หน้าหลัก / รักโบราณ / เมื่อมิอาจรั้งรัก / ลูกของข้าต้องเกิดจากความรัก

แชร์

ลูกของข้าต้องเกิดจากความรัก

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-02 19:27:27

          “ข้าลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ไป เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หม่าโจวฉือบอกเสียงเรียบ ทว่านัยน์ตากลับเศร้าสร้อยยิ่งนักยามนึกถึงความจริงข้อนี้

          “ใต้เท้าเฉียนไม่อยู่ที่เมืองหลวงเพียงเดือนเดียว แต่ฮูหยิน ของเขากลับรู้จักสนิทชิดเชื้อกับบุรุษอื่นเสียแล้ว หวังว่าท่านคงไม่ได้สวมหมวกเขียวให้เขาหรอกนะ”

          “ขอบคุณแม่นางหลีที่เป็นห่วง ข้ากับคุณชายหม่ารู้จักกันตั้งแต่ยังเยาว์ข้ากับเขาเติบโตมาด้วยกัน หาได้มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องสวมหมวกเขียวข้าไม่เคยคิดกระทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้น ข้าขอเตือนเจ้าเรื่องหนึ่งสตรีที่มีคุณธรรมล้วนไม่มีผู้ใดพูดจาเช่นนี้กับผู้อื่น” ท้ายประโยคนางตำหนิคนแซ่หลีตามตรง

          “ทำพูดดีไปเถิด หากเจ้าไม่ได้แต่งเข้าจวนตระกูลเฉียนมีหรือจะกล้าพูดจาเช่นนี้ เจ้าคงถือว่ามีตระกูลเฉียนให้ท้ายถึงได้กล้ายอกย้อนข้า”

          “เจ้าพูดถูกแล้ว นอกจากข้าจะมีตระกูลเฉียนให้ท้ายแล้ว อำนาจทุกอย่างในจวนล้วนอยู่ที่ข้าที่เป็นนายหญิง หากจะเทียบกันแล้วข้ากับเจ้าเทียบกันไม่ได้เสียด้วยซ้ำ” พูดพลางเปรยตามองเหยียดกลับคืน

          “มีอำนาจเพียงอย่างเดียวคงไม่พอกระมัง ข้าได้ยินมาว่าท่านกับใต้เท้าเฉียนยังไม่ได้เข้าหอกันมิใช่หรือ” เหอลี่หลินเอ่ยแทรก

           “ข้าก็ได้ยินมาเช่นกัน มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าการเข้าหอคืนแรกหลังจากแต่งงานสำคัญเพียงใด ดูท่าแล้วแม้ใต้เท้าเฉียนจะให้เกียรติท่านในฐานะฮูหยิน แต่ในฐานะคู่สามีภรรยาเห็นทีคงไม่ได้เป็นเช่นนั้นกระมัง” ฮูหยินสือพูดขึ้นอีกคน ก่อนที่อวี้จวินหรงจะได้เอ่ยอันใดกลับไป บุรุษที่ตนรอคอยนานนับเดือนตอบกลับแทนเสียก่อน

          “ขอบคุณพวกท่านที่ใส่ใจเรื่องของข้ากับฮูหยิน ข้ากับนางจะเข้าหอกันหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างพวกท่านจะมาสู่รู้ได้ ฮูหยินกลับจวนกันเถิด” ว่าแล้วก็ถือวิสาสะจับมือนางไว้แล้วเดินเคียงคู่ออกจากจวนสกุลหลินไปท่ามกลางสายตาริษยาของผู้คนนับสิบ

          เหอลี่หลินมองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกจุกแน่นอยู่ในอก เดิมทีแล้วตำแหน่งฮูหยินสกุลเฉียนต้องเป็นของนาง แต่กลับถูกสตรีผู้นี้แย่งชิงไปอย่างหน้าด้าน ๆ เช่นนี้เห็นทีนางคงต้องลงมือทำอันใดสักอย่างเสียแล้ว

          หญิงสาวเดินตามคนตัวสูงที่กุมมือนางไว้แน่น ก่อนปล่อยนางให้เป็นอิสระหลังจากขึ้นมาบนรถม้าแล้ว

          “ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดถึงไม่บอกข้าล่ะเจ้าคะ”

          “ใครใช้ให้เจ้ามาที่งานเลี้ยงนี้” เขาไม่เพียงไม่ตอบคำถามแต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

