Short
ฉันถูกฆ่าทิ้ง สามีเป็นบ้าไป

ฉันถูกฆ่าทิ้ง สามีเป็นบ้าไป

By:  มู่กุ่ยสือลิ่วCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
8Chapters
2.9Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สามีของฉัน ซึ่งเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ส่งฉันไปที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดด้วยตัวเขาเอง ลูกชายส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างๆ เขาบอกว่าจะได้ไม่ต้องเจอแม่ที่เป็นแบบนี้อีกนานแล้ว หลังออกจากศูนย์บำบัดยาเสพติด ฉันพบว่าสามีได้พาลูกชายย้ายไปอยู่บ้านของคนที่เขาหลงรักในใจไปนานแล้ว ฉันอ้อนวอนให้เขากลับมา และบอกว่าจะมีคนมาฆ่าฉัน เขาไม่เชื่อ แค่พูดอย่างเย็นชาว่า “จำไว้ว่าตายในถังขยะ ไม่งั้นผมจะต้องเก็บศพให้คุณด้วย” ลูกชายก็ปรบมืออยู่ข้าง ๆ “ในที่สุดก็ทิ้งแม่ไปได้แล้ว” หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉันถูกหั่นศพทิ้งในถังขยะต่างๆ เขาเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนเรื่องนี้

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“แม่ทัพน้อย สารด่วนที่สุด! คุณหนูใหญ่ได้รับความอัปยศจนปลิดชีพตัวเอง นายหญิงต้องการให้ท่านกลับโดยเร็วที่สุด เพื่ออภิเษกสมรสแทนคุณหนูใหญ่!”

ชายแดนแคว้นหนานฉี เกือกม้าย่ำผ่านลำธารที่เพิ่งละลาย หยดน้ำกระเซ็นซ่าน

เฟิ่งจิ่วเหยียนควบม้านำอยู่หน้าสุด นางสวมอาภรณ์เรียบง่ายแขนสอบสีดำ ใช้ปิ่นไม้อันเดียวรวบผมดำขลับ เส้นผมและชายชุดสะบัดพลิ้ว ในความองอาจเหนือคนนั้นแฝงไว้ซึ่งอารมณ์อันคุกรุ่น

นางกับเฟิ่งเวยเฉียงน้องสาวเป็นฝาแฝดกัน แต่เนื่องจากการมีฝาแฝดไม่เป็นมงคล นางจึงถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างนอกมาตั้งแต่เล็ก

เวยเฉียงมีนิสัยอ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เคยผูกความแค้นกับใคร

นางไม่เข้าใจเลย ใครจะทำร้ายคนที่บริสุทธิ์ดีงามเช่นนั้น

นางจะจับคนผู้นั้นมาถลกหนังเลาะกระดูก สับเป็นชิ้น ๆ ป้อนให้สุนัขกินเสีย!

องครักษ์เห็นว่าจะตามไม่ทันความเร็วของนางแล้วจึงตะโกนว่า

“แม่ทัพน้อย ตอนนี้ควบม้าตายไปสองตัวแล้ว ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม แวะพักก่อนดีหรือไม่...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดแส้ม้า

“ตามไม่ทันก็ไสหัวกลับค่ายทหาร! ย่าห์!”

โง่เง่า!

มีเวลามาพักผ่อนเสียที่ไหน!

สิ่งที่นางแบกรับอยู่ตอนนี้คือหนึ่งร้อยกว่าชีวิตในตระกูลเฟิ่ง!

