Mag-log inช่วงหนึ่งทุ่ม รวิกานต์ได้ยินเสียงคนกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน ด้วยความระแวงจึงถือไม้กวาดไปด้วย หากเป็นผู้ไม่หวังดีก็จะฟาดให้ตาย
แต่ทันทีที่เปิดประตูรั้วออกไปดู ก็ถูกมือหนาของผู้ชายฉุดแขนไปอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน เขาบังคับให้เธอเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ คนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ก็คือจักริน แฟนเก่าที่เธอไม่เห็นหน้ามานานแล้ว ความกลัวลดลงไปครึ่งหนึ่งเพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่คงไม่ให้อภัยเขาแน่นอน “ทำบ้าอะไรของคุณ!” เธอเอ่ยเสียงห้วน “ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ผมขอพูดตามตรงว่าแอบตามคุณมา แต่ที่มาไม่ใช่จะมาหาเรื่องหรือขอเงินนะ ผมแค่อยากมาขอโทษเรื่องที่เคยทำไม่ดี” “ช่างเถอะ ฉันลืมไปหมดแล้ว” หญิงสาวสาดสายตาไปยังเบื้องหน้า ไม่คิดแม้แต่จะชายตามองคนข้างกาย “ไม่อยากรู้เหรอว่าคลิปนั่นถูกปล่อยได้ยังไง” “คุณจะมารื้อฟื้นความหลังทำไมอีก!” เธอหันไปตวาดอดีตแฟนหนุ่มด้วยความขุ่นเคือง “คุณภาเป็นคนจ้างให้ผมเผยแพร่คลิปนั่น ตอนแรกผมปฏิเสธไปแล้ว แต่ถูกบังคับให้ทำ” “ยายงูพิษนั่นเหรอที่บังคับคุณ เชื่อตายแหละ” นี่มันนิทานหลอกเด็กชัดๆ หากพูดว่าเห็นเงินเยอะแล้วเกิดความโลภยังจะฟังดูดีกว่าอีก “ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ผมอยากบอกว่า ผมช่วยคุณแก้แค้นได้นะ” จักรินมองอดีตแฟนสาวพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “ขอแค่เรากลับมาคบกันอีกก็พอ ผมพร้อมช่วยคุณได้ทุกเรื่อง ให้ตามฆ่าผู้หญิงคนนั้นยังได้เลย” “อ้อ… ที่แท้ก็มาเพราะจุดประสงค์นี้เอง เสียใจด้วยนะ ฉันกลับไปคบกับคุณไม่ได้หรอก แม้แต่มิตรภาพก็ไม่มีให้ มากสุดคงเป็นได้แค่เพื่อนร่วมโลกเท่านั้น ฉันไม่อยากยุ่งกับผู้ชายเลวๆ ขอตัวนะ” รวิกานต์พูดเพียงเท่านั้นก็เปิดประตูลงตั้งท่าจะลงจากรถ แต่แล้วจักรินก็เอาผ้ามาปิดปากปิดจมูกของเธอ และทุกอย่างก็ดับวูบไป… ..................... ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง จักรินพักเข้าห้องน้ำ จึงอาศัยช่วงเวลานี้โทรบอกแม่บุญธรรมของหญิงสาว ว่าตอนนี้เธอกำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในรถ และอีกไม่นานเขาก็จะเริ่มลงมือแล้ว “ผมชักจะลังเลแล้วสิว่าจะฆ่าลูกบุญธรรมของคุณแบบให้เลือดตกยางออก หรือจับถ่วงน้ำให้จมน้ำไปเอง คุณคิดว่ายังไง” เขาถามคนปลายสายในขณะที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำชาย ตาก็มองร่างหญิงสาวผ่านกระจกรถที่กำลังนอนหลับบนเบาะข้างคนขับไปด้วย ‘จะทำยังไงก็แล้วแต่แกเถอะ อย่าให้คนอื่นจับได้ก็พอ’ “ได้ ถ้าเธอตายแล้วเดี๋ยวผมโทรบอก” พูดจบก็วางสายแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่เขาคงจะไม่รู้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ และยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ คิมหันต์ วิริยะเมธี