เข้าสู่ระบบเลิกคลาสเรียนแล้ว กัญจาวีร์ก็รีบกลับหอทันที ด้วยที่ไม่ได้กลับมาสองวัน เธอก็เก็บกวาดทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งตัวเองเป็นคนสะอาด และแพ้ฝุ่นเป็นอย่างมาก ทุกอย่างในห้องก็เลยดูข่าวสะอาดไปหมด
เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอกลับไปที่บ้านของเจ้าสัวธวัช เพื่อไปรายงานการเรียน ของกิติกรจะเป็นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ และที่เขาบึ้งตึงไม่ชอบเธอ สาเหตุก็คงมาจากตรงนี้ด้วย เพราะเขาไม่ชอบให้ใครวุ่นวายเรื่องส่วนตัว Rrr Rrr Rrr เสียงโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น แต่เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็เป็นชื่อผู้ชายคนนั้น แค่เห็นเธอก็แทบบ้าแล้ว ก่อนจะถอนหายใจและกดรับสาย (นายน์ : อีก 30 นาทีจะไปรับ) "ไปไหน ฉันไม่..." (นายน์ : กำลังออกไป) พูดจบก็ตัดสายในทันที โดยไม่รอฟังคำปฏิเสธใด ๆ จากเธอ เพราะนี่ไม่ใช่คำชวนแต่มันคือคำสั่ง "เฮ้อ" เธอก็ได้แต่ถอนหายใจ ถึงแม้จะไม่อยากไปยังไง แต่สุดท้ายก็ต้องไปกับเขาอยู่ดี ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะไปห้าง ไปคลับ หรือไปกินเหล้ากับเพื่อน เขาก็จะลากเธอไปด้วยแบบนี้เสมอ ณ สนามแข่งรถ สถานที่ ที่เสียงที่ดังมาก กับผู้คนที่แออัด คือสิ่งที่เธอรู้สึกไม่ชอบเป็นที่สุด "ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อย" เมื่อเห็นสีหน้าของเธอที่ไม่พอใจ เขาก็พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก เวลาได้ทำอะไรที่เธอไม่ชอบ เขานี่โคตรชอบเลย "แกก็รู้ว่าฉันไม่อยากมา" "แล้วคนอย่างมึงต่อรองอะไรได้บ้าง" "..." ใช่คนอย่างเธอต่อรองอะไรไม่ได้ "ไงมึง วันนี้มีสาวสวยมาด้วยเลยเหรอ ไม่แนะนำกูบ้างไง" ผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา พร้อมกับมองเธออย่างไม่วางตา "เออช่างเถอะ แล้วรถเป็นไงบ้างเฮีย" เขาก็พูดปัดไปอย่างไม่สนใจ แม้จะเห็นสายตาแทะโลมนั้นของบุ๊คลิน ผู้จัดการแข่งในครั้งนี้ เขายิ่งรีบเปลี่ยนเรื่องพูด "เตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว วันนี้มีไอ้ภีมแข่งด้วย มึงสนใจป่ะ" "ได้นะ วันนี้หงุดหงิดอยู่พอดี" "หงุดหงิดเหี้ยอะไรอีก แล้วเด็กมึงคนนี้..." บุ๊คลินก็กำลังเอื้อมไปแตะหญิงสาวที่ยืนข้างเขา "ไปเถอะ" เขาก็พูดพร้อมกับกอดเอวบางเธอ แล้วพาเดินเข้าห้องเก็บรถไปอย่างแนบชิด ไม่สนใจสายตาที่มองอยู่เลยซักนิด "ใครว่ะพี่" ผู้ชายอีกคนก็ถามขึ้นอย่างสงสัย "หึ แม่งหวงขนาดนั้นยังจะถามกูอีก" "เออ คนอย่างมันไม่เคยควงใครมาแบบนี้" "หวงด้วยนะแม่ง" "ปั่นมันดิพี่ อยากเห็นความบันเทิง" ด้วยที่รู้นิสัยดี ถ้ามีอะไรกระตุ้นให้โกรธ คนอย่างมันจะบ้าคลั่งและดุเดือดมากขนาดไหน "เออ รีบตามมันเข้าไปเถอะ วันนี้มันอารมณ์ไม่ดี