Beranda / เมือง / เลนส์รักในเงาไฟนีออน / บทที่12.คำขู่ ในแสงเมืองกรุง

Share

บทที่12.คำขู่ ในแสงเมืองกรุง

Penulis: Luna of The Sea
last update Tanggal publikasi: 2025-11-20 13:00:40

เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยความไม่คาดฝัน แต่หัวใจของฉันกลับเต้นแรงยิ่งกว่าสายฝนที่สาดกระทบผิว ไม่คาดคิดเลยว่าค่ำคืนนี้จะพาให้ฉันมาอยู่ในจุดนี้

ฉันกำลังอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มกล้ามแน่น  เสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ข้างหู สอดรับกับจังหวะก้าวที่มั่นคง เสื้อผ้าของเราเปียกชุ่มจนแนบไปกับผิวกาย แขนแข็งแรงอุ้มฉันออกมาจากลิฟต์ส่วนตัวด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะวางฉันลงบนโซฟานุ่มอย่างอ่อนโยน

เจ้าของร่างสูงย่อตัวลงข้าง ๆ เลื่อนมือหนาแตะข้อเท้าของฉันอย่างระวัง

“ข้อเท้าคุณ… เดี๋ยวผมไปเอายามาทาให้”

เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา พลางยืดตัวขึ้น ก่อนจะเดินหายไปทางมุมห้อง…  ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟอุ่นกลางเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรู

ฉันกวาดตามองไปรอบห้องกว้างขวางโอ่อ่า สมฐานะทายาทมหาเศรษฐี สายตาเลื่อนไปจนถึงกระจกใสบานใหญ่ที่ทอดยาวจากพื้นถึงเพดาน แล้วหยุดลงที่ภาพเมืองยามค่ำคืนซึ่งไม่เคยหลับใหล แสงระยิบระยับจากตึกสูงสองฝั่งสายน้ำเจ้าพระยาสะท้อนเข้ามาราวกับอัญมณีต้องแสง พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือมหานคร ทุกอย่างงดงาม หรูหรา… และเกินจริง

ฉันคุ้นตากับภาพเมืองดีอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันกลับเหมือนโลกคนละใบ… โลกของความหรูหรา และโลกของคนชั้นแรงงาน

ความคิดล่องลอยไปตามแสงไฟที่เปล่งประกายจากตึกสูง แต่เมื่อหันกลับมา เขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมหลอดยาในมือ

ร่างสูงทรุดตัวลงบนพรมข้างโซฟา จับข้อเท้าฉันให้เหยียดตรง

นิ้วเรียวยาวค่อยๆ บีบหลอดยา บรรจงทาครีมลงบนข้อเท้าที่บวม แล้วนวดอย่างแผ่วนุ่ม

สัมผัสนั้นอุ่นและละมุนกว่าที่คิด กล้ามเนื้อแข็งแรงใต้ร่างสูงยิ่งขับเน้นให้ภาพตรงหน้าน่าดึงดูด

แววตาอ่อนละมุนซ่อนอยู่ในใบหน้าคมเข้ม

ฉันเผลอมองเขานานเกินไป โดยไม่ทันรู้ตัวว่าหัวใจเต้นแรงขึ้นทีละระดับ

“พรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น” เขาพูดเสียงเบา พลางเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเราประสานกันชั่วขณะ

ฉันรีบละสายตาออกเพียงเล็กน้อย แต่เสียงหัวใจกลับดังราวกำลังเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่

“เสื้อผ้าคุณเปียกหมดแล้ว ต้องเปลี่ยนก่อน เดี๋ยวจะไม่สบาย”

มือหนายื่นมาหมายจะช่วยฉันถอดเสื้อ แต่ใบหน้าจริงจังของเขากลับทำให้ฉันชะงัก ก่อนรีบเอียงตัวพลางส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเปลี่ยนเองได้”

อารัญรีบดึงมือกลับ ชะงักเล็กน้อย มองรอบห้องราวกับกำลังชั่งใจบางอย่าง แล้วทันใดที่หันกลับมา เขาช้อนฉันขึ้นจากโซฟาอย่างแข็งแรง

“คุณจะทำอะไรน่ะ?”