ชายหนุ่มร่างสูงวัยยี่สิบเก้าปีได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่นี้ชัดทุกคำ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนแรกก็ว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่พอมองตามหลังจักริน แล้วเห็นว่ากำลังจะไปหาผู้หญิงที่อยู่ในรถ เขาก็คิดในใจว่าต้องเป็นคนนี้แน่ๆ ที่กำลังจะถูกฆ่า ด้วยความที่ไม่อาจหลับหูหลับตาได้ เขาจึงรีบเดิมตามชายหนุ่มอีกคนเพื่อคุยด้วย จักรินหันกลับไปมองคนที่กล้ามาแตะไหล่อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “มีอะไร แล้วคุณเป็นใครเนี่ยถึงมาแตะไหล่ผม เรารู้จักกันเหรอ” “ใจเย็นๆ นะ ผมชื่อคิมหันต์ ผมแค่อยากถามคุณว่าผู้หญิงที่อยู่ในรถเป็นใครหรือครับ” “ก็แฟนไง มายุ่งอะไรด้วย” จักรินเอ่ยออกไปอย่างไม่ชอบใจ “ว้า… เสียดายจัง ผมก็คิดว่าเป็นผู้หญิงที่คุณไปหามาจากร้านคาราโอเกะซะอีก กำลังคิดจะขอซื้อตัวต่อจากคุณอยู่พอดี เห็นครั้งแรกผมก็ชอบเลย อยากนอนด้วย” “ไม่ขายโว้ย ไปๆ” จักรินขี้เกียจพูดคุยให้เสียเวลาจึงปัดมือไล่ตรงหน้าให้ไปที่อื่น “คุณต้องการเท่าไร หลักพัน หรือว่าหลักหมื่น ขอคืนเดียวเท่านั้น” คำพูดนี้เองที่ทำให้คนฟังเริ่มสนใจ จะฆ่าวันไหนก็ไม่ต่างกันอยู่แล้ว ไม่สู้ให้อีกฝ่ายยืมตัวไปชั่วคราวแล้วตนก็ได้เงินมาใช้ฟรีๆ จะไม่ดีกว่าหรือ? เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงเริ่มคล้อยตาม “สัญญาก่อนได้ไหมล่ะว่าพรุ่งนี้เช้าไม่เกินแปดโมง จะพากลับมาส่งที่นี่” “ได้ ผมรับปาก” คิมหันต์ตอบอย่างไม่ลังเล จักรินทำท่าฉุกคิด “อืม… ถ้างั้นขอสองหมื่นก็พอ ถ้าสู้ไม่ไหวก็ไม่ว่านะ” “ตกลง ผมจะโอนให้ตอนนี้แหละ” คนที่อายุน้อยกว่าตาลุกวาว รวิกานต์นี่คือบ่อเงินบ่อทองของเขาชัดๆ มีแต่ผู้ชายต้องการตัวเธอ แถมไม่เกี่ยงราคาด้วย ปีก่อนเพื่อนก็ขอซื้อในราคาสามหมื่น ปีนี้ยังมีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาขอซื้ออีก ถ้าเก็บไว้คาดว่าคงหาเงินให้เขาได้ตลอดไปแน่ หลังจากได้รับเงินแล้ว จักรินก็อนุญาตให้คิมหันต์อุ้มหญิงสาวไปยังรถอีกคันหนึ่งได้ตามอำเภอใจหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อย่าว่าแต่ปล้ำเมียเลย แค่เวลาพักผ่อนก็ลดน้อยลงกว่าเดิมมากจนตาแทบจะเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกที พิรญาณ์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้คนในบ้านมาช่วยเขาเลี้ยงลูก แต่ดูแทนได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นส่วนพี่เลี้ยงเด็กคนเดิมคงไม่ได้กลับมาแล้วเพราะต้องอยู่ดูแลญาติผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้ให้พ่อของลูกทำหน้าที่แทน เขาจะได้รู้สักทีว่าที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากแค่ไหนเหมันต์ไม่คิดมาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เจ้าเด็กพีร์ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย จะนิ่งอีกทีก็ตอนหลับ แต่เขาก็ต้องเอาเวลานั้นไปซักผ้าตากผ้า และรีบกินข้าวให้อิ่มก่อนที่ลูกจะตื่น ในระหว่างวันต้องเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก ทั้งล้างก้นเช็ดก้นให้ ต่อให้ไม่อยากทำแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะกลัวว่าเมียจะหอบลูกหนีมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือน้องพีร์เริ่มติดพ่อ เพราะส่งเสียงเรียก ‘ปาปา’ ทั้งวันจนเขาเริ่มจะหลอนหู ตอนทำงานเป็นวิศวกรก็ยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับลูกเลย ตอนนี้เลยรู้ถึงความลำบากของเมียตอนที่เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้วพิรญาณ์นับวันก็ยิ่งสวยมาก เขาให้เงินเธอไปเข้าร้านเสริมสวย เธอก็ไปทำเล็บทำผมจริงๆ และไม่มีวันไหนเลยที่ดูโทรม มีแต่เขานี่
