LOGINพอลุกขึ้นได้ก็สะบัดคอแทบหลุดหันมาหาคู่กรณี
...เตี้ย อีตัวที่วิ่งมาล้มทับมันเงยหน้าขึ้นมาเบ้หน้าราวกับเจ็บปวดแสนสาหัสทั้งที่วิ่งมาชนแล้วล้มทับคนอื่นเขา มันเตี้ย เตี้ยแบบ..เท่ากันเด๊ะ ตัวขาวอมชมพูขาวแบบผู้ดี ขาวม๊าก ขาวจนข้อศอกกับตามข้อนิ้วเป็นสีชมพู แม่ง! บ้านผลิตกลูต้าขายเร๊อะ! ผมฟูๆ เหมือนสายไหมของมันมีกลิ่นหอมหวานออกมาเหมือนขนมอะไรสักอย่าง มือเล็กๆ ยกขึ้นเกลี่ยผมหน้าม้าออกมองหน้าคู่กรณีที่ยืนเท้าเอวจ้องมันเขม็ง ดวงตากลมโตเป็นประกายเพราะใส่บิ๊กอายที่มีลายอยู่ตรงขอบวิ้งๆ จมูกรั้นจิ้มลิ้ม ปากเล็กๆ เคลือบกลอสสีชมพูใส โมเอะโคตร! ไม่น่าเชื่อว่าคณะวิศวะกรรมยานยนต์จะมีอีหมาพุดเดิลอีกสายพันธ์ที่มันตัวเล็กเหมือนกูอีกหนึ่งอัตราถ้วนที่รู้เพราะตราประจำคณะกับเสื้อช็อปของมันที่... เอ๊ะ..? ทำไมของมันสั้นพอดีตัวไม่ใช่พอดีธรรมดาเพราะมันสั้นจนแทบจะกลายเป็นเสื้อเอวลอยแค่ยกแขนชายเสื้อก็ล่นเห็นพุงขาว งงจนต้องก้มมองชายเสื้อตัวเองที่ยาวแทบคลุมเข่ายิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมเพราะมันดูดีกว่า! "นี่! วิ่งตัดหน้าทำไม ไม่เห็นเหรอว่ามีคนวิ่งอยู่?" ยอมไม่ได้อย่างนี้มันต้องสั่งสอนด้วยเกียรติของแม่ค้าปากตลาดที่มีไฝจุดเดียวกับตัวมัมอย่างมาลิลีนแบบนี้ต้องไฝว้! "..ไม่เห็น รีบเหมือนกันใครจะไปรู้ว่ามีอะไรต่ำเตี้ยเรี่ยดินบนพื้นปกติมีแต่คนตัวสูงก็เลยไม่ได้มอง" อีหมากระเป๋าสีขาวลุกขึ้นหยิบทิชชู่เปียกเช็ดมือเชิดหน้าชูคอพูดเหมือนกูตัวเท่าเห็บ มันอยู่บนยอดต้นตาลอะไรทำนองนั้น คนนะไม่ใช่หมา แล้วยังท่าทางกรีดนิ้วหยิบถุงกระดาษที่มันถือมานั่นอีกมันน่าถีบนัก ว่าคนอื่นต่ำไม่ดูสารร่างตัวเองถ้ามึงสูงกว่าต้นหูกวางค่อยมาข่มมะ? นี่อะไรพอยืนเทียบกันแล้วตัวสูงเท่ากันเด๊ะ มึงสูงมากมั้ง! "ว่าใครต่ำนะอีเตี้ยตัวเองสูงตายล่ะไม่แหกตาดูสารรูปตัวเองทำผิดยังไม่รู้จักขอโทษแล้วยังมาบ่นฉอดๆๆ อีก" "สารรูปฉันดีกว่าหล่อนหลายขุมก็แล้วกัน ดูเสื้อผ้าสิ ใส่อะไรมาทั้งยาวทั้งยับแต่งหน้าก็ไม่มีคลาส หน้าขาวปากแดงเหมือนเกอิชาเทรนนี้มันเลิกฮิตไปสามชาติแล้วนะรู้ยัง?" "มึงว่ากูโบราณเหรออีเตี้ย!" อารมณ์ขึ้นจากการเห็นขนมเเม่เปื้อนไม่พอคนที่วิ่งมาชนยังสุมไฟให้หัวร้อนยิ่งขึ้นด้วยการเชิดหน้ามองด้วยหางตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท่าเหลือกตาขึ้นๆ ลงๆ น่าหมั่นไส้ เรื่องขนมเอาไว้ก่อนมาว่ากูเตี้ยยอมไม่ได้ คิดว่าตัวเองปากเก่งสู้ปากลูกแม่ค้าได้ก็ลองดู! แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็โดนบูลลี่อีกครั้งคล้ายแทงย้ำซ้ำแผลเก่าปกติไม่เคยสนใจใคร?