป็นแบบที่เธอเผชิญหน้ากันหมดนั่นแหละ
อาริเทียร์เดินมาจนถึงส่วนที่เป็นห้องทำงานของดยุกที่อยู่ด้านล่าง ที่อยู่ติดกับสวนอันเงียบสงบ นอกจากเสียงของเบลฟอร์ดและตัวของท่านพ่อแล้ว ยังมีท่านพี่อาร์ดิโตร่วมอยู่ในการสนทนาครั้งนี้ด้วย หน้าต่างกระจกใสถูกเปิดเพื่อรับลม จู่ ๆ อาริเทียร์ก็คิดอยากจะรู้ว่าทั้งหมดกำลังพูดคุยเรื่องอะไร
คนตัวเล็กส่งสัญญาณให้แมรี่อยู่เงียบ ๆ ซึ่งแมรี่เองก็เข้าใจได้ในทันที ว่าเจ้านายของตนเองกำลังต้องการอะไร ผู้เป็นคนรับใช้พยักหน้าหงึก ๆ อย่างรับรู้ในสถานการณ์ เธอเดินห่างออกมาเพื่อดูต้นทางให้กับเจ้านายของตนเอง ทิ้งให้ท่านหญิงอาร์เทียร์คลานเข้าไปแอบฟังตามลำพัง
“เรื่องข่าวลือ ผมให้คนไปจัดการสืบดูแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถหาข้อมูลของนักข่าวที่เขียนข่าวนั้นได้” นั่นเป็นเสียงของเบลฟอร์ด อาริเทียร์จำได้
“ทั้งที่ฉันอุตส่าห์เก็บเรื่องนั้นมาตั้งนาน ไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครรับรู้แท้ ๆ เลยเชียว” ดยุกไคเดนกล่าวอย่างอารมณ์เสีย
“ก็เป็นเพราะท่านพ่อนั่นแหละที่ตัดสินใจรับยายนั่นเข้ามาเป็นลูกสาว เรื่องราวเลยวุ่นวายไปหมด” อาร์ดิโตพูดสมทบ
อาริเทียร์ไม่คล้ายจะเข้าใจนักว่าสิ่งที่อาร์ดิโตพูดถึงมันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้กระโตกกระตากใด ๆ ไป ทำเพียงนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ
“ผมเองก็คิดเห็นเหมือนท่านชาย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวของโสเภณีในตรอกมืดแท้ ๆ แต่ท่านดยุกก็ยังเก็บเธอเอามาไว้ในคฤหาสน์แห่งนี้” เบลฟอร์ดเบื่อระอาความเอาแต่ใจยายท่านหญิงจอมปลอมนั่นเหมือนกัน
‘...’ อาริเทียร์ที่นั่งแอบอยู่นอกห้องทำงาน ได้ยินทั้งหมดที่เบลฟอร์ดพูด สิ่งที่คุณพ่อบ้านพูดมันคืออะไร ลูกสาวโสเภณีในตรอกมืดงั้นเหรอ? พวกเขากำลังหมายถึงใครกัน?
“ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะรับเด็กนั่นมาเลี้ยงดูหรอกนะ แต่นายก็รู้ว่าเป็นเพราะดัชเชสขอร้องให้รับเธอมาเลี้ยงดู แถมยังตั้งชื่อให้อีก ยายเด็กนั่นเลยได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้พร้อมกับแม่ของมัน” เมื่อคิดถึงวันที่มารดาที่แท้จริงของอาริเทียร์พาเด็กคนนั้นเข้ามาในบ้าน เขาเห็นถึงความชอกช้ำใจของภรรยาที่ผิดหวังในตัวเขา แต่กระนั้นเอร่าก็ยังยิ้มแย้มจูงมือยายเด็กกาฝากและดูแลเธอประดุจบุตรสาวคนหนึ่ง “ทุกอย่างเกือบจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว ถ้าหากอีนางโสเภณีคนนั้นไม่ได้คิดมักใหญ่ใฝ่สูง ใส่ยาพิษลงไปในน้ำชาของเอร่าเสียก่อน”
นอกจากคิดถึงวันแรกที่รับอาริเทียร์เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ยังคิดถึงวันที่มารดาของอาริเทียร์วางยาเอร่าภรรยาของเขาอย่างโหดเหี้ยม
‘อดีตดัชเชสหรือท่านแม่ของเธอถูกวางยาพิษจนตายไม่ได้ป่วยตายงั้นเหรอ’ นี่เป็นความรู้ใหม่ของอาริเทียร์
“นั่นสิครับ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงสกปรกคนนั้น ท่านแม่ก็คงไม่จากเราไปเร็วขนาดนี้” อาร์ดิโตพูดสมทบ “ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด แม้จะเห็นว่าท่านแม่กำลังนอนจมกองโลหิตที่กระอักออกมา ก็ยังหัวเราะออกมาได้หน้าตาเฉย ๆ น่ารังเกียจที่สุด”
“ทั้งที่อดีตดัชเชสใจดีกับพวกเธอสองแม่ลูกแท้ ๆ ก่อนตายก็ยังขอร้องให้ท่านดยุกเลี้ยงดูท่านหญิงอาริเทียร์เป็นอย่างดี” เบลฟอร์ดบ่นร่วมด้วย เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นเช่นกัน
“แต่ก็ยังดีนะครับที่ยายเด็กนั่นโตมาแล้วงดงาม” อาร์ดิโตมองหน้าบิดาแล้วจึงกล่าวต่อ “เมื่อเธอโตขึ้นอาริเทียร์เหมือนกับแม่ของเธอมาก”
“อืม..” ที่บุตรชายกล่าวมานั้นถูกต้อง ถึงแม้ว่ามารดาของอาริเทียร์จะเป็นเพียงโสเภณีในตรอกมืดแต่กระนั้นก็ยังงดงาม ไม่เช่นนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง เขาจะไปหลงใหลในตัวผู้หญิงคนนั้นจนมีอาริเทียร์งั้นเหรอ
“แล้วท่านพ่อแน่ใจแล้วใช่ไหมครับว่าอาริเทียร์เป็นทายาทของแอสเตอร์จริง ๆ” อาร์ดิโตอยากถามให้แน่ใจอีกสักครั้ง
“ก็จริงนั่นแหละ ฉันให้นักเวทมาพิสูจน์สายโลหิตของยายเด็กนั่นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ฉันอยากให้มันมีสักครั้งที่บอกว่าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกของฉันจริง ๆ เพราะถ้ามีสักครั้งที่ผลออกมาว่าอาริเทียร์ไม่ใช่ทายาทของแอสเตอร์ ในเวลานั้นฉันก็คงจะมีข้ออ้างในการขับไล่มันออกไปจากที่นี่”
“ท่านดยุกประเสริฐและเมตตาท่านหญิงอาริเทียร์เหลือเกิน ถ้าเป็นผม ถึงเธอจะเป็นลูกแท้ ๆ แต่แม่ของเธอมีส่วนทำให้คนรักของผมตาย ผมก็คงขับไล่เธอออกไป ไม่ให้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีตระกูลหรอกครับ” เบลฟอร์ดกล่าว
“เอาน่าเบลฟอร์ด อย่างน้อย ๆ ความงามของเธอก็ยังมีประโยชน์กับเรา อย่างน้อย ๆ ก็สามารถส่งไปแต่งงานกับพวกวิลเลี่ยมได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด ใคร ๆ ก็รู้ ว่าบ้านนั้นน่ารังเกียจขนาดไหน เสียดายอยู่เหมือนกันนะครับท่านพ่อ ถ้าส่งเธอไปแต่งงานกับคนของอาณาจักรอื่นคงจะขายได้ราคาดีกว่านี้ จะได้ไม่ต้องไปแต่งกับพวกจน ๆ พวกนั้นที่ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยนอกจากคำสัญญาของคนรุ่นเก่า”
เธอได้ยินทั้งหมดที่พวกเขาสนทนากัน!!
