بيت / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่11.จูบแรกในสายฝน

مشاركة

บทที่11.จูบแรกในสายฝน

مؤلف: Luna of The Sea
last update تاريخ النشر: 2025-11-17 10:00:50

สายฝนกระหน่ำจนทุกอย่างรอบตัวพร่ามัว อารัญผลักประตูรถหรูสีดำออกโดยไม่รีรอ ก่อนกระโจนฝ่าสายฝนที่สาดซัดไม่ลืมหูลืมตา สูทสีเข้มบนร่างกำยำเปียกชุ่มแนบไปกับแผ่นอกกว้าง เม็ดฝนเกาะพราวบนเส้นผมและกรอบหน้าคมเข้ม ขณะที่เขาทรุดตัวลงข้างฉัน

“คุณ เป็นอะไรไหม!”

เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า แฝงทั้งความหวาดหวั่นและความกังวล

ฉันนั่งทรุดอยู่กับพื้น ร่างกายอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้ มือข้างหนึ่งกุมข้อเท้าที่เจ็บแปลบจนลมหายใจสะดุด เสียงครางหลุดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่

ด้านหลัง ชายในชุดกันฝนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มมีท่าทีลังเล เหมือนจะถอยเมื่อเห็นอารัญ ชายหนุ่มมาดเข้มที่อยู่ในสภาวะพร้อมปกป้องเต็มที่ ทว่าทันทีที่มีคนจากพวกเดียวกันก้าวเข้ามาสมทบ ท่าทีลังเลก็พลันเปลี่ยนเป็นวงล้อมที่ค่อยๆ กระชับเข้ามาอย่างน่าหวั่นใจ

อารัญลุกขึ้นยืนเต็มความสูงตรงหน้าพวกนั้น ความอ่อนโยนในดวงตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววแข็งกร้าว ราวนักล่าที่พร้อมปะทะโดยไร้ความหวาดกลัว

การปะทะเกิดขึ้นแทบจะทันที อารัญชกหมัดแรกเข้าใต้คางคู่ต่อสู้ พอดีกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังสนั่นเหนือหัว ฝนตกหนักจนพื้นสั่น แต่ฉันกลับมองเห็นแค่อารัญ ผู้ชายที่กำลังสู้สุดแรงเพื่อปกป้องฉันโดยไม่ลังเล

ไม่นานนัก ชายทั้งสองซึ่งแทบไม่มีทักษะการต่อสู้ก็ถอยหนีจนลับหายไปในม่านฝน เหลือเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของอารัญ ท่ามกลางฝนที่ตกกระแทกพื้นไม่หยุด

เขาทรุดลงข้างฉันอย่างรวดเร็ว มือหนาอุ่นสั่นเล็กน้อยแตะแก้มฉันแผ่วเบา

“ลิลิน… คุณเป็นอะไรไหม”

เสียงทุ้มนุ่มของเขาอ่อนลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ

ฉันเงยหน้ามองดวงตาคู่นั้น เต็มไปด้วยความห่วงใย

มืออีกข้างก็กุมข้อเท้าตัวเองแน่นเพราะความเจ็บ พลางเอ่ยเสียงสั่น

“ข้อเท้าฉัน… พลิก”

อารัญกัดฟันแน่น ความกังวลสะท้อนบนใบหน้าคมของเขา

แต่ท่อนแขนกลับค่อยๆ ช้อนตัวฉันขึ้นอย่างอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร… ผมจะไม่ปล่อยให้คุณเจ็บ”

คำพูดหนักแน่นของเขาดังก้อง แม้ฝนที่ตกกระหน่ำก็กลบเสียงสัญญานั้นไม่ได้

สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด  ทว่าในอ้อมกอดของเขากลับอบอุ่นเสียจนฉันแทบลืมความหนาวไปหมดสิ้น ร่างสูงอุ้มฉันฝ่าสายฝนจนมาหลบอยู่ใต้ชายคาตึกร้างในตรอกแคบ ลมหายใจของเราชิดใกล้จนฉันรับรู้ได้ทั้งความอุ่นจากเขา… และความเย็นชื้นของฝนที่เกาะทั่วร่าง

นิ้วมือหนาอุ่นค่อยๆ ถอดรองเท้าฉันออก จากนั้นเลื่อนมาสัมผัสข้อเท้าที่บวมแดงอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้ฉันเจ็บไปมากกว่านี้ ฉันก้มหน้าหลบสายตาอ่อนโยนคู่นั้นทั้งที่หัวใจยังสั่น… ทว่าความรู้สึกกลับเต็มไปด้วยความอาลัย

กล้องของพ่อ… สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ฉันรักที่สุด ถูกน้ำเชี่ยวในคลองพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เขามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ราวกับรับรู้ความเจ็บปวดทั้งหมดโดยฉันไม่ต้องเอ่ยสักคำ

“ลิลิน…”

เสียงทุ้มเรียกฉันเบาๆ

“ผมจะซื้อกล้องให้คุณใหม่เอง”

ฉันส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า ทุกอย่างพร่า เสียงที่เปล่งออกมาสั่นสะเทือนจากใจ

“กล้องของพ่อฉัน… มันคือแรงบันดาลใจของฉัน”

อารัญสบตาฉันนิ่งไปชั่วครู่ เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้น

ปัง!