พวกมึงเดิมพันไปเยอะ ๆ เลยนะ กูว่ามาแน่ ๆ" บรึ้น ๆ ๆ ๆ และเสียงเครื่องยนต์รถและเสียงรถก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมมองไปยังรถที่แข่งกัน เธอรู้สึกตกใจและใจสั่น ด้วยที่ความเร็วที่เกินมาตรฐาน ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาถึงขับรถเร็วได้ขนาดนั้น "หึ" เขามองเธอพร้อมกับยิ้มมุมปาก "..." เธอก็เพียงแต่หันมองเขา ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ "รอกูแข่งรถอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องไปไหน" "ทำไมฉันต้องอยู่ที่นี่" "เพราะตรงนี้ที่ของกู ถ้ามึงไม่อยากปลอดภัยก็ลองออกไปดู" เขาพูดอย่างท้าทาย ตรงนี้คือห้อง VIP ส่วนตัวที่เขาจองเอาไว้ เพราะวันนี้ตั้งใจไว้ว่าจะพาเธอมาด้วย แล้วก็คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่จองห้องนี้ไว้ เพราะตั้งแต่เดินเข้ามา มีสายตาผู้ชายนับร้อย ที่จ้องมาที่เธออย่างสนใจ ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีก แล้วก็จะขังเธอไว้ที่ห้องนี้ จนกว่าเขาจะแข่งรถเสร็จ วันนี้ตั้งใจจะแกล้งเธอ พามาดูเขาแข่งรถ และเขาจะทำท่าว่าตัวเองเกือบเกิดอุบัติเหตุ ให้คนอย่างเธอได้ทุกข์ร้อน เพราะกลัวพ่อเขาจะต่อว่า เรื่องที่เธอปล่อยให้เขามาทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้ และเธอก็จะยอมเขาทุกอย่างอีก "พร้อมยังมึงอ่ะ" ไม่นานบุ๊คลินก็เดินเข้ามาตาม "อืม เฮียเตรียมคันไหนไว้" "รถที่เพิ่งเข้าใหม่ เครื่องใหม่ด้วยนะ" "ชัวร์ใช่ไหม" "มึงพูดเหมือนไม่ไว้ใจกูไอ้สัส" "หึ ถ้าผมไม่ไว้ใจเฮีย ชีวิตผมคงไม่มีใครน่าไว้ใจแล้วแหละ" "ทำมาพูดดี รีบลงไปมึงอะ" "เออ" เขาก็พูดพร้อมกับเดินออกไป แต่บุ๊คลินยังคงมองไปที่ หญิงสาวที่มากับเขาอยู่ "แล้วเด็กมึงล่ะ" "ไม่ใช่เด็ก" "เอ้าไอ้ห่า แล้วไม่ให้ลงไปด้วยเหรอ" "ไม่ รออยู่นี่แหละ" "อ้าวพี่บุ๊คลินสวัสดีครับ" "ไงภีม มาช้านะมึงวันนี้" "รถติดว่ะพี่ แต่จองห้องข้าง ๆ ไว้ พอดีอยากพักผ่อนนิดหน่อย" "หึ กูก็นึกว่าตายห่าไปแล้ว" คำทักทายที่มักใช้เสมอเวลาเจอกัน ซึ่งภีมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นศัตรูกับเขา ทั้งเรื่องแข่งรถและเรื่องผู้หญิง เขาก็เกลียดหน้ามันมากเหมือนกัน "โอ้โห เป็นการทักทายที่ดีมากเลยครับ กูนี่ซึ้งใจจัง" ก่อนจะยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี "ไปกันเถอะเฮีย แม่ง เบื่อคนแถวนี้ว่ะ" "พวกมึงสองตัวแม่ง" บุ๊คลินพูดพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ ตั้งแต่เขามาเป็นผู้จัดการสนามแข่ง ก็เห็นว่าไอ้สองตัวนี้ไม่เคยถูกกันเลย ทั้งแข่งรถก็มีแต่เสมอ ยังไม่มีใครแพ้ใครชนะเลยสักครั้ง ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะมากระตุ้นได้บ้าง "เดี๋ยวสิ ผู้หญิงที่อยู่ในห้องสวยดีนะ" ภีมก็พูดพร้อมกับมองไปที่กัญจาวีร์ที่อยู่ภายในห้อง พร้อมกับยิ้มให้อย่างสนใจ เพราะคนอย่างกิติกร ไม่เคยพาใครมาที่นี่ และไม่เคยให้ความสำคัญกับใคร แต่วันนี้กลับแปลกไป เพราะมันควงผู้หญิงที่สวยขนาดนั้นมาด้วย และนั่นยิ่งทำให้เขาสนใจ "ไม่ใช่เรื่องของมึง" "ถ้ากูสนใจล่ะจะใช่เรื่องของกูไหม" "..." เขาก็เพียงแต่เท้าสะเอว และหันไปทางอื่น เพื่อกลบเกลื่อนความไม่พอใจไว้ เพราะเขารู้จักมันดี ถ้าเขาทำท่าเป็นสนใจในคำพูดของมัน คนอย่างมันก็ยิ่งได้ใจ "ไอ้นายน์มันจะไปแข่งรถแล้ว มึงก็ไปเตรียมตัวเถอะ" "วันนี้ มึงแข่งด้วยเหรอ" "เออ หรือมึงจะแข่งกับกู" ก่อนจะหันไปจ้องตา ด้วยสายตาที่เอาเรื่อง "น่าสนใจดีนะ วันนี้เอาอะไรเป็นเดิมพันดี" ภีมก็ยิ้มออกมาอย่างกวน ๆ "รถ" "ไม่อ่ะ รถกูเยอะไปแล้ว ถ้ากูชนะไปก็ไม่รู้จะไปจอดไว้ที่ไหน" "เอาตีนไหม" "หึ กูอยากได้ผู้หญิงที่อยู่ในห้องมึง กูสนใจ" "..." เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้น "ว่าไง หรือเด็กมึง หรือมึงหวง" ภีมก็ยั่วโมโหด้วยรอยยิ้มร้าย ๆ พร้อมกับหรี่ตาถาม "ไม่ใช่!" "งั้นก็ตามนั้นแหละ จะได้ท้าทายหน่อย" "..." "เอาแล้วเว้ย งานนี้กูไม่เกี่ยวนะ" บุ๊คลินก็พูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ วันนี้คงได้บันเทิงจริง ๆ "ฟ้าใส" และไม่นานเขาก็เดินเข้าไปในห้อง VIP ที่เธอนั่งอ่านหนังสือรออยู่ ก็ไม่รู้ว่าเสียงดังมากขนาดนี้ คนที่ตั้งใจเรียนมากอย่างเธอ ยังมีความพยายามอ่านหนังสือได้ เป็นอีกเรื่องที่เขานับถือ "เสร็จแล้วเหรอ" เธอก็เงยหน้าขึ้นมาถามอย่างไม่เข้าใจ "ยัง ลงไปข้างล่างเถอะ" "ไปไหน..." พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ดึงแขนเธอให้เดินตามออกไป ผู้ชายนับ 10 คนตรงนั้น จ้องมาที่เธออย่างสนใจ จนเธอรู้สึกทำตัวไม่ถูก ทั้งไม่รู้ว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรกับเธอ "คนนี้เหรอ" ผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ถามขึ้น "อืม" "อะไร" เธอก็หันไปถามเขาอย่างไม่เข้าใจ "ก็ให้เธอมาเป็นของเดิมพันไงจ๊ะสาวน้อย" ผู้ชายตัวใหญ่อีกคนก็พูดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มร้าย ๆ ที่ส่งมาให้เธอ "เดิมพัน?" เธอพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าเขา ด้วยความไม่พอใจ เธอเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ จะเอาเธอมาเดิมพันแบบนี้ได้ยังไง ทั้งไม่บอกหรือถามอะไรเธอเลยสักนิด คนแบบเขานี่มันทุเรศจริง ๆ "..." เขาก็เพียงแต่หันไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาเธอ ด้วยเพราะคนอย่างเขาไม่เคยถูกสบประมาท และเขาก็คิดว่าตัวเองพลาดมากแล้ว ที่พาเธอมาด้วยในวันนี้1 ปีผ่านไปเมื่อลูกสาวหายดีแข็งแรงจนปกติทุกอย่างแล้ว งานแต่งงานของทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต บรรดาแขกมากมายที่มาร่วมงาน ก็ต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่เจ้าสัวธวัชกับคุณหญิงอิงอร ก็ดูจะภูมิใจในงานนี้มาก ๆ แนะนำหลานสาวแสนน่ารักอย่างน้องวันใหม่ให้ทุกคนได้รู้จัก เจ้าสัวธวัชเดี๋ยวนี้ก็มีแต่รอยยิ้มของความใจดี ไม่มีความโหดเหี้ยมใดหลงเหลืออยู่ในใบหน้าแม้แต่น้อย"นี่หลานสาวผมครับ ชื่อน้องวันใหม่""ยินดีด้วยนะครับ หลานสาวน่ารักมากเลย" ทุกคนที่พบเห็นก็ต่างชอบ และดีใจกับครอบครัวนี้เป็นที่สุด"ครับ ไปอยู่ซีแอตเทิลมา สื่อสารภาษาอังกฤษเก่งกว่าปู่อีก""เด็กตัวเท่านี้กำลังความจำดีเลยครับ""ดูท่านเจ้าสัวมีความสุขจังเลยนะคะ""ใช่ครับ ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว มีทั้งภรรยา แล้วก็หลานสาว แค่นี้ชีวิตคนแก่อย่างผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว""ยินดีด้วยมากๆ เลยนะครับเจ้าสัว"ทุกคนก็ต่างยิ้มแย้มดีใจ เจ้าสัวธวัชที่เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน ตั้งแต่ที่คุณหญิงอิงอรกลับมา ข้อคอรหาที่ลือกันว่า สั่งเก็บเมียก็หมดไป ทั้งธุรกิจของลูกแต่ละคน ก็ดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งกิติกรลูกชายคนเล็ก เจ้าบ่าวป้ายแดง และ ชินกร ลูกชายคนโต ก็ดูจะย
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ "เฮือก พะพอแล้ววว กะ...กูยอมแล้ว" คิมหันต์ก็ยกมือไหว้อย่างคนที่หวาดกลัว ตั้งแต่วันนั้นมา จนถึงตอนนี้เวลากว่าหกปี เขาไม่กล้าสู้หน้าใครเลย ทั้งกลัวเรื่องนี้จะเปิดเผย แต่ด้วยที่ติดการพนันหนักมาก ก็ได้เพื่อนรักอย่างกิติกร ที่คอยช่วยและให้ยืมเงิน แต่ด้วยคนติดการพนันอย่างเขา ก็เอาเงินไปลงที่บ่อนหมด จนตอนนี้ก็หนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนเหมือนกัน "มึงกล้ามากนะไอ้เหี้ย กล้าทำแบบนั้นกับกูได้ยังไง!" เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธ พร้อมกับกระทืบไปแรงแรงอีกครั้ง "กะ...กู" "นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน" ชมพูที่โดนพาตัวมาเหมือนกัน ก็แหกปากพยายามขัดขืน "นะ...นายน์" เมื่อเห็นกิติกรอยู่ในห้อง และสภาพคิมหันต์ก็ดูไม่ได้ ทำให้ชมพูยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก และกำลังวิ่งออกไป แต่ก็โดนกระชากผมไว้ก่อน "จะไปไหน!" "ชมพูไม่เกี่ยวนะ ไอ้คิมหันต์ ไอ้คิมหันต์มันล่อลวงชมพูทั้งนั้น" "อีชมพู!" "หึ ล่อลวง? หรือมึงไปให้มันเอาเองกันแน่" "มะ...ไม่ใช่นะนายน์ ไม่ใช่แบบนั้น" แววตาเขาตอนนี้ดูน่ากลัวมาก และเธอก็รู้ว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่าง "กูไม่ได้โง่ คนอย่างกูรู้หมดนั่นแหละ ว่ามึงเองเป็นคนยังไง" "นายน์ อย่าเข้าใจชมพูผิดแบบ
