Share

22

last update publish date: 2026-08-13 13:48:19

​ทันทีที่เสน่ห์จันทร์กระดุกกระดิกตัว คนตัวโตก็ลืมตาตื่นทันทีอย่างคนนอนไว

​ตาต่อตาสบกัน

​ตากลมโตนั้นยังมีวี่แววตัดพ้อเขา งัวเงีย น่ารักเหลือล้น

​อดไม่ได้ปภพก้มลงจูบน้องไปอีกหน เสน่ห์จันทร์พยายามผลักเขาอึกอัก แต่ก็ไม่วาย ห้ามเขาไม่ได้ มือไม้ของเขาซุกซนไปทั่วร่าง เมื่อคืนนี้ไฟหัวเตียงสลัวมองไม่เห็นถนัด แต่ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดตา เขาเห็นรอยแดงๆ ที่ตัวเองทำไว้เกือบทั่วทั้งตัว ก็จูบย้ำราวกับตัวเองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนตัวเล็กนี้

​แล้วจูบนั้นก็เลยเถิด กลายเป็นจูบไล้ไปทั่วคนตัวเล็ก ว่าจะไม่ย้ำ เพราะเมื่อคืนเขาก็ทำไปหลายรอบ แต่อดไม่ไหว...เธอน่ารักเกินไป รอบเช้านี้แม้จะยังเจ็บอยู่นิดๆ แต่พอเขาจับเขาลูบ เสน่ห์จันทร์ก็เผลอตัวไปตามเขาอีกหน

​เจ็บไม่จำนะยัยจ้อย

​บอกตัวเอง หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น เธอนอนกับอกกว้างๆ นั่น คนหล่อตัวหอมไม่ยอมปล่อยเธอ เขาบ่นเบาๆ ว่าคันตัวไม่ได้ล้างสบู่ หึ...แล้วเขาก็อุ้มเธอไปอาบน้ำกับเขาด้วย งื้อ...ทำเหมือนกับเธอเป็นเด็กๆ รอบนี้เขาสำรวจอีกรอบ ถามว่าเธอเจ็บตรงไหนไหม เสน่ห์จันทร์ไม่พูดไม่แต่ค้อนเขา เขาถามมากเข้าก็ร้องไห้ใส่ เล่นเอาคนตัวโตโอ๋เธอ อุ้มเธอออกมาจากห้องน้ำ เช็ดตัวให้ และหาเสื้อผ้าให้เธอใส่เป็นเสื้อยืดตัวโคร่งของเขากับกางเกงเอวรูดขาสั้น ที่พอเสน่ห์จันทร์ใส่เข้าไปแล้วเหมือนถุงแป้งที่ถูกมัดก็ไม่ปาน ปภพยังคงวุ่นวายกับตัวน้อง เวียนกอดเวียนหอม ทำเหมือนไอ้หนุ่มคลั่งรัก

​“หนูจะกลับแล้ว”

บ่นออดแอด มองนาฬิกา น้องๆ ไม่รู้เป็นไงบ้าง แต่คงไม่มีอะไรเพราะไม่มีใครโทรมา โทรศัพท์ที่บ้านก็มีเครื่องเดียว

​“จะกลับไปไหน”

เขาถาม ตอนนี้ปภพให้เธอนั่งตัก กินอาหารที่สั่งมาด้วยกันเสน่ห์จันทร์ ไม่ยอมกินข้าวเท่าไหร่ หน้างอ คงจะโกรธ...ที่เขาเอาแต่ใจเมื่อคืน น้องยังเวอร์จิ้นจริงๆ เขาพิสูจน์แล้ว อยากจะรู้ว่าเหตุผลกลใดถึงได้ไปทำงานแบบนี้ที่ร้านเจ๊เปรี้ยว พอจะรู้แหละว่า น้องทำยังไงถึงเอาตัวรอด แต่...น้องก็เป็นสาวอาชีพนี้คนแรก ที่ทำแบบนี้

