เข้าสู่ระบบข้อความที่เด้งเข้าเครื่องคุณปณิตาทำให้เธอหัวเสียมากวันนี้...
เธอโทรศัพท์ชำระความกับพ่อลูกชายตัวดีในทันที หมดกัน ที่หวังจะให้ไปเดตกับน้องน้ำหนึ่ง พ่อเจ้าประคุณก่อเรื่องทำให้นางสูญเงินไปถึงสิบล้าน...
“ว่ายังไง ตาปาย”
ท่านทำเสียงขรึมๆ คุณปณิตาขึ้นห้องส่วนตัวในทันที มือไม้สั่นไปหมด หลังจากได้รับโทรศัพท์จากทยิดา เลขานุการส่วนตัวของปพล
ไม่ใช่เลขานุการส่วนตัวสินะแม่นั่น นังเด็กร้ายกาจ! แอบไปกินลูกชายเธอตอนไหนกัน มิน่าตาปายถึงไม่กลับบ้านช่องเท่าไหร่ อ้างงาน ไปนอนคอนโดทุกวันที่แท้ไปแอบแม่นี่ไว้...แสบจริงๆ อะไรไม่แสบเท่าไม่ได้นอนคอนโดที่เคยขอท่านไว้ สับขาหลอกไปซื้อห้องใหม่ ท่านถึงเช็กไม่เจอ...ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง
“ผม...”
“แม่จัดการให้แล้ว นังนั่นโทรมาขอเงินแม่สิบล้านแลกกับการเอาเด็กออก และปิดข่าว”
ท่านทำเสียงเย็น โกรธจนหน้าแดง...พยายามหายใจเข้าออกลึกๆ กลัวว่าจะสติหลุดเป็นลมไปเพราะความโมโห
“ก็ตามที่แม่รู้นั่นแหละครับ”
เสียงของปพลฟังแล้วเศร้ามาก และไม่แก้ตัวอะไรแม้แต่คำเดียว
“สิ้นปีนี้ไม่มีโบนัส ตาปาย จะไม่มีไปจนกว่าฉันจะหายโกรธแก”
“ครับแม่”
“เรื่องหนูน้ำหนึ่ง แกจะถอยหรือแกจะทำต่อแม่ก็ไม่ว่านะ แม่ไม่อยากให้เขาได้แก...ตาปาย แกมัน...โอ๊ย...แม่สุดคำจะด่าแกหรืออบรมแก ทำไมไม่หัดหาผู้หญิงดีๆ มาเป็นเมีย หามาแต่ละตัวดีๆ ทั้งนั้น แล้วแก...แกให้เขาไปเอาเด็กออก เขาบอกแม่แบบนั้น ตาปายแกนี่มันใจดำ แต่ก็น่ะ อาจจะไม่ใช่หลานฉันจริงๆ ก็ได้ ดูพูดจารีดไถแม่ เจนจัดมากยังกับมืออาชีพ”
“ครับแม่”
ดูเหมือนลูกชายเธอจะเลื่อนลอยไปแล้ว ไม่โต้เถียงสักคำ ตอบกลับเป็นคำเดียว ท่านเม้มปากแน่น พลางเอ่ยเน้นย้ำ
“เลิกกันแล้ว มันไปแล้วก็แล้วกันไป มันไม่ใช่คนดีนักหรอก คงจะปล่อยท้องมาเอาเงินแกนั่นแหละ ไม่รู้ท้องจริงท้องหลอก แต่แม่ก็ให้เงินฟาดมันไปแล้ว อย่าไปติดต่ออะไรอีกละ”
“ครับแม่”
“นี่! พูดเป็นคำเดียวหรือไง ไอ้ลูกบ้า!เย็นนี้กลับมานอนบ้านนะ แม่ไม่ให้แกไปนอนคอนโดนั่นอีกแล้ว ไม่ไว้ใจ เรื่องนี้ตาปริ้นซ์รู้เห็นเป็นใจด้วยไหม เห็นว่าแกไปสลับเลขา ตอนแรกแม่ให้แกอยู่กับวรวงศ์นี่”
“พี่ปริ้นซ์ไม่รู้เรื่องครับ ผม...ผมเองครับแม่”
“เฮ้อ...ฉันละปวดหัว ตาปริ้นซ์ไม่รู้เรื่องก็แล้วไป เรื่องนี้ก็ให้มันรู้แค่แกกับฉันนะตาปาย ไม่ต้องไปตามมันนะ นังทยิดานั่นน่ะ ขืนเอามาอีก ฉันจะตัดแม่ตัดลูกกับแก”
“ครับแม่”
คุณปณิตาวางสาย...ไอ้ลูกบ้าขานรับเป็นคำเดียว ไม่รู้ว่าสติหลุดไปแล้วไหม? ไปทำผู้หญิงท้องแบบนั้น ทางนั้นพูดมาว่าปพลให้เธอไปเอาลูกออก เธอเลยมาขอเงินท่านเป็นค่าปิดปาก ปพลทำอะไรที่เหลือเชื่ออยู่เสมอ ท่านโกรธเขามาก...คุณปณิตาเป็นคนที่เชื่อเรื่องบาปกรรม ที่ยอมให้เงินไปเพราะจะได้จบๆ ขาดกันไป ผู้หญิงพูดเน้นเองว่าจะไปเอาหลานท่านออก ขอเงิน ลูกชายท่านเลวแค่ไหน คุณปณิตาเลยย้อนฝ่ายนั้นไปแค่ไม่กี่คำ บอกว่าห้ามมายุ่งเกี่ยวกันอีก อยากจะไปทำอะไรก็ทำ และโอนเงินไปด้วยความรวดเร็ว
หลานนั้นมีจริงๆ หรือมีหลอกๆ ก็สุดจะรู้
แต่เงินท่านเสียจริงๆ แน่นอนละ เสียใจด้วย เสียใจที่ลูกชายเป็นคนทำอะไรไม่รับผิดชอบ เฮ้อ...
