Partager

บทที่4.เงาในกระจก

last update Date de publication: 2025-11-05 06:05:28

ฉันมองตามแผ่นหลังของเธออย่างพินิจวิเคราะห์  ความสง่างามนั้นไม่อาจกลบความลึกลับที่แผ่ออกมาได้เลย

เธอคือ ‘อเล็กซี่’ อายุ 34 ปี อดีตนักข่าวสาย Corporate มือหนึ่งของสำนักข่าวใหญ่หลายแห่ง ผู้สร้างชื่อจากบทความเชิงสืบสวนที่เขย่าวงการธุรกิจและการเมืองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ฉันเคยอ่านบทความของเธอบนเว็บไซต์ส่วนตัวที่มีผู้ติดตามเป็นแสน ถ้อยคำของเธอเฉียบคม เย็นชา และจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงข่าว  มันคือการเปิดโปง

สายตาแบบนั้น… ฉันจำได้ดี เป็นสายตาของคนที่มองโลกเหมือนสนามล่า

แต่คืนนี้ เธอไม่ได้ถือกล้อง หรือไมค์จ่อปากใคร

เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินระยับ ท่ามกลางเหล่าผู้บริหารและนักลงทุนในงานกาล่าหรู

เธอมาในฐานะอะไร?

ผู้สังเกตการณ์? แขกของใครบางคน?

เธอมีแผนอะไรอยู่กันแน่…?

คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด ขณะที่ดวงตากลมของฉันยังคงจ้องตามร่างในชุดราตรีสีน้ำเงิน…จนกระทั่งเธอค่อย ๆ เลือนหายไปท่ามกลางฝูงแขกที่เคลื่อนไหวราวเกลียวคลื่นแห่งความหรูหรา.

“คุณ ลิลินคะ”

เสียงนุ่มละมุนของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านข้าง ดึงฉันให้หันกลับมา เธอสวมเดรสเกาะอกเลื่อมประดับเพชรระยับ แสงไฟสะท้อนเล่นกับอัญมณีจนแทบแสบตา  ถุงมือผ้าซาตินสีงาช้างยาวถึงข้อแขนบ่งบอกรสนิยมไฮแอนด์ กลิ่นน้ำหอมชั้นสูงหอมแผ่วอยู่รอบตัว

ฉันรีบสลัดคำถามในหัวเมื่อครู่ออกไป ก่อนพยักหน้ารับและตอบกลับอย่างสุภาพ

“ค่ะ”

“ฉันสังเกตคุณมาสักพักแล้ว” เธอเลื่อนสายตาช้า ๆ ลงบนป้ายชื่อที่แขวนอยู่บนอกของฉัน ก่อนเอียงคอเล็กน้อย

“โฮชิคาวะ… คุณคือลูกสาวของมิสเตอร์คิริน โฮชิคาวะใช่ไหมคะ?”

“ ใช่ค่ะ “ ฉันตอบอย่างภมูิใจ

“ฉันกับสามีเป็นแฟนคลับของ คุณ โฮชิคาวะค่ะ” เธอกล่าว พร้อมรอยยิ้มอ่อน

“น่าเสียดาย… ที่คุณโฮชิคาวะจากไปอย่างกะทันหัน” น้ำเสียงของเธอลดระดับลงเล็กน้อย ก่อนเข้าสู่ประเด็นตรง ๆ

“เอาล่ะ ช่วยถ่ายภาพฉันกับสามีได้ไหมคะ?” เธอเอ่ยพลางหันไปมองสามีที่ยืนยิ้มกว้าง รออย่างสง่า บนพรมแดงข้างป้ายอักษรสะท้อนแสง Gala 25 Year Stride X International Co., Ltd.

“โอ้ว… ด้วยความยินดีค่ะ”

ฉันรีบกลับมาโฟกัสกับงานตรงหน้า ทิ้งความสงสัยเมื่อครู่ไว้เบื้องหลัง.