องครักษ์ไล่ตามนางอย่างไม่คิดชีวิต

แต่นั่นคือแม่ทัพน้อยทหารม้าเบา[1]ที่ฝีเท้าไวที่สุดในค่ายทหารเป่ยต้าเชียวนะ! ว่องไวดั่งสายลม รวดเร็วประดุจเงา

……

เจ็ดวันให้หลัง ณ เมืองหลวง

ตระกูลเฟิ่งตบแต่งบุตรี ทั้งยังเป็นถึงฮองเฮาแห่งแว่นแคว้น นี่คือเกียรติยศอันสูงสุด

ชาวบ้านทยอยล้อมเข้ามาดู อยากเห็นฉากอันแสนยิ่งใหญ่ที่โอรสสวรรค์แต่งภรรยาเป็นบุญตาสักครั้ง

ทว่า จนขบวนรับเจ้าสาวมาถึงแล้ว แต่เจ้าสาวกลับยังไม่ออกมาเสียที

ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา

“ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งถูกโจรภูเขากลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป ถูกทารุณอย่างหนัก ตระกูลเฟิ่งต้องเคลื่อนย้ายองครักษ์หลวงจึงสามารถช่วยเหลือคนกลับมาได้ แต่ดูเหมือนจะไม่บริสุทธิ์แล้ว ไฉนยังสามารถเข้าวังไปเป็นฮองเฮาได้อีกเล่า?”

“บุตรีตระกูลเฟิ่งโชคดีจริง ๆ เป็นตัวเลือกฮองเฮาอันดับหนึ่งมาทุกรัชสมัย สามารถคุ้มครองแคว้นหนานฉีของพวกเราให้รุ่งเรืองสถาพร!”

“คงไม่ได้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ หรอกนะ? เหตุใดเจ้าสาวจึงยังไม่ออกมาเสียทีเล่า?”

คนทั้งหลายเขย่งเท้า สายตาต้องการมองทะลุประตูใหญ่ของจวนตระกูลเฟิ่งเข้าไปเสียให้ได้

ณ ห้องโถงหลักในจวนตระกูลเฟิ่ง

หมัวมัวที่รับราชโองการมารับตัวเจ้าสาวดื่มชาไปหลายจอกจนดื่มต่อไปไม่ไหว จึงโบกมือปฏิเสธน้ำชาที่นายท่านเฟิ่งส่งมาให้

“ใต้เท้าเฟิ่ง ลูกสาวท่านเป็นอะไรไป? ให้ข้าแวะไปดูที่ห้องเจ้าสาวดีหรือไม่? มัวแต่รออยู่เช่นนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีหรอกนะ! ถ้าพลาดฤกษ์มงคลไป ข้าก็ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไรแล้ว!”

ชาวบ้านทั่วไปแต่งงานยังให้ความสำคัญกับฤกษ์ยาม นับประสาอะไรกับราชวงศ์ ราชันผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นหนานฉี

ตระกูลเฟิ่งชักช้าเช่นนี้ หรือคิดจะเล่นตัว? จะไม่รู้หนักเบาเกินไปแล้ว!

นายท่านเฟิ่งได้ยินหมัวมัวบอกว่าจะไปห้องเจ้าสาว สีหน้าก็พลันเปลี่ยนแปลง

เขาปรับสีหน้า ลุกขึ้นทำเป็นเรียกนางไว้อย่างหนักแน่น “เฮ้อ! จะต้องเป็นเพราะภรรยาข้าตัดใจปล่อยลูกสาวออกเรือนไม่ได้แน่ ๆ นางเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ข้าจะให้คนไปเร่งนางอีกครั้ง ท่านโปรดรอสักครู่ รับรองว่าไม่พลาดฤกษ์มงคลแน่นอน!”

กล่าวจบ เขาก็ส่งสายตาให้พ่อบ้าน

พ่อบ้านเข้าใจจึงรีบวิ่งออกไปทันที

จนไปถึงหน้าห้องเจ้าสาว พ่อบ้านเคาะประตูห้องอย่างเคารพนบนอบ

“นายหญิง คุณหนู คนจากในวังเร่งรัดมาอีกแล้วนะขอรับ!”

ภายในห้องไร้เงาเจ้าสาว

เฟิ่งฮูหยินกระวนกระวายใจเหลือประมาณ ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากไม่หยุด

“เจ้ากลับไปบอกว่า แจ้งว่า...ว่าชุดเจ้าสาวมีปัญหา ช่างเย็บผ้ากำลังซ่อมให้อยู่”

พ่อบ้านกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เอ่ยเตือนจากหน้าประตู

“นายหญิง ไม่ได้นะขอรับ! หมัวมัวผู้นั้นเร่งรัดมาหลายรอบแล้ว ถ้ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ละก็ น่ากลัวว่าคงจะบุกเข้ามาแล้ว!”