"นี่ห้องนายไม่ใช่เหรอ""ก็ใช่น่ะสิ นี่ห้องฉันไง เธอก็เคยขึ้นมาตั้งหลายครั้ง หรือจำไม่ได้แล้ว" เขาเดินมากระซิบข้างหูเธอ"นายนอนกับลูกก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปนอนกับป้ามล" เธอก็กำลังจะเดินออกจากห้องเขา"ว๊ายยยยย" แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอม ถึงห้องเขาแล้วไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอก เขาดึงตัวเธอนอนบนเตียง พร้อมกับเขาที่คร่อมทับ และมองตาเธออย่างเจ้าเล่ห์"จะไปไหน""ปะ...ปล่อย ฉันจะไปดูลูก""ให้ลูกอยู่กับอากงกับย่าไป เวลานี้เป็นเวลาของผัวกับเมีย""มะ...เมียที่ไหน ปล่อยฉัน" เธอก็พยายามผละเขาออก"ก็เมียที่ฉันนอนทับอยู่นี่ไง ตั้งแต่ไม่มีเธอ ฉันไม่เคยมีใครเลยนะฟ้าใส ฉันมีแต่เธอคนเดียว แม้แต่นอนกับใครฉันยังไม่เคยทำเลย""..." เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะเชื่อ"ฉันซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองมาก ฉันตามหาเธอ แทบพลิกแผ่นดิน และกว่าจะเจอเธอได้ ขอบคุณนะฟ้าใส ที่ให้โอกาสฉันได้กลับมาดูแลเธอ ที่ผ่านมาฉันแย่มาก แต่ที่ฉันทำไปทุกอย่าง ก็เพราะฉันรักเธอนะ""รัก...""ฉันรักเธอคนเดียว รักตั้งแต่แรกเห็นแล้ว และฉันก็ไม่เคยรักใครอีกนอกจากเธอ""เกลียดฉันไม่ใช่เหรอ จะมารักฉันตั้งแต่แรกเห็นอะไร""ก็ตั้งแต่ที่เจอเธอครั้งแรก ตอนเธอเข้
"เธอไม่ได้บอกฉันเลยว่าเธอท้อง!""ตอนนั้นหนูคิดว่าไม่จำเป็นค่ะ" ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเธอก็ไม่ได้บอกใครว่าเธอท้อง แม้แต่พ่อของลูกเอง"จะไม่จำเป็นได้ยังไงล่ะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอท้อง...""หยุดพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ หนูจะคืนเงิน 20 ล้านบาทให้ หนูไม่ขอรับไว้แล้วค่ะ เพราะหนูสามารถดูแลลูกได้"เขาก็หันมองหน้าเธอพร้อมกับความรู้สึกที่เสียใจ นี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องลำบากขนาดไหน คนเป็นพ่ออย่างเขาซะอีกที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อลูกเลย"ฉันไม่...""พอเถอะ! อย่าให้ผมต้องรู้สึกแย่กับป๊าไปมากกว่านี้เลย""คนอย่างคุณนี่มันต่ำตม และแย่ที่สุด" อิงอรก็พูดพร้อมกับเดินไปหาหลานสาว"ไม่ต้องร้องนะครับลูก เดี๋ยวป๊าพาออกไปอยู่ข้างนอก" เขาก็กำลังจะพาเธอกับลูกออกไป"หยุดอยู่ตรงนั้น ฉันไม่ได้จะว่าอะไร ฉัน...ฉันจะขอโทษ ขอโทษ! พอใจหรือยัง" เจ้าสัวธวัชก็พูดขึ้น อย่างคนที่ทำตัวไม่ถูก"..." หลายคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างชะงักไป และหันไปมองเป็นตาเดียว"ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันทำไปเพราะฉันไม่รู้""ขอให้สำนึกจริง ๆ เถอะ" คุณอิงอรก็พูดพร้อมกับกอดอก"คุณอร ผมก็สำนึกแล้วนี่ไง ผมเองก็รู้สึกผิด ฟ้าใส ฉันขอโทษ