เช้าวันต่อมาเหมันต์ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกจริงๆ อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็ได้ทำ เริ่มจากพาลูกอาบน้ำตอนแรกน้องพีร์ยังไม่ยอมอยู่ห่างแม่ แต่พอเห็นพ่อถือเป็ดยางลอยน้ำก็เกิดอยากเล่นขึ้นมา เพราะเคยถือเล่นตอนที่แม่อาบน้ำให้ จึงยอมให้พ่ออุ้มเข้าไปในห้องน้ำอย่างง่ายดายพิรญาณ์ก็ตามไปดู แต่เธอไม่ได้ช่วย แค่จะบอกเขาว่า “หลังจากอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวให้ลูกนะคะ แล้วก็อย่าลืมเตรียมนมไว้ด้วยล่ะ ลูกกินนมกล่องได้แล้ว ไม่ต้องชงนมให้ยุ่งยาก”“ครับที่รัก”“อ้อ เกือบลืม ในระหว่างวันต้องคอยดูแพมเพิสและเปลี่ยนให้เขาด้วย เวลาเขาปวดฉี่ปวดอึก็ต้องพาเข้าห้องน้ำ ส่วนพราวจะทำแค่เตรียมอาหารให้ลูกเท่านั้น เวลาลูกกิน ต่อให้เลอะมากแค่ไหนก็เป็นหน้าที่ของพี่เหมันต์ที่ต้องจัดการ”“ต้องทำเยอะถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามในขณะที่กำลังนั่งถอดเสื้อผ้าให้ลูก เตรียมพร้อมที่จะให้เข้าไปนั่งแช่ในกะละมังที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ในนั้น“ตอนเลี้ยงลูกคนเดียว พราวก็ต้องทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกค่ะ พราวจะได้พาลูกกลับไปอยู่บ้านคุณลุงของเขา”“ทำได้ครับ พี่ทำได้” เขารีบตอบ เรื่องอะไรจะบอกว่าทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็เถอะ แต่ยังดีที่
เมื่อในห้องนั้นมีเพียงสองคน น้องพีร์ที่กำลังนอนดูดขวดนมอยู่ก็เหลือบมองพ่อเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจกัน เหมันต์อยากแกล้งลูกจึงแย่งขวดนมออกจากปากเล็ก จนเด็กน้อยชำเลืองมองเขาอีก“ไม่ต้องกินแล้ว โทษฐานที่ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”หากน้องพีร์ฟังเข้าใจและพูดตอบโต้ได้ ก็คงจะเอ่ยออกไปแล้วว่ายังไม่ได้นอน แต่เด็กน้อยก็ตะโกนใส่พ่อทีหนึ่งเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำเรื่องขัดใจเขา ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับของขึ้น“เถียงใช่ไหม อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด ในเมื่อปล้ำแม่ไม่ได้ก็จะปล้ำลูกแทนนี่แหละ” สิ้นเสียงของตัวเอง เขาก็ขยับเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกน้อย เสมือนว่าเป็นคู่มวยปล้ำคู่หนึ่ง แต่เป็นการปล้ำที่ทำให้น้องพีร์จั๊กจี้เพราะถูกกอดถูกหอมไปไม่รู้กี่ครั้ง อีกทั้งยังถูกพ่อจี้เอว จนได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาเขารู้สึกมันเขี้ยวลูกคนนี้จริงๆ อยากตีขา อยากจับฟาดให้ก้นลาย และอยากจะกอดแน่นๆ ให้สมกับที่อยู่ห่างกันมานานหลายเดือน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดตัวเองตอนเด็กเสียงหัวเราะชอบใจของน้องพีร์ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้พิรญาณ์ที่เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจกับภาพที่เห็น เหมันต์จับลูกขึ้นมานอนคว่ำบนตัวของเขาแล้ว
