Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-05-30 23:49:14

ตึกวิศวะกรรมยานยนต์

 

"แม่หนูไปก่อนนะวันนี้เปิดเทอมวันแรกไปดูเพื่อนๆ ก่อนว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง"

ร่างเล็กสวมเสื้อช็อปสีแดงกับกางเกงยีนตัวเก่งนั้งไขว้ห้างแต้มปากกับแก้มด้วยน้ำอุทัยทิพย์สวยครบจบในขวดเดียวเครื่องสำอางสุดโปรดของแม่ค้าขนมหวาน

"มึงจะทาปากแดงขนาดนี้ไปแข่งกับใคร? เลิกเรียนอย่าเถลไถลนะแม่ได้ข่าวมาว่ามหาลัยเอ็งกับอาชีวะในเมืองไม่ถูกกันมันตีกันประจำ"

ยายติ๋มเจ้าของร้านมองลูกชายคนเดียวด้วยความระอา แต่งตัวเป็นผู้ชายแต่ก็ชอบทาปากแดง ไม่ลุกมาใส่กระโปรงแต่ก็ชอบใส่เสื้อชั้นในเดินในบ้านภายนอกก็ยังเป็นผู้ชายแค่มีจริตจะก้านมากหน่อย

"โหยแม่~หนูสวยขนาดนี้ผู้ชายที่ไหนจะกล้าตีเลิกเรียนจะรีบกลับมาช่วยนะถ้าไม่เหล่หนุ่มเพลินน่ะ"

"อีแรด!"

 

ว่ากันว่าการเข้ามหาลัยคือเครื่องหมายของการเริ่มต้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเราจะมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ร่างเล็กใบหน้าขาวใสหอมกรุ่นกลิ่นแป้งแคร์กับปากสีแดงแจ๋ครึ่งเพราะน้ำยาอุทัยทิพย์เครื่องสำอางสุดโปรดสองชิ้นตั้งแต่สมัยเป็นเคะหัวโปกยันปัจจุบัน

ใบหน้าเรียวเล็กคิ้วเรียวโค้งจมูกโด่งนิดหน่อยริมฝีปากบางโดดเด่นด้วยไฝสเน่ห์ เดินทอดน่องออกจากตลาดสดมาถึงถนนใหญ่ด้านนอก ปรากฎรถติดยาวเหยียดสุดลูกตา

ด้านในชุมชนสลัมหลังตึกสูงนั่นอาจจะมีกลิ่นน้ำเน่าบ้างแต่แทบไม่มีกลิ่นควันหรือเสียงรถจ้อกแจ๊กจอแจเหมือนด้านหน้านี้

 

ขาเรียวเล็กซอยเท้าก้าวถี่เดินเลี้ยวไปทางที่เห็นรั้วของมหาลัยลิบๆ ตัวตึกสูงเด่นตั้งตระหง่านติดริมถนน ภายในมีเนื้อที่กว้างขวางโอ่อ่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตัวตึกใหม่เอี่ยมห้องเรียนสะอาดสะอ้าน โรงอาหารมีแต่ร้านค้าแบรนด์ดังแม้แต่ร้านเครื่องดื่มก็ยังเป็นเเบรนด์คุ้นตา

 

ทุกอย่างดูมีระดับไปหมดจนคนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่ายกมือถือขึ้นมาแสกนจ่ายค่าข้าวแล้วเงินหายไปหลักร้อยได้แต่คิดในใจกับปริมาณอาหารตรงหน้า

ได้น้อยขนาดนี้ในราคาเกือบสองร้อยบาทจะเอาอะไรมาอิ่ม ถึงว่าหล่อสวยหุ่นดีกันทุกคนเพราะกินไม่อิ่มนี่เอง

คราวหลังห่อข้าวกับขนมมากินดีกว่า

ความจริงอีกอย่างในการเป็นนิสิตทุนที่นี่ก็คือ ...ไม่มีเพื่อน...ใช่ไม่มีเพื่อน

เพราะเพื่อนที่แนะนำให้สอบเข้าที่นี่สอบไม่ติดทั้งที่อ่านหนังสือมาอย่างดีแต่คนที่ไม่ตั้งใจจะมาสอบที่นี่กลับต้องมายืนอยู่คนเดียวลำพัง ไม่รู้จะหาเพื่อนใหม่ได้จากที่ไหน

ทุกคนล้วนดูเป็นผู้ใหญ่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากนายแบบนางแบบ ทั้งที่สวมเสื้อช็อปเหมือนกันแต่งหน้ามาเรียนเหมือนกันแต่เครื่องสำอางกลับแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

กระเป๋ารองเท้าแบรนด์เนมละลานตาตามสไตล์ที่ชื่นชอบ รถที่ขับโทรศัพท์ที่ใช้ ทุกอย่างไม่มีของตกรุ่นตกเกรดล้าสมัย

พึ่งอายุสิบแปดสิบเก้าแต่สูงหุ่นดีขนาดนี้แล้วคนเตี้ยที่สูงไม่ถึงร้อยหกสิบจะโดดเด่นท่ามกลางช้างเผือกพวกนี้ได้อย่างไร?