แต่คนบางคนกลับลากขึ้นมาตบกลางสี่แยกให้เส้นความอดทนขาดผึง! "อี๋ตัวก็ไม่หอมเครื่องประดับก็ไม่มีกระเป๋าก็เชย โลว์คลาสมาก" เหมือนการก๊อปวางนางร้ายในละครมาใส่ในตัวมัน ภายนอกน่ารักสดใสแต่เมื่อเจอนางเอกก็กลายร่างเป็นปีศาจมั่น มั่นหน้ามั่นโหนก มั่นเหี้ยๆ ท่าพ้อยขาจิกตาเบะปากเหยียดคนอื่นดูก็รู้ว่าทรงคุณหนู แล้วไงวะ? ยืนเท้าเอวมองมันตั้งแต่หัวจรดตีนบ้าง ถึงจะดูไฮโซยังไงมึงก็เตี้ยม่อต้อไม่สูงเกินกูก็แล้วกัน! ตัวก็เล็กๆ บางๆ ใช้ตีนเขี่ยน่าจะปลิวแม่งเรียนวิศวะยานยนต์ชื่อก็บอกอยู่ว่ายานยนต์ที่มันต้องเปรอะเปื้อนคราบน้ำมันนู่นนี่นั่นแน่ๆ แต่มึงเซ็ตผมทรงโลลิปอปฟูฟ่องเป็นสายไหมสะพายกระเป๋าใบละห้าหมื่นอาบน้ำหอมมาซะฉุนแทบจะสำลัก แล้วยังแต่งหน้าหนาเตอะคล้ายจะไปเล่นงิ้วนี่มันเข้าเรียนผิดคณะหรือเข้าใจอะไรผิดกันแน่ "กูโลวคลาสแล้วไปหนักที่หัวมึงหรือไงอีเตี้ย เปิดเทอมวันแรกมึงประโคมแต่งหน้าทำผมมาขนาดนี้ไม่ทราบว่ามาเรียนหรือมาหาผัวคะอีแรด" จัดไปอย่าให้เสียด่าให้สมเกียรติชื่อลูกยายติ๋มแม่ค้าขนมไทยที่อร่อยที่สุดในปฐพีเสียเลย "สถุน ต่ำตม ไร้การศึกษาที่สุด" มันกัดปากยืนกำหมัดคิดว่าน่ารักตายล่ะจะแอ๊บแบ๊วเพื่อ? แม่จะด่าให้หาทางกับหอคอยไม่ถูกเลยเล่นกะใครไม่เล่น "กูศึกษาที่เดียวกับมึงอยู่ค่าว่าคนอื่นต่ำมึงสูงส่งมาจากไหนวะอีเตี้ยหมาตื่นมั่นหน้ามากนะมึงอย่างนี้ต้องเจอหยุมหัว" เป็นคนมือไวเสมอนอกจากถนัดจับหำผู้ชายแล้วยังถนัดจับหัวโขกด้วย? "หนอยยย นังแม่ค้าปากตลาดเอามือสกปรกของแกออกไปจากผมของฉันนะ " นังผู้ดีพยายยามคีพลุคดีดดิ้นแต่พองามแต่เล็บเจลสีแสบตาของมันจิกลงบนเนื้อที่แขนลึกจนแสบไปหมด "อีแอ๊บแบ๊วเอาเล็บลายทุเรศๆ ของมึงออกไปจากแขนกูนะอีหมาเตี้ย!" "แกก็ปล่อยก่อนสิรู้มั้ยว่ากว่าจะทำผมทำเล็บผมมันกี่ชั่วโมง เอามือสกปรกของแกออกไปจากหัวฉันนะเดี๋ยวผมเสียทรง ปล่อยยย!" โอ้ยยย!!! โอ้ยยยย!!! ปึ้กก ปั่กกก ปึ่กกกก ปั่กกกก ผลั่กกกกกก ร่างเล็กๆ บางๆ ในชุดช็อปสีแดงยื้อยุดฉุดกระชากกันกลางลานสนามบาสที่ทั้งคู่เลี้ยวจากทางแยกหลักจะวิ่งลัดไปตึกเรียนคณะตัวเอง จากที่เดินกันขวักไขว่ในวันแรกของการเข้าเรียนกลายเป็นหยุดยืนมองเด็กใหม่หยุมหัวผลักกันไปมากลางสนามบาสราวกับมีโฆษณาขั้นเวลา ทั้งคู่ลงไปนอนกลิ้งทึ้งหัวกันที่พื้นใกล้กองขนมที่ตกพื้นผมเผ้าเสื้อผ้ายับย่นเปื้อนฝุ่นหัวกระเซอะกระเซิงกองรวมกัน เมื่อเห็นดังนั้นทั้งคู่จึงยื่นมือข้างหนึ่งไปคว้าขนมของตนเองยีเข้าที่หน้าและหัวอีกฝ่ายเต็มๆ แผละ!!! กรี๊ดดดดดด อีเตี้ยยยยยย!! "อะไรมีอะไรกันนักศึกษา... เฮ้ย! นักศึกษาสองคนตรงนั้นมีอะไรกัน? หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!" .. .