ログインเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่อาริเทียร์ได้ออกมาเดินเล่นสูดอากาศนอกห้องนอนของตนเองบ้าง โดยมีแมรี่เดินตามหลังหอบข้าวของจำเป็นเพื่อว่าเธอจะใช้ตามหลัง ทั้งที่อาริเทียร์ทั้งไล่ทั้งด่าให้อีกฝ่ายไปเดินไกล ๆ แต่แมรี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำตามคำสั่งเธอสักครั้ง ซึ่งอาริเทียร์เองก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู้สึกถูกใจหญิงรับใช้ผู้มาใหม่คนนี้เป็นพิเศษ
ในสวนของคฤหาสน์ดยุกแห่งเวอร์ตั้นวูดที่ตั้งอยู่ในนครหลวงถูกประดับตกแต่งและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เคยได้ยินเบลฟอร์ดสนทนากับหญิงรับใช้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเขาพูดถึงสวนแห่งนี้ว่า เป็นผลงานของอดีตดัชเชสที่ล่วงลับไปแล้วหรือก็คือมารดาของเธอ อาริเทียร์ไม่มีความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับมารดาเลยสักนิด ดูเหมือนว่าความทรงจำในวัยเด็กของหญิงสาวจะหายไป รู้แต่เพียงว่าไม่มีอะไรสักอย่างบนตัวเธอที่ดูคล้ายกับมารดาที่จากไปเลย อาริเทียร์อยากเห็นหน้าท่านแม่สักครั้ง เคยพยายามแอบจะเข้าไปดูรูปวาดในห้องนอนของท่านพ่อและท่านแม่อยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ต้องหยุดความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้น
เพราะถ้าหากเธอถูกจับได้ว่าเข้าไปในห้องของทั้งสองท่าน โดยไม่รับอนุญาตคงจะถูกเขาสั่งสอนอย่างรุนแรงแน่ ๆ ตอนเด็ก ๆ อาริเทียร์ไม่เคยคิดว่าการถูกดยุกไคเดนลงโทษเป็นเรื่องหนักหนารุนแรงอะไร แต่พอเธอได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น เธอเห็นเลดี้ลินคอร์นที่ได้รับการเลี้ยงดูและเอาใจเป็นอย่างดี มีท่านแม่ท่านพ่อที่รักและทะนุถนอม มันทำให้อาริเทียร์คิดเปรียบเทียบกับครอบครัวตนเองอยู่ร่ำไป
แต่ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังอาจจะย่ำแย่กว่าเธอก็เป็นได้ อาริเทียร์มั่นใจว่าบ้านไหน ๆ ก็เป็นเหมือนกันไปหมด หากรักลูกและต้องการให้ลูกสาวอยู่ในร่องในรอยอยู่ในกรอบที่แต่ละครอบครัวกำหนดไว้ ก็ต้องเป็นแบบที่เธอเผชิญหน้ากันหมดนั่นแหละ
อาริเทียร์เดินมาจนถึงส่วนที่เป็นห้องทำงานของดยุกที่อยู่ด้านล่าง ที่อยู่ติดกับสวนอันเงียบสงบ นอกจากเสียงของเบลฟอร์ดและตัวของท่านพ่อแล้ว ยังมีท่านพี่อาร์ดิโตร่วมอยู่ในการสนทนาครั้งนี้ด้วย หน้าต่างกระจกใสถูกเปิดเพื่อรับลม จู่ ๆ อาริเทียร์ก็คิดอยากจะรู้ว่าทั้งหมดกำลังพูดคุยเรื่องอะไร
คนตัวเล็กส่งสัญญาณให้แมรี่อยู่เงียบ ๆ ซึ่งแมรี่เองก็เข้าใจได้ในทันที ว่าเจ้านายของตนเองกำลังต้องการอะไร ผู้เป็นคนรับใช้พยักหน้าหงึก ๆ อย่างรับรู้ในสถานการณ์ เธอเดินห่างออกมาเพื่อดูต้นทางให้กับเจ้านายของตนเอง ทิ้งให้ท่านหญิงอาร์เทียร์คลานเข้าไปแอบฟังตามลำพัง
“เรื่องข่าวลือ ผมให้คนไปจัดการสืบดูแล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถหาข้อมูลของนักข่าวที่เขียนข่าวนั้นได้” นั่นเป็นเสียงของเบลฟอร์ด อาริเทียร์จำได้
