Home / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่10 รอยรั่วในเงาแสง

Share

บทที่10 รอยรั่วในเงาแสง

last update publish date: 2025-11-15 10:10:44

หลังจากที่ Quantum Prime ประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่วัน ข่าวร้ายก็เหมือนสายฟ้าผ่าลงกลางสำนักงานใหญ่กลางพายุกระหน่ำ

..

ในเช้าวันจันทร์อันแสนวุ่นวาย ณ สำนักงานใหญ่ของ StrideX

สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด เสียงหยดน้ำแข่งกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหน้าตึกกระจกสูงเสียดฟ้า

เหล่าชายในสูทหรูใบหน้าเคร่งขรึมก้าวเดินอย่างเร่งรีบ พร้อมชายชุดดำที่ตามประกบแน่นราวเป็นเกราะกำบัง ทั้งหมดมุ่งตรงเข้าสู่โถงประชุมโดยไม่เสียเวลา

ข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ โครงการลับ Quantum X ซึ่งยังไม่เผยแพร่สู่สาธารณะ เริ่มรั่วไหลสู่สื่อมวลชน โดยไม่มีใครรู้ว่าต้นตอมาจากไหน

ความตึงเครียดในอาคารเพิ่มขึ้นทุกวินาที เสียงฝน เสียงรองเท้า และกระซิบข่าวลือผสมกัน ทำให้เช้าวันจันทร์นี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ วิกฤตครั้งใหญ่ของ StrideX

บทความพาดหัวขนาดใหญ่ปรากฏบนหน้าจอทุกสำนักข่าว

“Quantum X ลับไม่โปร่งใส แฝงเทคโนโลยี AI ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล ในรองเท้าแพงลิ่ว?”

รายงานนี้ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของบริษัทและหุ้นที่ตกฮวบเพียงข้ามคืน

อารัญนั่งหัวโต๊ะ มือประสานกันอยู่บนโต๊ะข้างในปั่นป่วนอยู่ไม่น้อยแต่เขาซ่อนมันไว้ใต้ ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาคม กริบไล่สแกนผู้เข้าร่วมประชุมไปทีละคนราวกับกำลังค้นหาต้นตอคนหักหลังบริษัท

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด

“ต้องมีใครบางคนเอาข้อมูลลับของบริษัทไปใช้เล่นงานเรา… ถ้าไม่มีคนหักหลัง ข้อมูลพวกนี้จะรั่วออกไปได้อย่างไร?”

“คุณหมายความว่าใคร?!” เสียงของคุณธีรเดช ผู้บริหารฝ่ายการเงิน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้ม

“คุณกำลังกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน”

สายตาทุกคู่มองกันกันอย่างเลิ่กๆลักๆ ความกดดันแฝงด้วยความไม่ไว้ใจแขวนอยู่ในอากาศ

คุณเมธา ฝ่ายการตลาด กระซิบออกมาแทบไม่ให้ใครได้ยิน

“นี่มันบ้าไปแล้ว… ใครจะกล้าใช้ข้อมูลลับทำลายบริษัทตรง ๆ แบบนี้?”

ความตึงเครียดหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เงียบงันปกคลุมทั้งห้อง อารัญนั่งนิ่ง ใช้สติและเหตุผลทั้งหมดที่มีประคองตัวเองไว้ เขาบีบมือแน่น สายตาคมกริบกวาดสำรวจไปรอบโต๊ะราวกับกำลังสแกนหาตัวคนทรยศ ก่อนจะหยุดลงที่ชายคนหนึ่ง

ชายในสูทหรูสีเข้ม ผมถูกเซตอย่างสมบูรณ์แบบ นาฬิกาแบรนด์ดังวาววับบนข้อมือ ดวงตาเย็นเฉียบ ไร้ความหวั่นไหว ทั้งสองรู้จักกันดี ทว่าแววตาที่ประสานกันนั้นกลับมีเพลิงลุกไหม้ซ่อนไว้อย่างยากจะปิดบัง

เขาคือ คริส ฟอร์ด วัย 38 ปี เป็นพี่ชายต่างมารดา หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ชายที่พ่อไม่เคยโปรดปรานนัก ทั้งเพราะนิสัยใช้เงินฟุ่มเฟือย ฟุ้งซ่านอยู่กับการพนันและความหรูหราที่เกินจำเป็น ทุกอย่างในตัวเขาต่างจากอารัญราวกับ เทพบุตรกับอสูร

วันที่เปิดพินัยกรรม ข้อความที่พ่อทิ้งไว้ระบุอย่างชัดเจนว่า

คริสจะไม่ได้อะไรเลย หากไม่ทำงานจริงจังในบริษัท Stride X

ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีผลประโยชน์…ไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจากข้อผูกมัดให้เขาต้องอยู่ใต้กฎของบริษัทที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญมาก่อน

คริสจ้องกลับมาที่อารัญโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายกดดันจนบรรยากาศในห้องตึงขึ้นไปอีกระดับ ก่อนเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดฟัง

“ข่าวลือพวกนี้… อย่าเพิ่งรีบชี้หน้าใครง่ายๆ ลองถามตัวเองก่อนว่ามีใครได้ผลประโยชน์จากมัน… หรือมีใครแค่ใช้จังหวะนี้แก้แค้นส่วนตัว?”