​อายุน่าจะยังไม่เกินยี่สิบ เขาอยากรู้และจะต้องรู้ให้ได้

​ทำไมอยากรู้นักว่าชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ชื่ออะไร มีความเป็นอยู่แบบไหน? มีใครคอยอยู่ที่บ้านหรือเปล่า แล้วจะต้องเอาเงินไปใช้อะไร ทั้งที่เขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว อ้อ...ยังเหลืออีกอย่าง อุ้มน้องด้วยท่า...แค่คิดก็คึกคักขึ้นมาอีกแล้ว

​เหมือนน้องจะรู้เพราะนั่งทับเขาอยู่ แถมเขาก็สวมแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียว ไม่ยอมใส่เสื้อ เพราะคิดว่าวันนี้อาจจะไม่ต้องใส่เสื้อผ้าไปอีกทั้งวัน และอาจจะต่อไปอีกหนึ่งคืน

​“น้องหนูอยู่โรงพยาบาล หนูต้องกลับไปดู”

ตอบเสียงสั่น เธอถอนใจแล้วเงยมองหน้าเขา พลางพนมมือไหว้

​“ปล่อยให้หนูกลับบ้านเถอะค่ะ คุณก็ได้ไปแล้ว หนูใช้ให้แล้ว เราก็หายกัน”

​“ยังไม่ครบเลย”

เขาแกล้งแหย่ หนนี้เสน่ห์จันทร์ทำตาวาวใส่เขา เธอโกรธเขาจนอยากจะร้องไห้ แต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ให้ร้อง อะไรที่เสียไปแล้วก็เสียไป เธอก็มาขายแต่แรกแต่เธอมาหลอกลวงเขาด้วย เฮ้อ...พลาดจนได้ ก็ใช้กรรมไปนะจ้อยเอ๋ย แต่ก็ดีที่เป็นการใช้กรรมที่ไม่เลวร้าย คิดแล้วก็หน้าแดงก่ำ ภาพเมื่อคืนตอนเขากอดจูบคลุกเคล้าร่างกายเธอวาบเข้ามาในห้วงความทรงจำ

​“ให้หนูกลับก่อน แล้วคุณค่อย...ค่อย”

เม้มปากแน่น ทำเสียงปนดุใส่เขา

“ค่อยกลับมาเอาให้ครบ หึ...คนใจร้าย”

​หลุดปากพูดนั่นแหละ คนฟังเลิกคิ้ว แล้วก้มลงหอมแก้มนวลนิ่ม พร้อมกับแหย่เสียงนุ่ม

​“ใจร้าย พี่ใจร้ายตรงไหนคะ? หรือพี่ทำหนูเจ็บมากเมื่อคืน”

​“ไม่ต้องพูดหรอก ช่างเหอะ...ถือว่าหายกัน หนูเอาเงินคุณมา หนูขาย หนูก็ต้องให้คุณ ใช่สิ...มะ มันต้องเป็นแบบนั้น หนูขอโทษที่หนูโกงคุณ”

ไม่ได้เรียกเขาพี่อีกแล้ว เรียกว่าคุณแทน ตาก็แดง น้ำตาใกล้จะหยดแล้วแม่คุณ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนใจร้ายจริงๆ

​“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคะ ไม่ร้อง เรียกพี่ว่าพี่ปริ้นซ์ไม่ต้องเรียกคุณได้ไหม? พี่รู้สึกไม่ชอบเลย”

​“...”