ทางนั้นคงจะไปจัดการตัวเองแล้ว เศร้านิดๆ เมื่อคิดถึงว่า ถ้าเกิดทยิดามีหลานของท่านจริงๆ คงจะบาปกรรมหนักหนา
เย็นนั้น ปพลกลับมาบ้านด้วยท่าทีหงอยๆ ท่านโกรธจนไม่พูดไม่จากับลูกสักคำ ลูกคนโตก็ไม่กลับบ้าน นี่ก็อีกคน พักนี้ไปค้างนอกบ้านบ่อย หาเรื่องไม่เข้าบ้าน แถมยังเบิกเงินก้อนไปทำกิจการโรงงานขนม...นึกยังไงไปทำโรงงานขนม? ทำอะไรแปลกๆ เหลือเกิน
เช้ามาหลังจากนอนไม่หลับมาทั้งคืน ท่านก็ไปเคาะห้องของปพล ชวนเขาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ปพลนั้นหน้าตาเศร้ามาก...ดูก็รู้ว่าลูกท่านอกหักจากเด็กเลขานั่นแน่ล่ะ
“จะเอายังไงต่อเรื่องหนูน้ำหนึ่ง แม่ก็ไม่ว่านะ”
เปรยลอยๆ ขึ้นมา ปพลเหมือนไม่ได้ฟัง ท่านกับเขาทำบุญกรวดน้ำกันแล้วเรียบร้อย กำลังเดินทางกลับบ้าน
“ครับ...ผมคง...”
“งั้นหุ้นแม่จะโอนให้ตาปริ้นซ์”
“ได้ครับแม่”
เขาว่า ตามองเหม่อไปนอกรถ คุณปณิตาแอบกลอกตา ลอบถอนใจ แล้วก็พิมพ์ข้อความหาลูกชายคนโต ใจรู้สึกไม่สนุก ไม่อยากลุ้น ไม่อยากได้ลูกสะใภ้อะไรทั้งนั้นละตอนนี้ เพราะเรื่องของปพลนี่แหละ ถ้าปภพทำลอยชาย เอ้อระเหยไม่สนใจอีก ท่านก็ว่าจะเลิกกฎข้อนี้เสีย ไม่ต้องได้มันทั้งคู่นั่นละไม่ได้ดั่งใจสักคน หึ!
