Share

14

last update publish date: 2026-08-13 13:42:59

​ไม่มาทำแล้วเหรอจ้อย อยากได้เงินอีกก็มาได้นะ เจ๊ยินดีต้อนรับเสมอ ไม่หักเปอร์เซ็นต์ (เจ๊เปรี้ยว)

​ค่ะเจ๊ ขอบคุณมากๆ นะคะ เรียกใช้จ้อยได้นะคะเรื่องอื่น ยกเว้นเรื่องให้ไปทำงาน (เสน่ห์จันทร์)

​ออกตัวแรงเชียวลูกสาว มาเป็นแม่ครัวที่ร้านไหมล่ะ   (เจ๊เปรี้ยว)

​ถ้าเจ๊ขาดคนครัวเรียกได้ค่ะ(เสน่ห์จันทร์)

​โอเค ถ้าอีแป้นมันลาออกเมื่อไหร่ เตรียมตัวมาทำงานให้เจ๊ อะเดี๋ยวเจ๊โอนให้เป็นโบนัส (เจ๊เปรี้ยว)

​ขอบคุณค่ะ(เสน่ห์จันทร์)

​เจ๊เปรี้ยวโอนเงินมาให้อีกห้าพันบาท

​เธอลาออกแล้วหลังจากที่รับแขกคืนนั้น การโอนโฉนดเป็นชื่อเธอมันก็ต้องใช้เงิน เสน่ห์จันทร์เลยยังไม่ได้โอน เอาไปฝากหลวงพ่อไว้เหมือนเดิม ท่านบอกว่าหนนี้จะเก็บไว้เองไม่เก็บไว้ที่มัคทายกอีก ใส่กุญแจไว้เลย จะได้ไม่มีใครมาหลอกเอาไปได้ หนก่อนเสียรู้นางอำภาเลยถูกเอาไปถ่ายเอกสาร และนำไปวางไว้ที่นางเนียมได้

​แม่ของเธอหายแบบไปแล้วไปลับ ไม่ติดต่อ เหมือนตายจาก เสน่ห์จันทร์ก็ไม่ได้คิดจะติดต่อ บางที แม่ก็เหมือนแค่ให้ชีวิต แถมยังให้ชีวิตมาตั้งเจ็ดชีวิตพะรุงพะรังให้เสน่ห์จันทร์ต้องเลี้ยงดูแล

​คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตาก็ไหล แต่ไม่ได้ไหลแบบอยากเจอคิดถึงอยากอยู่ด้วย เป็นไหลเพราะคิดว่าแม่ไปแล้วแม่อย่ากลับมาสร้างความเดือดร้อนใดๆ ให้ลูกอีกเลย เฮ้อ...

​ออกจากเจ๊เปรี้ยวมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว เงินสะสมจาก  เจ๊เปรี้ยวบวกกับเงินส่วนตัวที่เก็บไว้ เอาไปไถ่ถอนกับกำนันแก้วและนางเนียม เสน่ห์จันทร์ฉลาดรอบคอบให้หลวงพ่อช่วยเหลือเรื่องเรียกทั้งสองมาคุย คืนเงินกันและคืนโฉนดต่อหน้า สายตากำนันแก้วทำให้เธอรู้สึกหนาวแปลกๆ ยามมองเธอ มันบอกถึงความแค้นและอาฆาต หลังจากวันนั้นที่ไปคุยกับเขาแล้วเขายื่นข้อเสนอมา มันก็ทำให้เสน่ห์จันทร์ไม่อยากคุยกับเขาอีก เขาเป็นคนมีอิทธิพล อาจจะใช้ความมีอิทธิพลนั้นทำอะไรกับพวกเธอก็ได้

​เรื่องที่เธอไปทำงานที่ร้านเจ๊เปรี้ยว ถึงจะไกลจากบ้านช่อง และปลอมตัวเป็นเจนนี่ มันก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรู้ ถ้ารู้คงไม่ชอบใจข้อที่ว่าทำไมกล้าไปขายคนอื่น แต่ไม่กล้ามาขายกับเขา แล้วเธอไปไถ่ถอนที่ได้แบบนี้ เขาไม่ชอบใจนักหรอก เธอรู้...

​คนพาลมักจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดได้เสมอ

​ตอนนี้ที่เขายังไม่ทำอะไรเธอเพราะกลัวเมีย

​ที่นี่ชักจะไม่ค่อยน่าอยู่แล้วสิ...