***

เวลาล่วงเลยมาพอสมควร ผู้คนในงานเริ่มบางตา บางคนใบหน้าแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ กลิ่นไวน์และวิสกี้เจือจางปะปนกับน้ำหอมเกรดเอ ลอยอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่จัดงาน

ทุกมุม ทุกภาพ คือสิ่งที่ฉันต้องบันทึกไว้ เหลืออีกเพียงไม่กี่ช็อตเท่านั้น  ฉันยกกล้องขึ้นแนบตา พลางก้าวสำรวจรอบงานอย่างเงียบเชียบ

จนกระทั่ง มุมหนึ่งหลังเวที ลับสายตาผู้คน… ชายสองคนในสูทเข้มหรูระดับไฮเอนด์ยืนข้างกันไม่ถึงศอก  มือของอีกคนล้วงบางอย่างจากเสื้อสูท แล้วส่งซองน้ำตาลเล็กให้มือหนาที่แนบข้างลำตัวของอีกฝ่าย

แสงแฟลชสะท้อนบนซองทันที สีหน้าเข้มของเขาตกลงบนเฟรมเต็ม ๆ  และในเสี้ยววินาทีนั้น… ดวงตาคมกร้าวของทั้งคู่หันตรงมาที่ฉัน ราวกับตรึงฉันไว้บนเสาของนักโทษ

สัญชาตญาณดังก้องในหัว … มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล

ฉันรีบลดกล้อง หันหลัง ขวับ! หายใจถี่ขึ้นหลายระดับ

รีบก้าวถอยออกจากมุมนั้น

แต่หัวใจกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยอำนาจ เหี้ยมเกรียน ยังติดตามฉันไม่ลดละ…เหมือนแรงกดที่มองไม่เห็นกดทับทั่วร่าง

***

เกือบเที่ยงคืน งานกาล่า ได้จบลง ฉันก้มหน้า เก็บของใส่ในกระเป๋า  เสียงรองเท้าหนักดังก้องบนพื้นไม้ท่ามกลางผู้คนที่บางตาลง

ฉันเงยหน้าขึ้น… ชายในชุดดำ สีหน้าไม่เป็นมิตรเดินตรงมาหยุดข้างหน้า

“คุณ… ถ่ายรูปตรงโซนหลังเวทีใช่ไหมครับ?”

เสียงหนึ่งดังขึ้น กดแน่นราวกับเป็นคำสั่ง

 “เอ่อ… ใช่ค่ะ ทำไมเหรอ”ฉันตอบกลับ พยายามคงน้ำเสียงให้มั่นคง

“กล้องของคุณ… ขอเราตรวจหน่อย” น้ำเสียงนั้นไม่มีแววของการขอ มีเพียงแรงกดดันก้าวร้าวและคุกคาม.

 ไม่… เขากำลังจะกระชากกล้องจากกระเป๋าฉัน

“อย่าแตะของฉัน!” ฉันสวนเสียงสั่น ยื้อสุดแรงก่อนหมุนตัววิ่งพรวดออกมา  เข้าไปในลิฟต์ กดปุ่มปิดประตูรัว ๆ

เสียงหัวใจดังกลบเสียงกลไกที่กำลังเคลื่อนลง

..

ติ้ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก

ฉันก้าวพรวดออกมา พลางเหลียวหลังมองตัวเลขที่หน้าจอลิฟต์อีกตัวเลื่อนลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้หายใจเต็มปอด เสียงข่มขู่ชัดเจน จากด้านหลัง

“ส่งกล้องคุณมา!”

ฉันหันเจอ  ชายชุดดำ อีกคนยืน จังก้า

ฉันหันซ้ายขวา มองหาทางหนี

“ไม่!” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง  ก่อนพุ่งตัวออกทางโถงยาวสุดทางเดิน

เสียงฝีเท้าสามคู่ดังสะท้อนตามมาติด ๆ

ฉันกำลังจะหันเลี้ยว ทันใดนั้น… ชนเข้ากับแผ่นอกแน่นของใครบางคนอย่างเต็มแรง  ใบหน้าซุกเข้าอกเขาอย่างจัง

ฉันเงยสายตาขึ้น… ใบหน้าเรียวคม สะท้อนแสงแดดจ้า ที่ยังคงตรึงอยู่ในเฟรมแรกของงานเขาคือ…‘อารัญ’