เป็นคนเตี้ยก็ถูกมองข้ามพอแรงอยู่แล้ว การไม่มีของแบรนด์เนมบนร่างกายจึงทำให้กลายเป็นคนแปลกแยกจนมันน่าหงุดหงิดกับการถูกจำแนกประเภทด้วยของนอกกายไม่ใช่ความสามารถที่อยู่ภายในเสียจริง

ค่านิยมที่ทำตามกันจนทำให้คนไม่มีเงินรู้สึกด้อยค่ากว่าอย่างเห็นได้ชัด

ต่างกันราวฟ้ากับเหว

เพื่อนเคยพูดว่าเดี๋ยวก็หาเพื่อนหาผัวได้เหงาไม่นานหรอกแต่ไม่ใช่เลย..

อยู่ที่นี่มีคนเยอะมากแต่กลับเหงาหงอยลงทุกนาทีที่ย่างก้าวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

เหงาโคตรๆ

 

"แผนกเครื่องยนต์ตึกนี้เลยครับเร็วเลยพวกพี่เรียกรวมจะได้ทำความรู้จักรุ่นพี่กับเพื่อนๆ ทั่วกัน"

 

ตึกๆๆๆๆๆ

 

ทันทีที่รุ่นพี่ประกาศหน้าประตูหลายคนทำเพียงสาวเท้ายาวเดินไปตามเสียงเรียก ที่บอกว่าคนสมัยนี้โตไวสูงเร็วไม่เกินจริง

นักศึกษารอบกายไม่น่าจะมีใครสูงน้อยกว่าร้อยเจ็ดสิบที่นี่แผนกวิศวะหรือมหาลัยคัดเลือกนายแบบนางแบบกันนะ

พระเจ้าต้องกลั่นแกล้งกันแน่ๆ ที่เอาคนตัวเล็กเพียงคนเดียวมาอยู่สาขาวิศวะกรรมยานยนต์ที่มีแต่คนโคตรสูง

เสียงฝีเท้ารอบตัวต่างพากันก้าวยาวมุ่งหน้าเข้าสู่คณะของตน ไม่ใช่แค่สาขายานยนต์ที่เรียก สาขาอื่นก็เรียกไล่ๆ กันทำเอาบรรยากาศเชื่องช้าเมื่อครู่ชุลมุนเพียงพริบตาขาสั้นสับไวให้ทันเพื่อนกลายเป็นกึ่งวิ่งกึ่งเดินในที่สุด

 

ตึกๆๆๆ ตึ้กกกก!

 

วิ่งลัดเลาะหลบหลีกผู้คนที่สูงกว่าให้ความรู้สึกเหมือนหมาชิสุวิ่งเล่นบนพื้นแล้วแหงนหน้ามองเจ้าของด้านบนอย่างไรอย่างนั้น เพราะวิ่งอยู่คนเดียวเพียงเสี้ยววินาทีกลับมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น

 

เห้ยยย!!!

โครมมมม!!!!!!

 

จู่ๆ มีตัวอะไรสักอย่างเตี้ยๆ ขาวๆ วิ่งตัดหน้าด้วยความเร็วสูงทำให้ล้มไปกองกับพื้นทับกันโดยตนเป็นคนถูกทับอยู่ด้านล่าง

ถุงพลาสติกใสใส่ขนมไทยในกระเป๋าผ้ากระเด็นออกมาพร้อมขนมปังจำพวกเบเกอรี่คัพเค้กจากถุงกระดาษแบรนด์ดังของอีกคนปลิวลอยไปรวมกันเละตุ้มเปะจนไม่สามารถเก็บได้

ขนมที่ไม่ได้ห่อมาแต่รู้เลยว่าใครเป็นคนใส่กระเป๋ามาให้...