ใบหน้าเล็กถูกโน้มประคองลงมาประกบแนบสนิทบางเบา นิ่งเนิ่นนาน เสียงลมหายใจผะแผ่วภายในที่แคบๆ ของรถคันเล็กกลิ่นแอลกอฮอลกรุ่นร้อนข้างไฝเม็ดเล็กมุมริมฝีปากบนรับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีค่าที่สุด สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มีความหมายในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสุขรสชาติความขมของแอลกอฮอลไม่อาจกลบความหวานล้ำในความรู้สึกรักจากก้นบึ้งของหัวใจได้ ในที่สุดวันที่ได้บอกรักกับคนที่รักจริงเสียที "ทำไมปากมึง..หวาน?" ใบหน้าเล็กเคลื่อนออกจากกันเล็กน้อยคนเริ่มจูบเกลี่ยนิ้วลงบนแก้มแดงเอ่ยเสียงพร่าถามคู่อริเก่าอารมณ์ดี "จริงเหรอ" ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเปล่งประกายสบตาคนในฝันที่ไม่ได้อยู่เพียงในนั้นอีกต่อไปท่อนแขนเล็กทั้งสองยื่นมาคล้องคอแฟนหมาดๆ เกลี่ยปลายจมูกรั้นส่ายไปมากับจมูกอีกคนคล้ายแมวหยอกเล่นกัน "อืม.. เคยคิดว่ามันนิ่มแต่ไม่คิดว่ามันจะหวาน" "หวานเหมือนขนมไทยหรือเบเกอรี่?" " ไม่เหมือนขนม.. รสชาติเหมือน...ความรัก" "หึหึ ยัยบ้า อย่ามาน่ารักนะ~'' "อะไร? มึงนั่นแหละเมาแล้วน่าแดงแจ๋ อย่ามาทำน่ารักนะ!" "ลิลิธฉันว่าจะกลับไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ดร็อปเรียนไว้ให้จบแกว่าไง?" "โอย~ เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก"
… ร่างเล็กทั้งสองสบตากันตลอดตอนที่อีฟพูดบนเวทีถึงประวัติความเป็นมาสั้นๆ แล้วได้กลับมาเจอกัน ในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทั้งคู่ น่าขำเล็กน้อยที่ส่วนสูงเราไม่เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่แต่ความสวย เริ่ด ยังคงหลงเหลือจริตให้เห็น จากตอนแรกยังคงตกตะลึงอยู่เพราะไม่ได้เจอกันมานานหลายปี แถมยังต้องมารับรู้ว่าอีกคนหายไปทำอะไรมา ยิ่งทำให้รู้สึก หัวใจเต้นแรงคล้ายจะทะลุออกมาข้างนอก สลับกับหยุดหายใจเป็นพักๆ มันทำได้ ในที่สุดอีฟก็มีเป้าหมายและทำสำเร็จจนได้ไม่น่าเชื่อว่าในเป้าหมายของมันมีกูอยู่ในนั้นทุกช่วงเวลา เหมือนกับ...ถูกบอกรักผ่านการกระทำทั้งหมด มาตั้งแต่แรก ณ เวลานี้มันเดินลงมาจากเวทีด้วยท่าทางสง่างามในชุดสูทสวมทับชั้นในลูกไม้สีดำด้านในกับกางเกงขายาวพอดีตัว ดวงตากลมโตไร้บิ๊กอายสีหวานหันหน้าปรายตามองป้ายโปรโมทที่เป็นรูป... ..