          “ฮูหยินหลินส่งเทียบเชิญมาให้ด้วยตัวเอง หากข้าไม่ไปคงเสียมารยาท อีกอย่างท่านไม่ได้อยู่ที่จวนข้าถึงได้ตัดสินใจไปงานเลี้ยงในครั้งนี้”

          “เจ้าไม่รู้หรือว่าคนแซ่เซี่ยก็ไปงานเลี้ยงนั่นด้วย ตระกูลเฉียนกับตระกูลเซี่ยเดิมทีก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ต่อไปให้เลี่ยงเสีย” เอ่ยจบก็ถอนหายใจออกมาราวกับว่ารู้สึกรำคาญใจนักหนา

          “เจ้าค่ะ”

          “ข้ากลับมาถึงจวนไม่เจอเจ้า สาวใช้ของเจ้าบอกว่าเจ้าไปงานเลี้ยงที่จวนสกุลหลิน ข้าถึงได้รีบตามมา” เขาตอบคำถามก่อนหน้า ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วไม่ใส่ใจคำถามที่หญิงสาวถามมาก็ย่อมได้ เพียงแต่พอเห็นเวลาสตรีตรงหน้าทำหน้าเศร้าใจ เขาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

          แม้ไม่ได้รู้สึกรักใคร่นางเฉกเช่นบุรุษกับสตรี แต่ถึงอย่างไรเสียนางก็ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของตัวเอง เขาควรให้เกียรตินางในฐานะภรรยาถือว่าเป็นสิ่งที่สามีควรกระทำ เพราะเขากับนางยังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน แม้จะไม่ใช่ตลอดไปก็ตามที รอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปก่อนพอถึงตอนนั้นคงถึงเวลาที่ต้องปล่อยนางกลับไปในที่ของนาง

         “อันที่จริงเป็นความผิดของข้าที่ไม่ได้สอบถามว่ามีตระกูลใดบ้างที่มาร่วมงาน หากท่านจะโกรธเคืองข้าถือว่าสมควรแล้ว”

          “ช่างเถิด”

          ครั้นรถม้าเดินทางมาถึงยังจุดหมายชายหนุ่มเดินลงจากรถม้าทันที โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดคุยเรื่องใดอีก

          “เจ้าไม่ลงมาหรือ”

          อวี้จวินหรงมัวแต่คิดเรื่องเรื่อยเปื่อยจนลืมลงจากรถม้า กระทั่งได้ยินเสียงเรียกของสามีจึงได้ตื่นจากภวังค์ พอโผล่หน้าออกมาก็เห็นเขายืนรออยู่ด้านล่างพร้อมกับยื่นมืออกมา เห็นดังนั้นนางจึงยื่นมืออกไปให้เขาประคองลงจากรถม้า ท่าทีของเขาในวันนี้ช่างแปลกพิกลนัก เดิมทีใช่ว่าเคยใส่ใจนางเสียเมื่อไหร่ นับตั้งแต่แต่งเข้ามาเกือบครึ่งปีไม่เคยมีสักครั้งที่ชายหนุ่มจะแสดงท่าทีอ่อนโยนเช่นนี้ จนนางอดรู้สึกคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขาก็เริ่มมีใจให้นางเช่นกัน คิดได้ดังนั้นหัวใจดวงน้อยก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาระรัวราวกับว่าจะหลุดออกมาเสียให้ได้

          “เจ้ายิ้มอะไร” เขาถามเสียงเรียบ

          “เปล่าเจ้าค่ะ”

          “เรื่องเข้าหอ ข้าไม่อาจทำตามขนบธรรมเนียมได้ ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”

           “ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ จากที่ใบหน้ายิ้มแย้มกลับกลายเป็นรอยยิ้มเศร้า ๆ แทน มีหรือนางจะไม่เข้าใจ ชายหญิงหากปราศจากรักใคร่กันหากฝืนดันทุรังมีเพียงจะต้องทนทุกข์ทรมาน แต่ตราบใดที่นางยังเป็นฮูหยินของเขาอยู่นางก็ยังมีความหวังมิใช่หรือ ว่าสักวันหนึ่งความรู้สึกของบุรุษตรงหน้าอาจเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้

          “ยังดีที่เจ้าเข้าใจข้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงโล่งอก ยามเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้รู้สึกเศร้าหมอง หลังจากได้ยินคำพูดของเขา

          “เช่นนั้นท่านคิดแต่งอนุเข้าจวนหรือไม่”