ฉันถามเสียงสั่น ความประหม่าแล่นวาบไปทั่วร่าง

เขาอุ้มฉันอย่างมั่นคง พาเข้าไปในห้อง ก่อนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา จนฉันไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกกลัว… หรือหัวใจที่เต้นแรงนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่

จากนั้นเขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่กับเสื้อเชิ้ตตัวหลวมออกมา แล้วยื่นให้ฉันด้วยสีหน้าที่เหมือนสั่งว่า

“รับไปสิ”

ฉันยื่นมือไปรับอย่างลังเล แต่สายตาก็สะดุดกับรอยเลือดที่ซึมอยู่บนต้นแขนของเขา

“เลือดคุณ!”

“ไม่เป็นไร แค่ถลอกนิดหน่อย”

“เดี๋ยวฉันทำแผลให้ค่ะ”

“ไม่เป็นไร ผมทำเอง”

“อย่าดื้อเลย คุณไม่น่าจะถนัด ไปเอาผ้ากับยาล้างแผลมา ฉันทำให้”

ฉันพูดเสียงแน่น มองเขาด้วยสายตาที่ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ

“ก็ได้ครับ… แต่คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวจะไม่สบาย ผมจะไปรอข้างนอก”

ฉันรีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า พลางดวงตาจดจ่ออยู่ที่ประตู ไม่กี่อึดใจ เขากลับเข้ามาแล้วนั่งลงข้างเตียง ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจอบอุ่น

ฉันค่อยๆ ทำแผลและพันผ้าที่ต้นแขนของเขาด้วยความระมัดระวัง

“คุณเหมือนชำนาญนะ”

“ใช่ค่ะ ส่วนมากก็ทำแผลเล็กน้อยเอง”

ผ่านไปชั่วครู่…

“เสร็จแล้วค่ะ”

ฉันพูดเบาพลางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมของฉันสบเข้ากับตาคมเข้มของเขาที่จ้องมาที่ฉันอย่างจัง

วินาทีนั้น โลกรอบตัวเหมือนหยุดหมุน สายตาของเราปะทะกัน ราวกับไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านหัวใจ เหลือเพียงแววตาลึกซึ้งที่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นทีละระดับ

ยังไม่ทันตั้งตัว มือหนาดันร่างฉันลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเรียบคมอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ดวงตาคู่นั้นจ้องฉันลึก ราวกับกำลังค้นหาบางอย่างในใจฉัน

ชั่วขณะนั้น ทั้งสั้นและยาวนานในเวลาเดียวกัน เสียงหัวใจสองดวงที่ใกล้กันเกือบชิด ลมหายใจอุ่นสัมผัสผิวหน้าอย่างละมุน

แล้วเสียงทุ้มนุ่มก็เอ่ยขึ้น

“ขอบคุณนะครับ… พักผ่อนเถอะ”

ฉันผ่อนลมหายใจ มองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ เลือนหายไปหลังบานประตู เหลือไว้เพียงความปลอดภัยที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ

…

แสงอุ่นยามเช้าสาดลอดผ่านม่านกระทบดวงตา ฉันค่อยๆ ขยับตัว… ลืมตาขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังไล่ตามความทรงจำของคืนที่ผ่านมา

เสื้อยืดตัวใหญ่ที่ฉันใส่อยู่ยังคงมีกลิ่นอ่อนๆ ของเขา เนื้อผ้าทรงหลวมคลุมร่างบางอย่างพอดี

ฉันดันตัวลุกจากเตียง ลากเท้าไปหยุดตรงกระจกบานใหญ่ มองเมืองยามเช้าที่เริ่มขยับตัวอีกครั้ง

แม่น้ำทอดยาว เรือเล็กแล่นผ่านอย่างเชื่องช้า ราวกับภาพวาดที่ขยับได้ แต่ความงามตรงหน้ากลับดึงความคิดของฉันให้กลับไปหาแม่… และห้องเล็กๆ ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน

กลิ่นอาหารเช้ายังชัดเจนในความทรงจำ และเสียงของแม่ที่ปลุกฉันทุกเช้า

ฉันรีบวิ่งขึ้นดาดฟ้าให้ทันแสงแรกของวัน เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กล้องบันทึกภาพเมืองใต้แสงอรุณ และในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ฉันรู้สึกเหมือนมีสายใยบางอย่างเชื่อมจากฉันขึ้นไปถึงพ่อบนฟ้า ทั้งแรงบันดาลใจ ทั้งความอบอุ่น มันหลอมรวมกันแน่นอยู่ในอก