เสียงปืนดังแหวกฝนขึ้นมาอย่างกะทันหัน กระสุนเฉียดผนังด้านหลังไปเพียงคืบ

พวกมันกลับมาอีกครั้ง

อารัญไม่รอช้า เขาช้อนตัวฉันขึ้นแนบอก จากนั้นวิ่งฝ่าสายฝนตามตรอกแคบ เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามอยู่ด้านหลังดังไม่หยุดราวกับฝันร้าย สายฝนตกหนักยิ่งกว่าเดิมกลบเสียงรอบข้างจนพร่ามัว แต่ท่ามกลางความสับสนทั้งหมด ฉันกลับได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ข้างใบหู… ชัดเจนเหลือเกิน

เราเลี้ยวเข้ามาแอบหลบหลังต้นไม้ใหญ่กลางตรอกเงียบๆ ลมหายใจของเราทั้งคู่หนักและถี่ แต่เขาก็ยังประคองฉันไว้แน่น อารัญปลดเสื้อหนาออกอย่างรวดเร็ว แล้วคลุมลงบนศีรษะฉันทันที

“อย่าขยับ” เขากระซิบเบา เสียงทุ้มแผ่วเหมือนลมหายใจอุ่นๆ สัมผัสผิว

ไม่นานพวกมันก็วิ่งผ่านไป ทิ้งไว้เพียงเสียงฝนกระทบใบไม้และลมหายใจแผ่วสั่นของเรา

อารัญทรุดตัวลงข้างฉัน แล้วเคลื่อนมือหนาขึ้นโอบร่างฉันที่สั่นทั้งเพราะความหนาวและความหวาดกลัว ในจังหวะที่เขาขยับแขน ฉันเห็นเลือดสีเข้มซึมออกจากเสื้อเชิ้ต

“คุณ… เลือดไหล” ฉันเอ่ยเสียงสั่น

เขาหันมองเพียงแวบเดียว แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

“ผมไม่เป็นไร แค่เฉียดไป”

ฉันยื่นมือไปแตะแขนเขาเบาๆ ดวงตาคมที่เมื่อครู่ดุดันราวคมมีดกลับอ่อนโยนลงเมื่อสายตาเราประสานกันความอบอุ่นแล่นวาบขึ้นจนล้นอก ลมหายใจของเราวนเวียนใกล้กันเกินกว่าจะปฏิเสธแรงดึงดูดบางอย่างที่เริ่มเชื่อมเราไว้โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่ง เสียงฝนที่ซาลงจนเหลือเพียงละอองบางเบากลายเป็นฉากหลังที่แทบไม่ส่งเสียง

เขาโน้มตัวเข้ามา ริมฝีปากหนาประทับลงบนริมฝีปากฉันอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อเอ่ยถ้อยคำที่หนักแน่นจนหัวใจฉันสั่น

“ขอให้คุณไว้ใจผม”

เขามองลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับต้องการสลักถ้อยคำนี้ลงไปในหัวใจฉันอย่างถาวร

“ผมจะปกป้องคุณเอง”

สายตาคู่นั้นมั่นคงจนฉัน… เผลอเชื่อเขาไปทั้งใจ

“ผมมีเพนท์เฮาส์อยู่แถวสุขุมวิท” เขาเอ่ยต่อ “คุณไปอยู่ที่นั่นก่อน จนกว่าจะปลอดภัยกว่า”

ฉันมองหน้าเขา ชายที่เพิ่งเสี่ยงชีวิตเพื่อฉัน คนที่ดูห่างไกลในตอนแรกจนแทบแตะไม่ถึง แต่ตอนนี้กลับอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกับของฉัน

สายฝนซา เหลือเพียงละอองเบา ๆ ในความเงียบงันของตรอกแคบกลางเมืองฉันกำลังจะเอ่ยคำขอบคุณ ทว่าก่อนเสียงจะหลุดจากริมฝีปาก แสงไฟจากปลายตรอกก็วาบขึ้น ไฟหน้ารถที่แล่นเข้ามาช้า ๆฉันมองแสงไฟที่ใกล้เข้ามา หัวใจเต้นแรงไปตามจังหวะ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความกลัว…หรือเพราะมือของอารัญที่กระชับฉันแน่นขึ้นกว่าเดิม

ประตูรถเปิดออกอย่างเร่งรีบ ชายร่างสูงในชุดสูทดำวิ่งเข้ามา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านประธานครับ!” เสียงแรกดังขึ้นตะกุกตะกัก

“พวกเราขอโทษที่มาช้าครับ เจ้านาย!” อีกเสียงรีบเสริมแทบจะซ้อนคำ

อารัญขยับโอบฉันให้แนบชิดเข้ามาอีก ก่อนตอบลูกน้องด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนทั้งสองคนชะงัก

“ฉันไม่เป็นไร”

“รู้ไหมครับ…พวกมันเป็นใคร?”

“ขอโทษครับ เรายังยิงไม่โดนตัวครับ” ชายอีกคนรายงาน เสียงเบาราวกับถูกกดทับด้วยความหวาดหวั่น

อารัญสบตาพวกเขาเพียงครู่เดียว ดวงตาวาวลึกเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักชะตาของทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

“ไปตามล่าพวกมันมา ให้เร็วที่สุด”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status