          “เหตุใดข้าต้องแต่งอนุเข้าจวนด้วย”

          “เพราะท่านไม่คิดให้ข้าปรนนิบัติท่านบนเตียง หน้าที่ของ   ฮูหยินคือการมีทายาทให้ท่าน แต่ข้าไม่ได้มีโอกาสทำเช่นนั้น”

          “ข้าไม่ใช่คนมักมากในกาม ลูกที่เกิดจากข้าต้องเกิดจากความรักระหว่างข้ากับมารดาของเขาเท่านั้น หากเป็นสตรีที่ข้าไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นด้วยแล้ว ข้าไม่คิดมีลูกกับผู้ใดทั้งนั้น” หลงเว่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังชัดเจนเสียจนคนฟังอดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ คนอย่างน่ะหรือจะคิดอาจเอื้อมตั้งท้องลูกของเขาได้ นางเป็นเพียงสตรีสูงศักดิ์ที่แสนธรรมดา หากเทียบกับบุตรีของขุนนางตระกูลอื่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปรับความเข้าใจ(จบ)

    โชคร้ายที่อาการคลุ้มคลั่งของฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพราะได้รับพิษในปริมาณมากเขาจึงส่งถานไฉให้กลับไปดูแลมารดาตามเดิม โดยให้สาวใช้คนอื่นคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของนางควบคู่ไปด้วย แม้สาวใช้ผู้นี้คิดจะฆ่ามารดาของเขา แต่ถึงอย่างไรพวกนางสองคนก็ใช้ชีวิตด้วยกันมานาน เขาจึงให้นางได้ไถ่โทษด้วยการดูแลฮูหยินผู้เฒ่าจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนจากไปก่อนซินเหยียนกับอวี่ซูอยู่ที่จวนสกุลซ่งนานกว่าที่คิด เพราะต้องรักษาบาดแผลของสาวใช้คนสนิท แม้ตอนนี้บาดแผลของนางจะหายดี แต่ตอนนี้ซินเหยียนเกิดอาการเท้าบวมเพราะการตั้งครรภ์ทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก“นายหญิง บ่าวว่ารอให้คลอดก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับไปที่จวนสกุลเซียวดีหรือไม่”“ไม่ได้หรอก กว่าข้าจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือน ที่นั่นขาดคนดูแลมานาน อีกอย่างข้าอยากกลับจวนแล้ว”“ช่วยตริตรองดูอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ”“ข้าคิดดีแล้ว”“เจ้าจะรีบกลับบ้านเดิมไปทำไมเล่า หรือว่าเจ้าอึดอัดที่ต้องทนเห็นหน้าข้า” ซ่งอันหยางถามขึ้นมา เดิมทีเขาเพียงแค่อยากมาดูนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินทั้งคู่พูดคุยเรื่องกลับจวนเสียนี่“พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านเป็นเพียงคน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คำสารภาพจากสามีคนนี้

    ฝ่ามือแกร่งลูบศีรษะของภรรยาด้วยความทนุถนอม ความอบอุ่นจากมือของเขาทำให้ซินเหยียนหลับตาพริ้มประหนึ่งถูกขับกล่อมด้วยบทกลอนอันไพเราะ“ท่านโหวจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ ดูท่าว่าฮูหยินจะโกรธท่านไม่น้อย”“ข้ารู้นิสัยของนางดี ถ้านางเพียงแค่โกรธเคืองข้า ข้าคงไม่ต้องรู้สึกเป็นกังวลเหมือนในตอนนี้” เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงพูดออกมาแต่เพียงเท่านี้“ตอนนี้ข้าหวังเพียงให้นางกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนางคงทำได้เพียงค่อย ๆ บอกเล่าที่มาที่ไปให้นางฟัง”“แล้วถ้าฮูหยินไม่ให้อภัย”“ข้าก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อครั้งแรกเริ่มข้าคิดจะหลอกใช้นางก็จริง แต่พอนานวันเข้าข้ากลับหลงลืมความตั้งใจนี้ ช่างน่าขันที่ข้าดันหลงรักคนที่คิดจะหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” เขาตอบบ่าวรับใช้ แต่ไม่ได้หันไปมองหน้ากู่เจ๋อสักนิดซ่งอันหยางมอบจุมพิตที่หน้าผากนวลแผ่วเบา ก่อนปลีกตัวออกจากห้องนอนของตัวเองไป ตั้งแต่ที่นางเป็นลมเขาไม่อาจวางใจว่านางกับลูกจะปลอดภัยจึงได้พาตัวนางกับสาวใช้กลับมาที่จวนสกุลซ่งเมื่อท่านโหวออกไปแล้วหยาดน้ำตาได้ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มทั้งสองข้าง นางทั้งรู้สึกสับสนแ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปะหน้ากัน