​พอเขาบอกโอ๋ ทำอ่อนโยน หนนี้เสน่ห์จันทร์ปล่อยโฮออกมาเลย มันยิ่งทำให้เขารู้สึกใจร้ายใจดำมาก ที่ทำกับเด็กแบบนั้น

​ปลอบให้คลายสะอื้น เขาก็เริ่มซักถามจริงจัง

​“ตกลงว่าชื่ออะไร เอาชื่อเราจริงๆ ไม่ใช่เจนนี่”

​“ชื่อจ้อย”

เขาอุ้มเธอมาโอ๋ที่โซฟา เขาไม่ปล่อยเธอสักที ตัวเธอตอนนี้กลายเป็นกลิ่นเดียวกับเขาไปแล้ว

​“อยู่บ้านกับใคร มีแฟนหรือยัง”

ถามไปเรื่อยๆ เอาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ระหว่างนั้นก็จับมือน้องมาลูบเล่น เขาหยุดวุ่นวายกับคนตัวเล็กนี่ไม่ได้จริงๆ

​“อยู่กับน้อง ไม่มีแฟน ถ้ามีหนูจะมาขายให้คุณ...”

​“พี่ปริ้นซ์”

เสียงเข้มว่า เสน่ห์จันทร์มองเขาทำตาวาว เขาเลยขู่

​“ถ้าเรียกคุณอีก พี่จะเอาอีก”

​“ถ้าเรียกพี่ก็จะไม่เอาหนูใช่ไหม?”

น่ะ...มีข้อต่อรองเสียด้วยสิ ไม่เบานักหรอก ก็ถ้าไม่แสบก็คงหลอกเขาไม่ได้ ปภพยิ้มที่มุมปาก

​“อืม...ไหนเล่าต่อสิ”

​“หนูอยู่กับน้องๆ”

ตอบแค่นั้นแหละไม่อยากให้เขาจำได้ว่าเธอไปขายของที่ตลาด และเขามาเหมาขนมเธอบ่อยๆ

​“กี่คน”

จับมือน้องขึ้นมาทำท่าจะเอามาแนบหน้าเล่น แต่ก็ต้องชะงักด้วยความตกใจเมื่อน้องตอบมาว่า

​“เจ็ดคน”

​“หืม?”

​“ก็...เจ็ดคน น้องหนูมีเจ็ดคน”

เสน่ห์จันทร์ทำตาขวางใส่เขาในทันทีเมื่อเขามีท่าทีแบบนั้น

“ทำไม หนูมีพี่น้องเยอะมันแปลกหรือไง แล้วหนูก็ไม่ได้จะมาดึงดราม่าว่ามีภาระให้เลี้ยงดูเยอะ ถึงได้มาหลอกคุณ เอ๊ย พี่ปริ้นซ์ หนูผิดเอง ไม่ดีเอง อย่าว่าน้องหนูนะ”

​“อายุเท่าไหร่? อายุจริงๆ ของเราน่ะ”

​“สิบแปด”

​“ไม่เรียนเหรอ พ่อแม่ล่ะ ไปไหนหมด”

​“ไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟ้าแล้ว”

ตอบแบบกวนๆ แล้วพยายามดิ้นลงจากตักเขา แต่ก็อย่างว่า เขาไม่ปล่อยเธอก็ไปไม่ได้ ยิ่งดิ้นเขายิ่งกดจมูกลงมารังแกแก้มหอมๆ นั่น จนเสน่ห์จันทร์ถอนใจใส่เขา แล้วทำตาเขียวให้กับคนที่ยังกอดยังนัวเนียเธอไม่เลิกระหว่างซักประวัติ

​“นี่ ปล่อยหนูได้หรือยัง หนูจะต้องกลับบ้านไปดูน้องที่โรงพยาบาล”

​“น้องเป็นอะไรถึงเข้าโรงพยาบาล”

​“รถชน น้องชายหนูสองคนอาการหนักเลยต้องนอนโรงพยาบาล”

​“อา...ถึงได้กลับมารับงานอีกใช่ไหม?”

ถามจี้ใจ เสน่ห์จันทร์พยักหน้ารับตามตรง

​“อื้อ...”