“ทั้งที่ฉันอุตส่าห์เก็บเรื่องนั้นมาตั้งนาน ไม่ได้ป่าวประกาศให้ใครรับรู้แท้ ๆ เลยเชียว” ดยุกไคเดนกล่าวอย่างอารมณ์เสีย
“ก็เป็นเพราะท่านพ่อนั่นแหละที่ตัดสินใจรับยายนั่นเข้ามาเป็นลูกสาว เรื่องราวเลยวุ่นวายไปหมด” อาร์ดิโตพูดสมทบ
อาริเทียร์ไม่คล้ายจะเข้าใจนักว่าสิ่งที่อาร์ดิโตพูดถึงมันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้กระโตกกระตากใด ๆ ไป ทำเพียงนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ
“ผมเองก็คิดเห็นเหมือนท่านชาย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวของโสเภณีในตรอกมืดแท้ ๆ แต่ท่านดยุกก็ยังเก็บเธอเอามาไว้ในคฤหาสน์แห่งนี้” เบลฟอร์ดเบื่อระอาความเอาแต่ใจยายท่านหญิงจอมปลอมนั่นเหมือนกัน
‘...’ อาริเทียร์ที่นั่งแอบอยู่นอกห้องทำงาน ได้ยินทั้งหมดที่เบลฟอร์ดพูด สิ่งที่คุณพ่อบ้านพูดมันคืออะไร ลูกสาวโสเภณีในตรอกมืดงั้นเหรอ? พวกเขากำลังหมายถึงใครกัน?
“ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะรับเด็กนั่นมาเลี้ยงดูหรอกนะ แต่นายก็รู้ว่าเป็นเพราะดัชเชสขอร้องให้รับเธอมาเลี้ยงดู แถมยังตั้งชื่อให้อีก ยายเด็กนั่นเลยได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้พร้อมกับแม่ของมัน” เมื่อคิดถึงวันที่มารดาที่แท้จริงของอาริเทียร์พาเด็กคนนั้นเข้ามาในบ้าน เขาเห็นถึงความชอกช้ำใจของภรรยาที่ผิดหวังในตัวเขา แต่กระนั้นเอร่าก็ยังยิ้มแย้มจูงมือยายเด็กกาฝากและดูแลเธอประดุจบุตรสาวคนหนึ่ง “ทุกอย่างเกือบจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว ถ้าหากอีนางโสเภณีคนนั้นไม่ได้คิดมักใหญ่ใฝ่สูง ใส่ยาพิษลงไปในน้ำชาของเอร่าเสียก่อน”
นอกจากคิดถึงวันแรกที่รับอาริเทียร์เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ยังคิดถึงวันที่มารดาของอาริเทียร์วางยาเอร่าภรรยาของเขาอย่างโหดเหี้ยม
‘อดีตดัชเชสหรือท่านแม่ของเธอถูกวางยาพิษจนตายไม่ได้ป่วยตายงั้นเหรอ’ นี่เป็นความรู้ใหม่ของอาริเทียร์
“นั่นสิครับ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงสกปรกคนนั้น ท่านแม่ก็คงไม่จากเราไปเร็วขนาดนี้” อาร์ดิโตพูดสมทบ “ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด แม้จะเห็นว่าท่านแม่กำลังนอนจมกองโลหิตที่กระอักออกมา ก็ยังหัวเราะออกมาได้หน้าตาเฉย ๆ น่ารังเกียจที่สุด”
“ทั้งที่อดีตดัชเชสใจดีกับพวกเธอสองแม่ลูกแท้ ๆ ก่อนตายก็ยังขอร้องให้ท่านดยุกเลี้ยงดูท่านหญิงอาริเทียร์เป็นอย่างดี” เบลฟอร์ดบ่นร่วมด้วย เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นเช่นกัน
“แต่ก็ยังดีนะครับที่ยายเด็กนั่นโตมาแล้วงดงาม” อาร์ดิโตมองหน้าบิดาแล้วจึงกล่าวต่อ “เมื่อเธอโตขึ้นอาริเทียร์เหมือนกับแม่ของเธอมาก”
“อืม..” ที่บุตรชายกล่าวมานั้นถูกต้อง ถึงแม้ว่ามารดาของอาริเทียร์จะเป็นเพียงโสเภณีในตรอกมืดแต่กระนั้นก็ยังงดงาม ไม่เช่นนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง เขาจะไปหลงใหลในตัวผู้หญิงคนนั้นจนมีอาริเทียร์งั้นเหรอ
“แล้วท่านพ่อแน่ใจแล้วใช่ไหมครับว่าอาริเทียร์เป็นทายาทของแอสเตอร์จริง ๆ” อาร์ดิโตอยากถามให้แน่ใจอีกสักครั้ง