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนที่นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว คราแรกซินเหยียนหวั่นวิตกเพราะท้องของนางดูเหมือนจะใหญ่กว่าปกติ หากเทียบกับระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่พอท่านหมอบอกว่านางได้ลูกแฝดนางถึงเบาใจลง โชคดีที่นางไม่ได้แพ้ท้องหนักเหมือนสตรีอื่น นางแค่รู้สึกวิงเวียนเวลาตื่นนอน และยังชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวมากเป็นพิเศษ“ท้องของท่านใหญ่ขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ” อวี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ“เป็นเพราะข้าท้องแฝด ท้องของข้าถึงได้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ”“บ่าวว่าท่านต้องได้ลูกชายแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”“เจ้ารู้ได้ยังไงกัน”“อันที่จริงระหว่างไปจ่ายตลาดบ่าวได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าถ้าหากสตรีมีครรภ์ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจะได้ลูกชาย ส่วนถ้าชอบกินเผ็ดจะได้ลูกสาว”“งั้นหรือ”“เจ้าค่ะ”ร่างบางลูบท้องตัวเองด้วยความรักใคร่ นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายเดือนจนเริ่มจะชินกับเรือนหลังนี้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าเหมือนเรือนที่นางเคยอยู่ ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนนางมีความสุขมากกว่าที่ไม่ต้องทนเห็นสามีข้องเกี่ยวกับสตรีอื่นช่วงแรกนางยังแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่ถูกสามีหลอกใช้ ทว่าตอนนี้นางเริ่มท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ซ้อนแผน

    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนัก กู่เจ๋อได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วซ่งอันหยางจึงถวายกีฎาพร้อมหลักฐานการกระทำความผิดของขุนนางในราชสำนักรวมทั้งเซียวเต๋อด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ารับตำแหน่งขุนนางก็ได้ทำการทุจจริตโดยได้รับการหนุนหลังจากใต้เท้าหลุนผู้ซึ่งเป็นบิดาของพระสนมอวี้กุ้ยเฟยทำให้ตอนนี้ราชสำนักกับวังหลังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและองค์ชายหกแล้ว อวี้กุ้ยเฟยไม่ลังเลที่จะรีบบอกให้บิดายอมรับโทษแต่โดยดีและขออภัยโทษกับองค์ฮ่องเต้ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้เห็นแก่องค์ชายหกที่ไม่อาจมีท่านตาเป็นนักโทษจึงทำเพียงปลดใต้เท้าหลุนออกจากตำแหน่งแล้วให้เกษียณอยู่ที่จวน และเพื่อไม่ให้ตระกูลหลุนเรืองอำนาจฮ่องเต้ทรงมิให้ตระกูลหลุนทั้งตระกูลเข้ารับตำแหน่งขุนนางเป็นระยะเวลาสิบปีส่วนเซียวเต๋อที่เป็นท่านอาของเซียวซินเหยียนถูกริบทรัพย์ทั้งหมดพร้อมกับเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมฮูหยินทำให้ตอนนี้ที่จวนสกุลเซียวไร้ซึ่งเจ้านายเป็นคนดูแลเดิมทีแล้วเขาเพียงต้องการกำจัดเซียวเต๋อให้พ้นทางเพราะหากปล่อยให้คนผู้นี้มีอำนาจในราชสำนักเกรงว่าไม่ช