ยายติ๋ม

แม่กลัวลูกกินไม่อิ่มเพราะลูกเป็นคนกินยากเรื่องมากไม่กินผัก จากที่ตัวเล็กตั้งแต่เกิดเพราะเชื้อพ่อแม่อ่อนก็ยิ่งโตช้า ต้องกินอาเสริมตั้งแต่เด็ก มีเพียงอย่างเดียวที่ลูกชายสุดที่รักไม่เคยปฏิเสธหรือบอกว่ามันไม่อร่อยเลยนั่นก็คือขนมไทย

ท่านหันมาขายขนมไทยทั้งที่เมื่อก่อนเป็นพนักงานออฟฟิศเพียงเพราะลูกบอกว่าชอบไม่ว่าจะตอนเด็กเล็กๆ หรือแม้แต่ตอนนี้ลูกก็ยังบอกว่าชอบ

หนูรักแม่มากและไม่ชอบเลยที่ใครมาว่าขนมไทยว่าไม่อร่อย หวานเลี่ยน อ้วนหรืออะไรก็แล้วแต่ จากที่แอ๊ปใสเป็นนางฟ้าก็สามารถแปลงร่างเป็นปีศาจงับหัวคนพูดได้ทันที

สายตาละห้อยมองขนมชั้นหม้อแกงเม็ดขนุนฝอยทองอย่างละนิดละหน่อยเปื้อนพื้นเละเทะความโมโหปะทุขึ้นใสทันที ไฝที่มุมปากกระตุกยิกๆ เหมือนกำลังเปิดสวิตช์นักด่าทีมชาติก็ว่าได้

ควั่บบบ!

..

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 26

    ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 25

    … ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 24

    เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 23

    ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทมี่ 22

    "อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 21

    "ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 3

    พอลุกขึ้นได้ก็สะบัดคอแทบหลุดหันมาหาคู่กรณี...เตี้ยอีตัวที่วิ่งมาล้มทับมันเงยหน้าขึ้นมาเบ้หน้าราวกับเจ็บปวดแสนสาหัสทั้งที่วิ่งมาชนแล้วล้มทับคนอื่นเขามันเตี้ยเตี้ยแบบ..เท่ากันเด๊ะตัวขาวอมชมพูขาวแบบผู้ดี ขาวม๊าก ขาวจนข้อศอกกับตามข้อนิ้วเป็นสีชมพูแม่ง! บ้านผลิตกลูต้าขายเร๊อะ!ผมฟูๆ เหมือนสายไหมขอ

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 1

    1.มีไฝที่ปากเขาว่าเป็นคนมีสเน่ห์ตั้งแต่ฉันจำความได้ก็รู้สึกมาตลอดว่าเป็นเด็กตัวเล็กน่ารักหน้าตาเหมือนแม่ มีไฝที่มุมบนขวาริมฝีปากเหมือนแม่ โตมากับร้านขายขนมไทยในตลาดซอกหลืบของเมืองหลวงเป็นเด็กผู้ชายที่แม่กระเตงเข้าเอวพาไปพูดคุยกับบรรดาแม่ค้าอย่างออกรสออกชาติด้วยท่าทางมีความสุขแบ่งปันสิ่งที่ดีที่ส

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 11

    เพื่อนสนิทตัวสูงวางแผนทำบริษัทกันจริงจังตั้งแต่กลางเทอมปีหนึ่งคงเพราะอยากเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเร็วๆพวกมันไม่ได้ใหญ่แค่ตัวแต่ความฝันก็ใหญ่มากด้วยแล้วกูล่ะ?ตัวก็เล็กแถมมีความไฝ่ฝันปัญญาอ่อนมากด้วยทำไมพระเจ้าต้องสร้างให้กูฉลาดและหน้าตาดีในส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบห้าเซ็นด้วยนะไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนสวยหนั

  • เรียนไปก็ปวดหัว มีผัวไหมมึง   บทที่ 10

    นังลูกคุณหนูแคระนั่นเวลาด่ามันจิกกัดจี้ปมเจ็บแสบสะเทือนไปถึงรากเหง้าเราทั้งสามคนจนจุกอก ถึงจะโดนเหยียดเรื่องฐานะมาเยอะคิดว่าเข้มแข็งมากพอจะไม่หวั่นไหวกับคำพวกนี้แต่ก็รู้สึกจนได้ เล่นเอาซึมหมู่ไปเลยพวกเราสามคนมาล้างตัวในวัดใกล้ตลาดซื้อขนมปังปอนมานั่งให้อาหารปลาที่คลองหลังวัดในสภาพเหม่อลอยฉีกขนมปัง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status