​“อยู่โรงพยาบาลไหน เดี๋ยวพี่จะไปส่งให้ อ้อ...แต่งตัวแบบนี้ไปน้องๆ จะตกใจเอา ที่ทำนี่น้องๆ รู้ไหมว่าเราทำอะไร”

​“ไม่รู้”

เสน่ห์จันทร์สั่นหน้า

“ไม่ต้องไปหรอก หนูไปเองได้ แต่...พี่ปริ้นซ์อย่าเอาเรื่องหนูอีกนะ เงินหนูไม่ต้องคืนพี่แล้ว เพราะพี่ก็ได้ไปแล้ว”

แก้มแดง ตาหมอง แต่ยังคงพูดต่อรองกับเขา เขาสะท้อนในอกแหละว่ารังแกเด็ก เด็กจริงๆ เด็กกว่าเขาตั้งสิบกว่าปี

​วงการมีเมียเด็ก เขาเข้าไปแล้วละสินะ เข้าแล้วไม่อยากออกเลยแหะ

​ลืมไปหมดแล้วว่ามารดาอยากให้เขามีเมียเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เมียเด็กแน่ๆ ละ

​“พี่จะไม่เอาเรื่องถ้าเรายอมให้พี่ไปส่งที่โรงพยาบาล”

​“เฮ้อ...ก็ได้ อยากไปนักก็ไป”

​“รอพี่ไปหาเสื้อผ้าให้เราใส่ก่อน อยู่นี่ละ อย่าไปไหน”

เขาปล่อยเธอลงจากตัก แล้วเข้าห้องไป สักพักก็เดินออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนแบบลำลอง มีกระเป๋าคาดอกสีดำสะพายออกมาด้วย ย้ำให้เธอรอ ห้ามหนี

​“หนูจะหนีไปไหนได้ล่ะ”

ทำตาโตใส่ ตาดุจังนะยัยตัวเล็ก เขาบีบแก้มเธออย่างหยอกๆ

​“หนีไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าพี่ไม่อนุญาต รอไม่เกินชั่วโมงพี่จะกลับมา ในตู้เย็นมีแต่น้ำ อยากกินอะไรไหม? เดี๋ยวพี่สั่งแม่บ้านให้เอาขึ้นมาให้”

​“ไม่อยากกิน”

​“ยังเจ็บอยู่ไหม?”

ประโยคนี้ถามเล่นเอาเสน่ห์จันทร์หน้าแดงก่ำ พลางสั่นหน้า

​“ดีไม่เจ็บก็ดีเผื่อพี่จะ...”

​“เจ็บ ยังเจ็บอยู่”

รีบพูดขัดเมื่อเขาพูดแบบนั้น คนบ้านี่ กี่หนแล้วที่เขาทำ ไม่พอหรือไง ถึงจะบอกว่าไม่แต่มันก็ยังระบมอยู่นั่นแหละ ก็...มันไม่ใช่เล็กๆ มันไม่ใช่เบาๆ เธอยังตกใจตอนเห็นถนัดชัดว่า มันเข้าไปในตัวเธอได้ยังไง มันถึงเจ็บอะ...

​“รอพี่ละ”

ไม่วายบอกอีกรอบ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

​เสียงปิดประตูเบาๆ ดังขึ้น เสน่ห์จันทร์อยู่คนเดียวแล้วตอนนี้ สาวน้อยล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวนุ่มเธอถอนใจเฮือกพลางหลับตาลง น้ำตาปริ่มนิดๆ แล้วปาดมันออก

​ยายจ๋า นี่หนูทำไม่ดี โกงเขา เขาจับได้เลยโดนลงโทษแบบนี้ หนูจะไม่ทำผิดศีลอีกแล้วจ๊ะยาย

​

ในมโนนึกนั้นยายลำเภายิ้มให้กับหลานสาว แกชูสองนิ้วส่งให้ เป็นสัญลักษณ์ของยายหลานที่ยามส่งให้กำลังใจ

หนูจะสู้นะยายจ๋า หนูจะไม่ทำเรื่องไม่ดีอีกแล้ว

น้ำตาของเสน่ห์จันทร์ไหล เธอเช็ดมันออก ก่อนจะคล้อยหลับไปเพราะความเพลีย เธอผจญเรื่องราวหลากหลายเหลือเกินในชั่วเวลา 24 ชั่วโมงนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status