น้องพีร์เริ่มส่งเสียงที่บ่งบอกถึงความขัดใจออกมา ส่วนพิรญาณ์ก็กอดอกยืนมองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย“เรียกสิ ปะป๊า… ป่า ป๊า…” เหมันต์พูดช้าๆ เพื่อให้ลูกออกเสียงตาม แต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจเขา และยังดึงดันที่จะออกจากอ้อมแขนให้ได้ ทำให้เขาต้องหันไปมองพิรญาณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ “พราวช่วยพี่หน่อยสิ สอนลูกพูดคำว่าปะป๊าหน่อย”“ไม่ช่วยค่ะ” เธอตอบอย่างเมินเฉย“อ้าว ทำไมล่ะ”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้าพี่เหมันต์ทำให้ลูกเรียกปะป๊าไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีคนที่สอง”“แต่ปล่อยในไปแล้ว ยังไงก็มีแน่ๆ”“ไม่มี เพราะพราวจะกินยาคุมฉุกเฉินตามหลัง”“ห้ามกิน นี่คือคำสั่ง” เขากำชับอย่างหนักแน่น“ทำให้ลูกยอมอยู่กับพี่เหมันต์ แล้วเรียกว่าปะป๊าก่อนสิคะ พราวถึงจะรับไปพิจารณา”“ท้าเหรอ ได้…” พูดจบก็เอียงคอมองน้องพีร์ที่ยังไม่ลดละความพยายามจากการหลุดจากอ้อมแขนของพ่อ เขากระซิบบอกลูกว่า “เรียกปะป๊าก่อนครับ เรียกให้ชื่นใจหน่อยเร็ว ป่า… ป๊า…”“แม่…” น้องพีร์เอ่ยเรียกแม่พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหตุเพราะถูกกอดนานเกินไปจนเริ่มหงุดหงิดเหมันต์ถึงกับเอามือข้างหนึ่งบีบขมับ นี่ถ้าไม่รู้ความจริงเสียก่อนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีไหม นั่งแช่ในอ่าง” เขาส่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างเว้าวอน“เพิ่งอาบน้ำก่อนที่จะกินข้าวเช้าไปไม่ใช่เหรอ จะมาอาบอะไรอีก รู้นะว่าคิดเรื่องลามก”“เกลียดคนรู้ทันจังเลย ถ้าไม่ทำต้องพาพี่เดินนะ”“ได้ค่ะ แต่… จะลองเดินไปเองเหรอ” พิรญาณ์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ปกติเขาจะต้องไปทำกายภาพบำบัดข้างนอก ซึ่งต้องนั่งวีลแชร์ไป แต่ตอนนี้กลับอยากเดินไปเอง เธอถามอีกว่า “เอาไม้ค้ำยันไหมคะ”แน่นอนว่าเขายกมือห้ามเพราะใช้ไม่ค่อยถนัด“อยากลองทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายอีกครั้ง มาช่วยประคองพี่ไปหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับคำแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกออกจากวีลแชร์ ในขณะที่คนตัวสูงพยายามจะให้เท้าข้างซ้ายสัมผัสกับพื้น ก็ต้องคอยลุ้นกับเขาไปด้วย “ระวังนะ ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด”“ซี้ด… อ่า… เจ็บจัง”เสียงของเขานี่ไม่แผ่วเลยจริงๆ ฟังอย่างไรก็คล้ายกับเสียงตอนมีอะไรกันไม่มีผิด ต่อให้ห่างมาหลายเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังจำได้แม่นว่าเสียงครางเขาเป็นแบบนี้ ทำเอาสองแก้มนวลแดงเรื่อไปหมด“ไหวไหม” เธอถามพลางประคองชายหนุ่มไปอย่างช้าๆ ซึ่งเขาก็ยังลงน้ำหนักขาข้างที่เคยบาดเจ็บไม่ได้เหมือนเดิม จึงกระโดดด