แต่วันนี้…

กล้องตัวโปรดของฉันพังยับ และไม่มีวันได้คืน เสียงกระแทกและภาพตอนมันถูกโยนลงน้ำเมื่อคืนยังติดตา

ทุกความทรงจำกลับไหลย้อนเข้ามา จนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

พลัน! เสียงนาฬิกาปลุกที่คุ้นชินดังแทรกเข้ามา ตัดขาดความคิดที่กำลังวนอยู่ในหัว ฉันยกมือปาดน้ำตา ก่อนหมุนตัวไปหยิบมือถือ

เสียงริงโทนดับลง แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมากลับเป็นข้อความค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัว… อย่าเข้ามายุ่ง”

หัวใจฉันเต้นแรง ความกลัวผสมกับความสงสัยพุ่งขึ้นมาเมื่ออ่านข้อความซ้ำๆ

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…” ฉันพึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ

“พวกมันต้องการอะไร… แต่พวกเขาก็ทำลายของรักของฉัน ต่อให้มีกล้องใหม่สิบตัว ก็ไม่อาจแทนของมีค่าทางใจได้”

ฉันกำมือถือแน่น สูดลมหายใจลึก แล้วตัดสินใจกลับไปที่คอนโด

สายตามองหาเสื้อผ้าที่ตากไว้ รีบจัดการร่างกายอย่างรวดเร็ว ความมุ่งมั่นทำให้ฉันแทบลืมความปวดข้อที่ยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย

**

ไม่นานนัก รถแท็กซี่ก็จอดตรงหน้าปากซอยที่ฉันคุ้นเคยมานาน

ฉันเดินฝ่าตรอกแคบกลางเมือง เสียงผู้คนยามเช้าผสมกับกลิ่นควันรถ ชายเร่ร่อนนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ หญิงแต่งตัวจัดพิงเสาไฟ พวกเขากลายเป็นเพียงฉากหลังในความรีบเร่งของใจฉัน

ฉันสาวเท้าเร็วขึ้น แม้ขาจะยังไม่มั่นคงนัก แต่ก็ไม่อาจต้านปริศนาที่ยังวนอยู่ในหัว ทันใดนั้น เสียงมอเตอร์ไซค์แหลมก้องดังขึ้นจากปลายตรอก

ฉันหันขวับ! เห็นชายสองคนในเสื้อฮู้ด คร่อมมอเตอร์ไซค์วิบาก พวกเขาหันจ้องตรงมาที่ฉัน ขณะเร่งเครื่อง เสียงกระหึ่มราวกับคำขู่ที่กระแทกทุกจังหวะหัวใจ

หัวใจฉันเต้นโครมคราม ทุกเสียงรอบตัวดับวูบ เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามเข้ามาใกล้ทุกวินาที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่24.คำประกาศกลางแสงจ้า

    เช้าวันใหม่เหมือนพาให้ฉันได้หายใจอีกครั้ง อากาศสดชื่นจนแทบลืมไปว่าในใจยังมีเรื่องค้างคา ปริศนาของโฮชิคาวะ… ตระกูลฟอร์ด

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่23.ตื่นจากฝันร้าย

    “ผมตามคุณลิลินไปครับ… แล้วเจอเธอนอนหมดสติอยู่ที่คอนโดของพ่อเธอ ‘โฮชิคาวะ’ ครับ ”วรากรรายงานอารัญด้วยเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ลึก

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่22 ความจริงหลังภาพ

    นิ้วเรียวดันบานประตูให้เปิดออกภายในห้องเงียบสงบ ทุกอย่างยังคงวางอยู่อย่างเรียบง่ายในตำแหน่งเดิม ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับเวลาได้ถูกตรึงไว้ตั้งแต่วันที่ใครบางคนจากไป

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่21.จุดเริ่มต้นที่ต้องเผชิญ

    เวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับมีใครกดปุ่มกรอชีวิตให้ฉันข้ามช่องว่างนั้นมาทันทีที่ประตูรถเปิดออก เบื้องหน้าคือเพนต์เฮาส์หรูหรากลางใจเมือง งดงามราวกับฉากหนึ่งในชีวิตของใครบางคน…แต่อาจไม่ใช่ของฉัน“ถึงแล้วครับ” อารัญผายมือพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกฉันยืนนิ่ง เท้าเหมือนถูกตรึงกับพื้น มือกำชายเสื้อแน่น เมื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status