หัวสมองของอาริเทียร์ไม่สามารถรับข้อมูลใด ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว แมรี่สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของเจ้านายของตนเอง บวกกับกำลังมีหญิงรับใช้เดินผ่านมาทางนี้ ผู้เป็นคนรับใช้จึงคลานเข้าไปลากเจ้านายของตนเองออกมาจากพื้นที่ตรงนั้นได้อย่างหวุดหวิดก่อนใครจะมาเห็นเข้า
อาริเทียร์แวะไปที่ห้องซักล้างก่อนจะกลับขึ้นไปที่ห้องของตนเอง คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้สาวใช้ของเธอไปทำหน้าที่อื่นกัน คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปด้านใน เห็นแมรี่กำลังวุ่นวายกับการซักผ้าปูที่นอนหลายผืน โดยมีหญิงรับใช้ที่อายุมากกว่าแมรี่น่าจะเพียงไม่กี่ปียืนจับกลุ่มพูดคุยกัน ทั้งหมดปล่อยให้แมรี่ทำงานอยู่ตามลำพังคนเดียวโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งที่ตอนนี้คือเวลาที่ควรจะเข้านอนได้แล้วทันทีที่อาริเทียร์เห็นภาพความไม่ประทับใจนั่น หญิงสาวก็หายไปที่ห้องครัวที่อยู่ใกล้ ๆ กัน หยิบเอาขวดซอสสีดำที่มีกลิ่นฉุนติดมือมาด้วย หญิงรับใช้พวกนั้นเพิ่งจะสังเกตเห็นอาริเทียร์ที่เดินเข้ามา ก็ทำความเคารพ“แมรี่ กลับขึ้นไปบนห้องของฉันเดี๋ยวนี้ เธอไม่เห็นเหรอว่าสภาพฉันตอนนี้เป็นยังไง” อาริเทียร์กอดอกออกคำสั่งเสียงเข้ม “ไปเตรียมน้ำให้ฉันอาบเดี๋ยวนี้”“แต่ว่า...” แมรี่ลังเล “คุณเบลฟอร์ดสั่งให้ดิฉันอยู่ที่นี่ค่ะ ถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ได้กลับไป”คำตอบของแมรี่ทำเอาอาริเทียร์หงุดหงิด“เธอฟังคำสั่งของเบลฟอร
อาริเทียร์นั่งรถม้ากลับคฤหาสน์แอสเตอร์โดยมีแกรนด์ดยุกเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรเป็นผู้มาส่ง หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ผิดกับอีกฝ่ายที่ดูมีท่าทางสบาย ๆ แตกต่างจากเธอ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์ ทหารยามที่เฝ้าประตูทางเข้าสอบถามจากคนขับรถม้า แล้วยื่นหน้าเข้ามาด้านใน พอเห็นว่าเป็นอาริเทียร์จึงปล่อยให้เข้าไปอย่างง่ายดายรถม้าแกรนด์ดยุกไปจอดอยู่ที่ลานหน้าคฤหาสน์ตระกูลแอสเตอร์ ไนซีอาลงจากรถม้าก่อน ตามมารยาท ส่วนอาริเทียร์เดินลงตามหลัง“ท่านหญิงเพียงคนเดียวกลับมาแล้ว แต่ไม่มีใครออกมาต้อนรับเลยนะครับ” ไนซีอากล่าวเชิงตำหนิเบลฟอร์ดที่เพิ่งรู้ว่าแกรนด์ดยุกมาถึงหน้าบ้าน รีบวิ่งออกมาต้อนรับ“สวัสดีครับท่านแกรนด์ดยุก อ้าวท่านหญิง ทำไมถึงมาอยู่กับแกรนด์ดยุกได้ ผมก็นึกว่าท่านหญิงอยู่ในห้องเสียอีก” ผู้เป็นพ่อบ้านตกใจที่เห็นอาริเทียร์เพิ่งจะกลับบ้านมา“....” อาริเทียร์หน้าตึงทันที ที่แท้ที่พวกเขาไม่ออกไปตามหาเธอเพราะคิดกันเอาเองว่าเธอกลับมาแล้ว คนตัวเล็กมองเข้าไปในตัวบ้านเห็นผู้คนก