เหมันต์นั่งนึกถึงความหลังอยู่นานก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้เพื่อนชั่วจะหลอกเขาได้ จักรินสารภาพว่าเดิมทีตั้งใจจะให้เขามีอะไรกับแฟนของมันแค่ครั้งเดียว แต่พอรู้ว่าเขาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้ ความโลภก็บังตา แผนที่อยู่ในหัวจึงเปลี่ยนทันทีมันคิดจะมอมยาแฟนสาวเพื่อเชียร์ให้เขาถ่ายคลิปอีกเรื่อยๆ แล้วค่อยเล่าความจริงให้ฟังทีหลังว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องเก็บเป็นความลับให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้น โชคดีที่เธอขอตัดขาดจากมันก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงหลวมตัวทำเรื่องเลวทรามลงไปอีกไม่รู้กี่ครั้งแน่ เพราะเมื่อก่อนยังรักสนุก ไม่ได้รู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนตอนนี้หลังจากมีอะไรกันครั้งแรก เขายอมรับว่าพยายามติดต่อจักรินเพื่อที่จะได้มีเซ็กซ์กับหญิงสาวนิรนามอีก เหตุเพราะหลงกลิ่นเธอมาก หลงจนเก็บไปฝัน แต่ก็นั่นแหละ จู่ๆ มันก็มาบอกว่าน้องหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว อีกทั้งยังไร้ช่องทางติดต่อ เมื่อถามชื่อเธอ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วอ้างว่ามีธุระทันทีสุดท้ายเขาก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่จักรินปิดบังที่มาที่ไปของแฟนสาว เดาว่ามันคงไม่อยากให้เขาไปแสดงตัวกับเธอว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในคลิป ซึ่งมันพลาดตรงเอาคลิปโป๊เปลือยไปขู่เธอก่อนเ
“พราวจะย้ายไปทำงานที่อื่นเหรอ” อรพินท์เอ่ยถามหลังจากได้ยินลูกเลี้ยงคุยโทรศัพท์“ค่ะ ถ้าน้าอรจะเช่าบ้านหลังนี้ต่อ เดี๋ยวพราวจะทิ้งเงินไว้ให้สักสามหมื่นแล้วโทรบอกเจ้าของบ้านให้”“เราก็อยู่ด้วยกันมาเป็นปีแล้ว พราวยังจะทิ้งน้าอยู่อีกเหรอ ให้น้ากับยัยวาไปอยู่ด้วยเถอะนะ ยัยวาจะได้มีงานทำสักที เพราะตั้งแต
พิรญาณ์พาน้องสาวไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ในห้างสรรพสินค้า เธอพาลูกไปด้วยและปล่อยให้แม่เลี้ยงอยู่บ้านคนเดียว เสร็จจากตรงนั้นก็แวะไปส่งของให้ลูกค้า ซึ่งมีอยู่ประมาณห้าหกกล่อง จากเมื่อก่อนที่ออเดอร์มักจะเต็มหลังรถ แต่เดี๋ยวนี้ขายยากขึ้นเพราะใครๆ ต่างก็หันมาขายของออนไลน์แข่งกันหมดทว่ามันก็ไม่ได้
ย้อนกลับไปวันนั้นหลังจากวิ่งหนีพวกขี้ยา โชคดีที่เจอพี่ชายบุญธรรม เขาช่วยเธอไว้และพาไปส่งโรงพยาบาล จนกระทั่งได้ตัดสินใจให้เธอย้ายไปอยู่ปากช่องชั่วคราว เพราะกลัวว่าจักรินจะตามมาราวีอีกถ้าต้องอยู่ที่เดิมพิรญาณ์ที่เมื่อก่อนยังชื่อรวิกานต์ เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนจำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ต
หลังจากถอนเงินออกมาและเอาเงินสดให้ชายฉกรรจ์ทั้งสองแล้ว พิรญาณ์ก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร ตอนนี้เธอเหลือเงินติดตัวไม่ถึงหนึ่งแสนบาท ซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่เดือนเพราะรายจ่ายเยอะเรื่องเงินที่เหลือน้อยลง เธอรู้ว่ายังมีคนที่สามารถช่วยได้ แต่ก็ไม่อยากไปรบกวนพวกเขา กวินพี่ชายบุญธรรมของเธอป่วยหนัก สิ่ง