ตาปริ้นซ์ พักนี้แกไม่ค่อยเข้าบ้านเลยนะ งานมันยุ่งอะไรขนาดนั้น ซุกอะไรไว้หรือเปล่า? (ปณิตา)
เสียงแชตของมารดาเด้งขึ้นมา คนที่กำลังนอนกอดคนตัวเล็กอยู่ แล้วเลื่อนดูงานทางไลน์ ถึงกับถอนใจ แล้วรัวนิ้วไปกับแป้นพิมพ์
ไม่ได้ซุกอะไรครับ งานยุ่งจริงๆ แม่เช็กกับเลขาผมได้เลยครับ ผมพึ่งกลับจากญี่ปุ่นนะครับ ไปประชุมมา ไปดูงาน ทำงานครับแม่(ปภพ)
เหอะ...อ้อ...มีคนรู้จักเราที่มีใครอยากทำงานเลขาไหม? รับมาให้แม่หน่อย(ปณิตา)
แม่จะไล่เลขาแม่ออกหรือครับ(ปภพ)
ไม่ใช่...เลขาเจ้าปายต่างหากที่ออก ออกแบบทิ้งงาน หึ...วุ่นวายอยู่นี่(ปณิตา)
คิ้วเข้มถึงกับขมวด เขามัวแต่ยุ่งเรื่องของเสน่ห์จันทร์นี่แหละ พักนี้เลยไม่ค่อยได้เข้าบริษัท วรวงศ์เป็นเลขาที่ดี เอาอยู่ทุกสิ่ง เขายังไม่มีโปรเจกต์ใหม่ด้วย นอกจากโปรเจกต์ของน้อง เข้าออฟฟิศอาทิตย์ละสามวันพักนี้ เขาพยายามกลับบ้านบ้าง ไม่นอนค้างบ่อยจนผิดสังเกต แต่อดได้ที่ไหน เสน่ห์จันทร์น่ากิน...ชวนให้เขากินอยู่ทุกวันนี่
เขาค่อยๆ ดึงคนที่หลับทับเขาอยู่ออก น้องคงเพลียมากเพราะเมื่อวานนี้พาไปดูโรงงานกับลภัส ปภพจัดแจงชวนน้องๆ ย้ายมาที่คอนโดโครงการใหม่อยู่ใกล้ๆ กันนี้ เด็กๆ ดีใจกันมาก ส่วนบ้านเดิมของครอบครัวนั่นกำลังขึ้นพิมพ์เขียว เพื่อจะสร้างใหม่ เขาสัญญาว่าทุกคนจะมีห้องส่วนตัว และยังได้ทำงานบ้าง แต่ควรจะมุ่งมั่นกับการเรียน...เพราะตอนนี้ทุกคนไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเทอมค่าใช้จ่าย พี่จ้อย มีงาน มีเงิน พอจะเลี้ยงทุกคนอย่างสบาย
เมื่อลุกจากเตียงได้แล้ว ก็ก้มลงจูบคนหลับเพราะเพลียเบาๆ สีหน้าคมเข้มนั้นอ่อนโยน เสน่ห์จันทร์เมื่อคืนโดนเขาเรียกร้องเอาหนัก จนหลับไปเลย ก็ไม่ได้เจอสามวัน ชวนไปญี่ปุ่นด้วยกันก็ไม่ไป บอกว่าจะกลับไปอยู่กับน้องๆ บ้าง เขางอนน้องนิดๆ ที่ไม่ไปด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เฮ้อ...เพราะดูเจ้าหล่อนจะไม่รับรู้ว่าเขางอน เขาโกรธ ที่เห็นน้องๆ ดีกว่าเขา คอนโดที่เขาให้น้องทั้งเจ็ดคนของเสน่ห์จันทร์อาศัยก็อยู่ใกล้กับที่นี่เดินแค่สองซอยก็ถึงกันแล้ว เผลอน้องก็หนีกลับไปนอนที่คอนโดกับเด็กๆ เขาหาทั้งแม่บ้าน ทั้งพี่เลี้ยงมาไว้ให้ดูแลน้องเล็กของบ้าน จ้าง นิสามาช่วยงานของเสน่ห์จันทร์ และให้มาอยู่ด้วยกัน มีรถรับส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กบ้านเจนธรรมดีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“ยังไงหรือครับแม่ เลขานายปายลาออก? ทิ้งงานด้วย”
เขาโทรหามารดา เรื่องคาใจแบบนี้ไม่ปล่อยไว้ เขาหนีเลี่ยงมาคุยโทรที่ระเบียง จะได้ไม่เสียงรบกวนคนนอน
“ก็อะไรแบบนั้นแหละ”
“แปลกดีนะครับ เขาไม่เสียดายเงินเดือนหรือไง ออกไปนี่ ไปทำงานที่อื่นหรือครับ ใครซื้อตัวไปหรือเปล่า?”
“คงไม่เอาอะไรทั้งนั้นมั้ง เงินเดือนเขาเราก็หักไว้เข้าบริษัทไป ไม่ทำตามกฎ”
“แม่ดูหัวเสียนะครับ”
เขาเปรย ท่านเสียงหงุดหงิดมากจริงๆ
“โกรธแกไง เจ้าปริ้นซ์ บ้านช่องไม่กลับ ให้ไปจีบน้องก็ไม่ทำ”
“อ้าว...”
“ไม่ต้องมาอ้าว ตาปายน่าจะถอนตัวแล้วเรื่องหนูน้ำหนึ่ง แกละว่ายังไง หืม? ถอนตัวอีกคนไหม”
“แม่โมโหอะไรครับนี่”
เขาว่าเสียงกลั้วหัวเราะ ใจเบาเลยเมื่อมารดาเปิดทางมาแบบนั้น ได้ทีเลยแย็บไปเบาๆ
“ผมถอนตัวได้จริงๆ นะครับ แม่ไม่ว่านะครับ”
“ไม่ว่าย่ะ ตามสบายใจ ฉันไม่อยากดึงลูกสาวใครมายุ่งกับพวกแกอีก”
“แม่ครับนายปายทำอะไรหรือเปล่า แม่ถึงมาพานผมแบบนี้”
“ก็...ช่างมันเถอะ แกจะกลับบ้านไหมเย็นนี้ เอ่อ...แวะซื้อขนมร้านนั้นมาด้วยนะ”
“ได้ครับแม่ เดี๋ยวซื้อไปฝากครับ แล้วมีขนมไปให้ชิมด้วย...เสน่ห์จันทร์”
เขามองไปยังคนที่นอนหลับอยู่ในห้อง ด้วยสายตาอ่อนโยน
“มีขายด้วยหรือ ดีๆ ซื้อมาด้วยล่ะ แม่เคยกินตอนงานคุณนายภาณี แล้วก็ไม่ได้กินอีกเลย ติดใจว่าอร่อย”
“ครับ...”