“ก็จริงนั่นแหละ ฉันให้นักเวทมาพิสูจน์สายโลหิตของยายเด็กนั่นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ฉันอยากให้มันมีสักครั้งที่บอกว่าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกของฉันจริง ๆ เพราะถ้ามีสักครั้งที่ผลออกมาว่าอาริเทียร์ไม่ใช่ทายาทของแอสเตอร์ ในเวลานั้นฉันก็คงจะมีข้ออ้างในการขับไล่มันออกไปจากที่นี่”
“ท่านดยุกประเสริฐและเมตตาท่านหญิงอาริเทียร์เหลือเกิน ถ้าเป็นผม ถึงเธอจะเป็นลูกแท้ ๆ แต่แม่ของเธอมีส่วนทำให้คนรักของผมตาย ผมก็คงขับไล่เธอออกไป ไม่ให้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีตระกูลหรอกครับ” เบลฟอร์ดกล่าว
“เอาน่าเบลฟอร์ด อย่างน้อย ๆ ความงามของเธอก็ยังมีประโยชน์กับเรา อย่างน้อย ๆ ก็สามารถส่งไปแต่งงานกับพวกวิลเลี่ยมได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด ใคร ๆ ก็รู้ ว่าบ้านนั้นน่ารังเกียจขนาดไหน เสียดายอยู่เหมือนกันนะครับท่านพ่อ ถ้าส่งเธอไปแต่งงานกับคนของอาณาจักรอื่นคงจะขายได้ราคาดีกว่านี้ จะได้ไม่ต้องไปแต่งกับพวกจน ๆ พวกนั้นที่ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยนอกจากคำสัญญาของคนรุ่นเก่า”
เธอได้ยินทั้งหมดที่พวกเขาสนทนากัน!!
หัวสมองของอาริเทียร์ไม่สามารถรับข้อมูลใด ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว แมรี่สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของเจ้านายของตนเอง บวกกับกำลังมีหญิงรับใช้เดินผ่านมาทางนี้ ผู้เป็นคนรับใช้จึงคลานเข้าไปลากเจ้านายของตนเองออกมาจากพื้นที่ตรงนั้นได้อย่างหวุดหวิดก่อนใครจะมาเห็นเข้า
“นอนนานอีกแล้วนะจ๊ะเด็กดี” เอร่าใช้เส้นผมของตนเองแหย่ไปที่จมูกของบุตรสาว“ขอหนูนอนอีกหน่อยนะคะท่านแม่” เด็กหญิงบ่น“นอนไม่ได้แล้วจ้ะ มีอีกหลายคนรอลูกอยู่”“ไม่เอาหนูจะอยู่กับนอนอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่” ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่ลืมตา“เทียร์” เอร่าจุมพิตที่ศีรษะของบุตรสาวที่แสนล้ำค่าของตนเอง “ตื่นเถอะจะ พ่อหนุ่มผมน้ำตาลนั่นร้องไห้เหมือนกับกำลังจะตายเลยล่ะ“ผมน้ำตาลใครหรือคะ” อาริเทียร์ซุกตัวกับอกของมารดาท่าทางราวกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ“ตื่นขึ้นไปดูเองสิจ๊ะ”ผู้เป็นมารดาจำใจดีดหน้าผากของบุตรสาวตัวน้อยของเธอแรง ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลแพขนตางอนยาวกระเพื่อมไหว นิ้วมือของอาริเทียร์มีการขยับเขยื้อน คนตัวเล็กกะพริบตาถี่ ๆ ปรับสายตาให้โฟกัสรอบ ๆ ตัว เธอมองหน้าชายที่กำลังร้องไห้และกุมมือเธอเอาไว้ ด้วยสายตาประหลาดใจ
ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแอบซ่อนไม่เปิดเผยตัวอยู่ในมหาวิหารต่อไป แต่พอได้เห็นอาริเทียร์กำลังมีความสุขอยู่ในอ้อมแขนของไนซีอา อลันก็บังเกิดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไหนจะสหายของเขาที่เวลานี้ก็ได้กลายเป็นดยุกอาร์ดิโตไปแล้ว ถ้าวันนั้นหากเธอไม่คิดจะถอนหมั้นกับเขาและไปซบอกของไอ้หมอนั่น ก็คงไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตระกูลวิลเลี่ยมก็คงไม่ล่มสลายสบโอกาสตอนที่อาริเทียร์อยู่ตามลำพัง