เฟิ่งฮูหยินกัดฟัน

จะทำอย่างไรดี!

ขณะกำลังร้อนรุ่มใจอยู่นั่นเอง เงาคนสายหนึ่งก็เบี่ยงร่างเข้ามาทางหน้าต่าง ความเคลื่อนไหวคล่องแคล่วดุจสายลม

เห็นว่ามีคนมา เฟิ่งฮูหยินเริ่มจากตกใจ จากนั้นจึงถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตัว

“เจ้า เจ้าเป็นใคร!”

“ท่านแม่ ข้าเอง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนปลดหน้ากากลงมา เผยให้เห็นโฉมหน้าพิลาศล้ำดวงนั้น เมื่อเฟิ่งฮูหยินจำนางได้แล้วก็น้ำตาไหลพรากด้วยความยินดีสุดขีด

“จิ่วเหยียน! ลูกแม่! ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที!” นางเดินเข้าไปกอดบุตรสาวราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ จิตใจที่พะวักพะวนค่อยปล่อยวางได้เสียที

“คารวะท่านแม่” แม่ลูกพบหน้า เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับสงบนิ่งอย่างมากจนไม่เอ่ยคำทักทายปราศรัยที่ไม่จำเป็น กระทั่งแฝงความห่างเหินอยู่บ้าง

นางรู้ว่าสายมากแล้วจึงถอดชุดชั้นนอกออก แล้วปล่อยผมลงมา

เฟิ่งฮูหยินเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาช่วยนางสวมชุดเจ้าสาว

“จิ่วเหยียน ลำบากเจ้าแล้ว แม่รู้ว่าเจ้าชอบชีวิตที่อิสระเสรี ตอนนี้กลับมาให้เจ้าแต่งเข้าวังหลวง...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดอาภรณ์นั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

“ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำ ข้ารู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ยามนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการปกป้องตระกูลเฟิ่ง”

ตระกูลเฟิ่งไม่สามารถส่งมอบบุตรีออกไปได้ ทำให้พิธีอภิเษกสมรสเสียหาย จะต้องมีจุดจบถูกประหารทั้งตระกูลอย่างแน่นอน

เฟิ่งฮูหยินถอนหายใจ

“เจ้ากลับมาก็ดีเหมือนกัน หลายปีมานี้ ทุกวันแม่คิดถึง...”

“ท่านแม่ ตอนนี้เวยเฉียงเป็นอย่างไรบ้าง” น้ำเสียงเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบนิ่งเกินไป จนชวนให้คนรู้สึกกลัว

แต่หากมองอย่างละเอียดจะพบว่าสองมือของนางกำแน่น นางยังคงหวังว่าสวรรค์จะทรงเมตตา เวยเฉียงฆ่าตัวตายไม่สำเร็จและยังมีชีวิตอยู่ ยังหวังว่าเวยเฉียงจะปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันเหมือนสมัยเด็ก เรียกนางว่า “พี่สาว ข้ามาหาท่านแล้ว”...

แต่สีหน้าของเฟิ่งฮูหยินฉายความโศกเศร้ารวดร้าวอย่างไม่อาจควบคุม ทำให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของนางต้องสูญสลาย

“เวยเฉียง...ได้พักผ่อนอย่างสงบใต้ธรณีแล้ว

“เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน นางได้รับความทุกข์แสนสาหัส ถ้ารอดมาได้ก็คงมีชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น

“คืนนั้น นางถูกคนโยนทิ้งไว้หน้าประตูจวนตระกูลเฟิ่ง บาดแผลเต็มร่าง อาภรณ์ไม่ปิดบังเรือนกาย บนทรวงอกยังถูกเหล็กไฟนาบ...”