ปภพวางสายจากท่าน มองไปยังเสน่ห์จันทร์ที่หลับใหลบนเตียงของเขา จากวันนั้นแล้วที่ได้เชยชิมเธอไปอีกครั้ง เขาไม่ค่อยยอมปล่อยให้เธอกลับไปที่คอนโดที่เขาให้ครอบครัวเธอได้อาศัย เขาให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกทาง อ้างว่าให้ในฐานะหุ้นส่วน ยัยตัวยุ่งถึงได้ยอมทำตามใจเขา...จนป่านนี้ก็ยังไม่เคยบอกรักเขาสักคำ ขณะที่เขารักมากขึ้นทุกวัน คลั่งรักเลยก็เป็นไปได้
ยิ่งรู้จัก ยิ่งทึ่ง ยิ่งรัก
อายุเท่านั้น แต่เก่งมาก ความรับผิดชอบสูงมาก เรียนจบแค่มอสามเท่านั้น เขานึกอยากจะส่งน้องเรียนต่อ ถามอยู่ว่าสนใจไหม เสน่ห์จันทร์บอกว่ายังก่อน...ตอนนี้อยากจะทำอะไรๆ ให้เรียบร้อย แล้วค่อยไปเรียน อยากเรียนทำขนมกับพี่ลภัสมากกว่าเรียนอย่างอื่น อยากมีวิชาเกี่ยวกับขนมอบบ้าง กำลังแลกเปลี่ยนความรู้กัน เสน่ห์จันทร์ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาไปเสียทั้งหมด ให้บางอย่างในเรื่องสูตรตำราเพราะยึดคำยายว่าอยากให้เป็นมรดกของตระกูลสืบไป
น้องเสนอแนะไอเดียให้กับลภัสเอาไปต่อยอด ดาวล้อมเดือนกับทองนพคุณหัวครีเอตเรื่องขนมสูตรใหม่แบบใหม่ ถึงสังขยาฟักทองจะต้องเป็นสังขยาฟักทอง แต่สังขยาฟักทองมีเพื่อนได้ คำนี้มาจากลภัส ที่พูดคุยกับเสน่ห์จันทร์ จนความคิดยึดติดของเธอเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ยังมีความคิดของยายที่อบรมมาปลูกฝังอยู่
เวลาสามเดือนกว่าเต็มที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ ความเป็นอยู่ และแง่คิดทัศนคติของเสน่ห์จันทร์ เขายิ่งหลงเธอ ยัยเด็กตาแมว ไม่ใช่แค่หลง แค่รัก เพิ่มไปอีกอย่างคือกลัวด้วย ลภัสยังล้อว่าเขากลัวเมียแน่ละ
เขารอเวลาที่จะพาน้องไปเปิดตัว กังวลนิดๆ ว่าแม่อาจจะต่อต้าน จะต้องมีแหละ เพราะประวัติน้องความเป็นมา แม่เขาจะต้องไม่ชอบว่าเขาไปคว้าอะไรมาไม่สมฐานะ เอามาเป็นภาระมากกว่าเอามาเป็นคู่เกื้อหนุน
ปภพถอนใจน้อยๆ เขากลับเข้าไปที่ห้อง นั่งลงตรงเตียง นั่งมองหน้าเด็กของเขา คนที่รู้ว่าเขามีเสน่ห์จันทร์ คือลภัส คนอื่นยังไม่รู้วรวงศ์มีระแคะระคายบ้าง ว่าเจ้านายมีแฟน เนื่องจากเจ้านายเริ่มให้หาของให้ผู้หญิง ระบุไซซ์ไปเสร็จ มาให้ส่งที่คอนโด เพียงแค่ยิ้มๆ ไม่ได้ถามเอ่ยอะไรมากตามประสาลูกน้องที่ดี
นิ้วของเขาเกลี่ยผมที่ลงมาระหน้านวลให้ เมื่อมือของเขาแตะแก้ม คนตัวเล็กก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา มองเขาอย่างงัวเงีย หน้าตาตอนนี้น่ารักเหลือล้น จนคนที่นั่งเฉยๆ ทนไม่ไหว ต้องก้มลงไปจูบรับอรุณ
“อื้อ...”