กู ครึ่งหน้าครึ่งตัว แต่ใครมันจะจำไม่ได้ว่านั่นเป็นภาพที่เราถ่ายส่งให้กันเมื่อสามสี่ปีที่แล้วตอนคุยถึงเรื่องชุดชั้นในกัน ใหม่ๆ ราวกับต้องมนต์สะกดเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่หยุด จนกระทั่งออกมาหน้าลานน้ำพุเราเว้นระยะยืนห่างกัน นิ่งแบบนั้นโดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา ในหัวกูคิดอย่า
เวลาไม่กี่เดือนคนเราจะสนิทกันได้แค่ไหน?กับเพื่อนอย่างไรซักวันเราก็ต้องแยกย้ายกันไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง เติบโตด้วยตัวเอง ไปมีคนรัก มีครอบครัวตามหาในสิ่งที่อยากมี โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมบางคนไว้กลางทางใครซักคนที่เคยเข้าามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนที่รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีอย่างตรงไปตรงมาคนที่ต้องการเราและ...เราต้องการเขาแต่มันก็แค่ผ่านเข้ามาเพื่อผ่านไป.....วิศวะยานยนต์ปีสี่เทอมสุดท้ายการอยู่โดยไม่มีใครคนนั้นที่ทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตินอยู่ด้วยกัน..ก็เหมือนกับการอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่เต็ม...ไม่สมบูรณ์กูยังเป็นแม่ค้าขายขนมคนเดิมที่ชอบสวมบราลูกไม้ แต่งหน้าด้วยแป้งเด็กและอุทัยทิพย์ เป็นเด็กทุนตั้งแต่เทอมแรกยันปีสุดท้าย อยู่กับไอ้ตะวันกับไอ้โมกในกลุ่มที่มีกันแค่สามคน..ใช่... สามคนเพราะอีฟมันไม่อยู่แล้วตั้งแต่เปิดเทอมสองของปีหนึ่ง. .เราได้พูดกันวันนั้นเป็นวันสุดท้ายกูโวยวายอยู่คนเดียวมันสงบนิ่งราวกับไม่ใช่ตัวมันที่เคยรู้จักแล้วมันก็หายไป..แม้แต่การล่ำลาก็ไม่มีมันไม่โทรมา กูไม่โทรไปเพราะรอให้มันมาทำหน้าหมาทะเล้นใส่ มาง้อกูด้วยการทำบรามาอวดไม่มี...มันไม่มาหายไปราวกับ
ร่างเล็กของอีฟเดินออกจากอาคารเรียนเพียงลำพังขึ้นรถคันคุ้นตาของบ้านตนเองที่จอดรอ ไร้เงาร่างเล็กลูกแม่ค้าขายขนมที่ก่อนหน้านี้มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันไม่มีคำอธิบายจากเจ้านายว่าเพื่อนที่ตัวติดกันแจพูดคุยกันลั่นรถหายไปไหนเพราะคุณหนูเอาแต่หันข้างออกมองนอกหน้าต่างก่อนหน้านี้ตัวติดกันไม่ต่างจากฝาแฝดรอยยิ้มกว้างเปิดเผยประดับบนใบหน้าน่ารักยามเผลอไผลบ่อยครั้งเสียงหัวเราะดังลั่นไม่สงวนท่าทีดูมีความสุขเสียจนไม่อยากขัด ยามห่างคุยโทรศัพท์กันนานข้ามคืนบ่อยครั้ง