เฟิ่งฮูหยินพูดต่อไปไม่ไหว ได้แต่เช็ดน้ำตาให้ตัวเอง

แล้วหันไปมองจิ่วเหยียน นางดูราวกับไม่สะทกสะท้าน เย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็ง

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามต่อไป

“ผู้ใดทำร้ายนาง มีเบาะแสหรือไม่?”

“เป็น...เป็นหวงกุ้ยเฟยที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เพียงคนเดียวผู้นั้น! นางสนมตัวร้ายนั่น นางทำร้ายเวยเฉียง!”

กร๊อบ!

เฟิ่งจิ่วเหยียนจดบัญชีนี้ไว้แล้ว พอออกแรง ตลับแป้งในมือก็ปริแตก

เฟิ่งฮูหยินขมวดคิ้ว วางมือลงบนไหล่นาง

“จิ่วเหยียน แม่รู้ว่าเจ้าฝึกฝนในค่ายทหารมาตั้งแต่เด็ก มีฝีมือไม่ธรรมดา แต่วังหลังต่างจากสนามรบ แค่ปกป้องตัวเองให้ดีก็พอแล้ว หวงกุ้ยเฟยผู้นั้นวางอำนาจบาตรใหญ่นัก ทำร้ายคนนับไม่ถ้วน แต่ถึงนางจะก่อกรรมทำชั่วไว้มากมาย ฮ่องเต้ก็ยังคงโปรดปรานนางไม่คลาย เจ้าอย่าไปสู้กับนางเลย”

เวยเฉียงไม่อยู่แล้ว นางไม่อยากให้จิ่วเหยียนถูกทำร้ายไปอีกคน

ทว่า ถึงต้นไม้อยากอยู่นิ่ง ลมก็ไม่มีทางหยุดพัด

ขณะที่เฟิ่งจิ่วเหยียนคลุมผ้าคลุมหน้าสีแดงตระเตรียมจะออกไปก็มีเสียงแหลมเสียดโสตดังมาจากข้างนอก

“หยุดพิธีอภิเษกสมรสไว้ก่อนชั่วคราว! ข้ารับบัญชาหวงกุ้ยเฟยมาจัดการธุระ!”

เฟิ่งฮูหยินกดเฟิ่งจิ่วเหยียน “แม่ออกไปดูข้างนอกก่อน”

ขันทีนอกห้องผู้นั้นโอหังยิ่งนัก พาดแส้ไว้เหนือแขน ท่าทางหยิ่งผยองไม่เห็นใครอยู่ในสายตา

“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งถูกโจรร้ายลักพาตัว หวงกุ้ยเฟยเป็นห่วงชื่อเสียงราชวงศ์จึงมีบัญชาให้นางกำนัลจากในวังมาตรวจสอบ”

“ตรวจสอบอะไร?” เฟิ่งฮูหยินหน้าซีด

ขันทีผู้นั้นแค่นหัวเราะ “ตรวจสอบว่าร่างกายคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งยังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่อย่างไรเล่า!”

“อะไรนะ!”

ตรวจร่างกายในวันที่เจ้าสาวออกเรือน ความอัปยศอดสูเช่นนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!