“ไปอาบน้ำกันนะ”
ไม่พูดเปล่าอุ้มเธอขึ้นมาด้วยเสน่ห์จันทร์ร้องว้ายเบาๆ ก็เธอเปลือยเปล่าไม่ได้สวมอะไรเลย เขาหัวเราะชอบใจ เขาเองก็มีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว ที่คว้ามาพันกายไว้ก่อนที่จะไปโทรศัพท์คุยกับมารดา
เขาวางเธอตรงฝั่งเรนชาวเวอร์ อาบน้ำ ที่ไม่อาบน้ำ...เพราะทั้งอาบ ทั้งชวนน้องทำอะไรไปด้วย เสน่ห์จันทร์ห้ามเขาไม่ไหว ให้ความร่วมมือไปเต็มที่ คนตัวเล็ก โดนอุ้ม...ไปส่งถึงเตียง และต่อที่เตียงอีกหนึ่งรอบ
“พี่ปริ้นซ์...ไม่เอาแล้ว นี่มันจะเที่ยงแล้วนะคะ หนูหิว”
เธอทุบอกเขาเบาๆ เมื่อหลังจากที่พอหายใจหายคอได้ครู่หนึ่ง เขาก็ดึงเธอไปกอด แล้วเริ่มซุกซนกับตัวเธออีกแล้ว
“พี่ก็หิวค่ะ ขอพี่กินก่อนนะ”
“ไม่เอา พอแล้ว หนูหิวจริงๆ นะ”
เธองอแง ปภพเลยปล่อย คนตัวเล็กกลิ้งตัวหนีเขาอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่าอยู่ใกล้เขาไว้ใจไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็คว้าได้อีก แล้วมันจะยาว เธอมองค้อนเขาหน่อยๆ ลุกหนีเขาเข้าไปในห้องแต่งตัว
สักพักเขาได้ยินเสียงน้องโวย บ่นว่าเขาทำรอยทำไมตรงคอเธอ แล้วแบบนี้จะไปไหนยังไงกันได้ โดนล้อแย่เลย วันนี้มีนัดกับลภัส ได้ยินชื่อเพื่อนสนิท ปภพก็หน้างอ ตามน้องเข้าไปในห้องแต่งตัว พบว่าเธอสวมเสื้อยืดคอเต่าพอดีตัวสีขาว กับกางเกงเอวสูงขากระบอก มัดผมไว้เป็นหางม้า น่ารักสมวัยมาก เขาดึงให้คนสวยมานั่งตัก ก่อนจะหอมที่ศีรษะนั่นเบาๆ
“ยังไงคะ? พี่ไม่ได้ทำแรงสักหน่อย ไหนๆ ดูรอยหน่อย”
“อื้อ...ไม่แรงได้ยังไง พี่ปริ้นซ์อะ ตอนแรกหนูจะใส่ชุดใหม่ ใส่ไม่ได้แล้วขนาดใส่เสื้อแบบนี้ ยังเห็นเลย”
เธอเอียงคอให้เขาดู รอยคิสมาร์คปรากฏอยู่ตรงนั้น เขาจูบซ้ำมันเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือเปิดลิ้นชัก เขาจำได้หมดว่าอะไรเก็บไว้ตรงไหน ก็เป็นคนทยอยซื้อมาให้เองกับมือ อยากให้เสน่ห์จันทร์แต่งตัวสวยๆ มีแต่คนชื่นชมน้อง ว่าเทสต์ดี ดูเหมาะสมกับเขา เสน่ห์ออร่านี้ บางทีก็ไม่ได้ปรุงแต่งกันได้ แต่เสน่ห์จันทร์ที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว แต่งนิด เติมหน่อย น้องก็สวยเพียบพร้อมชวนมองไม่เบื่อ
“มาเอาผ้าพันคอผูกไว้ ก็ไม่มีใครเห็นแล้ว ปล่อยผมลงสักหน่อย...ดีไหม?”
“พี่ปริ้นซ์แต่งตัวให้ผู้หญิงเก่งจัง”
เธอทำตาวาวใส่เขา อีกแล้ว...ตาดุๆ แบบนี้ โกรธเขาแน่ละ
“เคยทำให้ใครหรือเปล่า พี่ปริ้นซ์ม้วนผมได้ด้วย แต่งหน้าก็เป็นอะ”
“พี่เคยทำให้แม่”
“หะ?”