ชายสามคนวิ่งตามมาทัน แต่ชะงักกึก สีหน้าของพวกเขาถอดสีราวกับเผชิญหน้ากับเสือ ดวงตาคมกริบของอารัญจ้องชายชุดดำแต่ละคนอย่างทรงอิทธิพล ราวกับรู้ดีว่าพวกนั้นเป็นลูกน้องของใคร

“พวกคุณ… กำลังจะทำอะไร” น้ำเสียงเข้มและเต็มไปด้วยบารมี ทำให้ทั้งสามไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

ร่างสูงก้าวเข้ามายืนบังฉันไว้ ก่อนจะเปล่งเสียงเข้มเต็มไปด้วยอำนาจ

“จากนี้ไป… เธออยู่ในการดูแลของผม

ไม่มีใครแตะต้องเธอได้… ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม”

ถ้อยคำของเขาหนักแน่นจนบรรยากาศรอบตัวหยุดชงัก

เหลือเพียงเสียงหัวใจของฉัน… เต้นแรงจนแทบหลุดออกมา.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่34.ในเฟรมเดียวกัน

    ในเช้าวันใหม่ที่สดใส หลังจากผ่านไปหลายเดือน ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้อีกครั้ง บนดาดฟ้ากลางเมือง… เมืองยังคงงดงามอยู่รอบตัว พระอาทิตย์ยังคงเปล่งแสงจากตำแหน่งเดิม แทรกกลางระหว่างตึก เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ฉันหมุนเลนส์ซูม เพื่อบันทึกสิ่งที่ฉันรัก ภาพถ่ายคือการยืนยันว่าบางสิ่งเคยมีอยู่จริง เมื่อทุกอย่างเงียบลง ฉันยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วหลับตาอธิษฐานถึงใครบางคนบนฟ้า ปล่อยให้พลังใจโอบล้อมชั่วขณะ ก่อนค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น และเมื่อหันกลับมา… เขา…ก็ยืนอยู่ตรงนั้น แสงเช้ากระทบชายหนุ่มในสูทสีครีม ใบหน้าเรียวคมโดดเด่นท่ามกลางแสงอ่อน ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของภาพนั้นเอง “คุณ…ตามหาฉันเจออีกแล้วนะ” ฉันเอ่ยเสียงเบา “รู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ตรงนี้” ฉันถามต่อ ทั้งที่ในใจเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ริมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด “รู้สิ” คำสั้น ๆ เพียงคำเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว เพราะเขารู้จักฉัน รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าที่นี่คือที่ที่ฉันมักจะกลับมาเสมอ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แล้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที33.คำตอบของหัวใจ

    เสียงปืนก้องสนั่นกรีดอากาศ ก่อนที่ทุกสิ่งจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ร่างสูงใหญ่ที่บังฉันไว้ค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ราวกับแรงทั้งหมดถูกดึงหายไปในพริบตา “อารัญ!” เสียงของฉันสั่นพร่าไปด้วยความหวาดหวั่นก่อนทิ้งตัวลงข้างเขา มือสั่นเทารีบประคองศีรษะไว้บนตัก เลือดซึมออกจากแผ่นอก เปื้อนปลายนิ้วฉันจนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงจนเสียงนั้นกลบทุกสิ่งรอบตัว ก่อนเสียงส้นรองเท้าจะกระทบพื้นดังถอยห่าง น้ำเสียงเย็นชาไร้ปรานี เปล่งออกมา “ฉันจะปล่อยแกไป ไอ้เด็กเนรคุณ วันนี้แค่สั่งสอนให้แกได้รู้ว่า ความเจ็บปวดและการเฉียดตายมันเป็นอย่างไร” คำพูดนั้นคือคำประกาศชัดเจนว่า เขายังคงอยู่ใต้เงาของเธอ ชื่อหนึ่งหลุดจากปากการ์ดทั้งสองที่กำลังจะขยับตามก่อนหญิงในสูทเข้ม ใต้หมวกปีกกว้าง จะหันหลังเดินจากไป “มาดามโซเฟีย” ฉันปรายตามองเธอเพียงเล็กน้อย แม้จะได้ยินชื่อนั้นเป็นครั้งที่สอง ทว่าหัวใจยังคงจดจ่ออยู่กับชายในอ้อมตัก อารัญส่ายหน้าช้า ๆ ลมหายใจจะเริ่มขาดเป็นห้วง เขาหันไปมองลูกน้อง ก่อนส่งสัญญาณสั้น ๆ แต่ชัดเจน “ปล่อยเธอไป” เขาเลือกจบเรื่องนี้ “