----------------------------------------------

[1] ทหารม้าเบา คือ ทหารม้าที่สวมเกราะเบาหรือไม่สวมเลย
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
8 Chapters
บทที่ 1
“พ่อครับ ไม่ไปพบผู้หญิงคนนั้นได้ไหมครับ!” ลูกชายขมวดคิ้วและบุ้ยปากด้วยสีหน้าใจร้อน“ทุกครั้งที่ไป เขาจะถามเรื่องเยอะมากกับหนูเลย ก็เหมือนคนบ้าที่ออกมาจากโรงพยาบาลจิตเวช” เมื่อพูดถึงจุดสำคัญ เขายังกระทืบเท้าเล็ก ๆ ด้วยความโกรธจิตวิญญาณของฉันลอยอยู่ในอากาศ มองดูใบหน้าที่เหยของเขา ฉันรู้สึกเศร้าทันทีเราเจอกันแค่เดือนละครั้ง ทุกครั้งที่เขามา ฉันจะเตรียมการล่วงหน้าหลายวัน พาเขาไปยังสถานที่ที่สนุกที่สุด ทำขนมให้เขาเองฉันแค่อยากให้เขามีความสุขไม่ได้คิดว่า ไม่ได้เจอฉัน นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดต่างหากสวี่ฉือ ซึ่งเป็นสามีฉันแต่งตัวให้ลูกชายอย่างสงบ แต่เมื่อได้ยินชื่อฉัน ก็ขมวดคิ้วขึ้นมา“เจอกันเดือนละครั้งเท่านั้น เป็นความต้องการของคุณยาย อดทนหน่อยก็จะผ่านไปแล้ว”“อย่าทำให้เขาโกรธ ไม่งั้นเราจะต้องไปพบเขาอีก เข้าใจไหม?”หลังจากพูดจบ เขาก็ลูบหัวลูกชายและถอนหายใจยาวๆฉันยกมุมปาก รสชาติขมขื่นกระจายอยู่ในปาก รู้ทั้งรู้ว่าสวี่ฉือไม่รักฉัน แต่เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านี้ ก็ยังคงเสียใจมาก“ลูก พอกลับมาป้าจะทําอาหารอร่อย ๆ ให้หนู หนูต้องเชื่อฟังแม่ด้วยนะ”เสียงที่คุ้นเคยดึงดูดค
Read more
บทที่ 2
“พี่ฉือ มีแค้นอะไรกันเนี่ย จะต้องสับแขนให้เป็นชิ้นๆ!” พูดพลาง ยังบีบจมูกอยู่ และชี้ไปที่ข้อศอกที่มีรูปร่างเล็กน้อยเพื่อให้สวี่ฉือดูสวี่ฉือสวมถุงมือปลอดเชื้อด้วยสีหน้าใจเย็น แล้วเอื้อมมือไปค้นหาเนื้อแขนที่เหลือที่ถังขยะกลิ่นเหม็นของถังขยะปะปนกับกลิ่นเลือดและเนื้อ ทำให้แมลงวันบินอยู่รอบ ๆ อย่างต่อเนื่องตำรวจเหรินหยางพูดพล่ามอยู่ข้าง ๆ“พี่ฉือ ได้ยินว่าช่วงนี้เขตนี้ไม่ค่อยสงบ เมื่อต้นเดือน ได้ยินจากคนรอบข้างว่าตอนกลางคืน มีคนตะโกนเสียงดังและร้องไห้โวยวาย”“ผู้คนอยากแจ้งความ แต่วันรุ่งขึ้นก็ไม่มีแล้ว”พูดพลางก็เหลือบมองไปที่ข้างบนของชุมชน“พี่ฉือ คือ... พี่จะพูดกับพี่สะใภ้ฉือชิงไหม”หลังจากได้ยินประโยคนี้ สวี่ฉือก็กวาดตาไปที่เหรินหยางแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่ที่ฉันพักอยู่ เขาพูดอย่างเย็นชาว่า“เหอะ คนทั่วโลกตกอยู่ในอันตราย มีเพียงเขาเท่านั้นที่ปลอดภัยได้”“ตายไม่ได้หรอก เขากล้าที่จะเสพยา แล้วจะกลัวอะไรอีก!”ทั้งๆที่เป็นวันที่มีแดดจ้า แต่ไม่มีแสงใดส่องเข้ามาในร่างกายของฉันเลยฉันเห็นว่าเหรินหยางทําท่าทางหุบปากด้วยรอยยิ้มที่อึดอัด ฉันก็อยากจะร้องไห้ฉันอยากบอกเขาว่า ไม่ต้องพูดแทน