​เสน่ห์จันทร์คิด เธอพาน้องมาเดินเล่น ตอนนี้น้องได้เจ็ดเดือนแล้วแกชอบเที่ยวนักละ น้องคนอื่นไปโรงเรียน เธอจึงรับหน้าที่ดูแลน้องเล็กสุด ความเป็นเจ้าจิ๋วและชีวิตของครอบครัวเธอทำให้คนแถวนั้นสงสา รเห็นใจ ครอบครัวของยายลำเภานัก ก็ช่วยพากันดูแลเด็กๆ ไปด้วยกลายๆ ไม่มีใครคิดร้าย เด็กบ้านเจนธรรมดี เป็นเด็กดีทุกคน ขยันขันแข็ง จึงมีแต่คนอยากสนับสนุนอุ้มชู

​“จิ๋วเอ๊ยจิ๋ว มาเที่ยวหรือ”

ยายสมพรเอ่ยทัก เมื่อเสน่ห์จันทร์เข็นน้องผ่านไป เจ้าจิ๋วมีรถเข็นเพราะพี่ทองเอกกับพี่ทองทัตช่วยกันเอารถเข็นเด็กที่มีคนเอามาทิ้ง เอามาทำความสะอาด ประกอบซ่อม ปรับปรุงจนมันใช้ได้อีกครั้ง

​เด็กน้อยยิ้มให้กับยายสมพรอย่างจำได้ แกทำเสียงเอ๊าะแอ๊ะทักทาย ยิ้มหน้าเป็นทำน้ำลายเยิ้ม ยายแกหัวเราะแล้วเดินเข้าไปในร้านของชำของแก สักพักก็ถือของเล่นกรุ๋งกริ๋งออกมาส่งให้กับเจ้าจิ๋ว

​“เอ้า ยายซื้อมาฝาก”

​“ขอบคุณนะคะยายพร ขอบคุณก่อนจิ๋ว ธุจ้าก่อน”

เสน่ห์จันทร์จับมือน้องทำประกบกัน ตัวเล็กทำเสียงที่ฟังคล้ายๆ จ้าตาม เล่นเอาเธอและยายสมพรมองแกแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู

​“เก่งนะ เก่งจะพูดแล้วเหรอนี่”

​“ทำเสียงตามได้บ้างแล้วจ้ะยาย”

​“โตมาคงจะสวย หน้าตาคมเชียว”

แกว่าพินิจเด็กน้อย แล้วมองหน้าพี่สาว สองคนนี้ไม่คล้ายกันเลย เพราะคนละพ่อ คนพี่สวยน่ารักน่าเอ็นดู ตัวเล็กบาง ตัวเล็กๆ แต่หัวใจแกร่งเกินวัย แกเห็นบ้านนี้มาตั้งแต่มาเริ่มปลูกสร้างบ้าน ยายลำเภาก็อายุไล่ๆ กันกับแกเป็นเพื่อนซี้บ้านใกล้เรือนเคียง ส่งขนม ส่งข้าว แลกกันบ่อยๆ

​เสน่ห์จันทร์ยิ้มรับ ยายสมพรชวนคุย เพราะเวลานี้ลูกค้ายังไม่ค่อยเข้า แกเปิดร้านขายของชำมาตั้งแต่เสน่ห์จันทร์จำความได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังขายอยู่ ลูกหลานแยกย้ายไปมีครอบครัวหมดแล้ว นานๆ มาเยี่ยมยายที คู่ชีวิตเสียไปแล้วเกือบสิบปี ยายอยู่ลำพังกับคนงานที่เป็นคนพม่าอยู่กันมาหลายปี ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติไปแล้วตอนนี้

​แกหยอกเล่นกับเจ้าจิ๋ว เสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นคุ้นหู แล่นเข้ามายังบริเวณบ้านเธอ เจี๊ยบนั่นเอง วันนี้เพื่อนของเธอสวมเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขายาวและรองเท้าผ้าใบ เห็นเธอก็ยิ้มกว้างส่งให้ พลางเปิดเบาะ แล้วดึงเอาของในนั้นออกมา เสน่ห์จันทร์เห็นเข้าก็ทำตาปริบๆ เจี๊ยบเอาของมาฝากเธออีกแล้ว

​“หิ้วอะไรมามากมาย”

​“น้องๆ แกชอบเคเอฟซีไง เอามาฝาก กลับมาจะได้มีอะไรอร่อยๆ กิน”

​“มันเปลือง”

ค้อนเพื่อน รู้ว่าห้ามไม่ได้หรอก สำหรับเสน่ห์จันทร์การกลับมาคบกับนิสาอีกครั้ง เหมือนกับได้กัลยาณมิตรหนนี้ เพราะเพื่อนเธอเลยมองเห็นทางทำมาหากิน มองเห็นทางสว่างบ้าง แล้วถ้าไม่ได้นิสาพาเธอไปทำงานร้านเจ๊เปรี้ยว ก็คงไม่ได้เงินมาไถ่โฉนดแน่ละ

