เข้าสู่ระบบหนึ่งปีถัดมา
‘สวัสดีค่ะ นี่ใช่เบอร์โทรของคุณ พิรญาณ์ นิรากร หรือเปล่าคะ’ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาตามสาย “ใช่ค่ะ” ‘ดิฉันโทรจากร้าน xxx นะคะ ทางเราขอแจ้งว่าชุดเด็กที่คุณพิรญาณ์ได้สั่งไว้ สีที่สั่งซื้อมันหมดแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นสีอื่นแต่ลายเดียวกันได้ไหมคะ’ “ไม่มีปัญหาค่ะ ลูกฉันเป็นผู้ชาย ยังไงก็เลือกสีที่เหมาะกับเด็กผู้ชายได้เลยค่ะ” ‘ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ’ หลังจากหญิงคนนั้นวางสาย พิรญาณ์ก็หันไปเล่นกับลูกที่นอนอยู่บนเบาะนุ่ม ทารกน้อยส่งเสียงอ้อแอ้พร้อมกับยิ้มให้ผู้เป็นมารดา แววตาไร้เดียงสาของลูกทำให้เธอรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เก็บเขาไว้ เพราะลูกคนเดียวที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อ “วิ เงินที่น้าขอเมื่อวันก่อน เมื่อไหร่จะให้” “พราวค่ะ พราว พิรญาณ์ ไม่มีคนชื่อวิหรือรวิกานต์อีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังเพื่อย้ำเตือนผู้ที่เคยเป็นแม่เลี้ยงของเธอมาก่อน อรพินท์มองลูกเลี้ยงก่อนจะพยักหน้าเออออตาม “พราวก็พราว แล้วว่ายังไง เงินที่ขอน่ะ ขอยืมนะ เดี๋ยวน้องได้ทำงานเมื่อไหร่ก็จะทยอยใช้คืนให้แล้ว” พิรญาณ์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะเงินที่แม่เลี้ยงขอมันมากเกินไป ถ้าเธอให้ก็เท่ากับว่าจะไม่มีเงินเก็บหลงเหลืออยู่ ถึงแม้จะได้มรดกจากย่าบุญธรรมถึงสิบล้านก็ตาม แต่ช่วงหนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมา เธอก็ต้องเอาไปลงทุนกับการขายของออนไลน์ ไหนจะต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน ซื้ออะไรต่อมิอะไรเข้าบ้านอีก จะให้เรียกอรพินท์ว่าแม่เลี้ยงก็คงเรียกได้ไม่เต็มปากเท่าใดนัก เพราะนางเลิกกับพ่อแท้ๆ ของเธอตั้งแต่เธอจำความได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า วาสินี เป็นน้องสาวที่เกิดจากพ่อเดียวกันจริงๆ อายุห่างกันแค่สี่ปีเท่านั้น ตอนที่เธอรู้ตัวว่าท้อง ซึ่งปาไปสามเดือนกว่า จู่ๆ แม่เลี้ยงกับน้องสาวที่หายหน้าไปนานก็โผล่หน้ามา บอกว่าบ้านถูกยืด ไม่มีบ้านอยู่ ตอนแรกเธอไม่สนใจแล้ว แต่น้องสาวคนนี้ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้เป็นพ่อ ถ้าจะทิ้งขว้างก็คงจะเป็นพี่ที่ใจจืดใจดำเกินไป จึงต้องพาไปเช่าบ้านหลังใหม่และอยู่ด้วยกัน ยังดีที่สองแม่ลูกยังรู้จักแพ็กของช่วย เลยทำให้เธอเหนื่อยน้อยลง แต่การมาขอยืมเงินหลักล้านเพื่อเอาไปใช้หนี้ เธอก็มองว่ามันเป็นการขอที่มากไปหน่อย แม่เลี้ยงเล่าให้ฟังว่าเมื่อสามสี่ปีก่อน นางอยากเซ้งร้านอาหารกึ่งบาร์ขนาดใหญ่ต่อจากเสี่ยคนหนึ่ง แต่ติดตรงที่ว่าไม่มีเงินทุนมากพอ จึงมีคนแนะนำให้ไปยืมเงินกับคนที่เขารู้จัก ซึ่งปัจจุบันก็คือเจ้าหนี้ของนางเอง นางต้องการเงินแค่ห้าล้านบาท หลังจากทำสัญญากู้ยืมเงินเรียบร้อยแล้ว รอไม่นานก็ได้เงินจำนวนนั้นมาใช้จริงๆ จึงเอาไปลงทุน