อุทานอย่างตกใจ ปภพหัวเราะ เขาเคยทำให้ท่านจริงๆ ม้วนผมก็มาหัดม้วนให้ท่าน เพราะเห็นบิดาทำให้ท่านบ่อยๆ การสูญเสียพ่อ ทำให้เขาเอาใจแม่มาก กลัวท่านจะเหงานั่นแหละ เขาเป็นคนอ่อนโยนกับมารดา ไม่เหมือนปพล ขานั้นรักห่างๆ อย่างห่วงๆ ไม่ใช่อะไร ปพลเขินกับการแสดงความรัก ขณะที่เขาไม่เขิน และชอบทำ
“จริงๆ พี่เพิ่งมาหัดทำผม ไปเรียนแต่งหน้า ทำให้คุณแม่น่ะครับ อะ ทำหน้าไม่เชื่อ พี่ทำแบบนั้นจริงๆ พ่อพี่เคยเป็นคนช่วยท่านแต่งตัว มันน่ารักมากในความรู้สึกของลูกชายอย่างพี่ พอพ่อพี่เสียไป พี่ก็เลยหัดทำแทนท่าน กลัวแม่จะเหงา จมกับความเสียใจ พี่อยากทำอะไรๆ ให้ท่านได้รู้สึกดี เหมือนตอนพ่ออยู่”
“พี่ปริ้นซ์น่ารักจัง”
เธอยิ้มออกมา เรื่องที่เขาเล่าทำเอาเธอน้ำตาคลอ เธอเป็นคนที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่น การปกป้องจากทั้งพ่อและแม่ ตั้งแต่จำความได้ มีแต่ยายเท่านั้นที่พอจะทดแทนได้บ้าง
“เอ้า ร้องไห้แล้ว อย่าร้องสิเดี๋ยวไม่สวยนะ หืม? วันนี้ทาลิปสติกใหม่ใช่ไหม ขอพี่ชิมหน่อย”
ไม่ว่าเปล่าก้มหน้าลงมาจูบเธออีกด้วย แถมยังสอดลิ้นเข้ามา ทำให้เสน่ห์จันทร์ทุบเขาเบาๆ ให้เขาปล่อย
“พี่ปริ้นซ์อะ เราสายมากแล้วนะคะ”
“ช่างมัน ไอ้พัดมันรอได้ จ้อยนั่นแหละ ไม่ยอมไปกับพี่ที่ญี่ปุ่น ทำให้พี่คิดถึงมาก เลยต้องสายแบบนี้”
“ความผิดหนูเหรอ?”
“ใช่ครับ”
เขาหัวเราะแล้วก้มลงงับปลายจมูกรั้นของเธอเล่น แก้มของเสน่ห์จันทร์แดงปลั่ง เขินทุกหนยามเขาทำอะไรน่ารักๆ แบบนี้
“เรียบร้อยสวยแล้ว ช่วยพี่แต่งตัวบ้างสิครับ”
“ไม่หรอกค่ะ ขืนช่วยพี่ปริ้นซ์ไม่ได้ไปไหนพอดีหนูออกไปก่อนนะคะ”
คนตัวเล็กรีบเด้งตัวลุกจากตักเขา แล้วเดินเร็วๆ จากไป ปภพมองตามหลังแล้วยิ้มนิดๆ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลย นอกจากน้อง อยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา
ออกมาพบว่าเธอนั่งรออยู่แล้ว พร้อมกับกาแฟดำชงจากเครื่องชงกาแฟเตรียมให้ น้องรู้ว่าเขาติดกาแฟ อย่างน้อยก็ต้องหนึ่งแก้วก่อนจะไปทำกิจกรรมอย่างอื่น กาแฟฝีมือเสน่ห์จันทร์ สร้างความกระชุ่มกระชวยพร้อมออกไปทำงานได้คูณสอง เขาอยากให้น้องไปคอยชงกาแฟให้ทุกวัน อยากอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
ด่านแรกคือน้องนั่นแหละ
จนป่านนี้ก็ไม่ยอมอยู่กับเขา ต้องบังคับกัน เผลอก็หนีไปทุกที เข้าใจว่ารักน้องๆ ที่รออยู่ แต่ไม่รักผัวสักนิดเลยหรือไง
เฮ้อ...
ด่านต่อไปคือพาน้องไปพบคุณปณิตาและน้องชาย
เขาอยากเปิดตัวเสน่ห์จันทร์แล้วจะแย่ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะยอมไปสักที
ของเขาเป็นกาแฟ ของน้องเป็นโกโก้ มีขนมเปี๊ยะจากโรงงานของน้องกับไอ้พัด อีกคนละสองชิ้น ก่อนอาหารหลัก เสน่ห์จันทร์บอกให้เขาลองชิมไส้แบบใหม่เป็นไส้งาดำผสมถั่วแดงบอกว่าลองคิดสูตรนี้กับลภัส
“อร่อยไหมคะ?”