อลันฉวยโอกาสนั้นทำให้เธอสลบและลักพาตัวเธอออกมาจากมหาวิหารทันทีอาริเทียร์ตื่นมาอีกทีพบกว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในรถม้าเก่าซอมซ่อคันหนึ่ง ทั้งมือและขาถูกจับมัดเอาไว้แน่น ริมฝีปากเองก็ถูกมัดเอาไว้เช่นกัน หญิงสาวหยัดตัวขึ้นไปดูว่าใครเป็นผู้ที่ขับรถม้าขนของคันนี้ มองจากด้านหลังเห็นว่าเป็นเส้นผมสีแดงอาริเทียร์จำได้ในทันทีว่าเขาคือใครเสียงดังกึกกักจากด้านหลังรถม้า อลันหันไปมองจึงเห็นว
ณ จัตุรัสกลางนครหลวงแห่งอาณาจักร สตรีรูปร่างเล็กสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ทั้งสองแขนและสองขาถูกตรวนเหล็กตรึงเอาไว้ เส้นผมสีทองสว่างที่เคยได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เวลานี้เกาะกันเป็นก้อน ไม่หลงเหลือความงดงามอย่างที่เคยมีเสียงก่นด่าดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเริ่มหนาวเหน็บแต่ประชาชนต่างก็ออกมาดูให้เห็นกับตาว่าสตรีที่สังหารครอบครัวของตนเองนับร้อยชีวิตหน้าตาเป็นอย่างไรลูเซียน่าถูกนำร่างขึ้นไปยังเครื่องกิโยตีนที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางฝูงชน นานมากแล้วที่ไม่มีการประหารนักโทษอุกฉกรรจ์เช่นนี้มาก่อน จึงเป็นที่สนอกสนใจของเหล่าประชาชนและชนชั้นสูงเป็นอย่างยิ่งแมรี่เคยได้ยินเรื่องเครื่องนี้จากในหนังสือประวัติศาสตร์ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง ชัดเจนระดับ HD ขนาดนี้ เครื่องนั้นทำจากไม้ขัดต่อกันสูงขึ้นไปกว่าสองเมตร แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ถูกแขวนด้วยเชือกเส้นหนึ่งห้อย
ดยุกบิลเลี่ยนสหายสนิทของดยุกไคเดน ได้รับคำขอร้องจากบุตรชายของเพื่อน เนื่องจากเป็นสหายที่คบหากันมาอย่างยาวนาน เขาจึงละวางทุกอย่างเร่งรีบมาโดยไม่ได้นึกถึงสิ่งใดได้ยินจากปากของอาร์ดิโตว่าไคเดนอยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ได้แล้ว บิลเลี่ยนเองก็ทดท้อใจ นอกจากจะมาช่วยเหลือเขาแล้ว เมื่อได้เห็นหน้าของอาร์ดิโตก็คิดจะจับคู่ให้กับบุตรสาวคนรองของตนเอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว จึงล้มเลิกความคิดนั้นไปเมื่อจากลูกแก้วฉายคำพูดของลูเซียน่าครบถ้วนกระบวนความ คนจากกระทรวงยุติธรรมก็แสดงตัวเข้าจับกุมในทันที“ถ้าท่านพี่สังหารท่านพ่อ ช่วยส่งให้ท่านพ่อพ้นจากความทรมาน เราสองคนก็จะได้ครองรักกันเร็วขึ้นนะคะ”ลูเซียน่าหยิบขวดยาออกมาจากกระเป๋าที่เหน็บไว้ที่ช่องลับที่เอวขวดใบนี้เหมือนกับขวดยาที่อลันใช้กับอาริเทียร
หลังจากที่อาร์ดิโตจัดการกับลิ้นของเบลฟอร์ด แมรี่ก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ในโลกศตวรรษที่ 21 การฆ่ากันยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป การทำร้ายร่างกายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความผิดตามกฎหมายหากเจ้าทุกข์ร้องเรียนหรือแจ้งความ ยังคงมีกฎหมายคุ้มครองพวกอาชญากร แม้ว่าแมรี่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายเหล่านั้นแต่ในเมื่อมันเป็นครรลองของสังคมเธอก็ทำอะไรไม่ได้แม้จะรู้ว่าเบลฟอร์ดกระทำผิดไป