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   อย่าหาว่าไม่ปรานี

    “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นคนใจดำ แต่เพื่อสกุลซ่งแล้วข้าทำได้ทุกอย่าง”“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าแต่เดิมแล้วท่านชิงชังตระกูลเซียวก็เพราะว่าท่านเคยถูกบิดาของซินเหยียนถอนหมั้นตอนที่ท่านยังสาว”“อันหยาง!” นางตวาดเรียกชื่อลูกชายเสียงดัง ตอนที่โดนจี้จุดอ่อนเข้า“ในเมื่อท่านแม่ไม่ไว้หน้าข้าก่อน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันนะขอรับ”“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ท่านทำให้ฮูหยินของข้าไม่อาจกลับมาสู้หน้าคนอื่นได้ ข้าก็จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้เช่นกัน”“แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ!”“ข้าก็เป็นลูกชายของท่านเช่นกัน” เขาตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายน้ำไหล“เจ้ากับนางพอหย่าขาดกันแล้วก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สายเลือดไม่มีทางตัดกันขาดได้”“ท่านแม่ ท่านหมายความว่ายังไง”“หึ ดูเอาเองเถิด” ว่าพลางยื่นใบหย่าที่เซียวซินเหยียนลงนามแล้วให้บุตรชายดู“นี่มัน”“ดูเอาเถิด พอแม่ยื่นใบหย่าขาดภรรยาที่เจ้าเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแก่นาง นางไม่ได้ฉุกคิดสักนิด แต่ลงนามในใบหย่านี้ทันที”ซ่งอันหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่านางจะยอมลงนามง่ายดายถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะมารดาบอกเรื่องบางอย่างแก่น

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   จัดการทุกอย่าง

    ด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเมืองหลวง ทำให้ซ่งอันหยางอยู่ไม่สุข เขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซินเหยียน“เป็นอะไรไปหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามเจ้านาย“จดหมายที่ข้าส่งไปเมืองหลวงเหตุใดถึงไม่ได้รับการตอบกลับมาเสียที”“บางทีจดหมายที่ท่านโหวส่งไปอาจยังไม่ถึงมือของฮูหยินก็ได้นะขอรับ”“ด้วยระยะเวลานับตั้งแต่ข้าให้คนส่งจดหมายไป ข้าว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน” ซ่งอันหยางคาดเดา“บ่าวว่าท่านคิดมากไปแล้วล่ะขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบข่าวที่จวน ข้าต้องมั่นใจว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกกับนาง”เวลาผ่านราวครึ่งเดือนเขาก็ได้รับจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่ใช่จดหมายจากคนที่เขารอทันทีที่ร่างสูงเปิดอ่านจดหมาย พอเห็นเนื้อหาในจดหมายยิ่งทำให้เขาโกรธจนไม่สามารถเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อีก“ให้คนไปเรียกข้ามา มีเรื่องสำคัญจะสั่งการหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามผู้เป็นเจ้านาย“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”“ทำไมต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้ หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง”“ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงสองเดือน แต่ในจวนกลับเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น แม้จะเป็นฝีมือของท่านแม่ ข้า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   งานเลี้ยงวันเกิด

    งานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ไม่ได้แบ่งแยกห้องโถงระหว่างชายหญิง เหตุเพราะแขกเหรื่อที่เชิญมามิได้มีจำนวนมากมายเท่าใดนักจึงไม่จำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นไม่ถึงหนึ่งเค่อร่างสูงของเจ้าของงานได้ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินนาในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามา เขา

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เจ้าจะบอกว่าข้าผิดงั้นหรือ

    “เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับฮูหยิน คุณชายไม่ควรแต่งงานกับนางตั้งแต่แรก ล้างแค้นก็ส่วนล้างแค้น แต่เรื่องใช้ชีวิตคู่เมื่อทั้งคู่ไม่ได้มีใจต้องกันรังแต่จะทำให้นางมีทุกข์” “เป็นเพราะนางอยู่ที่จวนตามลำพัง ไม่มีผู้ใดคอยปกป้องคุ้มครอง หากเกิดอะไรขึ้นข้าคงไม่อาจไปสู้หน้าพี่ชายข

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เห็นแก่หน้าเจ้านาย

    อวี้จวินหรงไม่ได้เดินตรงกลับเรือนของตัวเองในทันที นางเดินลัดเลาะไปยังศาลาริมน้ำที่ตั้งอยู่เกือบท้ายจวน หวังสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะกลับเรือนไป หากเหวินเยว่เห็นนางเศร้าซึมประเดี๋ยวนางจะเป็นห่วงอีก “นายท่านกับแม่นางเหอเดิมทีต้องแต่งงานกัน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดทำไมถึงได้คิดเ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ธุระด่วนที่ว่า

    “ได้สิ เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีรึไม่” “เจ้าค่ะ” เหอลี่หลินเริ่มวัดขนาดตัวเขาทันที โดยเริ่มจากวัดความยาวแขนทั้งสองข้าง ก่อนตบท้ายด้วยการวัดความสูงตั้งแต่ไหล่จนถึงข้อเท้า “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” “ทำไมถึงได้คิดตัดชุดให้ข้า” เขาถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status