“ก็พอใช้ได้ แต่ถ้าเป็นไส้ที่พี่คิดกับหนูน่าจะอร่อยกว่านี้สิบเท่าค่ะ”
หน้างอแบบนั้น หวงน้องแหละ ทำไมจะต้องไปคิดอะไรกันสองต่อสองกับไอ้พัดด้วยนะ ทีกับเขาไม่มาปรึกษา
“เอ้า...พี่ปริ้นซ์ทำขนมไม่เป็นนี่คะ จะทำกับหนูได้เหรอ แล้ว...ถ้าไม่อร่อย หนูจะได้ไปปรับปรุงเพิ่มค่ะ”
“เฮ้อ...พี่หวงค่ะ หวงหนู ไม่ใช่ขนมไม่อร่อย แต่พี่หวงหนู งอนหนู กำลังงอนอยู่ไม่รู้หรือไง”
หันไปหยิกแก้มคนซื่อสองข้าง ลงน้ำหนักมือนิดหน่อย เสน่ห์จันทร์ร้องอุ๊ย เขาปล่อยมือจากแก้มน้อง หน้ายังงอ ขณะที่เสน่ห์จันทร์เอามือกุมแก้ม พลางมองหน้าหล่อเหลาของคุณแฟน
“หวงหนู หวงอะไรอะ หนูคิดสูตรขนมกับพี่พัด ไม่ได้อ่อยเขาสักหน่อย”
“...”
หันมาทำตาเขียวใส่น้อง เออ แต่เขาก็เหลือเกิน อายุป่านนี้แล้วยังจะมางอน...เหมือนเด็กๆ ไปได้ ก็มันช่วยไม่ได้ มันหวงโว้ย หึงด้วย
“ทำยังไงถึงจะหายงอนหนู เอางี้ หนหน้าพี่ปริ้นซ์ก็คิดสูตรมานะคะ เดี๋ยวหนูจะชวนทำด้วยจะได้หายงอน”
“โอเคๆ พี่หายงอนก็ได้ค่ะ ไม่งอนแล้ว งอนไปหนูก็ไม่รู้เรื่อง”
เอามือท้าวคาง มองจ้องหน้าเสน่ห์จันทร์ที่ยังคงมองเขาทำตาปริบๆ คงจะงงจริงๆ นั่นแหละ น้องย่นจมูกใส่ เก็บแก้วกาแฟและจานรองขนมไปเก็บล้างในครัว สักพักก็เดินออกมา ปภพรออยู่แล้วที่หน้าลิฟต์ส่วนตัว
“อาทิตย์หน้าพี่จะพาหนูไปหาแม่พี่ กับน้องชายนะคะ”
“เอ๋”
เมื่อรถเคลื่อนไปสักครู่ เขาก็บอกกับเธอโดยไม่มองหน้า ตามองทางข้างหน้า เสน่ห์จันทร์ทำตาปริบๆ หน้าซีดลงไปเล็กน้อย
“เดี๋ยวไปที่ร้านไอ้พัด หนูทำขนมบัวลอยสายรุ้ง กับขนมเสน่ห์จันทร์ให้พี่ได้ไหมคะ พี่จะเอาไปฝากแม่พี่”
“ดะ ได้ค่ะ”
“ให้แม่พี่ได้ชิมขนม แล้วเดี๋ยวค่อยเห็นตัวจริง”
เขาเปรยมาแบบนั้น เสน่ห์จันทร์ก็ยิ่งใจสั่น
แม่พี่ปริ้นซ์
จะยอมรับเราไหมนะ?
คงจะ...
เสน่ห์จันทร์มีสีหน้าสลดลงอย่างรู้ที่ยืนของตัวเองดี เธอคงไม่หาญกล้าเป็นภรรยาเขาหรอก เป็นหุ้นส่วนแบบนี้ดีกว่า...วันหนึ่งเขาคงจะไปพบคนฐานะเดียวกัน ระดับเดียวกันแล้วเขาก็จะเบื่อเด็กแบบเธอในที่สุด
เธอไม่ได้ตอบอะไรเขา เธอเบนหน้ามองไปทางกระจกรถยนต์ ปภพไม่ได้สังเกตว่าน้องเงียบไป เพราะเขามีสายเข้าจากวรวงศ์โทรมาคุยเรื่องงาน คุยกันไปยาวจนถึงร้านของลภัสถึงวางสาย พอถึงร้านของลภัส เธอก็ขอตัวไปซุปเปอร์ที่อยู่บริเวณนั้น ปล่อยให้เขาคุยกับลภัสตามลำพัง
“เด็กของมึง เก่งว่ะ”
ลภัสเปรย เมื่อเสน่ห์จันทร์ลับสายตาไปแล้ว ปภพมองตามสายตาเพื่อน รอยยิ้มปลื้มปรากฏที่ริมฝีปาก
“อื้อ เขาเป็นเด็กดี ที่โตเกินวัย ความรับผิดชอบเยอะมาก”
“ใช่ เลี้ยงดูน้องๆ มาได้ตั้งเจ็ดคน ทำได้ยังไงก่อน แล้วเด็กบ้านนี้ก็เด็กดี เด็กเก่งทั้งนั้น”