ทั้งหมดที่หมายถึงอัศวินของพวกเขาด้วย ทิ้งเธอเอาไว้ในร้านขายอาวุธเพียงลำพัง อาริเทียร์ออกมายืนหน้าร้าน คาดหวังว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับมารับเธอ แต่ผ่านไปสองชั่วโมงจนฟ้าใกล้มืดแล้วก็ยังไม่มีสักคนคิดจะย้อนกลับมาพาเธอกลับบ้านน่าเสียดายที่เมื่อกี้ดันยื่นถุงเงินให้กับพ่อค้าผู้นั้นไปจนหมด ลืมคิดหน้าคิดหลังเผื่อตนเองลำบากเอาไว้เสียด้วย คนตัวเล็กทำหน้าเศร้า สายตาของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ยามมองมาที่เธอก็น่ากลัวจนเกินไป ถ้าหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับเธอบ้าง จะมีใครกระโดดออกมาช่วยเธอเหมือนกับที่ช่วยเลดี้ผมสีทองคนนั้นไหมนะ“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ” ไนซีอาเองก็ยังไม่ได้ไปไหนไกล นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่อาริเทียร์ถูกทิ้งเอาไว้ในตรอกแห่งนี้คนตัวเล็กหันไปมองเจ้าของเสียง“อ้อ....กำลังจะกลับแล้วค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ในที่แห่งนี้เธอไม่ควรจะไว้ใจใครทั้งสิ้น “ดิ..ฉันขอตัวนะคะ” อาริเทียร์เร่งรีบออกมาให้พ้นจากชายหนุ่มที่เธอไม่รู้จัก เดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็นึกโกรธตนเองที่วันนี้ไม่ได้ใส่เสื้อคลุม แถมยังใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยจะมิดชิดเสียด้วย ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าจะถูกทิ้งเช่นนี้“ตายจริ
เมื่อเสร็จจากร้านขนมแล้ว อาริเทียร์ก็ร่ำร้องอยากไปร้านขายอาวุธอย่างที่ตั้งใจและบอกกับอาร์ดิโตเอาไว้ตั้งแต่แรก แม้จะรู้สึกปวดท้องแต่เธอก็พยายามอดทน เวลายังเหลืออีกพอสมควร ทั้งหมดจึงเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ แทนการนั่งรถม้า เพราะมันช่วยให้ภาพลักษณ์ของทุกคนดูดีและได้เฉิดฉายต่อสายตาของผู้คนร้านขายอาวุธชั้นดีอยู่ในย่านการทหาร ที่อยู่ถัดออกไปสามสี่ตรอกทั้งสามคนเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาราวสามสิบนาทีก็มาถึงอาร์ดิโตเห็นเหงื่อผุดอยู่บนใบหน้าของน้องสาวก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าบรรจงซับให้อย่างอ่อนโยน“ถ้ารู้ว่าน้องจะเหนื่อยขนาดนี้พี่คงให้นั่งรถม้ากันมาดีกว่า”“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” อาริเทียร์ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร “ว่าแต่...น้องไม่รู้เลยค่ะ ว่าดาบร้านไหนคุณภาพดีที่สุด” อาริเทียร์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการทหารอาวุธสักชิ้นเธอก็ไม่เคยเห็น ร้านที่อยู่ในตรอกการทหารก็ดูคล้าย ๆ กันไปหมด“พี่มีอยู่ร้านหนึ่ง” อลันคุยโว “มาเถอะไปร้านนั้นก็ได้...ว่าแต่เทียร์เธอจะไม่เลือกให้ฉันสักเล่มเหรอ” อลันเองก็อยากได้ของขวัญจากอาริเทียร์ด้วยเช่นกัน“ไว้รอท่านพี่อลันได้ตำแหน่งก่อนนะคะ วันนั้นน้องจะตั้งใจเลือกเลยค่ะ” อ