Read more
บทที่ 3
รู้สิ รู้กันหมดเลยคนที่สวี่ฉือเกลียดที่สุดคือฉือชิงนี่เป็นความจริงที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในแวดวงของเราฉันแค่ชอบคนที่สดใสคนหนึ่งในช่วงเวลาของวัยรุ่นแต่คนนั้น บังเอิญไปตกหลุมรักคนอื่นวันที่คุณลุงและคุณป้าไม่ยินยอมให้สวี่ฉือติดต่อกับหลีเหยียนสวี่ฉือทะเลาะกับพวกเขาครั้งแรกมันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสวี่ฉือที่เสื่อมโทรมและอึดอัด เหมือนดอกบัวที่ถูกทิ้งลงในบ่อน้ำอย่างร้ายกาจ ทรุดโทรมลงทีละน้อยฉันสงสารเขามาก เลยช่วยเขาขโมยพาสปอร์ตมา ให้เงินทั้งหมดที่ฉันเก็บไว้กับเขา ช่วยเขาหนีไปหาหลีเหยียนวินาทีที่เจ้าหนุ่มกระโดดออกจากหน้าต่าง ดวงตาของเขาสดใสเหมือนกาแลคซี เขาบอกว่าขอบคุณฉัน และบอกว่าพอกลับมาจะพาฉันไปกินขนมที่ยี่เจียงหนานนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เราสื่อสารกันอย่างเป็นมิตร...เหมือนเพื่อน เขาไม่ได้หาหลีเหยียนเจอหลังจากกลับมาก็เปลี่ยนจากท่าทางที่กระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวา ซ่อนตัวอยู่ในห้องและดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำวันที่ดื่มจนเมาที่สุด เขาเห็นฉันเป็นหลีเหยียนนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับเขาหลังจากถูกพบ คุณลุงและคุณป้าบังคับให้เขาแต่งงานกับฉัน และฉันก็ตอบตกลงเขาจับไหล่ฉันด้
Read more
บทที่ 4
ระหว่างทางกลับ สวี่ฉือคลิกเปิดอินเตอร์เฟซการแชทและตอบข้อความให้ฉัน“ฉือชิง เล่นทำเป็นหายตัวไปมันสนุกไหม”“เลิกเล่นลูกไม้ตื้นๆเหล่านี้อีกได้มั้ย”พอพูดถึงจุดตื่นเต้น เสียงเขาก็อดดังขึ้นไม่ได้“อย่าหน้าด้านแบบนี้ได้ไหม เราตกลงกันไว้แล้วนะ 6 ปี อีก 2 เดือนก็จะหย่าไปแล้ว เลิกมารบกวนผมอีกได้ไหม”.......หกปีแล้วนะ ในหกปีนี้ดูเหมือนว่าการสนทนาของเราจะเป็นเช่นนี้เสมอ“หยุดทําอาหารไร้ประโยชน์เหล่านี้อีกได้ไหม ผมไม่อยากกิน”“เรื่องของเสี่ยวเป่าเธออย่ามายุ่งเลย มีแม่แบบเธอ ผมจะอายแทนเขาเลย!”“เป็นบ้าใช่ไหม ผมบอกแล้วว่าผมไม่ต้องการ”.......สวี่ฉือ ฉันป่วยแล้วจริง ๆ ฉันจึงเลือกที่จะปล่อยมือเมื่อสวี่ฉือมาถึงบ้านหลีเหยียนสิ่งที่ตอนรับเขาคือดอกไม้ไฟแบบมือถือริบบิ้นตกอยู่บนหัวอย่างพลิ้วไหว แสงสีเหลืองส่องบนใบหน้า ทำให้เขาดูอ่อนโยนและจำใจ“พ่อครับ ในที่สุดป้าหลีเหยียนก็สามารถเป็นแม่ของหนูได้แล้ว” พอเดินเข้าประตู เสี่ยวเป่าก็กอดต้นขาของสวี่ฉือ ร่างกายแกว่งไปมาเขาอยากเอ่ยปากถาม หลีเหยียนก็ส่งหนังสือข้อตกลงการหย่าร้างไปให้เขาแล้วชื่อของฉันเซ็นไว้นานแล้ว มันถูกส่งมาที่นี่ก่อนที่ฉัน
Read more
บทที่ 5