แค่พูดเรื่องทำชุดชั้นในก็ทำให้มีเรื่องคุยทั้งคืนลิลิธชอบชั้นในที่บอกว่าอยากทำขายให้เพศทางเลือกมาก ไม่ว่าจะทำออกมาคอนเซ็ปไหนก็ชมเสียจนตัวลอยยิ้มแก้มปริตลอดมีความสุขด้วยกันไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้คุ้นชินกับความสุขที่ต้องมีอีกคนเป็นส่วนประกอบจนไม่เคยเตรียมใจว่าลิลิธเป็นเคะชอบผู้ชายที่แมนกว่ากระทั่งคนที่ชื่ออดัมเข้ามาขอเบอร์ลิลิธเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วมันก็ให้ไปตอนแรกก็ยังคุยกันปกติเหมือนเดิม หลับไปพร้อมกันพูดถึงเรื่องชั้นในกันอยู่ดีๆ แต่ลิลิธก็พูดขึ้นว่าจะเอาไปใส่ให้พี่อดัมดู...จุกจนพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่แฟนและรู้ดีว่าไม่ได้หวงแบบเพื่อนทั้งที่ร
"อีฟกินขนมไทยเป็นแล้วเหรอ?" ตะวันเอ่ยขึ้น"ลิลิธวางยาอะดิพอกินครั้งแรกแล้วมันก็ติด เหมือนหนูทดลองเลยคิคิ "ลูกคุณหนูอ้าปากงับเม็ดขนุนในมือลิลิธเพราะสองมือเเต่งหน้าให้แม่ค้าขายขนมไทยอยู่"ติดขนมหรือติดคนป้อนขนมคะคนสวย~"ตะวันเอียงคอมองปากเล็กที่เคี้ยวขนมแก้มตุ่ย แม้การกระทำของทั้งคู่ดูเหมือนเพื่อนสาวแต่คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนสนิทกลับรู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น"อะไรไม่ต้องมามองกูแบบนั้น มันเอาของมาติดสินบนยายติ๋มต่างหากเขาถึงเอ็นดูมัน" ลิลิธแก้ต่างพัลวันแต่เพราะกลัวบางคนเหงาจึงปล่อยให้อดีตคู่อริจับแต่งหน้าใกล้ชิดกันทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ"ต้องพิเศษขนาดไหนน้าแม่ค้าขนมหวานถึงยอมให้ไปที่บ้านทีพวกเราขอนะ.. บ่ายเบี่ยงตลอด""ถ้ามึงยอมเป็นผัวกูกูจะให้เข้าบ้านเอาปะละ?""อีฟไม่ใช่ผัวยังเข้าได้เลย""หุบปากไป!"คุณเคยมีคนที่เกลียดในรั้วหมาลัยบ้างไหม?เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนในคลาสเดียวกัน? เคยคิดไหมว่าจะเป็นคนที่ต้องแกล้งกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนอาจารย์เอือมระอาหาทางให้จับคู่ทำงานร่วมกัน ความรู้สึกตอนแรกที่ได้คู่กันคล้ายกับวันโลกถล่ม...มันแย่ถึงขนาดนั้นเลยนะนั่นเป็นความรู้สึกในวินาทีแร