​“นิดหน่อย ไม่เปลืองหรอก วันนี้จะพาแกไปดูตลาดใหม่ ต้องรอน้องแกกลับมาก่อนมะ เดี๋ยวไม่มีใครดูจิ๋ว”

เพื่อนเธอก็มีของติดมือมาให้เจ้าจิ๋ว เป็นหมวกรูปหูกวาง เอาใส่ให้น้องแล้วน้องน่ารักมาก ยายสมพรได้ยินสองสาวนัดแนะกันแบบนั้นก็บอกว่าแกจะดูจิ๋วให้เอง ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเย็นๆ ก็ให้เด็กๆ มาพาน้องกลับบ้าน

​เกรงใจยายสมพรมาก แต่ยายบอกว่ามีน้องแล้วยายไม่เหงาเพลินๆ ดี วันหลังถ้าต้องไปธุระไปทำงานก็เอาจิ๋วมาฝากเลี้ยงได้แกไม่เอาเงิน

​เสน่ห์จันทร์เลยเอานมน้องและของใช้น้องไปไว้กับ    ยายสมพร ขอบคุณแก แล้วออกมากับนิสา สองสาวขี่มอเตอร์ไซค์ไปตลาดเปิดใหม่ ที่เฮียของนิสาได้จองล็อคไว้ให้แล้วสองล็อค

​“ทำเลดีไหมแก ฉันไม่เคยค้าขายเลยไม่รู้ว่ามันควรจะเป็นยังไง”

พากันเดินรอบๆ ดูทำเลจากผู้คน และร้านค้าแถวๆ นั้น เสน่ห์จันทร์ก็เริ่มคิดวางแผนในหัวปราดๆ กะว่าจะเอาอะไรมาลงขายได้บ้าง

​“ก็น่าจะขายได้นะ เดี๋ยวฉันจะทำขนมบัวลอยมาขาย แล้วก็ลองเอาพวกขนมที่คนไม่ค่อยได้เห็น อย่างขนมเรไร ขนมลืมกลืน มาลองวางดูมันใช้แป้งแบบเดียวกัน จะได้เตรียมของสบายหน่อย กับพวกขนมมงคลคงจะเอามาวางอาทิตย์ละครั้งให้คนได้ลองชิมดู ติดป้ายว่ารับทำขายงานมงคล แกว่าดีไหม?”

​“ไม่มีความรู้ ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความสวยและเงินค่ะ”

นิสาว่าขำๆ เสน่ห์จันทร์ถึงกับกลอกตา แล้วหัวเราะเบาๆ

​“โอเคๆ ฉันจะปรึกษากับแรงงานที่บ้านดูว่าโอเคไหม แล้วหอยนางรมของแกว่าไง”

​“เฮียไปดีลมาให้แล้ว เรื่องคนมาส่งหอยอะ ส่วนพวกน้ำจิ้ม สูตรยำ คงจะต้องเป็นภาระเพื่อน”

​“ยัยเจี๊ยบ”

ครวญเบาๆ นิสายิ้มเขิน แล้วดึงเสน่ห์จันทร์มากอด

​“ก็มาขายเป็นเพื่อนแก เงินเป็นเรื่องรอง ทำอะไรไม่เป็นเลย กะมาพึ่งเพื่อนล้วนๆ อ้อ...จ้างน้องแกด้วยเป็นรายวันคนหนึ่งนะ มาช่วยฉัน เอาใครก็ได้ให้วันละสองร้อย”

​“เอาเจ้าแมวได้ไหม? ถึงจะยังเด็กแต่ก็ทำงานคล่องอยู่”

นึกอยู่ว่าใครเหมาะที่สุด ในบรรดาน้องๆ ทั้งหมด ทองทัตจะต้องมีภาระไปรับส่งดาราทองสอนพิเศษ ดาวล้อมเดือนอยู่บ้านดูแลบ้านกับเรไรช่วยดูเจ้าจิ๋ว สองหนุ่มนั้นตอนเย็นก็ไปช่วยงานที่ร้านของอาสิทธิ์ตอนนี้ให้ไปช่วยทุกวัน ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง

​“ได้ ใครก็ได้”

นึกลำดับน้องๆ ของเสน่ห์จันทร์อยู่ว่าใครเป็นใคร เพราะเยอะมากจนแทบจะจำชื่อไม่ถูก แต่ละคนก็ชื่อเป็นขนมไทยทั้งนั้น แต่ชื่อเล่นนั้นไม่ค่อยใกล้กันเท่าไหร่  

​“ถ้าให้หยิบจับมัดถุง เรียกลูกค้า เจ้าแมวทำได้แหละ”