ทว่าสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อร้านอาหารกึ่งบาร์ของนางประสบกับปัญหาขาดทุนทุกวัน ลูกค้าก็ลดน้อยลงมากจนต้องบีบให้พนักงานลาออกทีละคน และในที่สุดก็จำเป็นต้องปิดร้านถาวรเพราะไม่สามารถไปต่อได้ แต่ร้านปิดตัวลงก็ใช่ว่าทุกอย่างจะจบไป เพราะนางต้องสู้กับหนี้สินที่ไปยืมเขามาอีก เมื่อไม่มีเงินใช้คืน ยอดเงินก็ถูกทบกันมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็นว่ามีหนี้ติดตัวอยู่สิบล้านบาท เจ้าหนี้ของนางโหดมาก เขาไม่สนหรอกว่าดอกเบี้ยนั่นจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์หรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า เพราะในสัญญาก็บอกไว้อย่างชัดเจนแล้ว นางเลือกที่จะยอมรับมันเองเพราะคิดว่ามีปัญญาจ่าย แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายจะจบแบบนี้ พิรญาณ์ไม่แปลกใจที่แม่เลี้ยงกล้าไปยืมเงินคนอื่นมามากขนาดนั้น นางเป็นคนทะเยอทะยานพอสมควร ตอนอยู่กับพ่อของเธอ ก็มักจะได้ยินนางพูดเรื่องธุรกิจร้อยล้าน ฉะนั้นการบากหน้าไปยืมเงินเจ้าหนี้แค่ห้าล้านบาท จึงถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับนาง “ได้ไหมพราว น้าขอล่ะ ถ้าไม่ช่วย พวกมันต้องมาฆ่าน้ากับยัยวาแน่ๆ” “แต่พราวจำเป็นต้องเก็บเงินส่วนนี้ไว้ให้ลูก ถ้าน้องพีร์โตขึ้น รายจ่ายก็ต้องเยอะตาม พราวให้ไม่ได้หรอก” “นี่ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ก็บอกไปแล้วไงว่าแค่ขอยืม” “พราวว่าลองคุยกับเจ้าหนี้ก่อนดีไหมคะ” อรพินท์ไม่พูดอะไรตอบกลับ แต่แอบชักสีหน้าใส่ลูกเลี้ยง ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกไปข้างนอกด้วยความขุ่นเคือง หญิงสาวมองตามหลังพร้อมกับส่ายหน้าไปมา เธอไม่อยากเก็บมาคิดให้รกสมองแล้ว จึงหันไปมองลูกและค่อยๆ อุ้มขึ้นมาแนบอก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหลงรัก ต่อให้ไม่รู้ว่าพ่อของเขาเป็นใครก็ตาม แต่ก็ไม่อยากนึกถึงมากนักหรอก เพราะมันคือความทรงจำอันเลวร้ายในชีวิตของเธอ…หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา อย่าว่าแต่ปล้ำเมียเลย แค่เวลาพักผ่อนก็ลดน้อยลงกว่าเดิมมากจนตาแทบจะเป็นหมีแพนด้าเข้าไปทุกที พิรญาณ์ยื่นคำขาดว่าไม่ให้คนในบ้านมาช่วยเขาเลี้ยงลูก แต่ดูแทนได้เป็นครั้งคราวเท่านั้นส่วนพี่เลี้ยงเด็กคนเดิมคงไม่ได้กลับมาแล้วเพราะต้องอยู่ดูแลญาติผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงใช้โอกาสนี้ให้พ่อของลูกทำหน้าที่แทน เขาจะได้รู้สักทีว่าที่ผ่านมาเธอเหนื่อยมากแค่ไหนเหมันต์ไม่คิดมาก่อนว่าการเลี้ยงเด็กจะเหนื่อยมากขนาดนี้ เจ้าเด็กพีร์ไม่ยอมอยู่นิ่งเลย จะนิ่งอีกทีก็ตอนหลับ แต่เขาก็ต้องเอาเวลานั้นไปซักผ้าตากผ้า และรีบกินข้าวให้อิ่มก่อนที่ลูกจะตื่น ในระหว่างวันต้องเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก ทั้งล้างก้นเช็ดก้นให้ ต่อให้ไม่อยากทำแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะกลัวว่าเมียจะหอบลูกหนีมันมีข้อดีอย่างหนึ่งคือน้องพีร์เริ่มติดพ่อ เพราะส่งเสียงเรียก ‘ปาปา’ ทั้งวันจนเขาเริ่มจะหลอนหู ตอนทำงานเป็นวิศวกรก็ยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับลูกเลย ตอนนี้เลยรู้ถึงความลำบากของเมียตอนที่เธอต้องเลี้ยงลูกตามลำพังแล้วพิรญาณ์นับวันก็ยิ่งสวยมาก เขาให้เงินเธอไปเข้าร้านเสริมสวย เธอก็ไปทำเล็บทำผมจริงๆ และไม่มีวันไหนเลยที่ดูโทรม มีแต่เขานี่