"ทำไมไม่ไปเรียน?"คนตัวเล็กแก้มแดงยืนมองแม่ค้าขายขนมไทยสวมผ้ากันเปื้อนสวมเสื้อคอกว้างเห็นสายเสือในวับๆแวมๆ เก็บขนมเหลือประปรายกลับบ้านก่อนค่ำเพราะต้องเตรียมทำของมาขายวันพรุ่งนี้หลังจากขาดเรียนมาหลายวันพักนี้ลิลิธยุ่งแทบไม่มีเวลากินเวลานอนทุกครั้งต้องเปิดวีดีโอคอลคุยกับเพื่อนเพราะมือไม่ว่างคนที่คุยด้วยเยอะกว่าใครคงเป็นคุณหนูหัวสายไหมตรงหน้านี้ที่ตัดพ้อมมาหลายวันว่าที่มหาลัยไม่มีใครทะเลาะด้วยจึงต้องมาหาด้วยตัวเอง"แม่ป่วยพ่อไปทำงานไม่ได้กูต้องทำขนมมาขายแหกตาดูสิคะนังคุณหนู~" แม่ค้าไฝยื่นมือมาบีบแก้มป่องอดีตคู่ปรับเก่าที่วันนี้หอบลูกน้องเดินเข้ามาหาถึงที่ร้านขนม"มันเลยกลางเทอมมาแล้วนะ งานที่เก็บคะแนนภาคปฏิบัติหลายชิ้นด้วย"คนตาโตแก้มโย้ริมฝีปากจู๋เพราะถูกบีบเล่นไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน คนมันเขี้ยวปล่อยมือออกออกจากแก้มนิ่มขนขนมลงรถเข็นด้วยความระมัดระวัง"แล้วมึงทำยังไง มึงทำไม่เป็นนี่ ?""ก็... พวกเพื่อนช่วยแล้วก็เพื่อนพ่อ..ช่วย "วิศวะคุณหนูหลบสายตาวิศวะไฝที่ยื่นหน้ามาจ้องจับผิดสายตาล่อกแลกอย่างคนรู้ทัน"อ้อ~ กูลืมมึงมีเงินเยอะ""อย่าพูดแบบนั้นสิ แก..จะให้ฉันเอางานกลุ่มของเร
ตึ่กๆๆๆๆๆฮิฮิฮิๆๆๆๆๆๆหุๆๆๆๆๆโฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ"ดูหมอนั่นดิวิ่งไปหัวเราะไปหน้าตาเขียวๆ บวมๆ ตลกชะมัด"นักศึกษาสองคนที่เดินผ่านมาเห็นคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งโดดดึ๋งๆ ผ่านหน้าไป ทั้งเสียงหัวเราะประหลาดท่าทางตลก หน้าตาบวมช้ำทำคนที่เดินผ่านไปมามองตามจนเหลียวหลัง"หมอนั่นเด็กปีหนึ่งที่ไปมีเรื่องกับอาชีวะคู่อริ
เหตุผลที่เราต้องสู้เพราะรู้ว่าชีวิตมีค่าถึงแม้แม่จะไม่เอ่ยขอ ท้ายที่สุดแล้วในใจลึกๆ มันอยากเป็นที่พึ่งให้พวกเขาสบายและภูมิใจเพราะฉะนั้นเราจึงตายไม่ได้ในขณะเดียวกันเราก็ต้องห้ามตัวเองไม่ไปทำให้คนอื่นตายด้วย เพราะการติดคุกไม่ใช่การไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก็กลับ ยิ่งฆ่าคนยิ่งอยู่ยาวโปรโมชั่นตลอดชีวิตกันไป
"สวัสดีครับคุณแม่"ร่างใหญ่โตในชุดช็อปสีเดียวกับลูกแม่ค้าขนมหวานตรงหน้า ยกมือคู่ใหญ่ขึ้นประนมนอบน้อมทำให้แม่ค้าตัวเล็กรับไหว้ด้วยความงุนงงไม่ทันได้ถามอะไรคนหน้าคุ้นที่คับคล้ายคับคลาว่าจะคลอดมันออกมาเดินแหวกร่างหนาทั้งสองคอหดสั้นก้มหน้าก้มตาหลบหน้าบุพการีแต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาคุณแม่สุดที่รักได้"ห
..พึ่งเห็นตอนนี้ตอนที่เดินจะไปตลาดด้วยกันนี่แหละ ไอ้พวกที่มายืนล้อมหน้าล้อมหลังเรานี่คือใครสิบกว่าคนที่ไม่รู้จักไม่เคยไปด่าพ่อล่อแม่ใคร แต่กลับเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าตากวนตีนสวมเสื้อช็อปอันเลื่องชื่อว่างี่เง่าไร้เหตุผลที่สุดตีชาวบ้านไปทั่วแล้วแม่งตัวต่อตัวไม่เป็นงานรุมคืองานถนัดไอ้พวกวิทยาลัยอาชีว