​“เจ้าแมวนี่ น้องตัวเล็กๆ ของแกหรือเปล่า? ที่หน้าแป้นๆ หน่อย มีลักยิ้มใช่มะ”

​“อื้อ”

เสน่ห์จันทร์พยักหน้า

“ไหวไหมล่ะ ถ้าจะจ้างก็มีคนเดียวนี่แหละที่ว่างนอกนั้นทำงานกันหมดเลย จะให้เจ้าเดือนมาช่วย ก็ติดเลี้ยงน้อง แมวไม่กล้าดูน้องคนเดียว ตอนนั้นน้องเข้าโรงพยาบาลเป็นไข้ท้องเสีย เจ้าแมวโทษว่าตัวเองทำให้น้องป่วย เจ้าเดือนเลยรับหน้าที่นี้แทน”

​“โห...” คิ้วขมวดเล็กน้อย แต่ก็อยากช่วยเพื่อนแหละ

“ได้ๆ เอามาสิ”

​“เดี๋ยวจัดการให้ หอยของแกน่ะ ลองเอามากินหรือยังว่าดีไหม? สดไหมจะตั้งราคาเท่าไหร่ คิดไว้หรือยัง”

​“พึ่งแกล้วนๆ แหละ”

ยิ้มใสส่งให้ เสน่ห์จันทร์กลอกตาอีกรอบ

​“นี่ตกลงมาขายเอาเงินหรือมาขายเอาอะไรหะ ไอ้เพื่อนรัก”

​“มาขายให้เฮียดูว่าเอาการเอางานงะ”

นิสาว่า เสน่ห์จันทร์เม้มปาก มองเพื่อน ที่มีสายตาส่งประกายความเศร้าออกมาวูบหนึ่ง

​การเป็นผู้หญิงของเฮียมีเงินทอง มีชีวิตที่ดีขึ้นก็จริง แต่เพื่อนของเธอมีความสุขบ้างไหมนะ? ในเมื่องเขามีผู้หญิงอีกตั้งหลายคนไว้ปรนเปรอ ต้องแบ่งปันให้ทั่วถึง เฮียมาหานิสาสามเดือนหนเพราะตอนนี้ไปอยู่ต่างจังหวัด มีข้อตกลงว่านิสาเลิกเป็นผู้หญิงของเฮียได้ทุกเมื่อถ้าต้องการ เฮียจะเลิกส่งเงิน แต่จะยกบ้านและรถรวมถึงพวกเครื่องประดับทองหยองที่ซื้อให้ นิสาเหงาเลยไปช่วยงานที่ร้านเจ๊เปรี้ยวขำๆ ไม่เน้นเงินเน้นมีเพื่อน เพราะเธออยู่บ้านใหญ่หลังนั้นลำพัง รอเฮียมา...ตอนนี้ก็มีความสุขและไม่เหงา ตั้งแต่กลับมาคบหากับเสน่ห์จันทร์ ทำให้นิสามีอะไรทำมากขึ้นและไม่รู้สึกเคว้งคว้าง เธอนั้นจะว่าไปก็ตัดขาดญาติมิตรคนอื่นหมด ตั้งแต่ที่โดนหลอกมาขายเจ๊เปรี้ยว เสน่ห์จันทร์และน้องๆ ก็เหมือนเป็นครอบครัวของนิสาไปแล้วตอนนี้

​“เดี๋ยววันนี้จะไปร้านส่ง เอาหอยนางรมให้แกทำให้กิน เอาไว้ไปเผื่อทำเมนูอื่นให้เด็กๆ กินด้วย หอยนางรมนอกจากกินสดแล้ว มันทำอะไรได้อีก? ที่เด็กๆ กินได้นะ”

​“อืม...ทำหอยทอดกินไหม?”

​“เอาสิ มื้อนี้เลี้ยงเองนะ”

นิสารีบบอก เสน่ห์จันทร์ยักไหล่ ห้ามเพื่อนได้ที่ไหนกัน

​“ย่ะ ตามสบาย ฉันไม่มีอะไรจะโต้แย้ง”

​“อาทิตย์หน้าเปิดตลาด เราจะลุยไปด้วยกันนะจ้อย”

นิสายื่นมือให้กับเสน่ห์จันทร์ สองสาวจับมือกันเขย่า ความหวังเรืองรอง...ว่าชีวิตจะดีขึ้นบ้าง

​สาวอายุสิบแปดทั้งสอง ต่างคนต่างผ่านประสบการณ์ชีวิต มามากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลายคนที่ยังอยู่ในวัยเรียน ประสบการณ์ทำให้เติบโต และตัดสินใจเทียบเท่ากับผู้ใหญ่เลยก็ว่าได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status