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่32 จุดอ่อนของอารัญ

    หลังจากลิลินออกจากห้องไปหลายชั่วโมง ความเงียบค่อย ๆ กดทับ ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นในอกของอารัญ ชายหนุ่มที่มีเพียงผ้าขนหนูคลุมกาย ฝืนลุกจากโซฟา เดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย แต่ไม่ว่าขยับตัวเพียงใด ความร้อนรุ่มภายในกลับยิ่งทวีขึ้น สายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง การเคลื่อนไหวของเขาสะดุด หัวใจเต้นแรงเมื่อรับรู้ว่าเวลาที่ผ่านไปยาวนานเกินกว่าจะเป็นแค่การออกไปเก็บเสื้อผ้า ลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา ดึงให้เขาเดินเข้าใกล้หน้าต่าง ก่อนแทรกสายตามองผ่านม่านที่แง้มอยู่ และในวินาทีนั้น ความผิดปกติก็ปรากฏตรงหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธ สายตาคมกริบจับจ้องมายัง…ตรงตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ยังไม่ทันที่อารัญจะผละออกจากจุดนั้น เสียงของโทรศัพท์มือถือก็สะกิดความเงียบงันของห้อง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนจะก้าวไปหยิบโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบ ข้อความสั้น ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเย็นชา “ฉันรู้ว่าจุดอ่อนของแกคืออะไร และมันจะเจ็บ… มาหาฉัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เพียงอ่านจบ มือของเขาก็กำแน่นจนสั่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ทว่าในอึดใจถัดมา เขาฝืนคว

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่31.เพียงลำพังกับหัวใจ

    เสียงตะโกนของเขายังคงก้องอยู่ในหัวฉัน ไม่ยอมจางหายลากยาวผ่านครึ่งคืน ราวกับตั้งใจย้ำเตือนว่าฉันไม่มีทางหนีความรู้สึกนี้ได้ด้านนอกฝนเทกระหน่ำ ฟ้าร้องคำรามก้อง ฉันนอน พลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับ เสียงหยาดฝนที่กระทบพื้นดึงความทรงจำให้ย้อนกลับไปยังวันหนึ่ง วันที่ฉันเคยถูกไล่ล่าท่ามกลางม่านฝนสีเทาและเขาเข้ามาช่วย โดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองฉันสูดลมหายใจลึก ราวกับพยายามขับไล่ความอึดอัดในอก ก่อนดันตัวลุกจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง แหวกม่านออกเพียงเล็กน้อย แล้วมองลงไปจากชั้นสอง ดวงตากลมต้องหยุดนิ่ง ลมหายใจติดขัดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขายังคงอยู่ตรงนั้น คุกเข่าท่ามกลางม่านฝนที่ซัดกระหน่ำ ราวกับกำลังวิงวอน และไถ่บาปไปพร้อมกัน ภาพนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นไหว ทั้งที่ไม่ควรเลย แสงไฟจากหน้าต่างสาดผ่าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยริมฝีปากที่คลี่ยิ้ม ราวกับบอกว่า ทุกอย่างไม่เป็นไร แต่รอยยิ้มนั้นอยู่ได้เพียงครู่เดียว ร่างสูงก็โอนเอนไปด้านข้าง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรงหัวใจฉันหล่นวูบ เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “อารัญ…”วินาทีนั้นเอง ฉันก็รู้ว่าตัวเองยังมีหัวใจมากพอ ที่