เช้าวันต่อมาเหมันต์ได้ทำหน้าที่เลี้ยงลูกจริงๆ อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็ได้ทำ เริ่มจากพาลูกอาบน้ำตอนแรกน้องพีร์ยังไม่ยอมอยู่ห่างแม่ แต่พอเห็นพ่อถือเป็ดยางลอยน้ำก็เกิดอยากเล่นขึ้นมา เพราะเคยถือเล่นตอนที่แม่อาบน้ำให้ จึงยอมให้พ่ออุ้มเข้าไปในห้องน้ำอย่างง่ายดายพิรญาณ์ก็ตามไปดู แต่เธอไม่ได้ช่วย แค่จะบอกเขาว่า “หลังจากอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวให้ลูกนะคะ แล้วก็อย่าลืมเตรียมนมไว้ด้วยล่ะ ลูกกินนมกล่องได้แล้ว ไม่ต้องชงนมให้ยุ่งยาก”“ครับที่รัก”“อ้อ เกือบลืม ในระหว่างวันต้องคอยดูแพมเพิสและเปลี่ยนให้เขาด้วย เวลาเขาปวดฉี่ปวดอึก็ต้องพาเข้าห้องน้ำ ส่วนพราวจะทำแค่เตรียมอาหารให้ลูกเท่านั้น เวลาลูกกิน ต่อให้เลอะมากแค่ไหนก็เป็นหน้าที่ของพี่เหมันต์ที่ต้องจัดการ”“ต้องทำเยอะถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามในขณะที่กำลังนั่งถอดเสื้อผ้าให้ลูก เตรียมพร้อมที่จะให้เข้าไปนั่งแช่ในกะละมังที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ในนั้น“ตอนเลี้ยงลูกคนเดียว พราวก็ต้องทำแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน ถ้าทำไม่ได้ก็บอกค่ะ พราวจะได้พาลูกกลับไปอยู่บ้านคุณลุงของเขา”“ทำได้ครับ พี่ทำได้” เขารีบตอบ เรื่องอะไรจะบอกว่าทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะไม่เคยทำมาก่อนก็เถอะ แต่ยังดีที่
เมื่อในห้องนั้นมีเพียงสองคน น้องพีร์ที่กำลังนอนดูดขวดนมอยู่ก็เหลือบมองพ่อเป็นช่วงๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจกัน เหมันต์อยากแกล้งลูกจึงแย่งขวดนมออกจากปากเล็ก จนเด็กน้อยชำเลืองมองเขาอีก“ไม่ต้องกินแล้ว โทษฐานที่ตื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”หากน้องพีร์ฟังเข้าใจและพูดตอบโต้ได้ ก็คงจะเอ่ยออกไปแล้วว่ายังไม่ได้นอน แต่เด็กน้อยก็ตะโกนใส่พ่อทีหนึ่งเพื่อให้รู้ว่ากำลังทำเรื่องขัดใจเขา ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับของขึ้น“เถียงใช่ไหม อย่างนี้ต้องสั่งสอนซะให้เข็ด ในเมื่อปล้ำแม่ไม่ได้ก็จะปล้ำลูกแทนนี่แหละ” สิ้นเสียงของตัวเอง เขาก็ขยับเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกน้อย เสมือนว่าเป็นคู่มวยปล้ำคู่หนึ่ง แต่เป็นการปล้ำที่ทำให้น้องพีร์จั๊กจี้เพราะถูกกอดถูกหอมไปไม่รู้กี่ครั้ง อีกทั้งยังถูกพ่อจี้เอว จนได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาเขารู้สึกมันเขี้ยวลูกคนนี้จริงๆ อยากตีขา อยากจับฟาดให้ก้นลาย และอยากจะกอดแน่นๆ ให้สมกับที่อยู่ห่างกันมานานหลายเดือน มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังกอดตัวเองตอนเด็กเสียงหัวเราะชอบใจของน้องพีร์ดังไปทั่วทั้งห้อง ทำให้พิรญาณ์ที่เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจกับภาพที่เห็น เหมันต์จับลูกขึ้นมานอนคว่ำบนตัวของเขาแล้ว