ก็ควรคาดโทษหรือเขาจับขังเอาไว้ในคุกหรือยึดคืนบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่คิดว่าอาร์ดิโตจะสามารถลงมือตัดลิ้นเขาได้อย่างง่ายดายเมื่อคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นแมรี่ยังรู้สึกตกใจไม่หาย เธอเคยเป็นอัศวินของแกรนด์ดยุกไนซีอา แต่ผู้ที่เธอต่อสู้เป็นข้าศึกและกบฏที่สมควรแก่การกำจัดทิ้ง และแมรี่ไม่เคยลงมือจัดการพวกเขาด้วยมือของเธอเอง เธอไม่ได้รู้จักคนพวกนั้นเหมือนกับที่รู้จักและคุ้นเคยกับเขาอย่างเ
หลังจากดื่มชาเสร็จแล้ว องค์ราชินีใช้หินเวทเคลื่อนย้ายพาตัวเลดี้ตระกูลลินคอร์นกลับพระราชวังทันที เลดี้คนนั้นดูจะงงไม่น้อยที่ถูกฝ่าบาทลากไปลากมาตลอดหลายวันเรื่องความรักของไนซีอาที่มีต่อเธออาริเทียร์ไม่ได้กังขาและกังวลใด ๆ อีก มีแค่เพียงเรื่องของท่านพ่อที่ทำให้อาริเทียร์กังวลกลิ่นสบู่และเครื่องหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำ ไนซีอานั่งอยู่ในสระน้ำร้อนก่อนแล้ว อาริเทียร์ที่ยังสวมชุดแพรตัวบาง ๆ เดินเข้ามาตามหลังแววตาสีน้ำตาลเข้มของไนซีอาจ้องมองล้ำลึก“นี่ก็เป็นหนึ่งในบทเรียนที่แมรี่สอนคุณด้วยหรือเปล่า” เขาถามพร้อมกับวางแขนทั้งสองข้างไว้บนขอบสระ จับจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ผิวกายขาวผ่องที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาภายในหญิงสาวยิ้ม ยังไม่ได้ตอบอะไรชุดผ้าแพรตัวบางที่เธอสวมอยู่นั้นเป็นสีขาวสะอาดตาบางเบา อาริเทียร์ค่อย ๆ ก้าวขาลงไปในสระน้ำแล้วจึงเดินไปนั่งอยู่บนตักของไนซีอาเมื่อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำอุ่น สัดส่วนเรือนร่างของอาริเทียร์ที่แอบซ่อนอยู่
“ยังคงเป็นประเด็นอยู่เนือง ๆ บอกไปใครจะเชื่อว่าบุตรีของดยุกแอสเตอร์ เป็นลูกแท้ ๆ ของเขา ถึงแม้ว่าจะมีการพยายามออกมายืนยันจากตัวของท่านดยุกและท่านชายอาร์ดิโตทายาทอันดับหนึ่งก็ตาม พวกเราล้วนเดาได้จากการที่ท่านดยุกไคเด
ที่แท้คนที่ลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์จนทำให้บาเรียคุ้มกันสั่นสะเทือน ก็คือแกรนด์ดยุกหนึ่งเดียวในอาณาจักรนี่เอง อาร์ดิโตได้ยินว่าเขามีพลังเวทอัคคีแต่ที่เมื่อครู่ที่เขาเห็นคือพลังแห่งประทีปชัด ๆ ผู้ที่สามารถเรียกใช้พลังธรรมชาติพวกนั
มีหลายเรื่องที่ไนซีอายังรู้สึกค้างคาในใจ ชายหนุ่มแวะไปหาที่ห้องพักของเธอ และพบว่าอาริเทียร์กำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้าอยู่อย่างเงียบสงบ เขานึกของคุณที่วันนั้นเธอช่วยปลอบประโลมให้เขาคลายความวิตกกังวล ยิ่งใกล้ชิดเธอเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่อาจจะปล่อยมือไปจากเธอKnock knock!!ไนซีอาเคาะประตูห้องที่เปิ
สิ่งที่อาริเทียร์กระทำลงไปทำให้ไคเดนรู้สึกลำบากใจ นับเป็นความลำบากใจต่อเธอที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่รับเด็กคนนั้นเข้ามาเลี้ยงดู แต่เขาจะไม่มีวันใจอ่อนกับเด็กคนนั้นเด็ดขาด แล้วการที่เธอมีชีวิตอยู่ได้มีทุกวันนี้ก็เป็นเพราะค