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่30.ระยะห่าง

    หนึ่งเดือนผ่านไป…ฉันหลบมาอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กลางเมือง ห้องแคบในตึกเก่า 4 ชั้น ใช้แต่ละวันฟื้นฟูหัวใจ และใช้ความเงียบงันค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ยืนอยู่ได้ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้างเขียนบทความเล็ก ๆ ในนามแฝงที่ไม่มีใครจับสังเกต รับงานถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อเลี้ยงดูตัวเองแต่ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของโลกชื่อของบริษัท Stride X กลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่มันเงียบหายไปจากความสนใจของผู้คนรองเท้ารุ่นใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจาก Quantum Prime ถูกเปิดตัวภายใต้ชื่อQuantum Prime Fluxกระแสตอบรับถาโถม ยอดสั่งจองพุ่งสูง สื่อทุกสำนักพร้อมใจกันกล่าวถึงมันในฐานะ“ก้าวถัดไปของเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว”งานประกาศความสำเร็จถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อของอารัญถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มีเพียง Stride X เท่านั้นที่ครอบครองลิขสิทธิ์เขาทำสำเร็จ อย่างถูกต้อง และไม่ผิดศีลธรรมอารัญไม่เคยแตะต้อง Quantum X อ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่29.ปิดเกม

    บนระเบียงสูงเหนือมหานครอารัญยืนต้านแรงลม ดวงตาเย็นชามองแสงไฟที่เคลื่อนไหวใต้ท้องฟ้าซึ่งกำลังเปลี่ยนสี เขาสูดลมหายใจลึก กำมือแน่นก่อนหมุนตัวออกและเอ่ยคำสั่งเข้ม“ถึงเวลาแล้ว ”ปลายทาง คือ…วิลล่าหรูริมหาดส่วนตัวของคริส ฟอร์ดแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในสระ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหน่ำไม่หยุด สาวหุ่นนางแบบในบิกินี่ สวมหน้ากากผีเสื้อ เดินเสิร์ฟเครื่องดื่มพร้อมรอยยิ้มหวาน ปลายนิ้วลูบไล้ แขกชายเพียงไม่กี่คน ซึ่งล้วนสวม หน้ากากซาตานหลากรูปแบบ ที่แต่ละคนเลือกปิดบังตัวตนไว้นี่ไม่ใช่งานธุรกิจ ไม่ใช่การพบหุ้นส่วน หากคือปาร์ตี้ที่มีไว้ตอบสนองกิเลสของเขาเท่านั้น ทุกอย่างกำลังอยู่ในโหมดลุ่มหลงทันใดนั้น เสียงเรือสปีดโบ๊ทคำรามใกล้เข้ามา ก่อนจะหยุดนิ่งหน้าวิลล่าอารัญในสูทสีเข้มก้าวนำลงจากเรือ พร้อมบอดี้การ์ดและนักสืบ มุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ปาร์ตี้กำลังคลุ้มคลั่งแสงไฟสีฉูดฉาดติดเตียงนอนขาวนวล ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่ง ร่างเปลือยเปล่ากึ่งเมามายเคลื่อนไหวไร้การยั้งคิด นักสืบคนหนึ่งพึมพำเสียงต่ำ เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่า “แม่ง… นี่มันงานบ้าอะไร ปาร์ตี้เซ็กหมู่รึไง”สายตาทุกคู่หันขวับมาทางอารัญ

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่28.รอยร้าวระหว่างเรา

    ฉันเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นตรง ๆ แววตาฉันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเชื่อใจ มีเพียงคำถามที่ค้างคา“คุณเป็นใครกันแน่…

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่27.แผ่นฟีล์มที่หายไป

    ฉันเคยเชื่อว่าภาพถ่ายไม่เคยโกหก แสงและเงาอาจทำให้ภาพบิดเบือนได้

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่26.ราคาของอเล็กซี่

    ราตรีถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟหลากสีที่ส่องประกายระยิบ หน้าอาคารคาสิโนสุดหรู“EVORA CLUB & CASINO MEMBERS ONLY”

  • เลนส์รักในเงาไฟนีออน   บทที่25.ซองสีน้ำตาล

    มือใหญ่และอบอุ่นของอารัญกอบกุมมือฉันไว้แน่น ราวกับไม่คิดจะปล่อยไปตลอดชีวิตเราเดินเคียงกันบนฟุตบาทกลางเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสี เสียงรถที่แล่นผ่านเพิ่มความวุ่นวายให้บรรยากาศ แต่สำหรับฉัน… โลกทั้งใบเหมือนหยุด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status