วันนั้น ฉันลอยตามสวี่ฉือไปที่สถานีตำรวจ เขาวิ่งไปหลายแผนก โทรไปหลายสาย ไปตรวจสอบตำแหน่งโทรศัพท์มือถือของฉัน ไปตรวจสอบสถานที่ที่เจ้าพ่อค้ายาปรากฏตัวบ่อยเมื่อเร็ว ๆ นี้คุณตำรวจสวี่ ซึ่งจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบมาเสมอ แต่ระหว่างทางไปมณฑลลู่เฉิง กลับฝ่าไฟแดงหลายครั้งติดต่อกัน สุดท้ายก็จำเป็นต้องเรียกเหรินหยางมาสวี่ฉือพอเห็นคนอื่นก็ถามว่า ช่วงนี้มีคนหายไปไหมไม่ได้นอนทั้งคืน เบ้าตาแดงไปหมด ราวกับว่าคนที่หายไปคนนี้มีความสำคัญต่อเขามาก คนเดินผ่านแค่ตบไหล่เขาอย่างปลอบใจและบอกว่าไม่มี“พี่ มีข่าวอื่นใช่ไหมครับ ผมได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้พี่...”เหรินหยางไม่ค่อยเห็นสวี่ฉือที่เป็นแบบนี้ ไม่ถือว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ไม่เป็นระเบียบต่อมาตอนที่จากไป ลุงที่ขายแตงโมในเมืองหยุดพวกเขาไว้“ผมเพิ่งได้ยินว่าพวกคุณมาจากเขตหวยอัน]“พวกคุณช่วยตามหาสาวที่ชื่อฉือชิงคนหนึ่งหน่อยได้ไหม”ฉันเห็นว่าคุณลุงหยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้สวี่ฉือ“เมื่อหลายเดือนก่อนสาวคนนี้มาเซ่นไหว้ที่สุสานมาตลอด บังเอิญเห็นว่าหลานสาวของผมกระโดดลงแม่น้ำเพราะไม่อยากทำให้ผมเดือดร้อน เขาเป็นช่วยหลานสาวผม
Read more
บทที่ 6
ฉันลืมไปตั้งนานแล้วว่าความเจ็บปวดของร่างกายเป็นอย่างไรแต่เมื่อเห็นตัวเองในวิดีโอที่คลานอยู่บนพื้นและเกาพื้นอย่างสุ่มๆ จิตวิญญาณของฉันก็สั่นสะท้านขึ้นด้วยซ้ำนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันพบว่าหลีเหยียนมีการติดต่อกับเจ้าพ่อค้ายามือและเท้าของฉันถูกมัดไว้ ปากและตาถูกปิดไว้ แล้วเสียงที่คุ้นเคยลอยอยู่เหนือหัว“คนนี้ก็คือภรรยาของสวี่ฉือ เธอช่วยฉันฆ่าเขาไปก่อน ฉันถึงจะช่วยให้เธอเข้าใกล้คําสวี่ฉือได้”ฉันพยายามดิ้นรน ความหวาดกลัวทำให้ฉันส่งเสียงโดยสัญชาตญาณ จนกระทั่งผ้าปิดตาของฉันถูกดึงออก สิ่งที่ทะลุเข้าไปในขอบเขตการมองเห็นของฉันก็คือกระบอกฉีดยาที่หนามากหลีเหยียนเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆด้วยสีหน้าหยอกล้อ ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าที่ถือกระบอกฉีดยาตบหน้าฉันโดยไม่ได้พูดอะไร[อยู่นิ่งๆหน่อย!]ฉันยังอยากจะข่มขู่พวกเขาอย่างดื้อดึงว่า [สวี่ฉือจะมาช่วยฉัน พวกคุณไม่กลัวกรรมตามสนองเหรอ”แต่สิ่งที่แลกมาคือเสียงหัวเราะที่ไร้การควบคุมร่างกายสั่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความตึงเครียด มือที่ผูกด้วยเชือกป่านถูกเล็บฝังลึกไปนานแล้วหลีเหยียนเดินเข้ามารับกระบอกฉีดยาไป และผลักน้ำยาเข้าไปในผิวของฉันทีละนิดด้วยรอ
Read more
บทที่ 7