คริสยังคงจ้องอารัญไม่วางตา แววตาแข็งกร้าวดุดันราวกับไม่คิดจะถอยแม้ก้าวเดียว ก่อนจะย้ำคำพูดของตนอย่างชัดเจนทุกพยางค์

“ที่สำคัญ…” คริสทอดเสียงช้า ๆ แต่เฉียบคม

“ถ้าผมรู้ว่ามีใครเกี่ยวข้อง… แม้แค่ปลายเล็บ และกล้าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาวางเหนือความมั่นคงของบริษัทแล้วล่ะก็…”

เขาเอนตัวเล็กน้อย ดวงตาเย็นเฉียบตวัดมอง

“คนคนนั้น… เตรียมตัวไว้ให้ดี”

เสียงกระซิบกระซาบเริ่มกระจายไปทั่วโต๊ะ ผู้บริหารแลกสายตาอย่างระมัดระวัง ความไม่ไว้ใจและความกังวลลอยอยู่รอบตัวหนักยิ่งกว่าพายุฝนกระหน่ำ

“หยุด!” อารัญเปล่งเสียงชัด มือกระทบโต๊ะอย่างหนักพลางยืดตัวขึ้น

“ผมจะหาไอ้คนที่หักหลังบริษัทให้เจอ จะจัดการให้สิ้นซาก..

ปิดประชุม” น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดจนไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง

การประชุมจบลงด้วยความตึงเครียด ทุกคนลุกออกจากห้องทีละคน ราวกับถูกแรงกดดันกลืนกิน เหลือเพียงอารัญที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่หัวโต๊ะ คำพูดสุดท้ายของคริสยังคงก้องอยู่ในใจเหมือนมีบางสิ่งสะกิดอยู่เบา ๆ ในความคิด

“เธอคนนั้น… ระวังตัวไว้ให้ดี”

ความห่วงใยและความกังวลผสมปนเปกัน กลายเป็นแรงผลักดันในอกของอารัญ เสียงพึมพำเรียกชื่อเธอดังออกมาอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น

“ลิลิน…”

***

“วันนี้ฝนตกหนักทั่วกรุงเทพเลย ดูเหมือนน้ำคงท่วมแน่ ๆ

ให้ฉันไปส่งเธอไหม ลิลิน”

“ไม่เป็นไร แนนซี่ ฉันเดินเลาะฟุตบาทไปบ้านเอง อยู่แถวนี้ คุ้นชินแล้ว”

แนนซี่ยื่นมืออีกข้างมาสัมผัสมือฉันแผ่ว ๆ พลางพยักหน้าและยิ้มให้ ก่อนที่รถหรูจะเคลื่อนมาหยุดเทียบฟุตบาทหน้าคาเฟ่

ทันทีที่ประตูรถปิด เธอก็หายไปในสายฝน แสงไฟท้ายสะท้อนบนพื้นเปียกเป็นริ้ววาวราวกับลากสายตาตามเธอไป

บ่ายนี้ ฉันกับแนนซี่นัดเจอกันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หลังงานศพแม่ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน…

แม้จะเป็นแค่บ่ายแก่ ๆ ฝนกลับตกหนัก ฟ้ามัวจนแทบไม่รู้เวลา ราวกับพายุกลืนกินทั้งเมือง

ฉันเดินเลาะไปตามฟุตบาท รถติดยาวเป็นสาย กล้องถ่ายรูปของพ่ออยู่ในกระเป๋า บางภาพในนั้นสะท้อนชีวิตที่หดหู่ของเมืองกรุงในวันฝนตกหนัก

ฉันหยุด มองภาพตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนมือดึงกล้องออกมาเพื่อจับภาพเหล่านั้น

ทันใดนั้น ชายสูงโปร่งในชุดกันฝนสีดำคลุมตัวแน่น ผ้าปิดหน้าเหลือเพียงดวงตาที่จ้องฉันอย่างเย็นชา มือหนาผลักฉันล้มลงบนถนนเปียก ร่มไถลไปกับพื้น น้ำสาดเข้าร่างฉันเปียกปอนทั้งตัว

เขากระชากกระเป๋ากล้องจากมือฉัน แล้วโยนลงคลอง น้ำไหลแรงพัดกระเป๋าหายไปทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่ฉันจะตั้งตัว

“ไม่!” ฉันตะโกนสุดเสียง หัวใจเต้นแรง มือสั่น น้ำฝนปะทะใบหน้า

เสี้ยววินาทีนั้น เสียงเรียกชื่อฉันดังขึ้นแทรกผ่านสายฝน

“ลิลิน”

ฉันหันตามเสียง… และพบ อารัญ สายตาของเขาจับจ้องฉันอย่างเข้มข้น ราวกับเป็นเส้นชีวิตที่ดึงฉันกลับจากความโกลาหลนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status