ณ ประเทศไทยตอนอยู่บนเครื่องน้องวันใหม่ก็ตื่นเต้นมาก ถามพ่อกับแม่ชี้นั่นชี้นี่ไปเรื่อย ด้วยที่เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก ทั้งได้รู้ว่าเครื่องบินลำนี้ เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพ่อตัวเอง ความตื่นเต้นก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกหลายเท่าเขาสังเกตุเห็นว่าเธอกับป้ามลจับมือกันอยู่บ่อย ๆ เขาก็รู้สึกแปลกใจมาก แต่ก็ไม่อยากซักไซ้ถามอะไร เพราะไม่อยากให้เธออึดอัดหรือไม่สบายใจ"ฟ้าใส ถึงเมืองไทยแล้ว""อือ" เธอก็ตอบพร้อมกับยิ้มให้เขา"ไม่เป็นไรนะ" เขาพูดเหมือนเป็นการส่งกำลังใจให้เธอ ยิ่งรับรู้เรื่องที่เธอเจอมา เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด และอยากทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีขึ้น เพื่อเธอกับลูกณ บ้านอัคราคินน์รถตู้คันหรู ขับเข้ามาภายในบ้านอัคราคินน์ บ้านของเจ้าสัวธวัช กัญจาวีร์ใจเต้นแรงกว่าตอนที่เครื่องถึงไทยอีก"ไม่เป็นไรนะฟ้าใส อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด""แต่หนู...""ไม่ต้องคิดอะไรมาก นะเชื่อป้า""ขอบคุณนะจ้ะป้า ที่อยู่กับหนูทุกช่วงเวลาเลย""ยังมีป้าอยู่ ไม่ต้องคิดมาก""จ้ะ" เธอกับป้ามลก็จับมือกันเพื่อให้ความเชื่อมั่น เธอไม่อยากเป็นคนที่ผิดคำพูด เนื่องจากรับเงินมาแล้ว ตั้ง 20 ล้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะเธอตั้งใจว่าจะเก
ถึงเวลาเที่ยงสามคนพ่อแม่ลูก ก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่จับมือลูกสาวตัวน้อยไว้คนละข้าง พร้อมกับเด็กหญิงที่พูดจาเฉื่อยแจ้วอย่างน่ารัก ทำให้พนักงานแต่ละคนหันมองแล้วยิ้มตาม"เป็นไงล่ะคดีพลิกเลย ชอบนินทากันดีนัก""ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันรู้สึกผิดมากเลยที่เอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้พวกเธอฟัง""ฉันก็เหมือนกัน""ชอบเลียคุณออร่าดีนัก เป็นไงล่ะ เขาเป็นถึงสามีภรรยากัน ทั้งน้องวันใหม่ก็ยังเป็นลูกเขาอีก""ฉันก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง""ไว้ค่อยไปขอโทษกัญเขาก็แล้วกัน ถ้าไม่พอใจขึ้นมา พวกเธอตกงานกันได้เลยนะ"พวกคนที่ชอบนินทา ก็ต่างก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด ก็ใครจะไปคิดว่าเรื่องสนุกที่เอามาเม้าส์กัน มันไม่ใช่แบบที่คิดด้วยที่อยากเอาใจลูก ผู้เป็นพ่อก็ถามใหญ่เลยว่าลูกชอบอะไรไม่ชอบอะไร และด้วยปัญหาสุขภาพ ก็เช็คดูตลอดว่าอะไรทานได้หรือทานไม่ได้ ความจริงก็ไม่อยากขัดใจลูกสาวตัวน้อย แต่ด้วยที่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ไม่สบายอยู่"กินไม่ได้หรือคะคุณแม่" น้องวันใหม่ได้แต่มองไอติมในเมนูตาละห้อย"ไม่ได้ค่ะ""ป๊าขา" น้องวันใหม่ก็หันไปมองพ่อ พร้อมกับทำหน้าอ้อนใส่"เอ่อ... ฟ้าใส ให้ลูก...""ไม่ค่ะ! อย่าลืมนะว่าลูกไม่สบายอยู่" เธอก