“พี่ฉือ! ใจเย็นๆก่อนนะ!” หลังจากเหรินหยางค้นพบ เขาก็วิ่งมาทันทีสวี่ฉือแค่ผลักเขาออก กัดฟันไว้ มองดูผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนหน้า แทบรอไม่ไหวที่จะฆ่าเขาตายทันที แต่ความเป็นมืออาชีพขั้นสุดท้ายนั้นขัดขวางไม่ให้เขาก้าวไปข้างหน้าแต่เมื่อผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าหยิบหัวของฉันที่ตกจนจําหน้าไม่ได้ออกจากกล่องไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าสวี่ฉือไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ต่อให้เหรินหยางจะหยุดยังไงก็ไม่ได้ผล“บอกว่าจะพบผมไม่ใช่หรือ” สวี่ฉือพยายามสงบลง “ทําไม กลัวแล้วหรือ เอ่ยปากสิ”สวี่ฉือที่ยืนอยู่ตรงกลางถือด้ามมีดอยู่ในมือ จ้องเขม็งผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนหน้าจับผมของฉันและเล่นอย่างสงบ“เมื่อภรรยาของคุณวิ่งออกจากกรง เธอก็กระโดดลงจากชั้นบนสุดไป”“เดาดูดิว่าตอนเธอตาย เธอได้พูดอะไรสักอย่างไป”เหมือนนึกถึงอะไรบางอย่างอย่างกะทันหัน เขายืนขึ้นและเดินไปหาสวี่ฉือ ต่อยเขาอย่างหนัก“ยังจำแม่ลูกที่คุณจับไปแล้วเสียชีวิตในศูนย์บำบัดยาเสพติดคู่นั้นได้ไหม”“ภรรยาของคุณก็เหมือนกับเธอเลย ที่ตายไปแล้วยังต้องอวยพรให้คุณและคนอื่นมีความสุขตลอดไป”สวี่ฉือจำคนนี้ได้คดีแรกที่เขาเพิ่งทําง
Read more
บทที่ 8
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา สวี่ฉือได้รับพัสดุซึ่งเป็นไดอารี่ของฉันที่ถูกหลีเหยียนเอาไปตั้งแต่อายุสิบหกถึงยี่สิบหกปี ความรักและความเกลียดชังที่ฉันมีต่อสวี่ฉือต่างสะสมอยู่ในนั้นฉันลอยอยู่ในอากาศ เห็นว่าสวี่ฉือเปิดออกอย่างสั่นเทา[เราแต่งงานกันแล้ว ฉันขอให้เขาซื้อแหวนเพชรให้ฉัน แบบนี้ก็ถือว่าเขาขอแต่งงานกับฉันแล้วแต่ว่า ร่างการออกแบบแหวนเพชรที่เขาใส่ในกระเป๋าเงินนั้นสวยงามจริง ๆวันที่xx เดือนxx ค.ศ.200x ฉันเผลอลื่นล้ม เสี่ยวเป่าจะคลอดก่อนกำหนด ก่อนเข้าไป ฉันขอร้องให้หมอโทรหาสามีหมอยังไม่ทันเอ่ยปาก เสียงสวี่ฉือก็ดังมา “อย่าโทรหาผมเลยได้ไหม ผมไม่ว่าง”เจ็บนิดหน่อย ไม่รู้ว่ามันเป็นความเจ็บปวดทางร่างกาย หรือหัวใจวันที่xx เดือนxx ค.ศ.200x โดนทุบตีในศูนย์บำบัดยาเสพติด โดนด่าด้วยกระชากผม ฉันไม่ได้ร้องไห้เมื่อออกมา เห็นว่าสวี่ฉือกับหลีเหยียนอุ้มเสี่ยวเป่าไว้ เล่นกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันฉันร้องไห้แล้ว ฉันนั่งยองๆกับพื้น ร้องไห้อย่างเสียใจมากเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถขนาดนั้นวันที่xx เดือนxx ค.ศ.200x ฉันบอกสวี่ฉือว่า มีคนจะฆ่าฉันเขาไม่เชื่อ และบอกว่าให้ฉ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status