ลภัสเอ่ยอย่างทึ่งๆ เขาสนิทกับดาวล้อมเดือนและทองนพคุณ เพราะสองคนนั้นก็ชอบทำอาหารทำขนม หัวคิดครีเอตเก่งมากอายุยังไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ เขากะจะปลุกปั้นให้เป็นเชฟชื่อดัง ถ้าเด็กสองคนนั้นอยากเรียน เขาพร้อมส่งเสีย บอกเรื่องนี้ไปกับเสน่ห์จันทร์แล้วด้วย ว่าจะขอน้องทั้งสองคนมาเรียนรู้กับเขาและส่งเรียนไปด้วย ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เสน่ห์จันทร์ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ครอบครัวของเธออยู่กันพร้อมหน้าไม่เคยขาดใคร แต่ถ้าน้องอยากจะมาเรียนรู้ เพื่อความก้าวหน้าในอนาคตเธอก็เห็นเป็นโอกาส แต่ยังไม่ได้คุยกับสองคนนั้นว่าจะตกลงไหม ส่วนคนอื่นๆ ตอนนี้ ก็ตั้งใจเดินหน้าเรียนเต็มที่ แบ่งเวลามาช่วยพี่จ้อยทำงานที่โรงงานบ้าง ดาราทองก็ยังสอนพิเศษ แม้จะความเป็นอยู่ดีขึ้นแต่ก็ยังขยันเหมือนเดิม
“เขาเก่งมาก ถ้ามีโอกาสน่าจะก้าวหน้ากว่านี้”
“แต่เขาอายุยังน้อยมากนะไอ้ปริ้นซ์ สิบแปดสิบเก้าใช่ไหม?”
ลภัสกระแอม เพื่อนสนิทมองหน้าเขาก่อนจะพยักหน้า
“ก็ใช่...”
“มึงให้โอกาสเด็กมันได้เฉิดฉาย มึงไม่กลัวเด็กจะเปลี่ยนใจเหรอวะ ถ้าวันหนึ่งเขาโลดแล่นปีกกล้าขาแข็งน่ะ”
“ก็...” ปภพยักไหล่
“ไม่รู้สิ...แต่กูคิดว่าระหว่างที่อยู่ด้วยกัน กูจะรักเขาให้ดีที่สุดในแบบของกู รักและเลี้ยงให้เขาเติบโตไปในแบบของเขา ถ้าเขาจะทิ้งกูในอนาคต มันก็...คง...”
“จับเด็กแต่งงานเสียสิไอ้ปริ้นซ์” ลภัสแนะ
“แต่คุยกับคุณแม่ของมึงหรือยัง กูได้ยินมาว่าท่านจะให้มึงดองกับตระกูลใหญ่ มึงดันมาพบรักกับสโนว์ไวท์เสียอย่างนั้น”
“สโนว์ไวท์?”
“ก็สโนว์ไวท์กับน้องๆ ทั้งเจ็ดไง”
คำพูดของเพื่อนเล่นเอาปภพหัวเราะ เขาถอนใจน้อยๆ นั่นสิ...เขาก็กำลังเครียดนิดๆ กับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
“เฮ้อ...กูจะพยายามว่ะ กูเชื่อว่าจ้อย จะทำให้แม่รักได้เหมือนที่กูรัก เขาเป็นเด็กดีมาก น่าทึ่งมาก กูคงไม่เจอคนอย่างเขาอีกแล้วในชีวิตนี้”
“เห็นมึงมีความรัก กูก็ชักจะเพ้อๆ อย่างมีเมียบ้างว่ะ” ลภัสมองเพื่อนอย่างอิจฉา
“เลิกเรียกเด็กมาที่ร้าน แล้วก็ยืนหล่อๆ มองหาสาวโสดสักคนที่อาจจะมากินข้าวร้านมึง จีบเขาซะไอ้พัด”
“พูดยังกับง่าย” ลภัสเกาหัว
“กูไม่คุยกับมึงละ ไปเตรียมทำอาหารดีกว่า อยากแดกอะไร? เดี๋ยวทำมากระแทกปาก”
“ทำมาเหอะมึงทำอะไรก็อร่อย”
ลภัสเดินไปทางห้องครัวแล้ว ส่วนปภพนั้นนั่งตรงเคาน์เตอร์ เขามองไปยังตู้ใส่ขนม ขนมผลงานของเสน่ห์จันทร์และลภัส วางเรียงรายอยู่ดูน่ากิน
ขอน้องแต่งงาน
มันจะง่ายไหมนะ? ทุกวันนี้ขนาดจะชวนไปค้างด้วย หรือเขาไปค้างกับน้อง จะให้อะไรทียังยากเย็นเลย
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