เมื่อพวกเขาอยากได้น้องสาวที่น่ารัก บุตรสาวที่เพียบพร้อม คู่หมั้นที่สมบูรณ์แบบ อาริเทียร์ก็พร้อมจะเป็นให้พวกเขา คนตัวเล็กยังคงปฏิบัติตัวเช่นเดิมเหมือนทุกครั้งที่ได้ออกมานอกบ้านกับอาร์ดิโตผู้เป็นพี่ชาย“ได้ยินว่าท่านพี่ได้เลื่อนขั้นด้วย” อาริเทียร์ยิ้มให้กับพี่ชาย และเริ่มสนทนากันเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างเดินทาง “น้องแสดงความยินดีด้วยนะคะ”“ขอบคุณน้องมากนะครับ”“แต่น้องไม่มีอะไรมอบให้ท่านพี่เลย” อาริเทียร์ทำหน้าเศร้า “ว่าแต่ทำไมท่านพี่ได้เลื่อนขั้นถึงไม่ยอมมาบอกข่าวน้องหน่อยล่ะคะ ทำไมถึงต้องให้น้องรู้จากเบลฟอร์ด”อาร์ดิโตเบิกตาเล็กน้อย มองน้องสาวที่ทำหน้าเศร้า“ตายจริง พี่ไม่เคยบอกน้องเหรอ” เขาคงงานยุ่งจนเกินไปจนละเลยเธอ“ค่ะ ท่านพี่ยังไม่ได้บอกน้องอย่างเป็นทางการเลยนะคะ วันงานเลี้ยงเลื่อนขั้นของท่านพี่ที่จะถึงเร็ว ๆ นี้ น้องก็ยังไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรเอาไว้เลย อันที่จริงน้องรู้จาก...จากการที่เบลฟอร์ดพูดเรื่องนี้กับสาวใช้ เรื่องที่คฤหาสน์จะจัดงาน” อาริเทียร์น้อยใจ“อย่าน้อยใจไปเลยน้องพี่ งั้น...ให้โอกาสพี่อีกสักรอบได้ไหม” อาร์ดิโตลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยน“...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ“อาริ
เขาตามสายข่าวเรื่องการก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ของอาณาจักรมาจนถึงงานเทศกาล ในระหว่างที่กำลังสอดส่ายสายตาหาความผิดปกติหรือผู้ต้องสงสัย บังเอิญไปพบกับใครสักคนที่เห็นผ่านหน้าผ่านตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ซุบซิบที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงที่มารดาชอบอ่านอยู่บ่อย ๆ“นั่นไม่ใช่ท่านหญิงอาริเทียร์ผู้โด่งดังหรอกหรือครับ” ริชาร์ดชี้มือไปทางสตรีชนชั้นสูงที่ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าร้านขายบาร์บีคิว“นั่นสิ แต่ฉาวโฉ่ต่างหากไม่ใช่โด่งดัง” ไนซีอา ฟิลล์ รอนนิ่ง หรือที่ทุกคนรู้จักในฐานะแกรนด์ดยุกรอนนิ่งแห่งก็อตเทนแฮม ก็มองไปยังทิศทางที่ริชาร์ดอัศวินของเขาชี้ไปเช่นกัน“น่าแปลกนะครับ ไม่คิดว่าจะได้มาพบเธอในตลาดที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้” ริชาร์ดกังวล“หากนายกังวลเรื่องของเธอนัก ก็ไปติดตามเธอเสียสิ จะเปลี่ยนใจไปเป็นอัศวินของเธอก็ได้นะ” ไนซีอาบอกแบบไม่ยี่หระ ตัวเขาไม่ได้มีความสนใจในตัวของเลดี้ผู้อื้อฉาวคนนั้นเท่าไหร่นัก“ไม่ดีกว่าครับ อยู่กับท่านแกรนด์ดยุกดีกว่าเยอะ” ริชาร์ดยิ้มแหยรีบปฏิเสธ “แต่...หญิงรับใช้คนนั้นก็คุ้น ๆ อยู่นะครับ นั่นไม่ใช่แมรี่ ที่มาขอร้องให้ท่านดยุกเขียนหนังสือแนะนำตัวเพื่อเข้าไปทำงานในคฤหาสน์แอสเตอร์ใ