น้องพีร์เริ่มส่งเสียงที่บ่งบอกถึงความขัดใจออกมา ส่วนพิรญาณ์ก็กอดอกยืนมองพ่อของลูกอย่างเหนื่อยหน่าย“เรียกสิ ปะป๊า… ป่า ป๊า…” เหมันต์พูดช้าๆ เพื่อให้ลูกออกเสียงตาม แต่เด็กน้อยก็ไม่สนใจเขา และยังดึงดันที่จะออกจากอ้อมแขนให้ได้ ทำให้เขาต้องหันไปมองพิรญาณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ “พราวช่วยพี่หน่อยสิ สอนลูกพูดคำว่าปะป๊าหน่อย”“ไม่ช่วยค่ะ” เธอตอบอย่างเมินเฉย“อ้าว ทำไมล่ะ”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง ถ้าพี่เหมันต์ทำให้ลูกเรียกปะป๊าไม่ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีคนที่สอง”“แต่ปล่อยในไปแล้ว ยังไงก็มีแน่ๆ”“ไม่มี เพราะพราวจะกินยาคุมฉุกเฉินตามหลัง”“ห้ามกิน นี่คือคำสั่ง” เขากำชับอย่างหนักแน่น“ทำให้ลูกยอมอยู่กับพี่เหมันต์ แล้วเรียกว่าปะป๊าก่อนสิคะ พราวถึงจะรับไปพิจารณา”“ท้าเหรอ ได้…” พูดจบก็เอียงคอมองน้องพีร์ที่ยังไม่ลดละความพยายามจากการหลุดจากอ้อมแขนของพ่อ เขากระซิบบอกลูกว่า “เรียกปะป๊าก่อนครับ เรียกให้ชื่นใจหน่อยเร็ว ป่า… ป๊า…”“แม่…” น้องพีร์เอ่ยเรียกแม่พร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เหตุเพราะถูกกอดนานเกินไปจนเริ่มหงุดหงิดเหมันต์ถึงกับเอามือข้างหนึ่งบีบขมับ นี่ถ้าไม่รู้ความจริงเสียก่อนว่าตัวเองคือพ่อเด็ก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีไหม นั่งแช่ในอ่าง” เขาส่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างเว้าวอน“เพิ่งอาบน้ำก่อนที่จะกินข้าวเช้าไปไม่ใช่เหรอ จะมาอาบอะไรอีก รู้นะว่าคิดเรื่องลามก”“เกลียดคนรู้ทันจังเลย ถ้าไม่ทำต้องพาพี่เดินนะ”“ได้ค่ะ แต่… จะลองเดินไปเองเหรอ” พิรญาณ์ทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะลุกขึ้น ปกติเขาจะต้องไปทำกายภาพบำบัดข้างนอก ซึ่งต้องนั่งวีลแชร์ไป แต่ตอนนี้กลับอยากเดินไปเอง เธอถามอีกว่า “เอาไม้ค้ำยันไหมคะ”แน่นอนว่าเขายกมือห้ามเพราะใช้ไม่ค่อยถนัด“อยากลองทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้ายอีกครั้ง มาช่วยประคองพี่ไปหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับคำแล้วพยุงอีกฝ่ายให้ลุกออกจากวีลแชร์ ในขณะที่คนตัวสูงพยายามจะให้เท้าข้างซ้ายสัมผัสกับพื้น ก็ต้องคอยลุ้นกับเขาไปด้วย “ระวังนะ ถ้าไม่ไหวห้ามฝืนเด็ดขาด”“ซี้ด… อ่า… เจ็บจัง”เสียงของเขานี่ไม่แผ่วเลยจริงๆ ฟังอย่างไรก็คล้ายกับเสียงตอนมีอะไรกันไม่มีผิด ต่อให้ห่างมาหลายเดือนแล้ว แต่เธอก็ยังจำได้แม่นว่าเสียงครางเขาเป็นแบบนี้ ทำเอาสองแก้มนวลแดงเรื่อไปหมด“ไหวไหม” เธอถามพลางประคองชายหนุ่มไปอย่างช้าๆ ซึ่งเขาก็ยังลงน้ำหนักขาข้างที่เคยบาดเจ็บไม่ได้เหมือนเดิม จึงกระโดดด
เหมันต์นั่งนึกถึงความหลังอยู่นานก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้เพื่อนชั่วจะหลอกเขาได้ จักรินสารภาพว่าเดิมทีตั้งใจจะให้เขามีอะไรกับแฟนของมันแค่ครั้งเดียว แต่พอรู้ว่าเขาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้ ความโลภก็บังตา แผนที่อยู่ในหัวจึงเปลี่ยนทันทีมันคิดจะมอมยาแฟนสาวเพื่อเชียร์ให้เขาถ่ายคลิปอีกเรื่อยๆ แล้วค่อยเล่าความจริงให้ฟังทีหลังว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องเก็บเป็นความลับให้รู้กันแค่สองคนเท่านั้น โชคดีที่เธอขอตัดขาดจากมันก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงหลวมตัวทำเรื่องเลวทรามลงไปอีกไม่รู้กี่ครั้งแน่ เพราะเมื่อก่อนยังรักสนุก ไม่ได้รู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนตอนนี้หลังจากมีอะไรกันครั้งแรก เขายอมรับว่าพยายามติดต่อจักรินเพื่อที่จะได้มีเซ็กซ์กับหญิงสาวนิรนามอีก เหตุเพราะหลงกลิ่นเธอมาก หลงจนเก็บไปฝัน แต่ก็นั่นแหละ จู่ๆ มันก็มาบอกว่าน้องหนีไปอยู่ที่อื่นแล้ว อีกทั้งยังไร้ช่องทางติดต่อ เมื่อถามชื่อเธอ มันก็เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วอ้างว่ามีธุระทันทีสุดท้ายเขาก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่จักรินปิดบังที่มาที่ไปของแฟนสาว เดาว่ามันคงไม่อยากให้เขาไปแสดงตัวกับเธอว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในคลิป ซึ่งมันพลาดตรงเอาคลิปโป๊เปลือยไปขู่เธอก่อนเ
“เสร็จคาปากผมก่อน”มะ ไม่ อือ…” ไม่ทันไรก็ถูกเรียวลิ้นจู่โจมอีกครั้ง พิรญาณ์ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เลย เพราะเขาใช้มือทั้งสองข้างจับสะโพกของเธอไว้แน่น ในเวลานี้จึงทำได้แค่กัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาเหมันต์ตวัดลิ้นอย่างรัวเร็วโดยไม่รู้สึกเมื่อย เขาชอบที่ได้เห็นคนตัวเล็กกระสับกระส่ายเพ
“แล้วผมก็ไม่ได้ถ่ายคลิปเพื่อจะเอามาแบล็คเมล์เหมือนที่มันบอกนะ แค่จะเก็บไว้ดูส่วนตัว ยอมรับว่าทำผิดไปจริงๆ และตอนนี้ก็รู้ความผิดของตัวเองแล้ว ถ้าจะขอโอกาสแก้ตัว พราวจะให้ได้ไหม”เงียบ…ใช่ว่าคนฟังจะรู้สึกเฉยชาอย่างเดียว แต่เธอกำลังสับสนอยู่ว่าควรจะโกรธหรือให้อภัยเขาดี จากตอนแรกที่เกลียดมากเพราะยังไม
หลังจากกลับถึงบ้านเช่า พิรญาณ์พาเหมันต์เข้าไปข้างในก่อนจะหาน้ำและของว่างมาให้เขากินรองท้องไปก่อน ไม่นานนักก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารให้ลูกช่วงนี้น้องพีร์ซนมาก ชอบคลานไปทั่ว เท่านั้นไม่พอยังชอบเกาะยืนและปีนป่ายสิ่งที่เขาสามารถปีนได้ จนป้าชื่นไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น แต่นางก็บอกหญิงสาวว่าอาบน้ำให้เรียบร้
“กูจองไว้ตั้งนานแล้ว มึงมาแย่งไปได้ยังไงวะ” เขาพูดขึ้นด้วยความโมโหถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ น่าจะจริงจังกับการตามหาพิรญาณ์สักหน่อยก็ดี แต่เพราะช่วงนั้นยังรักสนุกอยู่ พอจักรินบอกว่าติดต่อเธอไม่ได้แล้ว และไม่รู้ว่าหายไปไหน ก็เลยจำเป็นต้องปล่อยไปด้วยความรู้สึกเสียดายคลิปที่ไม่ยอมลบถึงแม้จะเปลี่ยนโทรศัพท







![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)